ค่ายรถแนะ รถคันแรก ใช้เกณฑ์เดียวกัน ราคาไม่เกิน 1 ล้าน

Honda brio


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ผู้ประกอบการค่ายรถยี่ห้อดังทั้งหลาย เชื่อแนวคิดเพิ่มขนาดเครื่องยนต์เป็น 1.6 ลิตร ไม่ได้แก้ปัญหารถคันแรก แนะใช้กฎราคา 1 ล้านเหมือนปิกอัพดีกว่า

จากการที่รัฐบาลได้เสนอแนวคิดการเพิ่มขนาดเครื่องยนต์เพื่อจะขยายสิทธิ์ในโครงการรถคันแรกจาก 1,500 ซีซี. เป็น 1,600 ซีซี. นั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า หากมีการปรับเปลี่ยนจริง ไม่ควรยึดขนาดกระบอกสูบเป็นหลัก แต่ควรจะนำเกณฑ์ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทมาใช้เช่นเดียวกับที่กำหนดใช้ในกลุ่มรถปิกอัพ ซึ่งรถปิกอัพเองก็ไม่ได้กำหนดซีซีเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังเห็นว่า การทำเช่นนี้จะไปสร้างปัญหาให้กลุ่มรถคอมแพคท์แทน ซึ่งมันจะกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ

นายพิทักษ์ กล่าวว่า จากการประชุมหารือสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ไทยเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ที่ประชุมส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องกันว่า หากจะกำหนดแนวทางที่จะก่อให้เกิดเงื่อนไขน้อยที่สุด ก็คือ แนวทางการกำหนดราคา 1 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่ได้ลงมติแต่อย่างใด โดยจะปล่อยให้แต่ละค่ายรถสามารถแสดงความคิดเห็นได้ตามอิสระ

นอกจากนี้ นายพิทักษ์ ยังแสดงความเห็นว่า โครงการรถคันแรกนี้ จะช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์ในช่วงสั้น ๆ ได้ แต่ก็ต้องติดตามดูว่า กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้จะดึงตลาดในอนาคตได้หรือไม่ ซึ่งถ้าสามารถดึงตลาดได้จริงก็จะกระทบต่อโครงสร้างตลาดในอนาคต แต่คงจะไม่ถึงขั้นกระทบต่อแผนการใหญ่ ๆ ของบริษัทผู้ประกอบการ

ส่วนทางด้าน นายวิกรานต์ อมาตยกุล ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกมากล่าวถึงเงื่อนไขใหม่นี้ว่า มิตซูบิชิ จะได้ประโยชน์จากแนวคิดการเพิ่มเครื่องยนต์มาเป็น 1,600 ซีซี.นี้ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีรถกลุ่มนี้ทำตลาดคือ แลนเซอร์ ซีเอ็นจี จากที่ก่อนหน้านี้ มิตซูบิชิ ไม่มีรถยนต์นั่งที่ได้รับสิทธิ์เลย มีเพียงรถปิกอัพไทรทันเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นายวิกรานต์ ก็เห็นว่า การปรับเพิ่มขนาดเครื่องยนต์เช่นนี้อาจทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา นั่นก็คือ ไปส่งผลกระทบต่อรถที่อยู่ในกลุ่มคอมแพคท์ ดังนั้นจึงเห็นว่า หากจะใช้ราคาจำหน่ายเป็นตัวกำหนดก็น่าจะดีกว่า เพราะขณะนี้รัฐกำหนดราคาปิกอัพไม่เกิน 1 ล้านบาท ก็คิดว่าน่าจะกำหนดรถยนต์ที่ 1 ล้านบาทได้เช่นกัน

ด้านนายประพัฒน์ เชยชม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาตรการการเพิ่มขนาดเครื่องยนต์ดังกล่าว ก็ไม่ได้ทำให้ความได้เปรียบเสียเปรียบในตลาดลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากมีค่ายรถยนต์ที่ทำตลาดเครื่องยนต์นี้ไม่กี่ยี่ห้อเท่านั้น ในส่วนของนิสสันเอง ก็มี ทีด้า 1,600 ซีซี. ทำตลาด แต่ช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เน้นและเริ่มถอยออกจากตลาดนี้แล้ว เน้นแต่รุ่น 1,800 ซีซี. เท่านั้น ทั้งนี้นายประพัฒน์ยังมองอีกว่า หากรัฐต้องการช่วยให้คนซื้อรถ ก็คือสนับสนุนในจำนวนเงินเท่ากันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรถอะไรก็ตาม ซึ่งจะทำให้โครงสร้างตลาดไม่เสียอีกด้วย



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

Daihatsu Mira e:S มันกลับมาพร้อมตัวเลข 30 ก.ม./ลิตร

ถ้าหากถามว่ารถยนต์ซิตี้คาร์รุ่นอะไรที่เคยผ่านตาคนไทยมาแล้วในอดีต ชื่อหนึ่งที่จะถูกพูดถึงนั้นก้คงไม่พ้น Daihatsu Mira ที่แม้มันจะไม่จำหน่ายในไทยแล้วก้ตามแต่หลายคนก็ยังคิดถึงและใฝ่หา ที่วันนี้ที่ญี่ปุ่นเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่มาพร้อมตัวเลข 30 กิโลเมตรต่อลิตร
Daihatsu Mira e:S

Daihatsu Mira e:S นับเป็นการกลับมาอีกครั้งของซิตี้คาร์คันจิ๋วในประเทศญี่ปุ่นหลังจากเมื่อช่วง 2 ปีก่อนหน้านี้ ค่ายรถยนต์เจ้านี้เคยเผยตัวถังแบบ 3 ประตู ออกมาเป้นต้นแบบ แต่เมื่อเอาเข้าจริงมันก็กลายเป็นรถ 5 ประตู ที่เผยความเป้นตัวตนตั้งแต่บรรพบุรุษ

เส้นสายที่งดงามและอ่อยช้อยในแบบฉบับเล็กน่ารักนั้นยังตอบโจทย์ที่ถ่ายทอดจากรุ่นเก่าสู่รุ่นปัจจุบันผ่านความน่ารักตั้งแต่ใบหน้าจรดบั้นท้ายอย่างลงตัวในแบบรถยนต์ 5ประตู มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ หรือถ้าชอบขับสนุกอีกนิดในสไตล์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ และรุ่นใหม่นี้ยังมีน้ำหนักเบาะกว่ารุ่นเก่าถึงเปือบ 60 กิโลกรัมมาพร้อมล้ออัลลอยขอบ 14 นิ้ว รัดด้วยยาง 155/65 R14
Daihatsu Mira e:S

ใต้ฝากระโปรงนั้นตามกฏของรถ Kei Car นั้นจะต้องใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กไม่เกิน 660 ซีซี ซึ่ง Daihatsu Mira e:S นี้ก็ใช้ขุมพลัง 3 สูบ 658 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6800 รอบต่อนาที และแรงบิด 60 นิวตันเมตร ทั้งหมดจับคู่พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT และเมื่อทดสอบในโหมด JC08 ที่มาแทน 10-15 สามารถพิชิตตัวเลข 30 กิโลเมตร/ลิตรได้อย่างสบาย หรือถ้าเทียบมาตรฐานเดิมนั้นได้ก็ประมาณ 32 กิโลเมตรต่อลิตรเท่านั้น

Daihatsu มั่นใจว่า Daihatsu Mira e:S นั้นจะสามารถจำหน่ายได้มากถึง 10,000 คันต่อเดือนในช่วงขวบแรก และยังจำหน่ายในหลายประเทศ รวมถึงอินโดนีเซียด้วย

ทันทุกข้อมูลก่อนใครบน FB..แค่คลิ๊กที่นี่เลยถ้าเพื่อนๆ คนใดคลิ๊กแล้วไม่ต้องคลิ๊กซ้ำนะครับ

Honda CR-V Concept ...เผยโฉมตัวจริง ..อีก 2 เดือนเจอกัน

ในระหว่างที่บ้านเรา กำลังได้เฮกับการเปิดตัว Honda City ใหม่ที่ได้รับการปรับโม และเป็นที่แรกที่รถรุ่นนี้วางจำหน่ายนั้น หลายคนก็เฝ้ารอรถรุ่นใหม่อย่าง Honda civic และ Honda CR-Vใหม่ที่ก็ได้รับความสนใจไม่แพ้ กัน และเมื่อวานที่เรานำภาพสิทธิบัตรมมาให้ชมกันไปพลางๆนั้น วันนี้เราก็มีความเคลื่อนไหวเพิ่มมากขึ้น

เมื่อวานนี้ Honda USA ได้มีการเปิดตัวว่าที่รถอเนกประสงค์รุ่นใหม่ Honda CR-V Concept ที่งาน Orange Country ที่จะจัดแสดง 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 22-25 กันยายนนนี้ โดยรถอเนกประสงค์รุ่นที่มาจัดแสดงนี้เป็นตัวต้นแบบ ทีมีความเชื่อจากสื่อในสหรัฐว่า Honda CR-V ใหม่นั้นอาจจะพร้อมในงาน Los Angeles auto show 2011

Honda CR-V ใหม่กลับมาพร้อมการบ่งบอกความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ยังคงความหรูหราเหมือนเดิม แต่ในครั้งนี้มีการเติมความสปอร์ตเข้ามา โดยใบหน้าของรถมาพร้อมกระจังหน้าที่ใหญ่นำเอากระจังของ Honda Cross Tour มาใช้ เน้นความดุดันมากกว่ารุ่นปัจจุบัน พร้อมกันชนหน้าที่โค้งมลดูแล้วลื่นไหลที่สำคัญยังส่งผลต่อหลักอากาศพลศาสตร์ของรถด้วย

ด้านหลัง Honda CR-V ยังคงความเป็นรถอเนกประสงค์ที่เติมความสปอร์ตมาอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เน้นผสานความทันสมัยไฟท้ายแนวตังยังคงเป็นเอกลักษณ์สำคัญ ส่วนด้านข้างบอกความดุดันผ่านล้ออัลลอยลาย 5 ก้านใหญ่

Honda เปิดเผยว่า Honda CR-V ใหม่นี้ มีการพัฒนาจากรุ่นปัจจุบันในหลายๆด้าน ทั้งน้ำหนักของตัวรถที่เบาลงกว่าเดิม เครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะที่ดีขึ้นกว่ารุ่นปัจจุบัน รวมถึงการออกแบบทางตัวถังภายนอกที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับภายในที่ยังมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น

ทั้งนี้ Honda CR-V น่าจะใกล้ได้ฤกษ์เผยโมออกมาอย่างเป็นทางการในเร็วๆนี้ ซึ่งหากกำลังรอรถรุ่นนี้อดใจรออีกสักนิดแล้วกัน




BMW Xpo 2011 กับโปรโมชั่นเด็ดที่ไม่ควรพลาด

หลังจากที่ทาง Thaicarlover.com ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับ BMW Vision ที่จะมาโชว์ตัวคันเป็นๆ ในงาน BMW Xpo 2011 ไทย 22 ก.ย. นี้

วันนี้เราก็มีรายละเอียดโปรโมชั่นเด็ดๆ เพิ่มเติม ที่มีภายในงาน มาฝากพี่ๆ น้องๆ ที่ชื่นชอบ BMW กันครับ

BMWXpo_2011

BMWXpo_2011

โดยงาน BMW Xpo 2011 นี้จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 22-25 กันยายนนี้ ที่ชั้น M และชั้น 1 สยามพารากอน โดยสำหรับโซน Innovation Gallery ชั้น 1 (Fashion Hall) จะประกอบไปด้วย
BMW X6 xDrive30d ราคา 6,699,000 บาท :: มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 6 สูบแถวเรียง และเทคโนโลยี EfficientDynamics ที่เหนือชั้น ขนาด 3.0 ลิตร พร้อมด้วยเทคโนโลยีอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผัน และเทคโนโลยีระบบฉีดน้ำมันด้วยหัวฉีด Piezo สามารถผลิตแรงบิด 540 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบ และกำลังสูงสุด 218 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลา 8.1 วินาที อัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 13.6 กิโลเมตรต่อลิตร และ อัตราการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เพียง 195 กรัมต่อกิโลเมตร

BMW-X6-xDrive30d

BMW-X6-xDrive30d

BMW X1 sDrive20d Highline ราคา 2,799,000 บาท :: ภายใต้คอนเซ็ปต์ครอสโอเวอร์ที่ผสมผสานความสปอร์ต และความล้ำสมัยได้อย่างลงตัว BMW X1 ได้รวมเอาคุณสมบัติที่โดดเด่นของรถยนต์อเนกประสงค์ (เช่น ความบึกบึน ความสูงใต้ท้องรถ และตำแหน่งนั่งขับสูง) ผนวกรวมเข้ากับคุณสมบัติของรถยนต์แบบสปอร์ตซาลูน (เช่น โอเวอร์แฮงค์สั้น ฐานล้อยาว) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

New-BMW-X1-Diesel-Estate-sDrive-20d

New-BMW-X1-Diesel-Estate-sDrive-20d

โดย BMW X1 sDrive20d Highline จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลแบบ 4 สูบ 16 วาล์ว 177 แรงม้า พร้อมด้วยเทคโนโลยีอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผัน มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลา 8.3 วินาที และมีอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 16.4 กิโลเมตรต่อลิตร รวมทั้งอัตราการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เพียง 160 กรัมต่อกิโลเมตร

BMW 320d Sport ราคา 2,999,000 บาท :: ด้วยระบบพวงมาลัย Servotronic แปรผันตามความเร็วของการขับขี่ พร้อมการตกแต่งแบบ Edition Exclusive ที่มาพร้อมกับชุดแต่ง M Sports Package ทำให้ BMW 320d Sport มีความปราดเปรียวและโฉบเฉี่ยวในสไตล์สปอร์ตหรู และด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลเจนเนอเรชั่นล่าสุดพร้อมเทอร์โบแปรผันแบบ 4 สูบ 16 วาล์ว 184 แรงม้า ที่สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 7.6 วินาที แต่คงความประหยัดน้ำมันได้อย่างเป็นเลิศด้วยอัตราการประหยัดน้ำมัน 18.9 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เพียง 140 กรัมต่อกิโลเมตร

BMW 320d Sport

BMW 320d Sport

BMW 525d ราคา 4,399,000 บาท :: คาร์แรคเตอร์ของรถยนต์ซาลูนระดับผู้บริหาร BMW ซีรี่ย์ 5 ใหม่ ที่เน้นความหรูหรา สะดวกสบาย แฝงความสปอร์ตและปราดเปรียวอย่างเหนือชั้น ถูกสะท้อนผ่านการออกแบบอย่างลงตัว โดดเด่นทั้งในเวลากลางวัน และกลางคืน พร้อมกับเทคโนโลยีระบบไฟส่องสว่างและไฟ LED เพื่อสร้างภาพลักษณ์ยามค่ำคืน ให้ผู้พบเห็นได้สัมผัสถึงหรูหราแฝงความสปอร์ตคมคายได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ ดีไซน์ระบบไฟหน้าที่ผสมผสานระหว่างระบบไฟ LED และไฟหน้าแบบไบ-ซีนอน พร้อมกับพื้นผิวโค้งเว้า สร้างแสงเงาที่สง่างามอย่างแตกต่าง BMW 525d มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 6 สูบ 204 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลา 7.2 วินาที มีอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 16.4 กิโลเมตรต่อลิตร และมาพร้อมกับระบบชาร์จไฟแบตเตอรี่อัตโนมัติจากการเบรค (Brake Energy Regeneration)

ส่วนโซน Design Gallery ชั้น M (Hall of Fame) จะประกอบไปด้วย

BMW 640i Convertible ราคา 9,499,000 บาท :: BMW ซีรี่ย์ 6 Convertible ถูกออกแบบภายใต้หลักการ Lightweight Engineering ของเทคโนโลยี EfficientDynamics ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มสมรรถนะแล้ว ยังประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น และคายไอเสียน้อยลงด้วย

ในขณะเดียวกัน วิศวกรของบีเอ็มดับเบิลยูได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ขั้นสูงในส่วนผิวตัวถังและอุปกรณ์ต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ฝากระโปรงหน้า, ประตู และช่วงล่าง ผลิตจากวัสดุอลูมิเนียมน้ำหนักเบา และผิวตัวถังด้านหน้า, ฝากระโปรงท้าย และส่วนที่เก็บหลังคา ผลิตจากวัสดุ Glass Fiber Composite

ทั้งนี้เพื่อให้ BMW ซีรี่ย์ 6 Convertible ใหม่มีน้ำหนักเบา กระจายน้ำหนักอย่างสมดุล 50-50 หน้า-หลัง และจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความสปอร์ตปราดเปรียว

ในส่วนของขุมกำลังเครื่องยนต์นั้น BMW 640i Convertible จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน BMW TwinPower Turbo แบบ 6 สูบแถวเรียง ความจุ 3.0 ลิตร สามารถผลิตกำลังสูงสุดได้ 320 แรงม้าที่ 5,800 รอบ และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตรที่ 1,300-4,500 รอบ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 5.7 วินาที มีอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 12.7 กิโลเมตรต่อลิตร และอัตราการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เฉลี่ย 185 กรัมต่อกิโลเมตร

BMW 523i Highline ราคา 4,249,000 บาท :: โดดเด่นทั้งในด้านดีไซน์ที่สง่างาม เทคโนโลยีที่เหนือชั้น BMW ซีรี่ส์ 5 ใหม่ ได้รับรางวัลดีไซน์ระดับโลกถึงสองรางวัล ได้แก่ รางวัล Red Dot Design Award 2010 และรางวัล Auto Bild Best Design Award 2010

ส่วนขุมพลังจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง ความจุ 2.5 ลิตร สามารถผลิตกำลังสูงสุดถึง 204 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตรที่ 2,750-3,000 รอบ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีอัตราเร่งจาก 0- 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 8.5 วินาที อัตราการประหยัดน้ำมัน 12.5 กิโลเมตรต่อลิตร และ อัตราการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เพียง 187 กรัมต่อกิโลเมตร

นอกจากนี้ ยังมีระบบ Brake Energy Re-generation ที่นำพลังงานที่สูญเสียขณะเบรก แปรรูปกลับมาเป็นพลังงานไฟฟ้าสะสมไว้ในแบตเตอรี่ เพื่อเป็นการลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ทั้งหมดนี้เพื่อสมรรถนะที่สูงขึ้น ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้น นอกจากนั้น BMW 523i ใหม่ ยังสามารถใช้พลังงานทางเลือกก๊าซโซฮอล์ E20 ได้ด้วย

BMW 740Li ราคา 8,999,000 บาท :: ด้วยสุดยอดสมรรถนะเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ เบนซิน พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความบันเทิง Rear-seat entertainment Professional ที่ทำงานเป็นอิสระจากกันในส่วนที่นั่งผู้โดยสารตอนหลัง ทำให้ BMW 740Li มีความเป็นสุดยอดยนตรกรรมแห่งผู้นำอย่างแท้จริง

ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน BMW TwinPower Turbo แบบ 6 สูบแถวเรียง ความจุ 3.0 ลิตร สามารถผลิตกำลังสูงสุดได้ 326 แรงม้าที่ 5,800 รอบ และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตรที่ 1,500-4,500 รอบ

พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย BMW Night Vision พร้อมระบบตรวจจับวัตถุในที่มืด ผ่านการทำงานของกล้องอินฟาเรด นอกจากนี้ BMW 740Li ยังมาพร้อมกับจอแสดงผลข้อมูลการทำงานของรถบนพื้นผิวด้านในกระจกหน้า (Head-up Display) เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยเป็นเยี่ยม

BMW Z4 sDrive23i Pure Impulse ราคา 4,999,000 บาท :: สุดยอดแห่งโรดสเตอร์ที่ผสมผสานอย่างลงตัวของความคลาสสิกของดีไซน์ที่มีเสน่ห์แบบโรดสเตอร์พันธุ์แท้ เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า และความสะดวกสบาย อีกทั้งยังรวมถึงอารมณ์การขับขี่สไตล์สปอร์ตโรดสเตอร์เต็มรูปแบบด้วยหลังคาแบบ Retractable Hardtop น้ำหนักเบาสามารถเปิดหรือปิดในเวลาเพียง 20 วินาที อีกทั้งยังสามารถใส่ถุงกอล์ฟได้ถึง 2 ใบ (ขณะหลังคาปิด) สำหรับผู้ขับขี่ที่รักความสปอร์ตของรถแบบโรดสเตอร์แต่ยังคงหลงใหลในกีฬากอล์ฟ BMW Z4 sDrive23i Pure Impulse มาพร้อมกับอุปกรณ์ตกแต่งแบบ Special Edition ด้วยเบาะที่นั่งแบบสปอร์ต Alcantara/Nappa ให้ความรู้สึกเร้าใจในแบบโรดสเตอร์ เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร แบบ 6 สูบแถวเรียง กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ให้แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 2,750-3,000 รอบ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติไฟฟ้า 6 สปีดพร้อมระบบควบคุมการขับขี่แบบไดนามิคที่เลือกโหมดได้ (Dynamic Driving Control) มีอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 7.3 วินาที อัตราการประหยัดน้ำมัน 11.3 กิโลเมตรต่อลิตร และ อัตราการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เพียง 207 กรัมต่อกิโลเมตร

BMW X3 xDrive20d Highline ราคา 3,599,000 บาท :: เครื่องยนต์ Advanced Diesel แบบ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยีระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผัน สามารถผลิตกำลังสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,750 รอบ ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8HP 8 สปีด ให้อัตราเร่งจาก 0 ถึง100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 8.5 วินาที

และด้วยเทคโนโลยี BMW EfficientDynamics ซึ่งรวมถึงระบบเครื่องยนต์แบบ Advanced Diesel, ระบบ Brake Energy Re-Generation, ระบบวิศวกรรมโครงสร้างตัวถัง Lightweight Engineering และระบบปั๊มน้ำและปั๊มน้ำมันเครื่องแบบ On-demand ทำให้ BMW X3 xDrive20d มีค่าเฉลี่ยอัตราการประหยัดน้ำมันถึง 17.9 กิโลเมตรต่อลิตรและค่าเฉลี่ยการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เพียง 147 กรัมต่อกิโลเมตร ซึ่งเป็นค่าที่ดีที่สุดในเซ็กเมนท์รถอเนกประสงค์ขับเคลื่อนสี่ล้อ

*ราคาข้างต้นรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรม BSI BMW Service Inclusive 5 ปี / 100,000 กิโลเมตร

BMW Xpo 2011 พร้อมของสมนาคุณพิเศษและบริการด้านการเงินจาก BMW Financial Services

พบกับบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นต่างๆ ที่ตอบสนองการใช้งานทั้งในปัจจุบันและอนาคต ในงาน BMW Xpo 2011 ที่สยามพารากอน ชั้น 1 และ ชั้น M ระหว่างวันที่ 22-25 กันยายนนี้

นอกจากนี้ สำหรับท่านผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ยังมีข้อเสนอทางการเงินมากมายจาก BMW Financial Services เพื่อการเป็นเจ้าของยนตรกรรมที่ท่านใฝ่ฝันได้อย่างง่ายๆ ด้วยเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ BMW Financial Services ตั้งใจเตรียมมาเพื่อให้ท่านผู้สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูโดยเฉพาะ

**รูปภาพบางภาพอาจจะไม่ตรงกับ Model นั้นทั้งหมด ซึ่งทางเราก็ได้นำรูปที่ใกล้เคียงพร้อมอธิบายที่ชื่อรูปประกอบทางด้านล่างครับ

Hyundai EON ...น้องเล็กลำใหม่หรือนี่คืออีโค่คาร์ค่ายกิมจิ

อาจจะไม่ใช่แบรนด์รถยนต์ที่ถูกใจคนในบ้านเรามากนักสำหรับค่ายรถยนต์ Hyunda รถดีๆจากประเทศเกาหลี ที่กำลังเป็นที่จับตาทั่วโลก โดยเฉพาะแนวทางการออกแบบใหม่ที่โดน พร้อมสมรรถนะและจิตวิญญาณที่เหนือชั้นทำให้รถคยี่ห้อติดตลาดในเวลารวดเร็วและยังได้รับคำชมจาก Consumer Report ในอเมริกาด้วยยว่ามันจิตวิญญาณเหมือนที่ Honda เคยเป็นเมื่อช่วง20 ปีที่แล้ว

 Hyundai Eon

การรุกคืบในตลาดรถยนต์ใหม่ๆของ Hyundai นั้นเป็นเรื่องที่หลายคนเฝ้าจับตาโดยเฉพาะซิตี้คาร์ที่ว่าจะเข้ามาในบ้านเราและก็เงียบเหงากันไป แต่ล่าสุดนี้ Hyundai ก็เตรียมส่งไม้ตายด้วยการเพิ่มยานยนต์รุ่นเล็กลงสู่ตลาดอีกครั้งภายใต้ชื่อ Hyundai Eon ซึ่งแม้จะยังเป็นวุ้นแต่ก็มีความน่าสนใจ

Hyundai Eon น่าจะเรียกว่า อีออน นั้นเป็นซิตี้คาร์ระดับเล็กจัดอยู่ในหมวดกลุ่ม A-Segement ซึ่งมันจะเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของรถยนต์รุ่นสำคัญๆ โดยเฉพาะ Suzuki alto ที่มีการขลับเรือนร่างให้ดูงดงามด้วยแนวทาง fluid sclupture ที่มาพร้อมเรือนร่างเล็กจิ๋วในแบบ 5ประตู คล้ายกับอีโค่คาร์ที่จำหน่ายในบ้านเรา
 Hyundai Eon

ใต้ฝากระโปรง Hyundai เตรียมเลือกใช้ขุมพลังที่เน้นความประหยัดอย่างสุดขั้วแต่ยังทรงสมรรถนะที่หัวใจเจ้าตัวเล็กคันนี้จะมาพร้อมเครื่องยนต์ 3 สูบ 814 ซีซี ให้กำลัง 56 แรงม้า และแรงบิดพอตัวที่ 75 นิวตันเมตร ซึ่งเพียงพอกับรถยนต์ขนาดนี้

โดยรวมแล้ว Hyundai Eon นั้นน่าจะเป็นยานยนต์รุ่นที่เล็กที่สุดแล้วของค่าย Hyundai ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยราคาจำหน่ายออกมาแต่หลายฝ่ายเชื่อว่าน่าจะอยู่ที่ 160,000 บาท - 200,000 บาท โดยประมาณ

ทันทุกข้อมูลก่อนใครบน FB..แค่คลิ๊กที่นี่เลย

Honda City Minor Changed 2011…ลูบหน้าทาปากเน้นเพิ่มออพชั่น

ในที่สุดมันก็ตามนัดแล้วสำหรับ Honda city Minorchanged ที่กลับมาถูกจังหวะในการเปิดตัวซิตี้คาร์ ที่ยังอยู่เข้าเงื่อนไขของโครงการรถคันแรก และด้วยความสง่างามมีมาตั้งแต่เปิดตัวรุ่นใหม่เมื่อช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้รถรุ่นนี้เป็นที่จับตาของใครหลายๆคน

การกลับมาของ Honda city นั้น นับเป็นการหงายไพ่ใบใหม่ของค่ายรถยนต์ Honda และที่เฝ้าติดตามกันว่า น่าจะเป็นเวอร์ชั่นพลังงานทางเลือก CNG ที่เคยกล่าวไว้เมื่อตอนช่วงเปิด Honda Jazz แต่เราเองคงต้องขอแสดงความเสียใจเพราะตกลง Honda น่าจะพับเข้าลิ้นชักไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Honda City Minor Changed 2011

Honda City Minor changed ใหม่ยังกลับมาพร้อมคอนเซปต์เดิมกับ Always Ahead ที่ครั้งนี้เน้นเติมแต่งออพชั่นให้เป็นที่สะดุดตามากยิ่งขึ้นสรรค์สร้างความสปอร์ตอย่างเต็มพิกัด ตั้งแต่ใบหน้าที่มีการปรับกันชนใหม่ให้ถูกใจวัยรุ่นมากขึ้น มาพร้อมกระจังหน้าใหม่ ที่ด้านข้างไม่มีการปรับแต่งอะไรนอกจากล้อแม็กดีไซน์ขั้นเทพที่ดูลงตัว

ด้านหลัง Honda ทำการบ้านมาดีและแม้ไฟท้ายเดิมจะงามหยดอยู่แล้วแต่ในการปรับโฉมครั้งนี้ก็มีการปรับไฟท้ายให้ดูลงตัวมากยิ่งขึ้นออกไปแนวทางความหรูเสียด้วยซ้ำที่อาจจะดูแล้วขัดกับกันชนท้ายแบบสปอร์ต แต่ยังคลุกเคล้ากันได้ดี พอสมควร

การปรับเปลี่ยนอื่นๆ นั้นเห็นทีจะเป็นในห้องโดยสารที่มุ่งเน้นการตอบสนองต่อผู้ใช้มากยิ่งขึ้นทั้งในความสปอร์ตและประหยัดที่งานนี้คอนโซลหน้าไม่ต่างจากเดิมแต่ให้อารมร์และความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ที่ยังมาพร้อมความบันเทิงจากระบบ Advance audio เชื่อมต่อได้กับเครื่องเล่นทุกชนิดไม่ต้องหิ้วแผ่นให้เมื่อยตุ้ม ที่ยังมีการเปลี่ยนแปลงที่ตรงหน้าคนขับให้เป็นมาตรวัดเรืองแสงสีฟ้า Blue light และครั้งนี้มีไฟบอกความประหยัด Eco indicator มาเป็นสิ่งตอบแทนขึ้นเพื่อช่วยบอกว่าตรงไหนที่คือจุดประหยัดที่สุดของคุณ

 Honda City Minor Changed 2011 Honda City Minor Changed 2011

เรื่องเครื่องยนต์นั้นไม่ได้มีการปรับแต่งอะไรอย่างเป็นทางการตามข้อมูลที่ได้ เนื่องจากขุมพลัง 1.5 ลิตร i-Vtec 120 แรงม้าจากโรงงาน สามารถตอบสนองได้ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อรวมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ถือว่ามีความลงตัวที่ดีที่น่าประทับใจ

ด้านความปลอดภัยก็จัดมาให้พอสมควรตั้งแต่ระบบล็อคประตูอัตโนมัติสัมพันธ์กับความเร็ว ที่ยังให้นิยามใหม่ในรถรุ่นเล็กกับระบบถุงลมนิรภัยคู่หน้า Dual SRS และยังมีระบบเบรกป้องกันล้อล็อค พร้อมกระจายแรงเบรค EBD ช่วยในการขับขี่ในสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย

 Honda City Minor Changed 2011

ทั้งหมดนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นใน Honda city Minor changed ที่ครั้งนี้กลับมา 3 รุ่นให้เลือก ได้แก่รุ่น S รุ่น V และรุ่น SV ทั้งหมดรองรับพลังงานทางเลือกแก๊สโซฮอล์ E20 ที่มี 6 สีให้เลือกคือ สีขาวทาฟเฟต้า,สีเงินอลาบาสเตอร์,สีเทาโพลิชเมทัล และสีดำคริสตอล ที่ยังแนะนำ 2 สีใหม่ คือ สีแดงคาร์เนเลียน และสีน้ำตาลสปาร์ค สงนราคาจำหน่ายทุกรุ่นสามารถดูได้ตามตารางข้างล่าง

ราคาจำหน่ายHonda city Minor changed

Honda City รุ่น S M/T ราคา 559,000 บาท

Honda City รุ่น S A/T ราคา 599,000 บาท

Honda City รุ่น V A/T ราคา 646,000 บาท

Honda City รุ่น SV A/T ราคา 704,000 บาท

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม