คนที่คุณคบอยู่ . . . คุณรักเขาไหม?



คนที่คุณคบอยู่ . . . คุณรักเขาไหม?
คนที่คุณคบอยู่ . . . คุณต้องการให้เขาเป็นคู่ชีวิตของคุณ?

คนที่คุณคบอยู่ . . . คุณรักเขาไหม?
คนที่คุณคบอยู่ . . . คุณต้องการให้เขาเป็นคู่ชีวิตของคุณ?
คนที่คุณคบอยู่ . . . อนาคตคุณจะต้องอยู่กับเขาตลอดไป?
คุณที่คุณคบอยู่ . . . เป็นที่รัก และเป็นทุกๆ สิ่งของคุณ

คุณแน่ใจเหรอ? . . . ว่าคุณคบเขาด้วยความรัก
หรือที่คุณคบกับเขา เพียงแค่เหงา?
อย่าคบใครซักคน เพราะแค่อยากมีใครซักคน
เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไร . . .
ที่จะคบใครซักคน เพราะแค่อยากมีเพื่อนคลายเหงา

ความเหงา . . . อาจทำให้เราคิดว่า
คนที่เข้ามานั้น เขาคือคนที่เรารัก
ความจริงแล้ว . . . มันไม่ใช่หรอก
มันเป็นเพียงแค่ อารมณ์ชั่ววูบ ที่มีความเหงาพาไป

เราอาจต้องการใครซักคน มาอยู่ข้างกายเรา
คอยปลอบใจเรา . . . ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น
แต่พอนาน . . . หลังจากอารมณ์เหงาหายไป
ความรัก . . . มันก็อาจจะหายไปด้วย
สุดท้าย . . . ทั้งเขาและเราก็เจ็บทั้งสองฝ่าย . . .

ดังนั้นอย่ารักใคร หรือ ทำให้ใครรักเพราะความเหงา
เพราะมันจะทำให้คนที่เขารักคุณ
หรือคนที่คุณรักเขา . . . พลอยเจ็บไปด้วย?


ซาซ่าคลับดอทคอม

รู้สึกยังไง…เวลาเห็นแฟนเก่าเดินกับคนใหม่



เมื่อมีความรักก็ต้องมีร้างลา….
ไม่ว่าจะรักน้อยหรือรักมาก การลาจากต้องเข้ามามีอิทธิพลเสมอ
อยู่ที่ว่าการลาจากครั้งนั้นเป็นแบบไหน สาเหตุอะไร

ถ้าเลิกกันด้วยดีคง…ไม่เจ็บมาก
ถ้าเลิกกันแบบมีประวัติคงจะเจ็บพิลึก
และถ้ามีโอกาสพบเจอกันอีกครั้ง
แถมฝ่ายโน้นยังมีคนใหม่เคียงข้าง
ความรู้สึกต่างๆ คงจะปะดังเข้ามา

ทั้งเฉย ๆ…ก็เลิกกันแล้ว ไม่เสียดายแค่ระคายนิดๆ
พร้อมเต็มที่ที่จะเข้าไปพูดคุย ทักทาย
ทั้งเสียความรู้สึก…คนที่เดิน่น่าจะเป็นเรามากกว่า

บางคน…เจ็บมากเกินกว่าจะเข้าไปพูดคุย
มองผ่านเหมือนเป็นอากาศ ไม่มีตัวตน
หรืออาจจะรู้สึกสงสารคนใหม่ที่เดินมากับแฟนเรา
และอยากให้เขารู้ว่าแฟนเก่าของเราไม่มีอะไรดีเกินกว่าที่จะเดินควง.

นี่แหละหนา…ที่เขาเรียกว่า ความรัก
เวลาจากก็มักเสียดาย…เวลา….เสียดายความรู้สึกเสียดาย ฯลฯ…
ยิ่งเห็นเขาเดินมากับคนใหม่ ความรู้สึกยิ่งไม่อาจบรรยายได้…

tlcthai

ข้อเสนอแนะการออกแบบสุขาชั่วคราว ฉบับไม่การ์ตูน

ในสภาวะน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศในปัจจุบัน ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนระบบสุขาภิบาลและห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะ การจัดทำสุขาชั่วคราวจึง มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งมีหลากหลายภาคส่วนได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือในการออกแบบ ก่อสร้าง รวมถึงจัดส่งไปเพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย อย่างไรก็ตาม เราควรพึงระวังถึงการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่อาจเกิด เช่น อหิวาตกโรค ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาใหญ่อีกทางหนึ่งต่อไป

การป้องกันการแพร่กระจายของโรคระบาด ถือ เป็นปัจจัยที่สำคัญของการจัดทำสุขาทั้งแบบถาวรและแบบชั่วคราว ณ สถานการณ์ปัจจุบัน วิธีการปฏิบัติอย่างง่าย ได้แก่ การเติมสารเคมีลงไปสุขาชั่วคราว โดยเฉพาะส้วมถุงดำเพื่อช่วยในเรื่องการฆ่าเชื้อโรค (Disinfection) และลดการแพร่กระจาย รวมถึงการสะสมตัวของเชื้อโรคในบริเวณน้ำท่วมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เราสามารถฆ่าเชื้อโรคสำหรับสุขาชั่วคราวแบบที่ใช้ถุงดำ และแบบลอยน้ำ ได้ดังนี้





สำหรับ สุขาชั่วคราวที่ใช้ถุงดำ ให้เติมปูนขาว (Ca(OH)2) เพื่อปรับสภาพให้เป็นด่างซึ่งจะช่วยหยุดการทำงานของจุลินทรีย์ จุลินทรีย์ก่อโรคจะถูกกำจัดไปเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญ เติบโต (pH สูงเกินไป) และเมื่อ pH ลดลงมา จุลินทรีย์อื่นๆ ก็สามารถกลับมาทำงานได้ใหม่ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ในการบำบัดของเสียหลังการ เก็บรวบรวมมาแล้วเพื่อนำไปบำบัดรวม เช่น อาจนำไปทำเป็นปุ๋ยได้ การเติมปูนขาวเพื่อฆ่าเชื้อโรคควรเติมจนกระทั่งได้ค่าพีเอช (pH) ประมาณ 12 หรือประมาณคร่าวๆ คือ 300 กรัมปูนขาว (1 ถ้วย) ต่อ ปริมาตรของเสียประมาณ 10 ลิตร หรือประมาณ 0.3 ลิตรต่อปริมาตรของเสียประมาณ 10 ลิตร ดังนั้น การขับถ่ายใส่ถุงดำควรต้องเผื่อปริมาตรไว้สำหรับการเติมปูนขาวด้วย ใน กรณีที่เลือกใช้ถุงดำขนาด 20 ลิตร ควรใส่ปูนขาวลงไปประมาณ 300 กรัม และน่าจะใช้งานได้ประมาณ 5 - 10 ครั้ง (อาจใช้งานได้ถึง 15 ครั้ง สำหรับกรณีถ่ายหนักอย่างเดียว) สำหรับรูปแบบการเติมปูนขาวอาจทำได้ 3 แบบ ดังนี้


1. แบ่งเติมทุกครั้งที่ขับถ่าย ประมาณ 15 กรัม หรือ ประมาณ 16 มิลลิลิตรปูนขาว (ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ) ต่อการขับถ่าย 1 ครั้ง ไม่ว่าจะอุจจาระหรือปัสสาวะ)

2. เติมตอนเริ่มต้นครึ่งหนึ่ง (150 กรัม) และหลังจากใช้งานเสร็จ (150 กรัม) ก่อนมัดถุงอีกครึ่งหนึ่ง

3. เติมตอนเริ่มต้นครั้งเดียว (300 กรัม)




โดยข้อที่ 1 เป็นวิธีการที่ดีที่สุด แต่หากไม่สะดวกควรทำข้อที่ 2 หรือ ข้อที่ 3 ตามลำดับ ทั้งนี้ควรใช้ถุงดำ 2 ชั้นเพื่อความแข็งแรงปลอดภัย รวมถึงทำการมัดถุงดำดังกล่าวให้ดีเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของสิ่งสกปรกและ ง่ายต่อการนำไปกำจัดต่อไป นอกจากนี้ ในขณะเติมปูนขาวอาจก่อให้เกิดก๊าซแอมโมเนียซึ่งมีกลิ่นฉุน จึงควรทำในที่ที่อากาศถ่ายเทได้ดี สำหรับ การเติมอีเอ็ม (Effective Microorganism, EM) ร่วมกับการใช้สุขาแบบถุงดำนั้น กลไกการทำงานของ EM จะไปเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในของเสีย ทำให้ประสิทธิภาพในการย่อยสลายสูงในระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ทำให้ต้องเติม EM ต่อ ๆ ไปตลอดเวลา นอกจากนี้ยังพบว่า EM ไม่มีผลต่อการฆ่าเชื้อโรคโดยตรง



สำหรับ สุขาชั่วคราวแบบลอยน้ำ เรา สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ด้วยการเติมคลอรีน (Chlorine) ลงในถังน้ำใส (หรือถังเก็บกัก) ก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ โดยอาจใช้สารโซเดียมไฮโปคลอไรท์ (NaOCl) ซึ่งมีอยู่ในน้ำยาฟอกผ้าขาว เช่น ไฮเตอร์ หรือ คลอร็อกซ์ ใน ปริมาณ 1 ส่วนต่อน้ำเสียจากถังน้ำใส 50 ส่วน โดยอาจใช้การเจาะขวดพลาสติก และหยดลงในถังน้ำใสอย่างต่อเนื่องทีละน้อย (คล้ายกับระบบการให้น้ำเกลือของแพทย์) โดยใช้ประมาณ 2 ลิตรต่อวันอีกทางเลือกหนึ่ง เราอาจใช้คลอรีนผง Ca(OCl)2 commercial grade 65% Chlorine (ซึ่งมีใช้ในระบบฆ่าเชื้อโรคในสระว่ายน้ำ หรือระบบประปาขนาดเล็ก) ซึ่งมีน้ำหนักเบาและราคาถูกกว่า โดยเติมคลอรีนผงในปริมาณ 1.6 กรัม ในน้ำเสีย 1 ลิตร อย่างไรก็ตาม คลอรีนรวมถึงน้ำยาฟอกขาวสามารถกัดมือและกัดกร่อนโลหะ จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และทำในที่อากาศถ่ายเทได้ดี

ดังนั้น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรครวมถึงโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้น การฆ่าเชื้อโรคด้วยวิธีการต่างๆ ข้างต้นระหว่างการใช้งานสุขาชั่วคราวแบบต่างๆ นับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อสุขภาพอนามัยของผู้ประสบอุทกภัยทุกคน ด้วยความปรารถนาดีจากกลุ่มอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ที่มา : http://www.eng.chula.ac.th/?q=node%2F3807

ดาวน์โหลด : http://www.eng.chula.ac.th/files/19.10.54.pdf

ข้อเสนอแนะการออกแบบสุขาชั่วคราว ฉบับการ์ตูน


ข้อเสนอแนะการออกแบบสุขาชั่วคราวเพื่อป้องกันโรคระบาด ในสภาวะน้ำท่วม

โดย กลุ่มอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ฉบับการ์ตูน







Checklist น้ำท่วม - มาศึกษาวิธีเตรียมรับมือน้ำท่วมเพื่อความปลอดภัยของคุณและครอบครัวกันดีกว่า



ถ้าอ่านไม่ชัด อ่านตามนี้เลยครับ

- เตรียมจดเบอร์โทรฉุกเฉนให้สมาชิกในบ้านไว้ติดตัวอุ่นใจ

- เก็บข้าวของ เครื่องใช้ไฟฟ้าชึ้นที่สูง และขนย้ายสัตว์เลี้ยงให้ปลอดภัยจากน้ำท่วม

- เตรียมศึกษาความหมายของสัญญาณเตือนภัยและสัญลักษณ์ต่างๆรอบตัวให้ดี

- หากจำเป้นต้องอพยพ ควรวางแผนและซักซ้อมให้ดี และเตรียมทำแผนสำรองไว้ด้วยนะ

- ศึกษาเส้นทางอพยพที่ปลอดภยที่สุด และให้มั่นใจว่าไกลจากเส้นทางน้ำท่วม

- ศึกษาวิธีปิดและเปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้า วาล์ว ท่อก๊าซ ต่างๆในบ้านให้เรียบร้อยแต่เนิ่นๆ

- สำรองน้ำดื่ม น้ำใช้ไว้อย่างน้อยให้เพียงพอในการบริโภค 1 สัปดาห์

- จัดเตรียมของใช้จำเป็นยามฉุกเฉินแยกเป็นชุดๆ หากจำเป็นเร่งด่วนจะได้หยิบฉวยได้ง่าย

- ติดตามและกรองข่าวสาร รวมถึงฝึกให้สมาชิกในบ้านรู้วิธีติดต่อหน่วยฉุกเฉิน

- จะอพยพไปที่ใด ตต้องแจ้งญาติแลเพื่อนสนิทไว้ เพื่อจะได้ติดต่อง่ายๆ

- เติมน้ำมันเชื่อเพลิงสำหรับการเดินทางให้เต็มอยู่เสมอ


ที่สำคัญอย่าลืมว่าต้องมี "สติ"


(via @Property Perfect วาดโดย @Naamnoi Promchinda)


ผลิตน้ำสะอาดด้วยตัวเอง (น้ำใช้...ดื่มไม่ได้จ้ะ) ฉบับการ์ตูน



เรื่องโดย กลุ่มอาจารย์ภาควิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภายโดย NaamNoi

เปิดตัว BlackBerry รุ่นใหม่ P’9981 Porsche Design

RIM เปิดตัว BlackBerry รุ่นใหม่ P’9981 Porsche Design อย่างเป็นทางการวางจำหน่ายช่วงปีหน้า

RIM ได้ฤกษ์เปิดตัวสมาร์ทโฟนสุดล้ำรุ่นใหม่ที่มาพร้อมการออกแบบจากทีมดีไซน์สุดหรูของ Porsche Design กับสมาร์ทโฟนที่มีชื่อรุ่นว่า Porsche Design Smartphone P’9981 นอกจากความพิเศษที่ถูกออกแบบจากทีมของPorsche Design

แล้วยังมาพร้อมกับคุณสมบัติของสมาร์ทโฟนสุดแรงไม่ว่าจะเป็น CPU 1.2 GHz , รองรับการถ่ายวีดีโอแบบ HD , แสดงผลกราฟฟิคแบบ 24-bit high resolution graphics, advanced sensors พร้อมคุณสมบัติของ augmented reality applications , หน่วยความจำภายใน 8GB และสามารถรองรับ microSD card สูงสุด 40GB และรองรับเทคโนโลยี NFC

อย่างไรก็ตาม Porsche Design P’9981 สมาร์ทโฟน BlackBerry มีแผนจะวางจำหน่ายที่ Porsche Design stores หลังจากสิ้นปี 2011 เป็นต้นไป

ที่มา – RIM

Hitech Gallery

เสียงเซ็กช์ ควรเปล่งดีไหม???

SEX,XXX,เซ็ก,เซ็กส์,เซ็กซ์,ประสบการณ์,ความรัก,ร่วมเพศ,เทคนิคบนเตียง,เรื่องบนเตียง,ร่วมรัก,เพศ,รัก



เสียงเซ็กช์มีความสุขมากแค่ไหน???

เปล่งเสียงแห่งความสุขได้ดังแค่ไหน์???


ช่วงที่กำลังร่วมรักกันอยู่นั้นจะบอกคนรักได้อย่างไรว่าคุณกำลังมีความสุข ความพอใจกับรสสัมผัสลูบไล้ของเขา บางคนอาจมีคำถามอยู่ในใจว่าการร้องครวญครางนั้นถูกต้องหรือไม่ และคนอื่นๆที่นิ่งเงียบในขณะร่วมรักกันล่ะทำถูกหรือยัง

เส้นทางไปสู่จุดสุดยอดของการมีเซ็กซ์แต่ละคนแตกต่างกันไป บางคนจะร้องครวญคราง บางคนแค่หายใจแรง แต่จะมีความสุขสนุกสนานแบบไหนนั้นก็ไม่อาจจะรู้ได้

แต่การส่งเสียงร้องครวญครางดังแค่ไหนจึงจะเป็นเซ็กซ์ที่น่าพอใจล่ะ มีกฎง่ายๆ คือ คุณสามารถร้องครวญครางได้ดังที่สุดเท่าที่ฝาผนังของคุณจะกั้นเสียงไว้ได้ มันไม่ได้หมายความว่าการส่งเสียงร้องแสดงความสุขจากการร่วมรักให้คนอื่นได้ยินจะเป็นสิ่งไม่ดี แต่ถ้าคุณปลดปล่อยเสียงดังให้ข้างบ้านได้ยินเป็นประจำสม่ำเสมอ ย่อมเป็นการรบกวนเพื่อนบ้านเป็นแน่ และอาจตกเป็นเป้าให้เพื่อนบ้านนินทาและซุบซิบกัน เพราะเรื่องเพศในสังคมไทยยังเป็นสิ่งที่ต้องสงวนไว้เป็นเรื่องเฉพาะคนสองคน ในห้องนอนเท่านั้น

แต่ถ้าไม่มีเสียงร้องครวญครางเลยมันจะทำให้อารมณ์พิศวาสในขณะนั้นไม่เซ็กซี่ เพราะทั้งผู้ชายและผู้หญิงจะรู้สึกปลาบปลื้มมากที่คู่ของตัวเองส่งเสียง บ่งบอกถึงความสุขที่กำลังได้รับอยู่

ควรใช้เวลาร่วมรักนานเท่าไหร่

ประโยคที่มักได้ยินบ่อยๆ เมื่อมีคนพยายามที่จะอธิบายถึงหญิงชายที่กำลังอยู่ ในห้วงแห่งความรักก็คือ "พวกเขามีรักกันตลอดคืน"แต่ก็ยังมีคำถามตามมาอีกว่า การร่วมรักนับจากเวลาไหน เมื่อไหร่จึงจะนับเวลา เริ่มจากจูบแรกจนกระทั่งถึงจุดสุดยอดหรือเปล่า หรือนับเวลาตั้งแต่ประสานเข้าเป็นเนื้อเดียวกันจนไปถึงจุดหมายปลายทางแห่ง อารมณ์พิศวาส

จากการศึกษาวิจัยชี้ให้เห็นว่า ผู้หญิงต้องการเวลาในการร่วมรักนานกว่าผู้ชาย จึงจะไต่ถึงบันไดสวรรค์ เพราะผู้หญิงมีอารมณ์ละเอียดอ่อนกว่าผู้ชายซึ่งก็แน่นอนอยู่แล้วว่า แค่เวลาสองสามนาทีไม่อาจทำให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดได้ ส่วนในกรณีที่ผู้ชายสามารถร่วมรักได้อย่างทนทาน จนคนรักสาวต้องขอร้องให้หยุดเพราะทนความเจ็บแสบไม่ได้ ผู้ชายแบบนี้ไม่ใช่ผู้ชายในฝัน เพราะมันเป็นการกระทำที่มากเกินกว่าที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้หญิง

ส่วนผู้ชายที่สงวนท่าทีและพยายามที่จะทำเกมรักให้ถูกต้องจนกลายเป็นความยืดเยื้อยาวนานจนน่าเบื่อ ถ้าภายใน 15 นาที เขายังไม่จูงมือสาวปีนป่ายขึ้นบันไดสวรรค์แล้วล่ะก็ ก็อาจจะแอ้งแม้งอยู่บนพื้นโลกเท่านั้นก็เป็นได้

ดังนั้น การจะใช้เวลาร่วมรักกันนานแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของ หญิงชาย หากทั้งคู่มีความต้องการซึ่งกันและกันมาตลอดวันและอดกลั้นไว้จนถึงเวลาที่ ได้อยู่ร่วมกัน ความเร่าร้อนที่สะสมไว้ก็ไม่ต้องใช้เวลานานในการร่วมรัก เพราะอาจจะแค่ 5 นาทีก็ถึงจุดระเบิดเพลิงรักอย่างง่ายดาย

ความรักต้องการเซ็กซ์บ่อยแค่ไหน

ค่อนข้างหายากที่คู่สามีภรรยาจะมีเซ็กซ์ด้วยกันตลอด เพราะเมื่ออยู่ด้วยกันนานๆ ก็ย่อมจืดชืดไปตามกาลเวลา แต่อย่าลืมว่ายังมีหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตที่นอกเหนือจากการมีเซ็กซ์ การตะกายอยู่บนที่นอนด้วยกันไม่อาจพิสูจน์ความรักได้

ที่สำคัญก็คือ คู่สมรสควรมีความสุขในการร่วมรักได้บ่อยครั้งอย่างที่ต้องการ และเกิดขึ้นเองด้วยความเต็มใจโดยไม่มีการบังคับ แต่ถ้าทั้งคู่ไม่ได้หลับนอนด้วยกันเลย ก็เป็นข้อพิสูจน์อย่างหนึ่งว่า ความสัมพันธ์ของชีวิตคู่คลอนแคลนเสียแล้ว และยังมีปัญหาที่แก้ไม่ได้ หรือกำลังอยู่ในขั้นตริตรองว่ายังมีความรักเพียงพอที่จะประสานใจให้อยู่ด้วย กันต่อไปอย่างยาวนานหรือไม่

ถ้าตัวคุณและคู่รักมีความสุขดีกับชีวิตรัก ก็สามารถร่วมรักกันได้บ่อยอย่างที่ต้องการ และเปล่งเสียงแห่งความสุขออกมาเถอะอย่าไปสะกดกลั้นไว้

การแสดงออกของชายคนรัก บ่งบอกว่าเขาเป็นอย่างไร

การถอนหายใจ ทุกสัมผัสก่อให้เกิดการสั่นสะเทือน จนต้องหายใจหนักๆ เป็นเพราะว่าเขากำลังมีความสุขอย่างเงียบๆ เขาเป็นคนรักที่อ่อนไหวและมีอารมณ์ร่วม

การร้องครวญคราง เขาแสดงความตื่นเต้นออกมาอย่างเต็มที่ เซ็กซ์ไม่ได้เป็นแค่สิ่งสวยงามข้างกายเขาเท่านั้นแต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการ เสพสุขในชีวิตอีกด้วย กับผู้ชายแบบนี้คุณจะได้ประสบกับเซ็กซ์ในรูปแบบใหม่ๆ

การพูด ข้อสังเกตเล็กน้อยสำหรับผู้ชายแบบนี้ก็คือเขาชอบเล่นผาดโผนกับคู่รัก เขาเป็นนักรักที่เต็มไปด้วยจินตนาการที่สามารถทำให้คุณหัวเราะได้

2013 Audi A4 อวดโฉมรุ่นใหม่คู่ปรับซีรี่ย์ 3

หากกล่าวถึงรถยนต์จากประเทศเยอรมันแล้ว เราหลายคนอาจจะคุ้นกับแบรนด์ค่ายดาวสามแฉกMercedes Benz หรืออาจจะถูกใจค่ายตราพัดฟ้า BMW แต่ในระหว่างสองค่ายที่หนึ่งเป็นยอดรถหรู อีกหนึ่งวเป็นรถหรูทรงสมรรถนะนั้น ก้ยังมีอีกค่ายหนึ่งที่กำลังก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ

สัญลักษณ์วงกลม 4 ห่วงกอดกันเหนียวแน่นคล้ายเครื่องหมายโอลิมปิก จนมีคนไทยหามุขตลกให้ขำกันแก้เครียดกับ "รถน่าเป็นห่วง" นั้น คงไม่ใช่ยี่ห้ออะไรถ้าไม่ใช่ Audi ที่จะเรียกให้ถูกตามหลักภาษาแดนอินทรีเหล็กจะต้องพูดว่า "เอาดี้" และล่าสุดในระหว่างที่คู่แข่งเพิ่งส่งคอมแพ็คคาร์รุ่นใหม่ออกมา ค่ายรถยนต์รายนี้ก็ไม่รอช้าที่สัมทับชนตลาดคอมแพ็คคาร์ที่กำลังซื้อมากพอตัว

2013 Audi A4

Audi A4 ใหม่เป็นความพยายามอีกครั้งในการชิงตำแหน่งของคอมแพ็คคาร์ หลังจากที่เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมาค่ายรถยนต์ BMW ได้เปิดเผยโฉมใหม่ของ BMW Series 3 และกำลังจะวางจำหน่ายในอีกไม่ช้า กับรถคอมแพ็คหรูเจ้าสมรรถนะ

A4 ใหม่ ถูกปั้นขึ้นมาเป็นคู่แข่งตัวจริง และมันเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดของค่าย Audi กว่า 39 ปี ของการเปิดตัววางจำหน่ายรถรุ่นนี้ A4 สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้และได้รับความนิยมด้วยยอดขายใน 8 รุ่น ที่กวาดไปกว่า 10 ล้าน คันทั่วโลก

การกลับมาของ Audi A4 โฉมใหม่มีการปรับแต่งเส้นสายให้เข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น เริ่มจากด้านหน้าที่ปรับเปลี่ยนกระจังหน้าให้ดูลงตัวมากยิ่งขึ้น สปอร์ตมากกว่าที่เคย ฝากระโปรงถูกปรับให้มีลักษณะยกสูงยิ่งขึ้นเพิ่มความลู่ลมรับกับเส้นสายใบหน้าด้วยดวงตาคู่ใหม่ ที่มาพร้อมไฟซีนอนจากโรงงาน เติมความหรูหราเล็กน้อยผ่านไฟหน้าซีนอน ที่มีไฟ Day light แบบ LED ผสานไว้ในโคม ที่ต่อเนื่องมายังบั้นท้าย พร้อมไฟท้ายทรงใหม่แบบ LED ดูเต็มตาในความสปอร์ตแต่ยังใส่ความหรูหรามาด้วยไปพร้อมกัน

2013 Audi A4

ในห้องโดยสาร audi A4 ใหม่ นั้น ตอบโจทย์ในความเป็นเลิศทางด้านความหรูหราที่กลมกลืนลงตัวในความสปอร์ตเต็มอารมณ์ ระยะฐานล้อที่กว้างขึ้นมาหยุดที่ 2.41 เมตรในรถ audi A4 ทุกรุ่นให้การตอบสนองเรื่องคุณภาพการโดยสารที่ดีขึ้นพร้อมการตบแต่งที่เริ่มตั้งแต่พวงมาลัยมัลติฟังชั่นแบบใหม่ พร้อมการประดับด้วยโครเมี่ยม ลงตัวกับภายในแบบดำเงาให้ความนุ่มลึกทางด้านการออกแบบ

ห้องสัมภาระด้านท้ายนั้นจุได้เต็มพิกัดมากยิ่งขึ้น โดยในรุ่นซีดานสามารถเก็บสัมภาระได้ 480 ลิตร และสามารถขยายเป็น 962 ลิตรได้เมื่อพับเบาะที่นั่งด้านหลัง เช่นเดียวกับรุ่น All Roader ที่ให้ความจุสะใจถึง 1480 ลิตร ตั้งแต่แรกคลอด

ใต้ฝากระโปรง audi แนะนำขุมพลังมากมายหลากหลายทางเลือกประกอบด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 6 รุ่น และเบนซิน 4 รุ่น ที่ทั้งหมดนั้นเติมพลังในสมรรถนะด้วยระบบอัดอากาศจากซุปเปอร์ชาร์จ ยังมาพร้อมระบบหยุดเครื่องยนต์เดินเบาชั่วขณะ

ขุมพลังที่มากมายนี้ในกลุ่มดีเซลที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดยุโรปนั้น เริ่มตอบโจทย์ลูกค้าด้วยเครื่องยนต์ ดีเซล TDI ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และยังสามารถเลือกเวอร์ชั่นเดียวกันแต่มีแรงม้าเพิ่มถึง 163 แรงม้า ให้ทั้งอัตราประหยัดและสมรรถนะสูงสุด

2013 Audi A4

ในกลุ่มเครื่องยนต์ดีเซลยังมีเครื่องยนต์อีกหลายรุ่นโดยในกลุ่ม 4 สูบนั้น ยังให้เลือกตั้งแต่ เครื่อง 120,143 และ 177 แรงม้า โดยในรุ่นสมรรถนะสูงนั้นตอบสนองด้วยขุมพลัง V6 3.0 TDI ให้กำลัง 204 แรงม้า และในเวอร์ชั่นพันธุ์รักโลกจะมีแรงม้ามากถึง 245 แรงม้า แต่ก็ไม่สามารถจับคู่ได้กับระบบขับเคลื่อน Qauttro

ทางด้านฝั่งเบนซินก็มีให้เลือกเล่นอย่างจุใจ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ TSFI รุ่นใหม่ ตั้งแต่ขนาด 1.8 ลิตรตอบสนอง 120 แรงม้า และตอบโจทย์ดีสุดในกลุ่มที่ 211 แรงม้า แต่ไฮไลท์นั้นอยู่ที่เครื่องยนต์ 170 แรงม้า ที่สามารถเพิ่มอัตราประหยัดมากกว่ารุ่นเดิมถึง 19 % แต่มีน้ำหนักลดลง 3.5 กิโลกรัม

ในรุ่นใหญ่ของกลุ่มเครื่องยนต์เบนซินนั้น เราจะได้พบกับขุมพลัง V6 ตอบสนองพลังสูงสุด 272 แรงม้า และในตัวท๊อปสปอร์ตกับ Audi S4 จะมีแรงม้า สูงถึง 333 แรงม้า โดยเครื่องยนต์ทั้งหมดสามารถเลือกระบบส่งกำลังได้กลายรูปแบบทั้งเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด หรือจะเป็นแบบคลัทช์คู่ 7 สปีด ไปจนถึงระบบ CVT ที่จะมีในแต่รถขับเคลื่อนล้อหน้า เท่านั้น

ทั้งนี้ Audi A4 และ S4 ใหม่นั้นจะยังมาพร้อมพวงมาลัยผ่อนแรง electromachinical ที่พิเศษเฉพาะในรถ audi รุ่นใหม่ ในขณะที่กำหนดการวางจำหน่ายนั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ แต่รถรุ่นใหม่นั้นจะมีราคาจำหน่ายที่แตกต่างจากรุ่นเดิมก่อนหนี้เพียงประมาณ 500ยูโรเท่านั้น



2012 Suzuki GSX-R 1000 เบาหวิวเร่งแรง น้องชาย Hayabusa

ในช่วงเดือนที่ผ่านมานั้นเราได้มีการติดตามข่าวสารวงการรถ 2 ล้อในต่างประเทศที่ดูท่าจะมีการคับเคี่ยวกันอย่างสนุกสนานหลัง ค่ายมอเตอร์ไซค์ยักษ์ใหญ่เปิดตัวว่าที่บิ๊กไบค์ตัวแรงที่พร้อมทำความเร็วในศึก สองล้อที่เร็วที่สุดในโลก ที่มาวันนี่ค่าย suzuki เองก้ไม่ยอมน้อยหน้า แต่ส่งน้องเล็กออกมาสกัดดาวรุ่งคู่แข่ง

Suzuki GSX-R 1000 นั้น อาจจะไม่ได้ขึ้นชื่ออะไรมากมายเหมือนพี่ชายของมันตัวแรงเจ้าตำนานระดับโลก ทว่า รถทั้ง 2 รุ่นนี้ต่างก็ขายพร้อมกันที่ล่าสุดมีการอัพเดทให้ทันสมัยที่ suzuki มั่นใจว่าน่าจะโดนใครก็ตามที่ต้องการบิ๊กไบค์ตัวแรง

2012 Suzuki GSX-R 1000

"เบาและแรงกว่า" น่าจะเป็นคำนิยามสั้นๆ ที่สามารถบ่งบอกได้ว่า 2012 Suzuki GSX-R 1000 มีดีมากกว่ารุ่นเดิมด้วยน้ำหนักตัวที่ถูกทำให้ฟิตแต่ยังเฟิร์มด้วยน้ำหนักรวมลดลง 2 กิโลกรัม จากรุ่นก่อนหน้านี้ โดยส่วนหนึ่งนั้นมาจากการปรับแต่งเครื่องยนต์ที่ทำให้น้ำหนักนั้นลดลงมากถึง 11%

เทคโนโลยีจากสนามแข่ง Moto GP ถูกโยนเข้ามาใส่ไว้ใน 2012 Suzuki GSX-R 1000 ที่ใต้เบาะนั่งคนขับนั้น เครื่องยนต์ได้รับการปรับแต่งใหม่ให้มีสมรรถนะยิ่งขึ้น มีการหล่อลูกสูบใหม่ที่ยังทนทานเหมือนเดิมแต่เบายิ่งกว่า ควบกำลังอัดที่สูงขึ้นพัฒนาจาก 12.8:1 ขึ้นมาเหยียบ 12.9 :1 ที่มาพร้อมท่อไอเสียสูตรพิเศษ 4-2-1 ให้อัตราเร่งที่แรงยิ่งขึ้นมากกว่าเดิม

2012 Suzuki GSX-R 1000

นอกจากสมรรถนะแรงที่มากขึ้นแล้ว 2012 Suzuki GSX-R 1000 ยังมาพร้อมความมั่นใจในการขับขี่ที่เสริมการหยุดฝูงม้าจากสมรรถนะแรงด้วยชุดเบรค mono block สั่งตรงจากค่าย Brembro นอกจากนี้ยังมีล้อที่เบาขึ้นและยางที่ใหญ่มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ Suzuki เปิดเผยว่า 2012 Suzuki GSX-R 1000 ใหม่มีสถิติช้ากว่า ยอดสปอร์ตไบค์จากรายการ British Super Bike ของ Brand Hatch เพียง 0.006 วินาที โดยเจ้า 2 ล้อสุดสปอร์ตคันนี้จะเผยโฉมในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ที่งาน Eicma International Motorcycle Exhibition ที่มิลาน

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม