ภาพน้ำท่วมไทยปี 54 จากสื่อนอกสู่สายตาคนทั่วโลก [2]























ภาพน้ำท่วมไทยปี 54 จากสื่อนอกสู่สายตาคนทั่วโลก [1]





























20 สิ่งที่คุณจะเห็นได้ที่เฉพาะประเทศไทย [เด็ด!]



1. มีชื่อลงกินเนสบุ๊คได้ทุกวัน
การ จะมีชื่อปรากฏในกิสเนสบุ๊คไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคุณต้องทำอะไรให้เป็นที่สุดในโลก แต่ถ้าคุณได้มาอยู่ในเมืองไทยเรื่องนี้จะง่ายยังกับพลิกฝ่าเท้า (ถ้าเขายอมให้ลงนะ) เพราะบ้านเราถนัดเรื่องอะไรที่มันใหญ่ ๆ ยาว ๆ กันอยู่แล้ว จตุคามองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ฆ้องใบใหญ่ที่สุดในโลก ผัดหมี่กระทะใหญ่ที่สุดในโลก ร่มผ้าใหญ่ที่สุดในโลก สากกะเบือใหญ่ที่สุดในโลก หรือแม้แต่ปลัดขิกอันใหญ่ที่สุดในโลก (อันนี้เอามาจากของบ้านอื่น)...มีใครเจ๋งกว่านี้อีก ว่ามา!

2. ดัดฟันเถื่อน
ความ จริงแล้วการดัดฟันต้องทำโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ค่าใช้จ่ายตลอดคอร์สปาเข้าไปหลักหมื่น แต่เมื่อเด็กไทยเห็นว่าคุณเจ้าเหล็กดัดฟันกลายเป็นเรื่องเก๋ไก๋ จึงได้เกิดแฟชั่นดัดฟันด้วยเหล็กสีสันสดใสในราคาแค่ไม่กี่ร้อย สิ่งที่ได้มาคือลวดมัดเหล็กยางสีไร้คุณภาพโดยช่างดัดฟันอายุเพียง 19 ปี กับอาการติดเชื้อในช่องปากที่รุนแรง ถึงขนาดทำให้คนตายมาแล้ว ก่อนที่ทางการจะล้อมคอกร้านดัดฟันกันทั้งระบบ...ที่นี่ประเทศไทย

3. รถกับข้าวเดลิเวอรี่
ฝรั่ง สแกนดิเนเวียเดินมาบอกเราว่า ประเทศไทยนี่ช่างอะเมซิ่งซะนี่กระไร บ้านเมืองเขาอยากซื้ออาหารการกินก็ต้องไปซูเปอร์มาเก็ต แต่พอมาเมืองไทยนอนอยู่บนคอนโดดี ๆ ก็มีพืชพรรณธัญญาหารมาประกาศขายกันถึงที่ "อ่า..ยกมือดักกวักมือเรียก หอยแครงหอยแมงภู่สด ๆ กันจากทะเลเลยนะพี่ ผักคะน้าวันนี้เขียวสดไร้แมลง หมูเนื้อแดงโลละ ร้อยขายกันถูก ๆ เลยนะพี่นะ...ฯลฯ ทีแรกก็ไม่ได้อยากกินหรอกนะ แต่ได้ยินเสียงแล้วมันอยากเห็นหน้าคนประกาศจริง ๆ

4. ทักทายจ่าเฉยกลางสี่แยก
เมือง ไทยน่าจะเป็นไม่กี่ประเทศในโลกที่ถึงขนาดต้องสร้างหุ่นตำรวจจราจรมายืนคู่คน ขับรถ ก็วินัยจราจรมันสะท้อนวินัยชาติ แต่บังเอิญเรายึดคติทำอะไรคือไทยแท้ วินัยจราจรของเราก็เลยเป็นไปแบบตามใจฉัน อุบัติเหตุก็เลยผุดขึ้นอย่างกับดอกเห็ด บ.เมเจอร์ เน็ตเวิร์ก จึงช่วยตำรวจแก้ปัญหานี้ด้วยการสร้างหุ่นตำรวจจราจร (FHM ขอเรียกว่าจ่าเฉย) มาตั้งตามสี่แยกเพื่อขู่พ่อแม่พี่น้องผู้ชอบทำนิสัยมักง่ายเพื่อไม่ให้ ละเมิดกฎหมาย ที่ตลกคือมันกลับได้ผลซะด้วย 1 ปีที่ผ่านมาคนไทยทำผิดน้อยลงตั้งเยอะ!

5. ดูพระกับผีสมานฉันท์
สมัย เด็กคุณอาจเข้าใจว่าพระกับผีอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ แต่ความสมานฉันท์เกิดขึ้นแล้วแถวคลองถม บ้านหม้อ เราเองก็ไม่รู้ว่าทำไมสถานที่แบบนี้ถึงได้มีหลวงน้าเดินผ้าเหลืองปลิวกันทุก วัน ท่านมาเทศนาใครรึเปล่า? มาเดินเรี่ยไรสร้างโบสถ์งั้นรึ? หลังจากที่แอบเฝ้าสังเกตการณ์แล้วคำตอบที่เราได้ก็คือ...หลวงน้าท่านเดิน เลือกซื้อ iPhon ของจีนแดงกับดีวีดีแผ่นผีซะงั้น...จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด

6. ผจญภัยในคลองแสนแสบ
ถ้า นึกอยากทำอะไรมันส์ ๆ ไม่ต้องเสียเงินหลายร้อยไปขึ้นรถไฟเหาะตีลังกา ในเมื่อคุณจ่ายแค่ไม่กี่บาทก็สัมผัสความเร้าใจได้ไม่ต่างกัน คุณมีเวลาไม่ถึง 10 วินาทีในการก้าวขาลงเรือให้ทันก่อนมันจะแล่น นิมนต์พระมาสัก 7 วัดเพื่อสวดคุ้มครองให้คุณรอดเวลามีเรืออีกลำแล่นสวนเกลียวคลื่นมาใกล้ แถมด้วยการฝึกวิชาหลบเชื้อโรคที่แฝงมากับน้ำเน่าที่กระเด็นเข้าปาก...แต่ก็ มีข้อดีอยู่่อย่าง สาว ๆ กระโปงสั้นเพียบเลยเพื่อน...

7. ชัก wow ในที่สาธารณะ
อย่า คิดมาก เพราะเราหมายถึงการชัก wow ที่เป็นว่าวจริง ๆ ไม่ใช่แบบที่ต้องแอบทำคนเดียว สนามหลวงเป็นที่รวมของว่าวนานาชาติ ในเมืองหลวงแบบนี้จะหาที่โล่งแจ้งที่ไหนที่ปลอดสายไฟได้เท่าที่นี่ ช่วงหน้าร้อนประมาณเดือนมีนาคม-เมษายนคือเวลาทองเพราะลมตะเภาจะพัดแรงเป็น พิเศษพร้อมหอบเอาว่าวตัวน้อยให้ลอยละลิ่วไปติดลมบน มองไปข้าง ๆ คุณอาจเห็นสาวสวยบางคนยืนชักอยู่ใกล้ ๆ..งั้นก็อย่าลืมชัก wow โชว์เธอแล้วกัน

8. ลอตเตอรี่เดลิเวอรี่
บ้าน เมืองอื่นใครที่อยากซื้อลอตโต้ต้องถ่อสังขารไปซื้อที่ร้านเท่านั้น แต่ในบ้านเราพ่อค้าแม่ค้าเขาชวนมานั่งรอกันถึงหน้าตู้ ATM ลอตเตอรี่เดลิเวอรี่ที่มาพร้อมพ่อแม่พี่น้องนับสิบเจ้า ด้วยตรรกะที่ว่า เมื่อคุณออกจากตู้ ATM คุณต้องมีตังค์ เมื่อคุณมีตังค์คุณก็มีกำลังซื้อ เมื่อคุณมีกำลังซื้อก็มีสิทธิ์จะช้อปลอตเตอรี่ของพี่แกสักคู่ ราคาอาจจะระบุไว้ 80 บาท แต่อย่าหวังว่าจะซื้อได้ในราคานั้น เผลออาจทะลุถึง 130 บาท ถ้าบังเอิญเลขที่คุณจะซื้อมันเป็นเลขที่เขาเก็งกัน...อยากรวยก็ต้องจ่าย

9. ไล่สาดน้ำใครก็ได้
เมือง ไทยเป็นที่เดียวในโลกที่คุณอยากจะนึกสาดน้ำใส่ใครก็ได้ในช่วงวันสงกรานตื 13-14-15 เมษายนของทุกปี แรกเริ่มเดิมทีประเพณีนี้มีแค่การไหว้พระขอพร ก่อเจดีย์ทราย แล่วหนุ่มสาวค่อยใช้ขันน้ำใบน้อยตักน้ำรดกันพอสนุก แต่พอมาถึงวันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป จากขันใบน้อยกลายมาเป็นถังน้ำขนาดบะละฮึ่ม ไหนจะปืนฉีดน้ำ ไหนจะแป้งในมือที่มีไว้เป็นข้ออ้างในการขย้ำแก้มสาว ๆ งานนี้เรียกนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้หลายล้าน เพราะไม่ว่าใครก็อยากสาดน้ำใส่ชาวบ้านกันทั้งน้านนนน

10. ขี่มอเตอร์ไซด์บนฟุตบาท
ประเทศ ไทยน่าจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่ให้เสรีภาพในการขับขี่กันสุด ๆ นอกจากจะสามารถบีบแตรไล่มนุษย์ที่เดินข้ามทางม้าลายได้โดยไม่มีใครว่าแล้ว แมงกะไซด์ยังมีสิทธิพิเศษในการขับขี่ย้อนศรบนฟุตบาทในขณะที่มือหนึ่งถือ โทรศัพท์คุยไปด้วย ส่วนอีกมือก็บีบแตรไล่คนที่ยืนรอรถเมล์บนทางเท้าเพราะดันมายืนขวางทางแว้ น..แถมเขายังได้หนังสือพิมพ์ฟรีเอาไว้นอนห่อมหลังจากชนกับแท็กซี่ด้วย

11. ไทย จีน แขก ฝรั่ง ฉลองได้ทุกเทศกาล
เชื่อ รึเปล่า? ไม่ว่าจะเป็นเทศกาล สงกรานต์, ตรุษจีน, คริสต์มาส, เช็งเม้ง, ฮัลโลวีน, บวชพระ, แต่งงาน, อกหัก, สอบตก, สอบได้,ไม่ได้สอบ, วันเกิดมิยาบิ, หงส์แพ้, ลอยกระทง, ปีใหม่, ไหว้พระจันทร์, วันงดสูบบุหรี่โลก, แซยิดอากง, วาเลนไทน์, วันเด็ก, วันเกิด, รับปริญญา, ไหว้บ๊ะจ่าง, วันครู, วันพระ, วันนี้, วันพรุ่งนี้, วันมะรืน ฯลฯ ไม่ว่าจะเทศกาลหรือวันสำคัญไหน ๆ เราคนไทยก็ทำตัวกลมกลืน ร่วมฉลองไปกับชาวโลกเขาได้ทั้งหมด เอ้า...ชนแก้ว

12. Full Moon Party
งาน ปาร์ตี้เดือนเพ็ญบนหาดริ้นของเกาะพะงันคือเป้าหมายของคนทั่วโลก ย้อนหลังไปเมื่อปี 1985 นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งมาอาบแดดที่หาดริ้นจนถึงพลบค่ำในคืน 15 ค่ำ เขาได้เห็นเดือนเพ็ญสวยเย็นเห็นอร่าม นภาแจ่มนวลดูงามเย็นชื่นหนอยาม...พอ ๆ จะร้องเพลงทำไม? จันทร์กระจ่างงามงดไร้เมฆบดบัง ส่องแสงเย็นสะท้อนผืนน้ำวะวาววับขานขับอารมณ์ละมุมกรุ่นฟ่องคล้ายท่องบน สวรรค์ โชคดีของประเทศไทยที่เจ้าหมอนี่ดันเป็นนักเขียนหนังสือท่องเที่ยวซะด้วย หาดริ้นและเกาะพะงันก็เลยโด่งดังในฐานะที่มีแสงโสมส่องสวยที่สุดใน 3 โลก ฟูลมูนปาร์ตี้เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน ทุกคืนเดือนเพ็ญกองทัพหนุ่มสาวจากทั่วโลกต่างเฮโลมารวมตัวกันเพื่อเมาให้หัว ทิ่ม ผับกลางแจ้งเรียงรายตลอดชายหาดผู้คนสนุกกันสุดเหวี่ยง สมัยก่อนงานนี้เป็นที่รวมของยาเสพติดและเซ็กซ์โชว์สดบนชายหาดที่ฟาดฟันกัน จะจะ แต่เดี๋ยวนี้ทางการเริ่มกวดขัน ทำให้นาน ๆ ครั้งถึงจะมีกลิ่นปุ๊นลอยมาซักที ยิ่งเดี๋ยวนี้เขาเริ่มเพิ่มความถี่ของปาร์ตี้ จากแค่คืนวันเพ็ญมาเป็นคืนพระจันทร์ครึ่งดวง (Half Moon Party) และคืนเดือนมืด (Black Moon Party) เรียกว่ากะจะเมากันซะให้ได้ทุกคืนเลยว่างั้นและโปรแกรมนี้ก็ยังเป็นเป้าหมาย อันดับ 1 ที่หนุ่มสาวทั่วโลกใฝ่ฝัน รวมทั้งเราด้วย

13. สัมผัสตัว Here ที่เดินอยู่นอกสวนสัตว์
สัตว์ ป่าคุ้มครองที่เรารู้จักกันมาแต่เด็ก วันนี้พวกมันพร้อมเผยโฉมให้เห็นในระยะประชิดแล้ว ด้วยจำนวนกว่า 200 ชีวิตที่ยึดพื้นที่สวนลุมพินีเป็นแหล่งอาศัย เซ็นสัญญาสมานฉันท์กับคนกรุงที่มาออกกำลังกายจนได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ สื่อถึงการเอื้ออาทรระหว่างคนกรุงกับสัตว์ป่าคุ้มครองจนฝรั่งมังค่าถึงขนาด บินมาพิสูจน์ด้วยตาตังเองถึงที่นี่ อย่าลืมหิ้วไก่สดมาฝากพวกมันด้วยล่ะ

14. แมลงทอดในตู้ขนมหวาน
ไม่ เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่ออาหาร 2 ชนิดที่ต่างกันสุดขั้วดันมาอยู่รวมกันในตู้พลาสติกใสใบเดียวกัน ขนมหม้อแกงแนบชิดกับจิ้งหรีดทอด สาคูไส้หมูเป็นกิ๊กกับหนอนรถด่วน หรือวุ้นกะทิจะแอบจึ๊กกะดึ๋ยกับแมงป่องทอดกรอบ ระหว่างที่มือขวาตักขนมหวาน ๆ ใส่ถุง เฮียแกก็ใช้มือซ้ายพ่นซอสเค็ม ๆ ใส่ตั๊กแตนทอด...อะเมซิ่งไทยแลนด์

15. ข้ามถนนใต้สะพานลอย
รัฐบาล อุตส่าห์เจียดภาษีเพื่อมาสร้างสะพานลอยคนข้าม จะได้ไม่ต้องเกิดโศกนาฏกรรมบนท้องถนนกันบ่อย ๆ แต่เราคนไทยเก่งเรื่องการเอาชีวิตรอดโดยไม่ต้องพึ่งพาตัวช่วย ว่าแล้วก็วิ่งข้ามถนนมันซะตรงใต้สะพานลอยนี่แหละ ให้มันเห็นกันไปเลยว่าข้านี่เจ๋งกว่า พร้อมฝากบอกผู้มีอำนาจมาด้วยว่า "ก็แกดันสร้างสะพานสูงเกินไป ไต่แล้วมันเหนื่อย รู้มั๊ย"

16. จีบแม่ค้าส้มตำสุดสวย
แม่ ค้าที่ไหนจะจิ้มลิ้มเท่าที่นี่ ส้มตำยามค่ำคืนหน้าหัวลำโพงที่ตอนเด็ก ๆ เราสงสัยว่าทำไมแม่ค้าแถวนี้ถึงได้เฉิดฉายกว่าแถบอื่น แต่งตัวสวยให้ลูกค้าจีบได้ทุกคืน ครั้นโตขึ้นถึงได้รู้ว่า "อะไรเป็นอะไร" สมัยก่อนสถิตตรงเกาะกลางหน้าหัวลำโพง แต่ว่าตอนนี้ย้ายมาแถวทางลงรถใต้ดิน ใครอยากชิมก็เชิญ แต่บอกไว้ก่อน "ส้มตำ" แถวนี้แพงเอาการเชียวล่ะ

17. ข่าวแปลกใกล้หวยออก
ถ้า คุณจะลองสังเกต ช่วงก่อนจะถึงวันที่ 16 และวันที่ 1 ของทุกเดือนประมาณ 1-2 วัน หนังสือพิมพ์ประเทศนี้จะอุดมไปด้วยข่างแปลกประหลาดมหัศจรรย์พันลึก จำพวกแมงออกลุกเป็นลิง, สิงห์สามขา, หมาสามไข่, ปลากรายพูดได้, ปลาไหลเผือก, เงือกสามนม, ขนมหม้อแกงงอกราก, หมากหน้าคน, ลิงทะโมนคิดเลขได้ ฯลฯ พร้อมระบุวันหรือเวลาที่พอจะตีเป็นเลขเด็ด ว่าแล้วชาวบ้านก็จะเฮโลกันไปจุดธูปโรยแป้ง ก่อนจะเอามือถู เจ้าประคู๊ณ...ขอโดน ๆ ซักงวดเหอะ

18. ไล่ตื้บกรรมการในสนาม
เป็น ที่รู้กันทั่วโลกว่า ในเกมฟุตบอลนั้นความผิดพลาดมันสามารถจะเกิดขึ้นได้ทุกวินาที มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักเตะกับกรรมการจะต้องพานมีเรื่องให้ต้องเถียง กันคอเป็นเอ็นอยู่ในทุกแมตช์ที่แข่งขัน นี่ถ้าเป็น FA เขาจะมีระบบการให้คะแนนการทำหน้าที่ของกรรมการเพื่อประเมินผลงาน หรือไม่ก็แค่การประท้วงด้วยวาจาของนักเตะ แต่ที่นี่เมืองไทยครับพี่น้อง เมื่อไม่พอใจการตัดสินมันก็ต้องลุยให้เละกันไปข้าง โดดลงสนามได้ก็ไล่ตื้บกรรมการซะจนสะบักสะบอม ถึงขนาดต้องโกยหนีเข้าห่องแต่งตัวก่อนเวลา มันต้องยังงี้ถึงจะสาสมความผิด...ฮึ...

19. ให้อาหารช้างก็ได้...ง่ายจัง
เมื่อ ก่อนคุณอาจต้องเดินทางไปสวนสัตว์ถึงจะได้เห็นช้างไทยในระยะประชิด แต่ในยุคสมัยนี้ที่อะไรก็เดลิเวอรี่แบบนี้ คุณจะสามารถสัมผัสช้างแบบใกล้ชิดที่ไหนก็ได้ โดยเฉพาะในเมืองกรุง เพียงแค่คุณนั่งซดน้ำก๋วยเตี๋ยวอยู่ริมฟุตบาทก็จะมีพี่ชายหน้าตาเหน็ด เหนื่อยเดินมาถามว่า "ให้อาหารช้างมั๊ยเพ่" ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงแหลม ๆ "โฮ่งแปร๊น" ของเจ้าช้างน้อยน่าสงสาร...รู้งี้เกิดมาเป็นแพนด้าซะก็ดี...

20. Panda Fever
แม้ แพนด้าจะไม่ใช่สัตว์ประจำชาติของไทย แต่ด้วยความที่เราเป็นคนไทยอัธยาศัยงาม มันจึงไม่ใช่เรื่องประหลาดที่กระแสความฮิตของแพนด้าจะมาแรงได้ตลอดปี รายการข่าวทีวีต้องสละเวลา 1 นาที เพื่ออัพเดตชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุดเห่อกันสุด ๆ เห่อกันซะจนสัตว์อื่นอิจฉา ว่าแล้วช้างที่อยุธยาก็ออกมาแปลงโฉมเป็นช้างแพนด้าเพื่อเรียกความสนใจ แม้กระทั่งจระเข้ยังทนไม่ได้ขอเป็นคุณเข้แพนด้าด้วยคน เรื่องของความดังนี่มันห้ามไม่ได้จิง ๆ วุ๊ย


ที่มา :postjung

อาหารต่อไปนี้ กินแล้วดี




มีอาหารอยู่หลายชนิดที่ช่วยบำรุงอวัยวะสำคัญ ๆ ในร่างกายเรา โดยไม่รู้ตัว ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

เห็ด – ช่วยให้ฟังดี ไม่น่าเชื่อว่า ว่าเจ้าพืชผักที่ขยายพันธุ์ด้วยสปอร์ (จริง ๆ แล้วถือเป็นราชนิดหนึ่ง) จะช่วยบำรุงประสาทหูเราด้วย เห็ดอุดมไปด้วยวิตามินดี ซึ่งดีต่อกระดูก และแน่นอนสำหรับกระดูกหูส่วนใน ซึ่งจะช่วยให้ประสาทในการรับฟัง หรือทำให้การได้ยินมีประสิทธิภาพ พูดง่าย ๆ กินเห็ดแล้วหูดีนั่นเอง

กล้วย – ลดเครียด (ตอนกินกล้วยก็อย่าลืมยิ้มก่อนหนึ่งทีล่ะ เหมือนเจ้ากล้วยที่ยิ้มให้เราไง) ถือเป็นผลไม้ยอดนิยม ของคนที่อยากลดความอ้วน แต่มาครั้งนี้ไม่ได้ลดน้ำหนัก แต่ช่วยลดความเครียดให้กับเราได้ สารโปรตีนสำคัญของกล้วยที่ชื่อ ทริปโตฟาน เมื่อถูกย่อย จะเปลี่ยนเป็นสารเคมีตัวหนึ่งชื่อ เซโรโทนิน เจ้าสารตัวนี้ส่งผลให้สมองที่เกี่ยวเนื่องกับอารมณ์ของเรา ถือเป็นสารต้านความเครียด เมื่อเซโรโทนินมีเพิ่มมากขึ้นก็จะส่งผลให้เราอารมณ์ดีขึ้นด้วย

บล็อกโคลี – ป้องกันมะเร็ง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เจ้าบล็อกโคลีที่ปกติช่วยในการทำลายเชื้อมะเร็งเต้านมแล้ว ยังป้องกันการเกิดมะเร็งชนิดอื่นอีกด้วย นักวิจัยจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา พบว่า ถ้าเรากินบล็อกโคลีอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็เพียงพอต่อการลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้มากถึง 45 % ในประเทศอังกฤษ มีผู้เสียชีวิตด้วยมะเร็งต่อมลูกหมาก 1 คน ในทุก 1 ชั่วโมง

ขิง – ช่วยย่อย ในประเทศจีน ขิงถูกนำมาใช้ยาวนานกว่า 2000 ปีแล้ว โดยนำมาช่วยระบายท้องอืดท้องเฟ้อ และรักษาอาการคลื่นเหียน อาเจียน แต่คุณประโยชน์ไม่ได้มีอยู่แค่นั้น มหาวิทยาลัยมินินโซต้า ได้ทดลองกับหนู พบว่า รสชาติที่ร้อนแรงของขิง ช่วยให้เนื้องอกเจริญเติบโตช้าลงอีกด้วย

ชีส – บำรุงกระดูก ชีสมีส่วนประกอบของแคลเซียม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคกระดูกพรุนในสูงอายุ และสารฟอสเฟสที่อยู่ในชีสนั้น นอกจากจะเพิ่มความแข็งแรงให้กระดูกแล้ว แต่ยังเสริมสร้างพลังให้กับกล้ามเนื้อด้วย การได้รับแคลเซียมเป็นประจำสม่ำเสมอตั้งแต่เด็ก จะทำให้กระดูกแข็งแกร่ง มีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ระบุว่า วัยรุ่นที่กินแคลเซียมเสริมจาก 800 มิลลิกรัม ไปเป็น 1200 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเท่ากับเนยแข็งสไลด์ 2 ชิ้น ช่วยเพิ่มมวลกระดูกได้มากถึง 6 %

ถั่วงอก – บำรุงสเปิร์ม ไม่น่าเชื่อว่า เจ้าพืชขนาดจิ๋ว จะมีประโยชน์มากมายกว่าที่คิด จากการศึกษาจาก เคฟแลนด์คลินิก ในรัฐโอไฮโอ ระบุว่า ถ้าอยากให้สเปิร์มแข็งแรง และมีปริมาณมาก ๆ ให้ทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี ซึ่งจะช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ ลดการทำลายเซลล์ ซึ่งการทานถั่วงอกเพียงครึ่งถ้วยต่อวัน ก็เพียงพอสำหรับชายที่ต้องการบำรุงสเปิร์มแล้ว แล้วไม่ได้ดีแค่เฉพาะชายอย่างเดียวเท่านั้น แต่กับเด็กน้อยด้วย เพราะนอกจากวิตามิน ถั่วงอกยังมีโฟเลต ซึ่งดีต่อการพัฒนาสมองและกระดูก

องุ่น – ป้องกันถุงลมโป่งพอง โดยปกติปอดของเราจะมีถุงลมเล็ก ๆ ทำหน้าที่ให้ออกซิเจนผ่านเข้าออก จึงเป็นเหตุผลสำคัญของการมีชีวิตรอดของเด็กในครรภ์ในช่วง 23-24 สัปดาห์ การทานผลไม้สดเป็นประจำ เช่น องุ่น สามารถลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งปอด และโรคถุงลมโป่งพอง เมล็ดองุ่น ประกอบไปด้วยสารเคมีตัวหนึ่ง ที่ชื่อ โปรแอนโธไซแอนนิดิน ที่ปรากฏว่าสามารถลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหอบหืดรุนแรงได้

มะเขือเทศ – หัวใจแข็งแรง มะเขือเทศเป็นแหล่งของสารพฤษเคมีชั้นดีที่ชื่อ ไลโคปีน ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจและมะเร็งได้หลายชนิด ในการศึกษาวิจัยสุขภาพผู้หญิง จำนวน 40,000 คน พบว่าผู้หญิงที่มีสารไลโคปีนในเลือดสูงถึง 30 % มีความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าคนที่มีสารตัวนี้ในกระแสเลือดน้อย การทดลองในห้องแล็บยังพบว่า ช่วยลดผลกระทบจากไขมันเลว หรือ LDL ได้ด้วย และการศึกษาจากนักวิจัยในแคนาดา ก็พบหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่า ไลโคปีนในมะเขือเทศ ช่วยป้องกันการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจด้วย

วอลนัท - ป้องกันสมองเสื่อม เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่น่าสนใจมาก เพราะเราสามารถพบกรดไขมันโอเมก้า 3 ได้ที่นี่ (ปกติเราจะพบจากปลาทะเลเป็นส่วนใหญ่) โอเมก้า 3 ช่วยลดโอกาสการเป็นโรคสมองเสื่อม และจากการศึกษาในหนูทดลองยังพบว่า ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์สมองด้วย

แค่เราเลือกสักนิด ใส่ใจอีกสักหน่อย สุขภาพที่ดีก็อยู่กับคุณแล้ว






ขอบคุณ : Naver-age.com

ความเชื่อโบราณเรื่องการเกิดจันทรุปราคา




เรื่องราหูอมจันทร์เป็นเรื่องราวที่ชาวบ้านรู้จักกันดี ถึงเวลาเช่นนั้นทุกคนต่างเอาใจช่วยพระจันทร์กันทั้งนั้น ต่างเกลียดพระราหูยิ่งนัก เหตุการณ์เช่นนี้ปรากฎการณ์ตามธรรมชาติ ที่เรียกว่า จันทรุปราคา ชาวบ้านเรียก จันทร์อังคาด

ตำนานมีว่า พระราหูกับพระจันทร์และพระอาทิตย์มีเรื่องโกรธเคืองกันอยู่ คือเมื่อครั้งเทวดากวนน้ำอมฤต เทวดาพยายามกีดกันไม่ให้พวกอสูรได้ดื่มน้ำอมฤต แต่พระราหูซึ่งมีกำเนิดเป็นอสูรตระกูลแทตย์ได้ปลอมตัวเป็นเทวดา และได้เล็ดลอดเข้าไปดื่มน้ำอมฤตนั้นได้สำเร็จ

ฝ่ายพระอาทิตย์และพระจันทร์ ซึ่งเป็นเทวดาอยู่ในที่ประชุม เห็นพระราหูทำเช่นนั้น จึงทูลพระนารายณ์ให้ทรงทราบ พระนารายณ์กริ้วจึงเอาจักรขว้าง ถูกราหูขาดสองท่อนแต่ก็ไม่ตาย เพราะได้ดื่มน้ำอมฤตเข้าไปแล้ว ท่อนหัวกลายเป็นพระเกตุ (ตำนานว่าพระเกตุมีลูกเป็นดาวหางและผีพุ่งใต้)

ตั้งแต่นั้นมา พระราหูประกาศเป็นศัตรูกับพระจันทร์และพระอาทิตย์ทันที คือพระราหูคอยจับพระจันทร์และพระอาทิตย์กินหรืออมไว้เพื่อเป็นการแก้แค้น ถ้าอมพระจันทร์เราเรียกว่าจันทรุปราคา ถ้าอมพระอาทิตย์เราเรียกว่าสุริยุปราคา ชาวบ้านเรียก"มีสูรย์มีจันทร์" หรือ "จัทนคราส สุริยคราส"

รูปพระราหูเท่าที่จิตรกรเขียนกันนั้น เขียนเป็นหน้าแทตย์ (แทตย์ คือ ยักษ์, ผี, อสูร จำพวกหนึ่ง ) ที่ดุร้าย หางเป็นนาค สีกายดำหลัวๆ แต่ที่เขียนเป็นรูปยักษ์ครึ่งตัว สีเขียวกำลังอมพระจันทร์ก็มี ส่วนในทางพระพุทธศาสนา ก็มีประวัติแห่งความเป็นศัตรูระหว่างพระราหูกับพระจันทร์อยู่เหมือนกัน ตำนานว่าสมัยหนึ่ง เศรษฐีชื่อ หัสวิสัย มีบุตร 3 คน เมื่อคราวทำบุญให้บิดา บุตรทั้ง 3 ทำบุญตักบาตรกัน บุตรคนใหญ่เอาขันทองมาใส่ บุตรคนรองเอาขันเงินมาใส่ บุตรคนสุดท้ายแย่งไม่ทันเลยต้องเอากระทาย (กระทาย คือ กระบุงเล็ก ใช้ตักหรือตวงข้าวของชาวโบราณ) มาใส่ เป็นเหตุให้น้องคนสุดท้องโกรธพี่ทั้งสองมาก

ยิ่งกว่านั้นเมื่อตั้งสัตย์อธิษฐาน พี่ชายทั้งสองก็แย่งตำแหน่งดีๆ ไปเสียเกือบหมด คือคนหัวปีอธิษฐานขอเป็นพระอาทิตย์ พี่คนรองขอเป็นพระจันทร์ น้องสุดท้ายคิดไม่ทันเขาอีกก็โกรธ เลยขออธิษฐานเป็นพี่ชายของพระอาทิตย์และพระจันทร์เสียเลย ให้มีร่างกายใหญ่โตปิดบังแสงพระอาทิตย์แสงพระจันทร์ได้ ครั้น 3 พี่น้องตายลงต่างก็ไปเกิดตามที่ตนตั้งใจอธิษฐานไว้ น้องสุดท้องจึงไปเกิดเป็นพระราหู และคอยบังพระอาทิตย์ พระจันทร์เสมอมา นี่ก็เป็นตำนานแห่งจันทรุปราคา และสุรยุปราคาอีกทางหนึ่ง



ขอบคุณ : postjung

ผู้ชายกับผู้หญิง



1.ความคิดถึง
ผู้หญิง = เพิ่งแยกจากเรามาแค่ครู่เดียวเองก็คิดถึงอยากเจอหน้าเจาอีกแล้วน่ะ
ผู้ชาย = ความคิดถึงก็เหมือนการได้ลงเตะฟุตบอลที่เราอยากเตะ พอได้เตะแล้วก็หายอยาก

2.การจีบ
ผู้หญิง = เขาเข้ามาคุยกับเราบ่อยๆอย่างนี้ เขากำลังจีบเราอยู่แน่เลย
ผู้ชาย = บางครั้งการจีบก็เป็นแค่การทดสอบความสามารถของตัวเอง
ไม่ได้รู้สึกจริงจังเลย

3.การตกหลุมรัก
ผู้หญิง = การก้าวขาหล่นลงไปในหัวใจของเขา ลึกจนยากจะปีนขึ้นมาง่ายๆ
ผู้ชาย = การเดินสะดุดขาอ่อนของเธอ
อาจจะเซไปบ้างแต่ไม่ถึงกับทำให้เสียการทรงตัว

4.หัวใจ
ผู้หญิง = อวัยวะที่ยกให้เขาไปแล้ว
ก็ไม่อยากให้เขาส่งคืน
ผู้ชาย = อวัยวะที่ให้ในการหายใจอ่ะดิ

5.แฟนเก่า
ผู้หญิง = คนรักของวันวาน ที่ถ้าบังเอิญเจอหน้าในวันไหน ก็ทำให้ใจสั่น
ผู้ชาย = ใคร เธอคือใครหรอ จำไม่ได้แล้วอ่ะ

6.แฟนใหม่
ผู้หญิง =คนรักของวันนี้ ที่เราอยากให้เป็นคนรักของวันหน้าไปนานๆ
ผู้ชาย = แฟนของวันนี้ แต่วันหน้าค่อยว่ากันอีกที

7.โทรศัพท์
ผู้หญิง = เครื่องมือสื่อสารที่ช่วยสื่อความคิดถึง
ผู้ชาย = เครื่องมือสื่อสารที่เธอมีไว้คอยโทรจิกตามตรวจสอบเราทุกที่ ทุกเวลา

8.ความเหงา
ผู้หญิง = แค่ไม่มีเขา เราก็เหงาเหลือเกิน
ผู้ชาย = 365 วันไม่เหงา เพราะเราไม่ขาดเพื่อน

9.ดอกไม้
ผู้หญิง = เดินผ่านร้านดอกไม้ทีไร อยากให้เขาซื้อให้เรา แค่ดอกเดียวก็พอ
ผู้ชาย = ก็แค่ดอกไม้ดอกเดียว ทำไมเธออยากได้อะไรนักหนา

10.จูงมือ
ผู้หญิง = เป็นแฟนกันแรกๆ
เขาจูงมือเราไม่ยอมปล่อย
ผู้ชาย = โอ๊ยยยยย ผมไม่ได้เด็กๆแล้วนะ ต้องจูงมือข้ามถนนด้วย

11.หึง
ผู้หญิง = รักคือหึง หึงคือรัก ไม่รักไม่หึง ไม่หึงถ้าไม่รัก
ผู้ชาย = ที่ผมเผลอลงไม้ลงมือกับคุณน่ะ เพราะผมหึงนะ

12.น้ำตา
ผู้หญิง = เครื่องมือที่ช่วยลดความเครียดตามธรรมชาติ
ผู้ชาย = เครื่องมือเรียกร้องความสนใจของผู้หญิง

13.เดทครั้งแรก
ผู้หญิง = เหตุการณ์ตื่นเต้นที่สุดอีกครั้งในชีวิต เขาจะพาเราไปนั่งกินอาหารร้านไหนนะ
ผู้ชาย = เหตุการณ์ผลาญเงิน หวังว่าเธอคงไม่เห็นแก่กิน เลือกร้านแพงๆเหมือนยัยคนก่อน

14.ช้อปปิ้ง
ผู้หญิง = กิจกรรมสุดโปรด ได้ทำแล้วเหมือนมีสารเอ็นโดรฟินหลั่งออกมา
ผู้ชาย = เครียดก็ช้อป มีความสุขก็ช้อป อารมณ์ปกติก็ช้อป ผู้หญิงโรคจิต

15.การสารภาพรัก
ผู้หญิง = เป็นแฟนกันมาตั้งนาน แค่คำว่ารักคำเดียว เขายังไม่เคยพูดให้เราได้ยินเลย
ผู้ชาย = เป็นแฟนกันมาตั้งนาน
คำว่ารักคำเดียวจะสำคัญอะไรนักหนา

16.อกหัก
ผู้หญิง = ทำลายของๆเขา ฉีกรูปคู่ทิ้ง เก็บตัวอยู่ในห้อง ฯลฯ เจ็บนี้อีกนาน
ผู้ชาย = กินเหล้า,จีบดะ,เที่ยวกระจาย ฯลฯ 3 วันหายอกหัก

17.งอน
ผู้หญิง = ดูเขาเถอะ หาเรื่องให้เราต้องงอนอีกแล้ว
ผู้ชาย = ดูมัน งอนได้ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ

18.ง้อ
ผู้หญิง = ดีใจจัง เขาง้อเราแสดงว่าเขายังรักเราอยู่
ผู้ชาย = เซ็ง ต้องแกล้งง้อไปงั้นแหล่ะ ดีกว่าต้องทนเห็นหน้าที่เป็นก้นของเธอ

ใครว่าเทพ ต้องดู วิชามารกระโดดข้าม Lamborghini

หากพูดถึงการหลบเลี่ยงอุบัติภัยจากการถูกรถชนแล้ว เราหลายคนอาจจะคิดว่าวิ่งหนีน่าจะเป็นหนทางที่สุด ในการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อชีวิต แต่นั่นอาจจะไม่ใช่หนังจีน ที่กระโดดขึ้นรถ แล้วใช้วิชาตัวเบาวิ่งไปเรื่อยๆ แต่โลกกำลังตะลึงกับวิชาตัวเบาของหนุ่มสวีดิช


Al Jumper คงไม่มีใครรู้จัก ถ้าเขาไม่ใช่ซุปเปอร์สตาร์ในเว็บไซต์ youtube กับความบ้าบิ่นสุดระห่ำและท้าความตาย ในการกระโดดข้ามรถยนต์ที่ท้าทายความเร็ว ชั้นนำ ทั้งสปอร์ตคาร์ อย่าง Nissan 300 ZX ไปจนถึง Mercedes SLK และซุปเปอร์คาร์ชั้นนำ Laborghini Gallardo

ทั้งนี้เราอยากจะให้เพื่อนๆใช้วิจารณญาณในการชมคลิปวีดีโอต่อไปนี้ ของ Al Jumper แต่แหม น่าจะมีใครสักคน ชวนเขาไปเป็นนักกีฬาบาส อย่างน้อยพวกรองเท้ากีฬาน่าจะจ้างเข้าไปเป็นพรีเซนเตอร์นะเนี่ย


ดูแลรถหลังน้ำท่วม ...เอาอีกครั้งอะไรบ้างที่ต้องซ่อม

สาหัสกันทั่วหน้าเลยกับเหตุการณ์น้ำท่วมทครั้งใหญ่ ที่หลายคนจิตตกวิตกกังวลกันมากจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ บ้างรถจมน้ำไปแล้วก็มี แต่ถ้ารถคุณประสบภัยพิบัติไปแล้วก็ไม่ต้องคิดมากเพราะหลังน้ำลดนั้นให้รีบไปจัดการซ่อมแซมก็สามารถขับได้เป็นปกติ

การซ่อมรถยนต์น้ำท่วมนั้นนับว่าเป็นเรื่องของอาชีพช่างยนต์กันเสียส่วนใหญ่ ที่งานเข้าหลังจากภัยพิบัติครั้งนี้ แต่เพื่อความสบายใจเราจะพาเพื่อนๆไปรู้จักว่าอะไรบ้างที่ต้องซ่อมและดูแล หลังเหตุการณ์น้ำท่วมและอะไรบ้างที่สำคัญ

1.ตรวจความเสียหาย ข้อแรกที่สำคัญและต้องทำหลังน้ำลดลงไปจนกลับสู่สภาวะปกตินั้นคือการตรวจสอบความเสียหายของรถ ดูให้หมดทั้งภายในภายนอก เปิดฝากระโปรงเช็คเครื่องให้ครบครัน และถ้ารถคุณมีประกันภัยชั้น 1 ก็อย่าลืมแจ้งประกันด้วย จะได้ผ่อนหนักเป็นเบาในเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อม

2.อย่าสตาร์ทเครื่องยนต์ เรามักย้ำเป็นประจำในข้อนี้เกี่ยวกับการดูแลรถหลังน้ำท่วม เนื่องจากการสตาร์ทเครื่องยนต์แบบสุ่มสี่สุ่มห้านั้นอาจทำให้เครื่องยนต์ได้รับความเสียหาย โดยรู้เท่าไม่ถึงการ โดยเฉพาะเศษผงต่างที่มากับน้ำสามารถสร้างความเสียหายต่อระบบเครื่องยนต์ได้ อีกประการคือรถที่แช่น้ำนานๆจะมีความชื้นจะสามารถสร้างความเสียหาย ทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรได้เช่นกัน

3.ส่งสู่มือช่าง เมื่อตรวจสอบเรียบแล้วก็ได้เวลาที่เราต้องส่งสู่มือช่างผู้ชำนาญการให้ดำเนินการ โดยในการส่งรถที่รักไปซ่อมแซมความเสียหายนั้น ควรรายงานระดับน้ำที่รถคุณไปว่ายน้ำมา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบทางด้านต่างๆของช่าง ทำให้สามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น

4.อะไรบ้างที่จะเสีย แน่นอนเราไม่แนะนำให้คุณซ่อมรถน้ำท่วมเอง เพราะคุณจะปวดหัวกับมันอย่างแน่นอน แต่อย่างน้อยก็ควรต้องรู้บ้างว่าอะไรที่จะเสียหายบ้าง เพื่อประเมินค่าใช้จ่าย

1.ด้านเครื่องยนต์ ตามปกติแล้วความเสียหายของเครื่องยนต์นั้น จะเกิดขึ้นในระบบ Intake หรือระบบดูดอากาศ ซึ่งสิ่งแรกที่จะต้องเปลี่ยนคือ "กรองอากาศ" เพราะขี้ผงจากน้ำนั้นจะเข้าไปติดอยู่ในส่วนนี้เสียมาก ช่างจะต้องถอดหม้อกรองออกมาล้างทำความสะอาดอย่างแน่นอน ล้างลิ้นปีกผีเสื้อ แต่ถ้าแจ็คพอทก็เจอ น้ำเข้าเครื่อง ก็ต้องมีการถอดประกอบเครื่องยนต์ เพื่อความสะอาด ซึ่ง อาจจะรวมถึงชุด "หัวเทียน" ที่จะเสื่อมสภาพจากสภาวะความชื้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนพวกเซ็นเซอร์นั้นก็ต้องเช็คตามปกติ

ที่สำคัญต้องได้มีถ่ายของเหลวทุกชนิด ทั้งน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย อาจจะรวมถึงน้ำยาหม้อน้ำด้วย เพื่อความไม่ประมาท เพราะน้ำอาจจะซึ่งเข้าไปทำให้เมื่อใช้ไปนานๆเกิดความเสียหายได้

2.ช่วงล่าง น้ำท่วมนั้นสามารถสร้างความเสียหายกับระบบช่วงล่างได้เช่นกัน โดยเฉพาะพวกลูกยางต่างๆที่ฝืดจากการโดนความชื้นในการแช่น้ำเป็นระยะเวลานานๆ ตามปกติแล้ว รถที่โดนน้ำท่วมเป็นเวลานานๆนั้น จำเป็นต้องอัดจาระบีใหม่ เนื่องจากน้ำทำให้จาระบีเก่าเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะการอัดจาระบีเพลาขับ และลูกปืนล้อทั้ง 4 ล้อ ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างที่จะเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าไม่มีจารบีหล่อยู่อาจจะทำให้ลูกปืนแตก หรือ เพลาขับมีเสียดัง ทำให้เกืดความร้อนสะสม จนนำไปสู่เพลาขับรูด หรือลูกปืนเพลาขับแตก อันตรายมาก โดยเฉพาะรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า

นอกจากนี้ยังต้องมีการตรวจสอบและทำความสะอาดระบบเบรค โดยเฉพาะรถที่ใช้ระบบดิสเบรก อาจจะมีเศษผงเข้าไปติด ทำให้เบรคมีประสิทธิภาพลดลงและอาจจะกินจานเบรคได้ในระยะยาว ซึ่งในกรณีนี้ต้องมีการเปลี่ยนน้ำมันเบรคที่อาจจะมีการเสื่อมประสิทธิภาพด้วย

3.ระบบไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่แล้วความเสียหายจากรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมนั้นมักจะเกิดขึ้นที่ระบบไฟฟ้าเสียมากกว่า ซึ่งประเด็นสำคัญก็ไม่พ้นการไล่ความชื้นในระบบ ที่จำเป็นต้องให้เป็นหน้าที่ของช่าง แต่ถ้าคุณโชคร้าย ก็อาจจะพบว่า ระบบคอมพิวเตอร์ หรือ ECU ลากลับบ้านเก่า นี่ยังไม่นับกล่องเกียร์ที่มักติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำเช่นกัน

5.ทำความสะอาดภายในได้เวลาลุย เมื่อรถคุณพ้นจากมือช่างเครื่องยนต์มาได้ขับได้เป็นติดสุขแล้ว ก็ให้มาจัดการในเรื่องภายในห้องโดยสารก่อน อย่างที่ได้บอกไปแล้วแต่เริ่มต้นว่าน้ำที่ท่วมนั้น เป็นน้ำที่ไม่ค่อยสะอาด และยิ่งคุณทิ้งไว้นานก็ยิ่งจะทำให้มีกลิ่นอับ ดังนั้นขั้นแรก คุณต้องอาศัยคาร์แคร์ต่างๆ ในการถอดพรม-ซักเบาะ และทุกอย่างให้เอี่ยมอ๋อง

หลังจากนั้นก็ต้องไม่ลืมจัดการเรื่องกลิ่นด้วย ถ้าเป็นไปได้ ถือโอกาสล้างตู้แอร์ก็จะเป็นการดีใช่น้อย โดยเฉพาะถือโอกาสนี้เปลี่ยนน้ำยาแอร์เผื่อน้ำอาจจะซึมเข้าระบบ และที่สำคัญรถบางคันนั้นมีกรองแอร์อันนี้ต้องเปลี่ยนสถานเดียว เพราะส่วนนใหญ่ เมื่อโดนน้ำแล้วกลิ้นจะติดครับ

6.สนิมภัยร้ายที่รอวันย่างกลาง เราอาจจะเสร็จเรื่องเครื่องและภายในห้องโดยสารกันไปเรียบร้อย แต่ก็ต้องไม่ลืมเรื่องของตัวถังด้วย โดยเฉพาะรถใครที่มีบาดแผลจากการชนก่อนน้ำท่วม อันนี้พึงระวังให้ดี เพราะสนิมนั้นจะถามหาอย่างไม่ต้องสงสัย หลังน้ำท่วมทางดี แวะไปทำสีในจุดที่เกิดการชนก็ดีใช่น้อย เพราะจุดนั้นอาจจะเป็นสนิม ซึ่งสามารถทำให้เกิดการผุและเสียหายได้ในท้ายที่สุด

ทั้งนี้ด้วยการดูแล 6 ขั้นตอนที่ควรทำจากเราก็น่าจะทำให้รถของเพื่อนๆ กลับมาเหมือนเดิมไม่มากก้น้อย แต่ข้อสำคัญนั้นคือเวลา และทุนรอน บางทีค่อยๆทำ ทำสิ่งที่สำคัญก่อนก็จะช่วยให้รถอยู่คู่คุณไปอีกนาน

แท็บเลตกว่า 25 แบรนด์ เตรียมลุยคอมมาร์ต 3-6 พ.ย.

แท็บเลตกว่า 25 แบรนด์ เตรียมลุยคอมมาร์ต 3-6 พ.ย.

แบ รนด์ดังเตรียมเปิดศึกงาน "คอมมาร์ต" ทั้ง "โน้ตบุ๊ก-แท็บเลต" ขนสินค้าใหม่พร้อมอัดฉีดโปรโมชั่น กระตุกกำลังซื้อเต็มพิกัด หลังโดนพิษน้ำท่วมทุบยอดวูบ คาดเงินสะพัด ไม่ต่ำกว่า 2,500 ล้านบาท "โตชิบา" เตรียมแผนรับให้เครดิตคู่ค้าจาก 30 วัน เป็น 60 วัน-ยืดแคมเปญลดราคาหน้าร้าน ขณะที่ "เอเซอร์" คาดกระทบกำลังซื้อ 10-15%


นาย ปฐม อินทโรดม กรรมการบริหารและผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน คอมมาร์ตกล่าวถึงงานที่จะจัดขึ้นวันที่ 3-6 พ.ย. 2554 ว่า ไฮไลต์ของงานมีทั้งการรวบรวมแท็บเลตกว่า 25 แบรนด์ อาทิ เอเซอร์, โตชิบา, เอซุส, แอปเปิล, ซัมซุง, โซนี่, เดลล์, เอชทีซี เป็นต้น ละกว่าครึ่งมีเครื่องวางขายในงาน

ทั้งมีการเปิดตัวอุลตร้าบุ๊คของอิน เทล พร้อมโน้ตบุ๊ก 5 แบรนด์ ราคาเริ่มต้น 30,000-45,000 บาท เป็นต้น ซึ่งแต่ละแบรนด์น่าจะมีโปรโมชั่นกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคกันเต็มที่ เนื่องจากปลายไตรมาส 3 ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม คาดว่ามูลค่าการซื้อขายสินค้าในงานจะไปถึง 2,500 ล้านบาท ทั้ง จากการมีสินค้าใหม่และโปรโมชั่น

ขณะที่การจัดงานคอมมาร์ตในช่วงต้นปี มีมูลค่า 2,500-2,800 ล้านบาท และในไตรมาส 2 และ 3 ทำได้ประมาณ 1,800-2,000 ล้านบาท และในไตรมาส 4 อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท


ด้าน นายถกล นิยมไทย ผู้จัดการประจำประเทศ ส่วนธุรกิจไอที บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า จะเปิดตัวอุลตร้าบุ๊ค 2 รุ่นในงานนี้ คือ Z830 ราคา 39,900 บาท ใช้ชิปไอไฟฟ์ และราคา 45,900 บาท สำหรับชิปไอ เซเว่น มีจุดเด่นเรื่องความบางเบา (1.1 กิโลกรัม) ประหยัดไฟ ใช้งานได้นาน 8 ชั่วโมงครึ่ง ใช้ฮาร์ดดิสก์แบบโซลิด สเตท ไดรฟ์ทำให้เปิดเครื่องได้เร็ว

ขณะ ที่นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการด้านการตลาดอาวุโส บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ์จะเปิดตัวอุลตร้าบุ๊ค 3 รุ่น ราคาต่ำกว่าโตชิบา รวมถึงแท็บเลต A500 ขนาด 7 นิ้ว แอนดรอยด์ 3.2 ราคา 12,900 บาท อีกรุ่น 10 นิ้ว ราคา 13,900 บาท พร้อมด้วยโปรโมชั่นลดราคาโน้ตบุ๊ก

สำหรับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมนาย ปฐมมองว่า เกิดช่วงไตรมาส 3 และ 4 ซึ่งเป็นช่วง ที่ตลาดไอทีทำยอดขายได้ดี ดังนั้นแบรนด์ต่าง ๆ จึงต้องพากันจัด โปรโมชั่นกระตุ้นกำลังซื้อ เพราะต้องปิดตัวเลขให้ได้ตามเป้า


นาย นิธิพัทธ์กล่าวว่า น้ำท่วมครั้งนี้รุนแรงกว่าที่ผ่านมาจึงน่าจะทำให้กำลังซื้อสินค้าไอทีของผู้ บริโภคลดลง 10-15% และกระทบตลาดในกรุงเทพฯ เนื่องจากมีคนต่างจังหวัดเข้ามาอยู่เยอะ

ฟากนายถกลกล่าวว่า โตชิบาได้รับผลกระทบในแง่ยอดกระจายสินค้า 20-30% เนื่องจากดิสทริบิวเตอร์ต่างจังหวัดประสบปัญหาน้ำท่วมจึงสต๊อกสินค้าน้อยลง โดยบริษัทมีแผนสนับสนุนพาร์ตเนอร์ด้วยการยืดเวลาชำระเงิน จาก 30 วัน เป็น 60 วัน, ยืดเวลา ลดราคาสินค้าหน้าร้านจาก 1 เดือน เป็น 3 เดือน ส่วนแผนรองรับผู้บริโภคคือการรับตรวจสอบสภาพสินค้าให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และลดค่าอะไหล่ซ่อมแซม 30-50%

www.prachachat.net

กทม.รับมือน้ำเจ้าพระยาสูงวันที่ 16-18 ต.ค.

กทม.รับมือน้ำเจ้าพระยาสูงวันที่ 16-18 ต.ค.
กทม.รับมือน้ำเจ้าพระยาสูงวันที่ 16-18 ต.ค.

ผู้ว่าฯ กทม.ยืนยันสถานการณ์น้ำใน กทม. ยังไม่เข้าขั้นวิกฤต และเตรียมแผนอพยพชาวบ้านนอกคันกั้นน้ำเจ้าพระยาใน 27 ชุมชนออกจากพื้นที่ชั่วคราว พร้อมปฏิเสธข่าวลือการปล่อยน้ำท่วมคลองแสนแสบ

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงเรือตรวจแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าน้ำบางโพ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยยืนยันสถานการณ์น้ำขณะนี้อยู่ที่ระดับ 2.06 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางยังไม่เข้าขั้นวิกฤต แม้ปริมาณน้ำจะมีมากแต่ระบบระบายน้ำของ กทม. ยังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ห่วงชาวบ้านนอกคันกั้นน้ำใน 27 ชุมชน ที่อาจต้องเตรียมอพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคมนี้ ระดับน้ำจะสูงขึ้นอีกถึง 2.30 เมตร ทำให้ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักงานเขตแต่ละพื้นที่ลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชน และเกลี่ยกล่อมให้ออกนอกพื้นที่ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย ส่วนในแนวคันกั้นน้ำยังถือว่าไม่มีปัญหา

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยอมรับว่าเป็นห่วงน้ำในคลองมหาสวัสดิ์และคลองรังสิตที่อยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของ กทม. แต่ก็ได้เข้าช่วยเหลือด้วยการเสริมแนวกระสอบทราย เพื่อให้เกิดความแข็งแรง โดยยืนยันว่าคลองที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กทม. สถานการณ์ยังปกติ

พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวเปิดคลองแสนแสบเพื่อดันน้ำออกให้หมด จากนั้นจะผลักน้ำจากเจ้าพระยาเข้าเส้นทางคลองแสนแสบ เพื่อไปออกทะเลบริเวณบางปะกง ส่งผลให้น้ำท่วมสูงว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากการที่กทม. พร่องน้ำในคลองแสนแสบในระดับปกติ เป็นการพร่องน้ำเพื่อการรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกหนักในพื้นที่ และจะมีการระบายน้ำเพื่อหมุนเวียนระบบเท่านั้น พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น

สำหรับศูนย์อพยพชั่วคราวให้กับชาวบ้านที่อาศัยนอกคันกั้นน้ำได้เตรียมโรงเรียนในสังกัด กทม.ไว้ 23 แห่ง ขณะที่ศูนย์อพยพในกทม.ฝั่งตะวันออก 4 เขตได้แก่ มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง และคลองสามวา ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมมีทั้งหมด 78 แห่ง

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม