ไก่ทอดหมักน้ำปลา เมนูง่าย ๆ แต่อร่อย




เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณบูตะ กะ กิมจิ

ในสภาวะน้ำท่วมเช่นนี้ เชื่อเลยค่ะว่า เวลาที่เพื่อน ๆ จะคิดเมนูทำอาหารในแต่ละที ต้องคิดแล้วคิดอีก เพราะตอนนี้ วัตถุดิบที่จะนำมาทำอาหารหาซื้อยากมาก ๆ แถมยังมีราคาแพงอีกด้วย แต่วันนี้กระปุกดอทคอมนำเมนูของ คุณบูตะ กะ กิมจิ มาเป็นทางเลือกให้กับเพื่อน ๆ ทั้งหลายให้ทำกัน เพราะเมนูนี้นอกจากจะหาวัตถุดิบได้ง่ายแล้ว วิธีทำยังง่ายอีกด้วยล่ะ

สำหรับเมนูนี้มีชื่อว่า "น่องไก่ทอดแสนอร่อย" ขอบอกว่า เพียงแค่เห็นภาพน่องไก่ทอดกรอบสีเหลืองอ่อน ๆ จานนี้แล้ว มันชวนน้ำลายสอจริง ๆ ...เอาเป็นว่าอย่ารอช้า เราไปดูวิธีการทำเมนูน่องไก่ทอดแสนอร่อยกันเลยจ้า...


เตรียมวัตถุดิบ

น่องไก่บน
น้ำปลา



วิธีทำ ไก่ทอดหมักน้ำปลา



นำน่องไก่ทอดมาหมักน้ำปลาในอัตราที่ชอบแล้วทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง




จากนั้นตั้งกะทะ เทน้ำมัน แล้วรอให้น้ำมันร้อน ก่อนที่จะนำไก่ลงไปทอด




พอทอดได้สักพัก ให้หรี่ไฟเป็นไฟกลาง คอยพลิกไก่ไปมาด้วยนะ ระวังไก่จะไหม้เอา อิอิ




พอไก่มีสีเหลืองอ่อน ๆ ก็เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว นำตักลงจานพร้อมเสริฟได้เลยจ้า




เสร็จแล้ว! เหลืองกรอบน่ารับประทานมาก

ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว

เต็มคำกับปลานึ่งสอดไส้หมูสับ ซอสรสกลมกล่อม
ส่วนผสมสำหรับ 3-4 ที่
หมูสับ 100 กรัม
เนื้อปลาหิมะ 200 กรัม
ต้นหอมซอยเป็นเส้น 100 กรัม
พริกชี้ฟ้าแดงซอยเป็นเส้น 2-3 เม็ด
ขิงแก่ซอย 30 กรัม
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
แล่เนื้อปลาเป็นชิ้นบางพักไว้ ปั้นหมูเป็นก้อนพอคำแล้วห่อด้วยเนื้อปลาที่แล่ไว้ จัดใส่ภาชนะทนความร้อนเตรียมไว้ แล้วละลายซีอิ๊วขาว เกลือ น้ำตาลทรายและซอสปรุงรสเข้าด้วยกัน
จากนั้น นำไปราดบนเนื้อปลา แต่งหน้าด้วยต้นหอมซอย พริกชี้ฟ้าสีแดงซอย และขิงซอย แล้วนึ่งให้สุกประมาณ 7 นาที พร้อมเสิร์ฟ
เวลาในการปรุง 15 นาที
ส่วนผสมราคาประมาณ 260 บาท

ปลาสำลีอบใบเตย


ส่วนผสม

- ปลาสำลี 1 ตัว
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- ใบเตย 10 – 15 ใบ
- วุ้นเส้น 200 กรัม

วิธีทำ

1. ทำความสะอาดปลา ควักไส้ออกแล้วล้างน้ำผึ่งไว้ ทาเกลือป่นให้ทั่วตัวปลา
2. นำใบเตยห่อตัวปลาสำลีทั้ง 2 ด้านให้มิด แล้วนำไปอบประมาณ 1/2 ชั่วโมง
3. นำวุ้นเส้นที่แช่น้ำแล้ว นำมาคลุกกับน้ำที่ได้จากการอบปลา นำเข้าอบจนวุ้นเส้นสุก
4. จัดปลาใส่จาน เสิร์ฟพร้อมผักสดและวุ้นเส้นอบ รับประทานคู่กับน้ำจิ้ม
ส่วนผสมน้ำจิ้ม

- กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูสวน 15 เม็ด
- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา


วิธีทำน้ำจิ้ม

- โขลกกระเทียม พริกขี้หนูสวนให้ละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย ชิมรสตามชอบ

ผัดปลากะพงกับเกี้ยมไฉ่

ส่วนผสม
- ปลากะพง 1 ตัว

- เกี้ยมไฉ่ 2 กระป๋อง

- กระเทียม 8 กลีบ

- แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ

- เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ

- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

- น้ำมันพืช
วิธีทำ
1. ปลากะพงล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นหนาๆ

2. ตั้งกระทะพอน้ำมันร้อนได้ที่ ใส่ปลาลงทอดให้สุก หั่นเกี้ยมไฉ่เป็นเส้นๆ ใส่กระทะ

3. เติมเต้าเจี้ยว เติมน้ำสะอาดครึ่งถ้วยพอเดือดแล้วผสมแป้งมันกับน้ำเท่าๆ กัน คนๆ แล้วเทใส่กระทะ เหยาะซีอิ๊วขาวผัดให้ทั่วๆ อย่าผัดแรง เนื้อปลาจะเละ

4. ผัดให้ทั่วๆ แล้วตักใส่จาน โรยพริกไทยป่นก่อนเสิร์ฟ

ข้าวหน้าเนื้อใจเสือ

ข้าวหน้าเนื้อใจเสือ

ส่วนผสม
1.เนื้อวัวสไลด์(หรืออาจจะเป็นเนื้อหมูก็ได้) 1 ถ้วย
2.น้ำตาล 2 ช้อนชา
3.ซอสหอยนางรมแม็กกี้ 1 ช้อนโต๊ะ
4.ซอสปรุงอาหารแม็กกี้ 1/2 ช้อนโต๊ะ
5.งาคั่วบุบพอแตก 1 ช้อนโต๊ะ
6.ต้นหอมหั่นฝอย 1 ช้อนชา
7.น้ำสต็อก 5+5+5 1 ถ้วย
8.น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
9.ข้าวหอมมะลิร้อนๆ 1 ถ้วย

วิธีทำ
หมักเนื้อวัวสไลด์ด้วยซอสปรุงอาหารแม็กกี้ และ ซอสหอยนางรมแม็กกี้ ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน พอกระทะร้อนใส่เนื้อสไลด์ ผัดพอสุก ใส่งาบุบ ใส่น้ำสต็อก 5+5+5 ปรุงรสด้วยซอยหอยนางรมแม็กกี้ และน้ำตาล ปล่อยให้เดือดอีกครั้ง ตักราดบนข้าวสวย โรยด้วยต้นหอม ยกเสิร์ฟได้


ตามติดความอร่อยแบบมีสไตล์อย่างนี้ได้ที่www.goodfoodgoodlife.in.th

ต้มข่าเห็ด


ต้มข่าเห็ด


ส่วนผสม (สำหรับ 8 ที่)

  • เห็ดชนิดต่างๆตามชอบ 300 กรัม
  • กะทิธัญพืช 2 ถ้วย
  • ข่าบุบ 1 ถ้วย
  • พริกขี้หนูบุบ 11 เม็ด
  • ใบมะกรูดฉีกฝอย 6 ใบ
  • ตะไคร้บุบ 6 ต้น
  • น้ำเปล่า 6 ถ้วย
  • เกลือ 2 ช้อนชา
  • น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชี
  • น้ำมันพริกเผาสำหรับตกแต่ง
  • ผ้าขาวบางและเชือกสำหรับห่อเครื่องต้มข่า

วิธีทำ

  1. ล้างและหั่นเห็ดเตรียมไว้ ห่อข่า พริกขี้หนู ใบมะกรูด และตะไคร้ด้วยผ้าขาวบางแล้วมัดด้วยเชือก
  2. ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่กะทิ น้ำเปล่า และห่อเครื่องต้มข่าต้มให้เดือด ใส่เห็ดแล้วต้มต่อจนเห็ดสุก ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ ชิมรสตามชอบ ปิดไฟ เติมน้ำมะนาวแล้วคนให้เข้ากัน ตกแต่งด้วยน้ำมันพริกเผาและผักชีก่อนเสิร์ฟ



ขอบคุณบทความจาก healthandcuisine

หอยแมลงภู่ซอสกะหรี่


หอยแมลงภู่ซอสกะหรี่


ส่วนผสม (สำหรับ 8 ที่)

  • หอยแมลงภู่ 1 กิโลกรัม
  • น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมบุบ 5 หัว
  • หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า 1 หัว
  • น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย
  • วิปปิ้งครีม 1 ถ้วย
  • ไข่แดง 1 ฟอง
  • ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ พริกไทย สำหรับปรุงรส
  • ใบพาร์สลีย์สับสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ

  1. ล้างและดึงภู่ออกจากหอยแมลงภู่เตรียมไว้ ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่น้ำมัน กระเทียม และหอมหัวใหญ่ ผัดให้เข้ากัน เติมน้ำ ใส่หอยแล้วปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีหรือจนหอยสุกสังเกตเปลือกหอยเปิด ปิดไฟยกลง กรองน้ำออกเก็บไว้ แล้วแกะเปลือกหอยจัดเรียงใส่จานให้สวยงาม
  2. ผสมวิปปิ้งครีม ไข่แดง ผงกะหรี่ และน้ำสต๊อกที่กรองไว้ให้เข้ากัน ตั้งหม้อไฟอ่อน ใส่ส่วนผสมลงคนจนเดือดระวังอย่าให้ไข่แดงจับตัวเป็นก้อน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยตามชอบ ปิดไฟก่อนราดลงบนหอย ตกแต่งด้วยพาร์สลีย์สับ



ขอบคุณบทความจาก healthandcuisine

มูสลี่ อาหารที่เหมาะสำหรับมื้อเช้า


อาหารเช้าสำคัญกว่ามื้ออื่นๆ ของวัน โดยเฉพาะสาวๆ รักสุขภาพ เพราะการจะมีสมองใสปิ๊ง หุ่นเพรียว ผิวสวย วางแผนกันได้ตั้งแต่มื้อเช้านี่เอง

มูสลี่เป็นอาหารที่เหมาะสำหรับมื้อเช้า เพราะทำง่าย ได้ประโยชน์ครบครัน โดยเฉพาะสูตรที่นำมาฝากนี้ รวมมิตรซุปเปอร์ฟู้ดชะลอวัยไว้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นข้าวโอ๊ต แอ๊ปเปิ้ล โยเกิร์ต และน้ำผึ้ง บวกพลังกล้วยหอมช่วยปลุกพลังสมองให้สดชื่นพร้อมลุยงาน กินแล้วแข็งแรง สมองไว สวยขึ้น สาวขึ้น ถ้าพลาดเสียดายแย่

ส่วนผสม
ข้าวโอ๊ตปรุงสำเร็จแบบสุกเร็ว ½ ถ้วย
แอ๊ปเปิ้ลเขียวซอยเป็นชิ้นเล็ก 1 ผล
ลูกพีชเชื่อมหั่นเป็นชิ้นเล็ก ½ ถ้วย
กล้วยหอมหั่นชิ้นเล็ก 1 ลูก
บลูเบอร์รี่สด 2 ช้อนโต๊ะ
เมล็ดมะม่วงหิมพานต์อบ ¼ ถ้วย
โยเกิร์ต 2 ถ้วย
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ใส่กล้วย เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ โยเกิร์ต และน้ำผึ้ง ลงในเครื่องปั่น ปั่นส่วนผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน
2. เทส่วนผสมที่ได้ลงในชามผสม เติมข้าวโอ๊ตลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน พักไว้สักครู่ เพื่อให้ส่วนผสมทุกอย่างดูดซึมรสชาติ
3. ใส่แอ๊ปเปิ้ล ลูกพีช และบูลเบอร์รี่ ตามลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำเข้าตู้เย็นสักครู่ พร้อมเสิร์ฟ

Tips
โรยคอนเฟลกไม่ขัดขาวลงไปด้วยก็ได้ ช่วยเพิ่มคุณค่าและความอร่อย

ต้มยำวุ้นเส้นน้ำข้น


ต้มยำวุ้นเส้นน้ำข้น


ส่วนผสมอาหาร
กุ้งสดผ่าหลัง100 กรัม
ปลาหมึกหั่นแว่น100 กรัม
เห็ดฟางผ่าครึ่ง100 กรัม
นมข้นจืด100 กรัม
วุ้นเส้น100 กรัม
ใบมะกรูด2 ใบ
ตะไคร้หั่นบาง1 ต้น
น้ำพริกเผา1 ช้อนโต๊ะ
รากผักชี2 ต้น
ข่า3 แว่น
มะเขือเทศหั่นเสี้ยว2 ลูก
พริกขี้หนูทุบ10 เม็ด
น้ำตาลทราย1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว2 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุป

วิธีทำอาหาร
1 ผสมนมข้นจืด น้ำพริกเผา น้ำปลา น้ำตาลทราย ให้เข้ากันเตรียมไว้

2 ต้มน้ำซุปในหม้อ ใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า รากผักชี ยกขึ้นตั้งไฟให้เดือด แล้วจึงใส่ส่วนผสมที่เตรียมไว้ลงไป

3 รอเริ่มเดือดอีกครั้งให้เติมปลาหมึกสด กุ้งสด มะเขือเทศ เห็ดฟาง และพริกขี้หนูทุบ ต้มให้เดือดแล้วปิดไฟ ใส่น้ำมะนาวลงไปคนให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบแล้วยกลง

4 น้ำวุ้นเส้นไปลวกในน้ำเดือดให้เส้นสุกใส ตักขึ้นผ่านน้ำเย็น จัดใส่ชาม ตักต้มยำราดโรยหน้าด้วยผักชีหรือถ้ามีพริกขี้หนูแห้งทอดกรอบด้วยแล้วล่ะก็ขอบออกว่า "สุโค่ย" รีบยกไปเสิรฟทานร้อนๆ กันเลย


กุ้งผัดเนยเหล้าจีน


กุ้งผัดเนยเหล้าจีน

ส่วนผสมสำหรับ 1-2 ที่

กุ้งก้ามกรามขนาดใหญ่แกะเปลือก 2-3 ตัว
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยดำบดหยาบ 1 ช้อนชา
เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันเล็กน้อย
เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลาดี 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
ผักชีสับ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ตั้ง กระทะใส่เนยร้อนดีแล้วใส่กุ้งลงทอดจนสุกตักขึ้น ผัดกระเทียมสดกับน้ำมันในกระทะเดิมพอหอมใส่น้ำมันหอย น้ำตาลทราย น้ำปลา พริกไทยดำ
  2. ตามด้วยเหล้าจีน ใส่กุ้งทอดที่พักไว้ผัดให้เข้ารส ชิมรสก่อนตักจัดใส่จาน โรยผักชีพร้อมเสิร์ฟ

ปีกไก่ทอดน้ำปลา


ปีกไก่ทอดน้ำปลา

ส่วนผสมอาหาร
ปีกบนไก่5 ชิ้น
ปีกกลางไก่5 ชิ้น
น้ำปลา2 ช้อนโต๊ะ
น้ำจิ้มไก่2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล1/2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทย5-6 เม็ด
กระเทียม5 กลีบ
รากผักชีสับ2 ราก
น้ำมันสำหรับผัด1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำอาหาร
1 นำปีกไก่มาล้างให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ

2 ใช้มีดปลายแหลมๆ จิ้มเข้าไปในเนื้อไก่ให้ทะลุถึงกระดูกซัก 3 รู/ชิ้น เตรียมไว้

3 โขลกรากผักชี พริกไทย กระเทียม ให้ละเอียด นำมาคลุกเคล้ากับปีกไก่ แล้วหมักปีกไก่ทิ้งไว้ซัก 1 ชั่วโมง

4 ต่อจากนั้นตั้งกระทะเทน้ำมันสำหรับทอดลงไป พอร้อนใส่ปีกไก่ลงไปทอด ใช้ไฟอ่อน ทอดจนปีกไก่สุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

5 นำกระทะใบใหม่ขึ้นตั้งไฟเทน้ำมันสำหรับทอด พอร้อนปรับไฟอ่อน ใส่น้ำจิ้มไก่ น้ำปลา และน้ำตาลลงไป พอเดือดปิดไฟ ใส่ปีกไก่ทอดลงไปคลุกเคล้า ตักขึ้นจัดใส่จานเสิรฟได้ทันทีเลย

พิซซ่าพาจอน

พาจอนเมนูแป้งทอดกรอบที่คล้ายพิซซ่าแต่แปลกตรงที่มีต้นหอมและไข่ในส่วนผสมด้วย

ส่วนผสมสำหรับ 2-3 ที่

* แป้งพาจอนเกาหลี 1 ถ้วย
* แครอตซอย 1/2 หัว
* พริกชี้ฟ้าหั่นท่อน 2 เม็ด
* ต้นหอมหั่นท่อน 2-3 ต้น
* ไข่ไก่ 1 ฟอง
* เนื้อกุ้งแกะเปลือก 50 กรัม
* ปลาหมึกหั่นแว่น 1-2 ตัว
* เห็ดต่างๆ ตามชอบ
* น้ำมันเล็กน้อย

เครื่องปรุงซอสจิ้ม

* ซอสปรุงรส 2-3 ช้อนโต๊ะ
* น้ำสมสายชู 1 ½ ช้อนโต๊ะ
* พริกป่นคั่ว ½ ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาล 1-2 ช้อนโต๊ะ
* งาคั่ว ½ ช้อนโต๊ะ
* น้ำมันงา ½ ช้อนโต๊ะ
* ต้นหอมซอย 1 ½ ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. ค่อยๆ ผสมแป้งกับน้ำให้เข้ากันอย่าให้เหลวมาก จากนั้น ใส่แครอต พริกชี้ฟ้า ต้นหอม เนื้อกุ้ง ปลาหมึก และเห็ดลงคลุกเคล้า ตอกไข่ใส่แล้วปรุงรสด้วยเกลือนิดหน่อยผสมให้เข้ากัน
2. ตักหยอดลงทอดนำไปในกระทะด้วยน้ำมันเพียงเล็กน้อย ตะลอมให้เป็นแผ่นกลมๆ รอให้สุกทีละข้างจึงค่อยกลับ เสิร์ฟพร้อมซอสจิ้ม

เวลาในการปรุง 15 นาที
ส่วนผสมราคาประมาณ 210 บาท

ใบบัว​บกพัฒนาเป็นชา​เพื่​อสุขภาพ

นักศึกษา มทร.ธัญบุรี วิจัยใบบัวบก พัฒนาเป็นชาพร้อมดื่มเพื่อสุขภาพ

ถ้าพูดถึงอาการช้ำใน เรามักนึกถึงใบบัวบก นั่นเพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ใบบัวบกมีสรรคุณทางยามานาน ส่วนสำคัญที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ ส่วนของใบและราก รสและสรรพคุณยาไทย จะมีกลิ่นหอม รสขมเล็กน้อย โบราณว่าแก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า แก้ร้อนใน แก้โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งในปัจจุบันมีการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ การบริโภคใบบัวบกภายในประเทศส่วนมากมักจะนำไปทานสด เป็นผักจิ้มน้ำพริกหรือคั้นน้ำ จะช่วยให้คุณผ่อนคลายจากความกังวลและความเครียดได้ เนื่องจากในใบบัวบกประกอบด้วยวิตามินบี1 บี2 และบี6 ในปริมาณสูง นอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายหลั่ง GABA (gamma-aminobutyric acid) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทชนิดหนึ่งในปริมาณที่มากขึ้นด้วย

แต่เนื่องจากใบบัวบกที่ทานสดนั้นมีความขม เฝื่อน ทำให้รับประทานได้ยาก และมีอายุการเก็บรักษาที่น้อย ซึ่งทางเลือกอื่นในการรับประทานใบบัวบกคือ การอบด้วยลมร้อน นำไปผลิตเป็นชาใบบัวบก เพื่อให้ง่ายต่อการรับประทานและยังคงคุณประโยชน์และสรรพคุณเหมือนเดิม ซึ่งแนวคิดนี้เกิดจากนักศึกษากลุ่มหนึ่ง ประกอบด้วย นางสาวกนกภรณ์ เกาะเกตุ นางสาวสุกัญญา กระตุดนาค นางสาวมุจลินท์ จันมณี จากภาควิชาวิศวกรรมการเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยมี อาจารย์พฤกษา สวาทสุข เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ได้ทำการศึกษาคุณภาพหลักๆ คุณค่าและสารอาหารของใบบัวบก สภาวะอุณหภูมิที่เหมาะสมที่ใช้ในการอบแห้งใบบัวบก เปรียบเทียบคุณสมบัติก่อนและหลังอบ

โดยศึกษาจากกระบวนการอบแห้งโดยเครื่องเป่าลมแห้ง เพื่อจะได้นำเอาผลการศึกษาที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับกระบวนการผลิตที่เหมาะสมในการผลิต ผลิตภัณฑ์แปรรูปใบบัวบกแห้งเป็นใบบัวบกสำเร็จรูปสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย พร้อมรับประทาน ซึ่งจากการศึกษาเจ้าของผลงานเปิดเผยว่า ในการทดลองใช้เครื่องเป่าลมแห้งอบแห้งที่อุณหภูมิ 75,90 และ 105 องศาเซลเซียส ที่ 3 ระดับความเร็วลมคือ 6.53 m/s,8.43 m/s และ8.80m/s ภายในระยะเวลาการอบ 75 นาที เพื่อนำมาเปรียบคุณสมบัติทางกายภาพและประสาทสัมผัสของน้ำใบบัวบกสดและชาใบบัวบกที่ได้จากการอบแห้งที่ปริมาณความชื้นน้อยกว่า 10 % wb พบว่าอุณหภูมิ และเวลาที่ใช้ในการอบมีผลกระทบต่ออัตราการทำแห้ง และส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าสี ในขณะที่ความเร็วลมไม่ส่งผลกระทบต่อค่าดังกล่าวมากนัก

ในการทดสอบทางประสาทสัมผัสนั้นเลือกใช้ใบบัวบกที่อบแห้งที่ทุกอุณหภูมิ ทุกระดับความเร็วลมที่เวลา 45 นาที เปรียบเทียบกับน้ำใบบัวบกสด พบว่าที่ความเร็วลม 8.43 m/s อุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียส มีสีที่สวยกว่ารดชาดที่ดีกว่า และมีกลิ่นหอมมากกว่าน้ำใบบัวบกสดและชาใบบัวบกที่อบด้วยอุณหภูมิและความเร็วลมอื่นๆ อย่างไรก็ตาม เจ้าของผลงานกล่าวว่า พวกตนหวังว่าผลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้านี้จะมีผู้ที่สนใจนำเอาความรู้นี้ไปปรับประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ภาคประชาชนต่อไป

กุ้งผัดพริกเกลือ

ส่วนผสม

กุ้งสดแกะเปลือก ผ่าหลังดึงเส้นดำออก 300 กรัม
พริกชี้ฟ้าเขียว-แดง แกะเมล็ดออกซอยละเอียด 4 เม็ด
กระเทียมกลีบกลางๆแกะเปลือก ทุบพอแตกและ สับหยาบ 12-15 กลีบ
รากผักชีสับหยาบ 1-2 ราก
ต้นหอมซอยละเอียด 1-2 ต้น
ซอสปรุงอาหาร 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
เหล้าจีน 1ช้อนชา
น้ำมันพืชสำหรับทอดและผัด



วิธีการทำ
1 ผสมซอสปรุงอาหาร เกลือป่น น้ำตาลทราย พริกไทยป่นและเหล้าจีนในถ้วยและคนให้เข้ากันแล้วพักไว้
2 ใส่ น้ำมันพืชลงในกระทะ นำไปตั้งไฟปานกลาง พอร้อน นำกุ้งลงไปทอดพอสุกโดยใช้ไฟแรงสุด หรือพอเนื้อกุ้งเริ่มเป็นสีแดง เพื่อให้เนื้อกุ้งกรอบนอก-นุ่มเนื้อด้านใน ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
3 ตัก น้ำมันออกจากกระทะให้เหลือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผัดกระเทียมและรากผักชีด้วยไฟกลาง พอกลิ่นหอม ตามด้วยพริกชี้ฟ้า ผัดพอเข้ากัน แล้วปรุงรสด้วย เครื่องปรุงที่ผสมไว้ ตามด้วยกุ้งทอดผัดให้เข้ากันพอแห้ง แล้วเติมเหล้าจีนที่เหลือเคล้าให้ทั่ว ยกลงจัดใส่จานโรยหน้าด้วยต้น

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก www.goodfoodgoodlife.in.th

มันไข่มาก..น่าทานเชียว

ไข่เจียวบะหมี่หมูสับ


The volcano omelet


เครปไข่เจียว


ไข่ทาโกะ


ไข่เจียวหมูเเดงน้ำเยิ้ม


ไข่เจียวหมูเด้ง


ข้าวไข่เจียวกระเพราหมูสับ


ข้าวไข่ขันซอสต้มยำ


เจียวแปะก๊วย


ข้าวมันไข่ คอหมูซี้ดดดดด


ข้าวไข่ข้นอินเตอร์


ข้าวเจียวเจาะไข่เเดง


ไข่เนื้อคู่


ไข่เจียวปลาเค็ม


ไข่เจียวผัก


ไข่พระอาทิตย์


หัดทำ โอเบงโต ข้าวกล่องคุณหนู...น่าทานสุด ๆ



หลายคนที่เคยดูการ์ตูนญี่ปุ่น หรือเคยดูรายการท่องเที่ยวทางโทรทัศน์อาจจะเคยเห็นชาวญี่ปุ่นทำ "โอเบงโต" หรือ "ข้าวกล่อง" ที่ตกแต่งจัดวางอาหารเป็นลวดลายน่ารับประทานสุด ๆ เพื่อให้ลูก ๆ พกไปรับประทาน และอวดเพื่อนที่โรงเรียนกัน แหม...เห็นแล้วอิจฉาเด็ก ๆ (อิอิ) จนอยากจะลองทำเองดูสักตั้ง แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี เช่นนั้นแล้ว ลองมาดูไอเดีย และคำแนะนำจาก คุณ Hayashi Kisaraกันดีไหมจ๊ะ

งานนี้ คุณ Hayashi Kisara แนะนำว่า เคล็ดลับในการทำ "โอเบงโต" ให้น่ารับประทานต้องมีสิ่งเหล่านี้


1.คัตเตอร์ stamp สำหรับตัดสาหร่าย

เพื่อให้ก้อนข้าวในโอเบงโตของลูกมันมีอิโมชั่นบ้างอะไรบ้าง เด็กจะได้อยากรับประทานค่ะ




2. เคสใส่กับข้าว

สมัยนี้เป็นสมัย eco แล้ว นิยมใช้แบบล้างได้ค่ะ แถมยังเข้าไมโครเวฟเข้าเตาได้ด้วย




3. ตัวปั๊มเป็นรูปตัวหนังสือ

แม้ลูกเราจะอยู่อนุบาลอ่านไม่ค่อยจะออก แต่ก็ใส่ไป... เป็นการเพิ่มคอมมิวนิเคชั่นระหว่างแม่ลูกกันไปฮ่ะ =_=;




4. แม่พิมพ์ข้าว

นี่ก็มีขายเยอะแยะมากมาย ซื้อหาได้ตามชอบใจ




5. ชุดแต่งไข่นกกระทา

ไข่นกกระทาค่อนข้างจะเป็นไอเท็มสำคัญในโอเบงโตเด็ก เพราะมันเล็ก ๆ น่ารัก แต่จะใส่ไปเรียบ ๆ เดี๋ยวลูกจะงอน เลยต้องไปแต่งมาหน่อย



6. แม่พิมพ์ขนมปัง

กินแต่ข้าวทุกวันมันจะเบื่อค่ะ เอาขนมปังมาใส่ไส้แล้วก็ปั๊มออกมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ (เด็ก)



7. กะทะบี้แบน...

มีไว้เพื่อหนีบมันให้แบนราบ... @_@; สมมติเราเอาไปทับข้าวแบบนี้ มันจะกลายเป็นข้าวเกรียบได้เลยต่อหน้าต่อตาเรา!! ก็แล้วแต่จะสร้างสรรค์กันไป ช่วยให้ไม่น่าเบื่อ... -_-;




8. แม่พิมพ์ข้าวแบบตกแต่ง

จะแต่ง ๆ ไปในแม่พิมพ์ เสร็จแล้วก็ดึงออกอย่างนี้




9. ตัวปั๊มต่าง ๆ ใช้ปั๊มชีส, แฮม, คอมบุ, ไข่, เต้าหู้ และอื่น ๆ เพื่อประดับตกแต่ง




พิมพ์เป็นตัว ๆ เลยก็มี





10. ปากกาเขียนข้าว

เหมาะสำหรับแม่ ๆ ที่มีศิลป์ และมั่นใจในฝีมือตัวเองหน่อย เป็นสาหร่าย, ซอส, มายองเนส หมดแล้วเติมเองได้




11. เครื่องทำไข่ต้มโนะเนะ

แค่ไข่ต้ม ก็กลายเป็น Main dish ในกล่องข้าวท่านได้...



12. กะทะทำไข่ม้วน

ม้วนกันแทบทุกวัน... ขอตัวช่วยหน่อยก็ดี =_=;




13. ไม้เสียบแบบต่าง ๆ

นี่ก็มีเป็นล้านแบบเลยทีเดียว




14. ขวดใส่โชยุแบบต่าง ๆ

ใครจะใส่น้ำปลาไปก็ไม่ว่า...



แผงกั้นระหว่างเรา... ใช้กั้นระหว่างอาหารให้ดูน่ารัก น่ารับประทาน เป็นเรื่องเป็นราว และแบ่งเขตแดนไม่ให้มันรวมร่างกันเป็นซุปเปอร์ไซย่าได้




15. กล่องใส่ซอสต่าง ๆ




16. กรอบกั้นข้าว

เพื่อให้ข้าวกับกับข้าวแยกกันเป็นอิสระ




17. ไส้กรอกพาเพลิน

ไส้กรอกก็เป็นไอเท็มสุดฮิตในโอเบงโตลูก กระนั้นเลยต้องดัดแปลงให้มันเป็นรูปต่าง ๆ




18. ขวดใส่ฟุริคาเกะ

ฟุริคาเกะเป็นผงโรยข้าวไว้กินยามยากของญี่ปุ่น เพื่อให้ข้าวมันมีรสชาติบ้างอะไรบ้าง เด็กชอบมาก




19. แผ่นห่อแบบต่าง ๆ

ห่อให้น่ารัก ๆ หรือวางแปะเป็นชีทกันไม่ให้ข้าวหรือกับข้าว ติดกับฝากล่องไปตอนเปิดให้เราเสียความรู้สึกอีกด้วย



20. สุดท้าย.... ที่จะขาดไม่ได้คือ กล่องข้าว!

สารพัดมากมายแล้วแต่จะชอบแบบไหน ที่บ้านนี่ก็มีประมาณ 5 กล่องเข้าไปแล้ว =_=;



เมื่อเตรียมอุปกรณ์และส่วนผสมที่จะทำ ข้าวกล่องครบแล้ว ทีนี้ก็ลงมือประดิดประดอยได้ตามใจสร้างเลยจ้า รับรองว่าได้ "โอเบงโต" จะออกมาน่ารับประทานแน่นอน แต่จะอร่อยหรือเปล่านั้น ต้องขึ้นอยู่กับฝีมือแล้วล่ะ อิอิ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม