วางแผนการสำรองอาหารช่วงน้ำท่วม สำรองอะไรและเท่าไหร่




จะขอเริ่มทวิตซีรีส์ “การจัดการสะสมอาหารระหว่างภัยพิบัติ” แล้วนะครับ

(1) ทำความเข้าใจพื้นฐาน ว่าความต้องการพลังงานสำหรับคนไม่ออกกำลังกาย ชายอยู่ที่ 1700 kcal และหญิง 1500kcal ต่อวัน

(2) การเตรียมอาหารนั้นอย่างน้อยจะต้องมี kcal เพียงพอต่อการดำรงชีวิต คนเราจะน้ำหนักลง 1 กิโล ถ้าหากสารอาหารขาดไป 7000 kcal

(3) การสต๊อกอาหารนั้นก่อนอื่นต้องถามตัวเองว่าจะอยู่สู้กับน้ำจริงรึป่าว เพื่อนหลายคนสต๊อกของไว้เยอะมาก พอน้ำมาก็หนีเผ่นไป อดกิน

(4) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่พวกท่านๆชอบสะสมกัน ให้พลังงานต่อซอง(แบบไม่ต้ม ไม่ปรุง) อยู่ที่ 250 kcal ต่อซองเองนะครับ

(5) นั่นแปลว่าผู้หญิง 1 คนต้องกินมาม่า 6 ซองต่อวันถึงจะพอกับพลังงานที่ต้องการ!! ซึ่งอันตรายมาก ผู้ชายประมาณ 7 ซอง

(6) อาหารสต๊อกต้องเป็นอาหารแห้งที่มีความหลากหลาย โปรตีนนี่แนะนำไข่เค็ม จะดีที่สุดมีไอโอดีนด้วยครับ

(7) ส่วนเครื่องดื่มนั้นนอกจากน้ำเปล่าแล้ว นมถั่วเหลืองและนมกล่องก็ดี แนะนำซื้อ UHT ดีกว่าแบบสเตอร์ริไรซ์เพราะเก็บได้นานกว่า

(8) อาหารแห้งจำพวกเนื้อสัตว์ยอดนิยม คงจะเป็นกุนเชียง หมูหยอง หมูแผ่น (ถ้าเป็นอิสลามเปลี่ยนเป็นไก่) มีคาร์โบ ไขมัน และโปรตีน

(9) พวกธัญพืชก็โอเคนะครับ จะเก็บเป็นพวกสำเร็จรูปเช่นเมล็ดทานตะวันก็ดี หรือพวกคอร์นเฟลกก็ดี เพราะมีใยอาหารช่วยการขับถ่าย

(10) อาหารที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็คือ แคร็กเกอร์ พวกนี้ให้พลังงานสูงมาก เก็บได้นาน รักษาง่ายและแห้ง กว่าขนมปังทั่วๆไป (บางคนเล่นซื้อขนมปี๊บเลย)

(11) ส่วนผลไม้นั้น ถ้าน้ำผลไม้ก็พอได้ แต่ถ้าซื้อกล้วยเป็นหวีๆกับส้มลูกๆ ให้เลือกลูกที่อ่อนๆหน่อยเก็บได้นานๆ เพิ่มวิตามินด้วย

(12) เวลาเครียดร่างกายต้องการน้ำตาล ช็อกโกแลตช่วยได้เพราะมีพลังงานสูงและมีสารเพิ่มความสุข แนะนำซื้อแบบแท่งเก็บได้นานไม่ต้องแช่

(13) อาหารที่ต้องพึ่งพิงน้ำ เช่น บะหมี่ถ้วยนั้น อาจเจอปัญหา ไม่มีไฟฟ้าต้มน้ำร้อน แก๊สหมดหรือ น้ำไม่สะอาด

(14) ดังนั้นถ้าซื้อพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซื้อแบบซองดีกว่า ไม่มีน้ำก็ขยำๆกินกรอบๆได้ แบบถ้วยทานลำบากกว่า

(15) การสต๊อกน้ำดื่มนั้น ถ้าหากท่านต้องกินยาควรจะกันน้ำไว้ส่วนหนึ่ง ยาออกฤทธิ์ดีในน้ำเปล่า อย่ากินกับนมหรือน้ำผลไม้

(16) สาเหตุหนึ่งที่รณรงค์ให้ไปอยู่ศูนย์อพยพ คือเขาจะมีระบบนับผู้อพยพเป็นรายหัว เพื่อประเมินอาหารได้ถูกต้อง

(17) ถ้าหากรองน้ำและไม่มั่นใจในคุณภาพน้ำ ให้แกว่งสารส้ม หรือทิ้งไว้สักพัก แล้วตักเฉพาะส่วนบนของน้ำ พวกวัตถุหนักจะตกไปตรงก้น (เติมน้ำให้เต็มเสมอ และทิ้งช่วงก่อนจะตัก)

(18) ส่วนอาหารอื่นๆที่มีไว้ก็ดีได้แก่ น้ำผึ้ง แยมผลไม้ – เนยก้อน(กินสดๆได้) น้ำตาล ปลาแห้ง กุ้งแห้ง น้ำพริกกระปุก รับรองไม่ผิดหวัง

(19) ถ้าผู้อยู่ต่อมีเด็กหรือคนชรา อาจต้องมีอาหารที่แตกต่างออกไปรองรับด้วย (อีกเหตุผลที่อยากให้คนกลุ่มนี้ออกมาก่อน)

(20) ถ้ายังพออกจากบ้านได้ วันไหนออกไปก็ให้กินอาหารจากข้างนอกก่อน มีเพื่อนซื้ออาหารสต๊อกและดันกินหมดก่อนน้ำมา

(21/1) ขอให้ประเมินว่ารอบนี้เราจะอยู่กับน้ำ 4-6 สัปดาห์ การเตรียมพร้อมถือว่าดี แต่เอาพอประมาณช็อปปิ้งมีสติ

( 21/2) เพื่อนคนนึงบ้านมีกัน 3 คน เล่นสต๊อกน้ำเปล่าขวด 1.5 ลิตร เกือบ 30 แพ็ก อันนี้อาจมากเกินไป

(21/3) อาหารบางอย่างซื้อลอตเดียวก็ดี แต่อาหารบางอย่างซื้อเป็นช่วงๆใกล้หมดแล้วซื้อเติมได้

(22) และก็ย้ำคำเดิมว่าภาวะวิกฤตคือการอยู่รอด ไม่ใช่อยู่สบาย คนที่เลือกทานอาจต้องปรับตัวเยอะ

(23) ส่วนพวกผักตอนนี้ นอกจากน้ำผักแล้วผักกาดกระป๋องก็พอช่วยท่านได้ (ดูวันหมดอายุด้วย)

(24) พวกอาหารแคลอรีต่ำ ขอให้ตัดไปก่อน พวกน้ำอัดลม 0 kcal หรือพวกอาหารเสริมความงาม น้ำท่วมอย่าห่วงสวย ยังไงมันก็กินน้อยอยู่แล้ว

(25) พวกอาหารแปรรูปที่เก็บได้นานน่าสนใจ กล้วยอบน้ำผึ้ง ทุเรียนทอด กล้วยฉาบ เก็บได้นาน ทานง่าย และแห้ง

(26)พวกอาหารแช่ฟรีซต้องคิดในโอกาสตัดไฟเวฟไม่ได้ด้วยนะ ถ้าน้ำท่วมแต่ยังไม่ตัดไฟ ให้รีบกินก่อนถือเป็นโบนัส พอไฟดับอดกิน (ไมโครเวฟเอาไปไว้ชั้นบนของบ้าน)

(27) สุดท้าย ขอให้ช็อปปิ้งมีสติ (ไม่ใช่มีแต่มาม่ากะน้ำเปล่า) กะปริมาณให้ถูก เราจะอยู่กับมัน 4-6สัปดาห์ (กดเงินสดติดไว้ก็ดี) สู้ๆครับ

(ปล) อ้างอิงองค์ความรู้มากจาก หน่วยงาน FEMA (หน่วยงานที่่ทำเรื่องภัยพิบัติของอเมริกา) ประสบการณ์ส่วนตัว และคำบอกเล่าจากผู้ประสบภัย

** สิ่งที่พยายามสนับสนุนให้คนที่พอมีโอกาส หรือมีฐานะ ออกไปนอกเมืองเพราะว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าภัยพิบัติก็คือ การจลาจลที่อาจมาจากการขาดแคลนอาหาร กรุงเทพมีประชากรเกือบ 9 ล้านคน หากส่วนหนึ่งไปยังศูนย์พักพิงที่รัฐหรือเอกชนดูแลก็จะมีการจัดสำรองอาหารให้ส่วนหนึ่ง อาจจะไม่สะดวก 3 มื้อแต่ก็สามารถอยู่ได้ หรือถ้าหากเป็นคนมีฐานะสามารถสต๊อกอาหารได้ แต่ผู้ที่หาเช้ากินค่ำอาจไม่สามารถทำได้ ดังนั้นการที่เลือกเดินทางไปต่างจังหวัดชั่วคราว สามารถลดปัญหาอาหารที่ไม่เพียงพอได้ เนื่องจากเส้นทางในการขนส่งอาหารปัจจุบันเหลือแค่ ถนนบางนา – ตราด ถนนธนบุรี-ปากท่อ และเพชรเกษม เท่านั้น

จากบทเรียนแผ่นดินไหวที่เฮติ เมืองปอร์เดอแปงซ์ กลายเป็นมิคสัญญี หลังจากไฟดับ น้ำประปาขาด ผู้คนล้วนเข้าไปแย่งชิงอาหารและก่ออาชญากรรม นี่น่าจะเป็น The Worst case ที่แท้จริงมากกว่าการปรับตัวให้อยู่กับน้ำได้

ที่มา: twitter @siu_thailand

http://www.siamintelligence.com/food-plan-flood/




0 ความคิดเห็น:

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม