แบบทรงผมเจ้าสาวง่าย ๆ แต่โดนใจ

แบบทรงผมเจ้าสาว

แบบทรงผมเจ้าสาว

เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก weddingwire.com และ greenweddingshoes.com

ทรง ผมแต่งงาน เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่เจ้าสาวให้ความสำคัญมาก ๆ ต้องมีการลองทำทรงผมดูว่าแบบไหนถึงจะเข้ากันดีกับตัวเอง แบบไหนที่จะทำให้กลายเป็นสาวสวยที่สุดในงาน ดังนั้น จึงไม่แปลกหากเจ้าสาวจะเป็นกังวลเล็กน้อย เมื่อยังตัดสินใจหรือเลือกแบบทรงผมเจ้าสาวไม่ได้

วันนี้ กระปุกเวดดิ้งเลยนำเอาทรงผมแต่งงาน แบบทรงผมเจ้าสาว สไตล์ต่าง ๆ ทั้งผมสั้น ผมยาว ผมเกล้า ผมเปีย มาฝากคุณเจ้าสาว เผื่อเป็นไอเดียดี ๆ ค่ะ แต่อันดับแรกเจ้าสาวควรต้องรู้ก่อนว่าตัวเองมีรูปหน้าแบบไหน ใบหน้ากลม ใบหน้าเหลี่ยม ใบหน้ารูปไข่ หรือใบหน้ายาว จากนั้นเมื่อเจอทรงผมแต่งงานที่ถูกใจแล้ว ลองนำไปให้ช่างทำผมดูว่า คุณสามารถทำทรงนี้ได้หรือไม่ อย่างไร ทางที่ดีควรลองทำดูเลยก็ได้ หากออกมาไม่งาม จะได้เลือกทรงใหม่ ...


แบบทรงผมเจ้าสาว

แบบทรงผมเจ้าสาว

แบบทรงผมเจ้าสาว

แบบทรงผมเจ้าสาว

7 ความสวยที่ทำได้ง่าย ๆ ภายใน 1 นาที

แต่งหน้า

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


ในช่วงเวลาที่รีบเร่ง สาว ๆ หลายคนคงรู้สึกไม่ต่างกันว่า อยากจะมีเวลาเพิ่มขึ้นอีกสัก 20 นาที เพื่อให้ได้รังสรรค์แต่งแต้มความงามบนใบหน้าของตัวเองสักเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้ว จะบอกว่า ไม่จำเป็นที่เราจะต้องมีเวลาเพิ่มมากขึ้นเลยล่ะค่ะ ถ้า หากเรารู้วิธีการรังสรรค์ความงามบนใบหน้าแบบง่าย ๆ ภายในเวลาเพียง 1 นาที เอ? แต่จะทำอะไรได้บ้างนะให้เสร็จสิ้นในเวลา 1 นาทีได้ วันนี้กระปุกดอทคอมมีคำตอบ เพื่อให้สาว ๆ ได้กระชับเวลาในการแต่งหน้ามากขึ้นมาฝากกันค่ะ

1. เซรั่มหรือสเปรย์เพื่อผมสวยเงางาม ไม่ใช่เรื่องยากเลยถ้าหากคุณสาว ๆ อยากจะมีผมที่เนี๊ยบเงางามได้แม้จะมีเวลาเพียง 1 นาที เพราะงานนี้เซรั่มและสเปรย์ฉีดผมช่วยคุณได้ ลองเลือกเซรั่มที่ให้ความชุ่มชื้นและเพิ่มเงาให้กับเส้นผมสักหน่อย ชโลมลงบนเรือนผมในปริมาณเพียงเล็กน้อยแต่ให้ทั่วศีรษะ จะช่วยให้ผมมีความเงางามตามธรรมชาติค่ะ

2. ดัดขนตา ไม่ เชื่อก็ต้องเชื่อว่าขนตาที่งอนสวย ทำให้ดวงตาของสาว ๆ ดูมีเสน่ห์ขึ้นมากกว่ามาก และถ้าหากสาว ๆ ไม่มีเวลามากพอที่จะมาเติมแต่งอายชาโดว์เพิ่มมิติสีสันต่าง ๆ แล้ว ลองใช้ที่ดัดขนตากับมาสคารานิดหน่อยกับดวงตาคู่สวย เพียงไม่ถึงนาทีก็จะทำให้ดวงตาของคุณดูกลมโต และหวานขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

3. ทาลิปสติกสีสวยด้วย 3 ขั้นตอนง่าย ๆ นั่นคือ ทา เม้ม และทาซ้ำ โดยให้ทาลิปสติกสีที่คุณต้องการลงไปก่อน 1 รอบ จากนั้นให้เม้มปากกับทิชชู แล้วเริ่มทาอีก 1 รอบซ้ำลงไป เพียงเท่านี้สีลิปสติกก็จะติดเรียวปากสวยไปตลอดทั้งวันแล้วค่ะ พร้อมอวดยิ้มได้เลย

4. เล็บแห้งง่าย ๆ ด้วยน้ำเย็น ถ้าหากว่าคุณต้องทาเล็บในวันเร่งรีบ แล้วไม่มีเวลามากพอจะมานั่งตากเล็บนานกว่า 10-20 นาทีแล้วล่ะก็ ให้คุณนำเล็บของคืนแช่น้ำเย็น น้ำเย็นจะช่วยให้ยาทาเล็บแข็งตัวและแห้งเร็วขึ้นได้ค่ะ

5. ใช้ไพรเมอร์ก่อนลงเมคอัพทุกครั้ง เกลี่ย ไพรเมอร์แบบง่าย ๆ ไม่ต้องพิถีพิถัน ก่อนที่จะลงมือแต่งหน้าทุกครั้ง จะช่วยทำให้สีสันบนใบหน้าติดง่ายขึ้น แต่ติดทนนานไม่ต้องทาซ้ำหลายรอบด้วยค่ะ ประหยัดเวลาขึ้นเยอะเลย

6. แต่งขอบตาล่าง สาว ๆ หลายคนอาจจะละเลยขอบตาล่าง หรือไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกับมันเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นในเวลาเร่งรีบแบบนี้ล่ะก็ การแต่งขอบตาล่างให้โดดเด่นสักหน่อยนี่แหละจะทำให้คุณดูพิถีพิถันกับการแต่ง หน้าขึ้น และดวงตาของคุณก็จะโดดเด่นขึ้นมาโดยที่ไม่ต้องลงรายละเอียดอะไรตรงจุดอื่น มากเลยค่ะ

7. ไฮไลท์ใบหน้า ไม่ต้องละเอียดละออ หรือมองหามิติอะไรมากมาย แค่ลองหาไฮไลท์สีสว่าง ๆ ซักชิ้นมาปัดบริเวณโหนกแก้ม ดั้ง แล้วไล้บริเวณใต้ดวงตา ก็จะช่วยทำให้ใบหน้าของคุณดูมีมิติและสว่างใสขึ้นได้อย่างง่ายดาย

เห็น ไหมคะว่า การแต่งหน้าแต่งสวยแบบรวดเร็วนั้น ถ้ารู้จักเรียนรู้ที่จะทำมันอย่างชำนาญและเรียบง่าย กระชับเวลามากขึ้น ก็ไม่ต้องใช้เวลาแต่งแต้มสีสันนานเท่าไหร่ ที่สำคัญยังสวยได้เท่าเดิมอีกด้วยนะ อิอิ

ขั้นตอนขำ ๆ กว่าจะสวยแบบซูเปอร์สตาร์

แต่งหน้า

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


กว่าจะสวยเริ่ด เจิดจรัส แบบซูเปอร์สตาร์ได้ ก็ต้องมีวิธีแต่งเสริมความงามกันชุดใหญ่ไม่เบา อยากรู้กันไหมคะว่ากรรมวิธีการสวยแบบซูเปอร์สตาร์นี้เขาต้องทำอะไรกันบ้าง วันนี้กระปุกดอทคอม เลยพาไปดูขั้นตอนขำ ๆ ของวิธีการสวยเริ่ดแบบซูเปอร์สตาร์กันค่ะ

ขั้นตอนที่ 1

เมื่อ นาฬิกาชี้เวลา 18.00 น. นั่นหมายถึงเวลาเตรียมตัวออกงานของซูเปอร์สตาร์แล้วล่ะ ไม่ต้องล้างหน้าหรือว่าซับมัน เพราะจะมีเมคอัพอาร์ทติสมาคอยจัดการให้เอง และยังหมายรวมถึงแฮร์สไตลิสต์ และแฟชั่นสไตล์ลิสต์ ที่จะยุ่งมือเป็นระวิง เพื่อปั้นแต่งลุคให้งามเจิดจรัสเปล่งประกาย เพราะฉะนั้นแค่นั่งเฉย ๆ เชิด ๆ ก็พอแล้วล่ะ

ขั้นตอนที่ 2

นั่ง หน้ากระจกเพื่อให้แฮร์สไตลิสต์ออกแบบ และลงมือเนรมิตรทรงผมสุดเริ่ด ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องทำทั้งไดร์ ทั้งหนีบ ทั้งม้วน ยีให้ฟู ฉีดสเปรย์เพิ่งวอลลุ่ม รวมถึงอาจจะต้องตีกระบังด้วยนะ

ขั้นตอนที่ 3

ยัง คงนั่งหน้ากระจกต่อไป เพื่อให้เมคอัพสไตลิสต์ได้แสดงฝีมือแต่งหน้า ทั้งจากรองพื้นเนื้อเนียนแบบซูเปอร์ปกปิด ไฮไลต์ดั้งโด่งจนแทบชนกระจก แถมยังมีขนตาปลอมอีกเป็นแผง .. เหมือนจะเยอะ แต่ก็ถ้าออกมาแล้วเริ่ด ..ก็ยอม

ขั้นตอนที่ 4

คราว นี้ได้เวลาย้ายไปห้องแต่งตัว ซึ่งแฟชั่นสไตลิสต์และเหล่าลูกมือพร้อมจะลงมือทำงาน เสื้อชั้นในเสริมฟองน้ำดันให้ดูมสุด ๆ อาจถูกนำมาใช้ ในกรณีที่คัพไม่ได้ขนาด(ตามที่เขาต้องการ) อาจมีการตัดเย็บแก้ไขชุดเกิดขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้เสื้อผ้าเข้ากับสรีระได้เป๊ะ ๆ แล้วคราวนี้ซูเปอร์สตาร์ก็จะกลายเป็นแฟชั่นไอคอนไปเลย

ขั้นตอนที่ 5

มา ถึงขั้นตอนสุดท้าย หลังจาก แต่งหน้า ทำผม แต่งตัว สวยครบพร้อมแล้ว ทีนี้ได้เวลาลั่นชัตเตอร์กันเสียที นอกจากช่างผีมือดีแล้ว ยังมีผู้ช่วยแต่งภาพฝีมือเยี่ยม ที่พร้อมจะคลิกเมาส์ลากลบส่วนเกินที่ไม่พึงปรารถนา เพื่อสร้างแขนขาเรียวยาว หน้าอกหน้าใจอวบอิ่มกลมกลึง หน้าท้องแบนราบ บั้นท้ายกระชับได้รูป ผิวเนียนขาวกระจ่าง และอีกสารพัดสิ่ง เท่าที่จะเสกให้ซูเปอร์สตาร์ดูเจิดจรัส ส่องรัศมี มีออร่า ขึ้นมาได้ ถึงแต่งตัวจริง ๆ มาดีแล้ว ก็ยังต้องแต่งภาพเพิ่มเพื่อความเพอร์เฟ็กต์อีกครั้งอยู่นั่นเอง

โอ้ โห กว่าจะสวยเริ่ดเจิดจรัสอย่างซูเปอร์สตาร์ได้ ก็เล่นเหนื่อยไม่เบาเหมือนกัน และเรามั่นใจว่า ถึงนี่จะเป็น ฮาว ทู แบบขำ ๆ แต่ก็คงมีส่วนที่เป็นจริงอยู่บ้างล่ะนะ ว่าไหมคะ ;P

นาทีนี้ต้องปากสีเบจ !



สีลิปสติกใหม่ๆ มีมากมายจนเลือกไม่ถูก แต่ถ้าอยากได้สีที่เข้าได้กับทุกชุดทุกโอกาส ขอให้ลองเลือกโทนสีเบจดูสักครั้ง แล้วคุณอาจได้ลิปสติกสีโปรดสีใหม่โดยไม่รู้ตัว

Glamorous Beige

• หากผิวหน้าแห้งกร้าน ควรใช้รองพื้นชนิดครีมที่ผสมสารบำรุง เกลี่ยจากกึ่งกลางใบหน้ากระจายออกด้านข้าง

• ไล้อายแชโดว์สีชมพูอ่อนผสมประกายคริสตัลให้ทั่วเปลือกตา จากนั้นไล้อายแชโดว์สีเทาบริเวณกระบอกตา

เพื่อให้ดวงตาดูกลมโต

• ทาลิปสติกสีน้ำตาลอมชมพูบางๆ ให้ทั่วเรียวปาก เพื่อให้พื้นสีริมฝีปากดูชมพูระเรื่อ

• ปิดท้ายด้วยการทาลิปสติกสีเบจอมชมพูทับอีกครั้ง เรียวปากจะดูอิ่มเอิบมีเสน่ห์


T I P . . ถ้า ต้องทาลิปสติกแบบผสมสี ไม่ควรใช้วิธีทาจากแท่งลิปสติกโดยตรง สีพื้นที่ทาไว้จะปนกับสีของลิปสติกแท่งนั้น แนะนำให้ใช้ก้านคอตต้อนบัดปาดเนื้อลิปสติกออกมาจากแท่งก่อนทาจะดีกว่า









ที่มา ... สุดสัปดาห์

วิธีประหยัดเวลาในการดูแลความงาม



วิธีประหยัดเวลาในการดูแลความงาม
(Lisa)

คุณสามารถดูสวยได้ในเวลาเพียงน้อยนิดด้วยเคล็ดลับเด็ด ๆ ที่เรานำมาฝาก อยากรู้เคล็ดลับความงามไปดูกันเลย

ถ้าคุณอยากตื่นขึ้นมาแล้วสามารถสะบัดผมไปทำงานได้ทันที ก่อนเข้านอนก็ฉีดสเปรย์แต่งผมลงบนเส้นผมที่เปียกหมาด ๆ แล้วรวบเป็นมวยต่ำ ๆ ไว้ เพื่อที่ตื่นขึ้นมาจะได้มีลอนผมสวย ๆ โดยไม่ต้องทำอะไรมาก

เพิ่มความหอมให้ผิวและผมในยามที่คุณไม่มีเวลาอาบน้ำในตอนเช้า โดยทาโลชั่นแบบที่มีกลิ่นหอมลงบนผิวกาย จากนั้นใช้มือที่มีโลชั่นเหลือติดอยู่สางลงบนเส้นผม เพื่อเพิ่มความหอม ความชุ่มชื้น และความเงางามไปพร้อม ๆ กัน

เพื่อให้สีเล็บแห้งเร็วขึ้น จุ่มเล็บลงในน้ำใส่น้ำแข็ง 20 วินาที แล้วทาเบบี้ออยล์ลงไปบาง ๆ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้สีเล็บเลอะเลือน ในกรณีที่ยังไม่แน่ใจว่าสีเล็บแห้งสนิทแล้วหรือยัง

เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายและกระชุ่มกระชวยขึ้น แถมยังช่วยลดอาการตาบวมได้อย่างรวดเร็ว วางแผ่นแตงกวาที่แช่เย็นจนเย็นเจี๊ยบไว้บนดวงตาทั้งสองข้าง 5 นาที ความเย็นของแตงกวาจะช่วยได้






ขอขอบคุณข้อมูลจาก

พรางจุดบกพร่องบนใบหน้าได้ทันใจ ใน 3 ขั้นตอน

แต่งหน้าสีตะกั่วสุดเฉี่ยว

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


ใคร ๆ ก็อยากให้ใบหน้าดูเรียบเนียน สีผิวดูสม่ำเสมอ เพราะฉะนั้นอุปสรรคของความงาม อย่างเส้นเลือดฝอยที่อยู่ตื้นเกินไปจนมองเห็นเป็นเส้นได้ชัดเจน จุดด่างดำ สิวผดเม็ดเล็ก ๆ ฯลฯ ล้วนแต่เป็นจุดบกพร่องของใบหน้าที่ต้องได้รับการปกปิด ลดเลือน เพื่อลุคที่ดูสวยเนี้ยบเราจึงนำเคล็ดลับในการแต่งหน้าเพื่ออำพรางจุดบกพร่องบนใบหน้าที่ทำให้คุณสวยได้ทันใจ และเนียนเรียบได้ตามต้องการมาฝากกันค่ะ

ขั้นตอนที่ 1

ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอด้วยการใช้เบสในโทนสีที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของคุณ เช่น หากคุณต้องการลดเลือนรอยเส้นเลือดใต้ผิวให้ใช้เบสสีเขียว ซึ่งสามารถกลบรอยแดงจากจุดด่างดำ รวมถึงรอยแดงของเส้นเลือดใต้ผิวหนังได้ดี หรือหากต้องการลบรอยหมองคล้ำใต้ดวงตาให้ใช้เบสสีเหลือง ซึ่งจะช่วยพรางร่องรอยความหมองคล้ำ ทำให้สีผิวใต้ดวงตาสว่างขึ้น และสม่ำเสมอกับผิวหน้า ทาเบสโดยใช้ปลายนิ้วหรือฟองน้ำแตะซับ เกลี่ยเบา ๆ บริเวณจุดที่ต้องการปกปิด

ขั้นตอนที่ 2

ใช้พัฟแตะแป้งฝุ่นแบบโปร่งแสง (translucent powder) ปริมาณเล็กน้อย กดเบา ๆ บริเวณที่เพิ่งทาเบสลงไป เพื่อช่วยให้เบสเซ็ตตัว และซับความมันส่วนเกิน เพื่อไม่ให้สีของเบสเปลี่ยนไปในระหว่างวันด้วย

ขั้นตอนที่ 3

ใช้คอนซีลเลอร์สีที่แมทช์กับสีผิวของคุณ หรือสีที่อ่อนกว่าเล็กน้อย ในปริมาณเพียงปลายนิ้ว แตะตรงบริเวณที่ต้องการปกปิดซึ่งได้ทาเบสและแป้งไว้แล้ว เกลี่ยเบา ๆ ให้เนียนเสมอกัน จากนั้นก็ลงมือแต่งหน้าในขั้นตอนต่อไปตามปกติได้เลยค่ะ

เพียง 3 ขั้นตอนง่าย ๆ เท่านี้คุณก็จะมีผิวเนียนเรียบไร้จุดบกพร่องกวนใจแล้วค่ะ

credit : kapook

จัดการสิว ด้วยโยเกิร์ต

หลายๆคนคงจะเคยใช้พวกโยเกิร์ตพอกหน้ากันบ้าง บทความนี้ก็จะเป็นเรื่องของโยเกิร์ตช่วยเรื่องสิวว่ามีวิธีไหนบ้างที่ช่วยได้และทำไมโยเกิร์ตถึงช่วยได้ เป็นวิธีง่ายๆที่สามารถทำใช้กันได้เองที่บ้านสำหรับคนที่เป็นสิวกันไม่มาก

วิธีดูแลผิวที่เยี่ยมที่สุด

โยเกิร์ต - ทำให้คุณเย็นลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนมาก

โยเกิร์ตนั้น อร่อย เหนียวข้น และมีคุณค่ามากมายทั้งธาตุสังกะสี, แคลเซียม, วิตามินบี 1,2,6 และ 12, โปรตีน และยีสต์ มีแร่ธาตุสารอาหารที่จะช่วยปกป้องกระดูกเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน, ต่อต้านมะเร็ง, ท้องร่วง, ความดันโลหิตสูง และการติดเชื้อยีสต์ - - ช่วยเสริมระบบย่อยอาหาร, ภูมิคุ้มกันและควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ โยเกิร์ตช่วยเพิ่มเอ็นไซม์และน้ำมันให้กับผิว ซึ่งเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ธรรมชาติ และยังช่วยกระชับรูขุมขนให้มีขนาดเล็กลง, ปรับสภาพและโครงสร้างผิวให้ดีขึ้น ทำให้ผิวแลดูเปล่งปลั่งมีสุขภาพดี

มาดูประโยชน์ที่ได้จากโยเกิร์ตต่อผิวและผม

ลองทำตามวิธีต่าง ๆ ในการใช้โยเกิร์ตเพื่อหาวิธีที่เหมาะกับตัวเองให้ผิวเปล่งปลั่ง

เป็นสิวและรอยด่างดำจากสิว - - ทาโยเกิร์ตลงบนสิวเป็นประจำทุกวัน ธาตุสังกะสีที่ผสมอยู่ในโยเกิร์ตจะช่วยกำจัดสิวออกไปได้ หลีกเลี่ยงการใช้โยเกิร์ตรสชาติอื่น ๆ ให้ใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติ และทาในขณะที่ล้างเครื่องสำอางออกไปแล้วเท่านั้น

***หยุดสิวไม่ให้เกิดเพิ่มขึ้น โดยใช้บริวเวอร์ยีสต์ผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ทาทิ้งไว้บนผิวหน้าประมาณ 5-10 นาทีแล้วเช็ดออกให้สะอาด


เรียบเรียงและแปลโดย
Acnethai.com

เคล็ดลับปากสวยอวบอิ่มของสาวๆ

มาดูเคล็ดลับของ ดารา hollywood กันดีกว่าคะ

ว่าทำมัยเขาถึงได้ดูมีริมฝีปากที่อวบอิ่ม สวยเจ่อ กันแบบนี้


ที่แท้ ก็เป็นเพราะ Lip Plump นี่เองค่ะ แต่วิธีนี้ก็ไม่ใช่เป็นวิธีเดียวนะคะ ที่จะทำให้สาวๆ เธาเจ่อได้ใจ ก็มีทั้งการ ศัลญกรรม การใช้เครื่องช่วยปั้มให้เจ่อ หรือแม้แต่ด้วยวิธีการง่ายๆ อย่างเทคนิคการทาปาก ก็ทำให้สาวๆ เจ่อ ได้ใจละ แต่วันนี้ที่นำมา คือวิธีของการใช้ แค่ลิปกลอส ที่ทาไปแล้ว ปากก็จะอิ่มขึ้น อิ่มขึ้น แลดูปากสุขภาพดีขึ้นมาทันตาเห็นเลยอ่ะ


Lip Plump บางส่วนที่ สามารถช่วยให้สาวๆ สวยเจอ ได้ดังใจ

แบบว่า "ทาไปแล้วจะรู้สึกหยิบๆๆ ที่ริมฝีปากนะจ๊ะ ทันใดนั้น ปากของท่านก็จะเจ่อพองาม" อะนะ


แบบสุดท้ายนี้ มีตัว "ปั้ม" ด้วยอ่ะ





yenta4

นิสัยต้องห้ามสำหรับสาวรักสวย



ชอบขมวดคิ้วและชักสีหน้า : ก็นี่น่ะ เป็นสาเหตุสำคัญของรอยเหี่ยวย่นเลยนะ ถ้าตอนยังเป็นวัยรุ่นทำน่ะ คงไม่รู้สึกเท่าไหร่ แต่ถ้าตอนนี้คุณถึงวัยปลายยี่สิบ หรือย่างเข้าเลยสามแล้วล่ะก็ ลองไปยืนชักสีหน้า หรือขมวดคิ้วหน้ากระจกดูสิ แล้วจะตกใจ

เลียปาก : นอกจากจะเป็นบุคคลิกที่ดูจะไม่ค่อยงามแล้ว มันยังทำให้ปากเราแห้งด้วย เพราะหลังจากน้ำลายแห้งแล้ว มันจะดูดความชื้นจากริมฝีปาก ลิปมันที่ทาเพื่อปกป้องความชุ่มชื้นและแสงแดด ก็จะหมดไปแล้วน้ำลายยังไปสร้างสารบางอย่างที่ช่วยดูดแสงแดดเข้าไปมากขึ้นอีกล่ะค่ะ

ขยี้ตา : ก็ผิวรอบดวงตาน่ะบอบบางมาก การขยี้ตาบ่อย ๆ จะทำให้ริ้วรอยก่อตัวขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวหน้าขวดเดียว : ก็ขวดเดียวมันจะไปพออะไรล่ะคะ ยิ่งถ้าวัน ๆ ต้องเจอมลพิษนานารูปแบบ อีกทั้งกลางวันกลางคืน ก็มีความแตกต่างกัน อย่างน้อยครีมสำหรับกลางวันและกลางคืนก็ไม่ควรจะใช้ขวดเดียวกันแล้วล่ะค่ะ

กัดเล็บ และปล่อยมือแห้ง : การกัดเล็บเนี่ย นอกจากจะบ่งบอก บุคลิกภาพที่ไม่มีความมั่นใจแล้ว ยังสกปรก และทำให้เล็บอ่อนแอด้วย เล็บก็จะกุด ๆ ไม่สวย ซึ่งเราไม่ควรมองข้ามเลยนะคะ มือน่ะ เป็นสิ่งที่สังเกตเห็นกันได้ง่าย แล้ในแต่ละวันน่ะ เราก็โชว์มือบ่อยซะด้วย และใครที่มัวแต่ใช้ครีมบำรุงผิวหน้าจนลืมผิวมือน่ะ ก็ช่วยให้เวลากับมือสักหน่อยนะคะ เพราะถ้าหน้าเด้งแต่มือเหี่ยวน่ะ มันก็ดูเหมือนแต่งตัวไม่เสร็จน่ะแหละ

แปรงผมตอนที่ผมเปียก : ถือว่าเป็นการทำร้ายผมอย่างรุนแรงเลยเชียวหละ ใครที่ชอบทำแบบนี้ ขอให้เข้าใจเสียใหม่ว่า ผมแห้งน่ะเปราะบางกว่าผมเปียกตั้ง 30% เลยนะ

ห่อไหล่ : การห่อไหล่ด้วยการนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะทั้งวี่ทั้งวัน กล้ามเนื้อไหล่และคอจะเกร็งและตึงเครียด ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังตามมาก็ได้นะ

บีบสิว : สาว ๆ หลาย ๆ คนเห็นเป็นทนไม่ได้ มันกวนใจจริง ๆ ใครต่อใครก็บอกกันมา อย่าบีบนะ แต่มือมันก็ช่างไม่ฟังเอาเสียเลย ใครมีปัญหานี้ ต้องตระหนักถึงข้อเท็จจริงก่อนว่า ถ้าคุณไปบีบมัน อายุของมันจะยืดยาวอยู่บนหน้าของคุณนานยิ่งขึ้นไปอีก และอาจจะทำให้เป็นแผลเป็นเลยก็ได้ ทางที่ดีเราต้องยับยั้งชั่งใจดีกว่านะ

เกาแผลยุงกัด :
ยุงกัด ก็มันคัน ยิ่งเกาก็ยิ่งมัน ยิ่งคันเข้าไปใหญ่ เกาไปเกามาเลือดซิบ และบางทีก็ติดเป็นแผลเป็นไปตลอดชีวิตเลย คิดดูเถอะว่า ถ้าบนตัวคุณมีแต่ลายแผลเกายุงกัดน่ะ มันจะเยินขยาดไหน


leelacheewit

เคล็ดลับเติมสวยแบบมืออาชีพ

นี่คือเคล็ดลับดีๆ ที่เรารวบรวมมาจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านความงาม ซึ่งไม่ยากเกินกว่าที่คุณจะทำเอง

ปากเรียบเนียน : ก่อนทาลิปสติก ควรขัดริมฝีปากให้เรียบเนียนซะก่อน ด้วยการนวดผลิตภัณฑ์ขัดผิวกายชนิดที่ทำจากเกลือทะเลลงบนริมฝีปากเป็นแนววงกลม เกลือทะเลจะช่วยขจัดผิวที่ตกสะเก็ดออกไป และส่วนผสมที่เป็นก็น้ำมันก็จะช่วยเพิ่มความชุ่มชืื้นได้

ผมพองสวย : จับเส้นผมขึ้นมาเป็นส่วนๆ กว้างประมาณครึ่งนิ้ว โดยจับเส้นผมเส้นแต่ละส่วนนั้นให้ตั้งฉากกับหนังศีรษะ แล้วฉีดสเปรย์ที่มีแรงยึดเกาะอ่อนๆ ลงบนบริเวณโคนผม เสร็จแล้วติดกิ๊บเก็บปลายผมเอาไว้ เพื่อให้เส้นผมตั้งขึ้นจนกว่าจะแห้ง (ใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที)

เล็บสวยในห้านาที : ใช้ตะไบขัดเล็บแบบที่มีผงขัดขนาดเล็กด้านหนึ่ง และอีกด้านหนึ่งมีพื้นผิวที่นุ่มและเรียบกว่า โดยใช้ด้านหยาบถูไปถูมาหลายๆ ครั้ง เพื่อให้เล็บดูเรียบเนียนขึ้น จากนั้นใช้ด้้านเรียบทำแบบเดียวกันอีกครั้ง เพื่อขัดผิวเล็บให้เป็นเงา ก่อนจะทาสีเคลือบเล็บแบบไร้สี

ซ่อนสิว : แค่ปัดบรอนเซอร์ที่ผสมชิมเมอร์สีทองลงบนใบหน้า โดยไม่ต้องใช้ครีมรองพื้นหรือคอนซีลเลอร์เลย ความเรืองรองจะช่วยสะท้อนแสงบนผิว ทำให้มองเห็นสิวได้น้อยลง แถมการที่ผิวหน้ามีสีเข้มขึ้นนั้นยังช่วยทำให้สิวดูเล็กลง และกลบเกลื่อนรอยแดงๆได้ด้วย

เป็นสิวที่หลังทําไงดี? เรามี! "วิธีรักษาสิวที่หลัง" มาฝากจ้า

สิวที่หลัง


ปัญหาสิวที่หลัง เป็นปัญหาใหญ่ของสาวๆ ทีเดียว เพราะนอกจากจะไม่กล้าใส่เสื้อโชว์แผ่นหลังแลัว ยังทำให้เกิดอาการไม่มั่นใจในตัวเอง เนื่องจากผิวจะไม่เนียนเรียบ เพราะหลังจากที่สิวหาย ก็จะเกิดรอยแผลเป็น จุดด่างดำ

ใครกำลังเป็นสิวที่หลังบ้างยกมือขึ้น เพราะวันนี้เรามีวิธีรักษาสิวที่หลังมาบอกกันค่ะ เพราะปัญหาสิวที่หลังส่วนใหญ่นั้นมักจะเป็นสิวจำพวกอุดตันและสิวอักเสบ ซึ่งในบางคนจะเป็น ๆ หาย ๆ ก็คือ พอสิวยุบลงสิวใหม่ก็ขึ้นมากแบบทันทีทำให้หลาย ๆ คนเกิดคำถามที่ว่า เป็นสิวที่หลังทําไงดี? กันใช่ไหมล่ะค่ะ วันนี้เราก็อีกหนึ่งคำแนะนำสำหรับ วิธีรักษาสิวที่หลัง ให้คุณผู้หญิงทั้งหลายได้ลองนำไปใช้กันดูค่ะ จะได้อวดแผ่นหลังกันได้อย่างไม่ต้องอายใครกันอีกต่อไป นั้นเรามาดูกันดีกว่าค่ะว่า วิธีรักษาสิวที่หลัง นี้มีอะไรบ้างเอ่ย
บริเวณหลังมีต่อมไขมัน (Sebaceous Gland) เช่นเดียวกับใบหน้า สามารถเกิดสิวได้เช่นเดียวกัน การรักษาไม่ต่างกัน แต่เวลาหายมักจะหายขาดมากกว่าใบหน้า ถ้าเป็นไม่มากอาจใช้ยาทาสิวกลุ่ม Benzoyl Peroxide หรือกลุ่ม Vitamin A ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นมากควรใช้ยารับประทานกลุ่ม Isotretinoin จะสามารถรักษาได้ดีค่ะ แต่ยามีผลข้างเคียงสูงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ผิวหนังค่ะ
สาเหตุของสิวที่หลัง

* สิวเกิดขึ้นได้ทุกที่ตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหน้า ลำคอ และหลัง เพราะร่างกายของคนเรามีต่อมไขมันอยู่ทุกๆ แห่ง แม้แต่ที่หลัง ก้น หรือไหล่

* การสวมเสื้อผ้าที่อับๆ ขณะที่เล่นกีฬาหรืออยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนก็เป้นสาเหตุของสิวบริเวณหลังได้ โดยเฉพาะเนื้อผ้าที่ผสมผ้ายางใยสังเคราะห์ ถ้ารู้ว่าโอกาสเกิดสิวที่หลังบ่อยๆ ก็ต้องสวมเสื้อผ้าคอตตอนแทน

* เหมือนกับสิวทั่วไปจะเกิดขึ้นมากในช่วงที่มีประจำเดือน ดังนั้นช่วงนี้ต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษ

* ความสกปรกของเสื้อผ้า ที่นอนหรือหมอนเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง

วิธีรักษา

1.การรักษาสิวบริเวณหลังสามารถใช้ตัวยารักษาชนิดเดียวกับสิวบนใบหน้า

2. ขณะที่เป็นสิวอย่าบีบหรือแกะเกาเพราะจะทำให้อักเสบและเกิดเป็นแผลเป็น คราวนี้ล่ะจะต้องรักษากันอีกยาว ของอย่างงี้ต้องอดทนค่ะ

3. สวมเสื้อผ้าสบายๆ และหมั่นทำความสะอาดเสื้อผ้า ที่นอน หมอนอย่าให้มีสารเคมีตกค้าง

4.ใช้โลชั่นหรือสบู่ชนิดป้องกันสิวหรือสูตรอ่อนโยน

5. ทาครีมกันแดดเมื่อต้องแสงแดดเป็นประจำ

ที่มา : Woman Plus

เรื่องราวผู้หญิง ความสวยงาม มากมาย คลิกเลย

http://www.h2youshop.com

เคล็ดลับเติมความสดใส



เคล็ดลับเติมความสดใส
(Lisa)

ใคร ๆ ก็รู้ว่าความเครียดคือศัตรูร้ายของความงาม ฉะนั้นก็อย่าลืมเติมความสดใสทั้งทางร่างกายและจิตใจด้วยเคล็ดลับของเรานี้

ช็อกโกแลตบำบัด : ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ากลิ่นช็อกโกแลตจะช่วยปลดปล่อยสารเซราโทนินในสมองออกมา และทำหน้าที่ต่อต้านความหดหู่ให้เราได้ กลิ่นช็อกโกแลตจึงเป็นกลิ่นที่ช่วยให้คุณมีความสุขได้ ฉะนั้นก็เลือกน้ำหอม โลชั่น หรือแม้ลิปกลอสที่มีกลิ่นช็อกโกแลตมาใช้ซะ

เข้าสปา : ไม่มีอะไรจะทำให้เรามีความสุขและรู้สึกผ่อนคลายได้ดีเท่ากับการเดินเข้าสปาอีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่คุณรู้สึกเบื่อหนายหรือเศร้าซึม การเอนตัวนอนแล้วปล่อยให้คนอื่นปรนเปรอความงามให้นั้น จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้อย่างมาก

ทาปากแดง : ลิปสติกสีแดงจะช่วยให้นึกถึงงานปาร์ตี้หรือการออกไปเริงรื่นยามกลางคืน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความทรงจำถึงช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานได้ แถมลิปสติกสีนี้ยังทำให้ผู้หญิงดูเซ็กซี่ขึ้นด้วย

เพิ่มความเปล่งปลั่ง : เวลาที่เรามีความกังวล ร่างกายจะส่งเลือดไปเลี้ยงผิวหนังได้น้อยลง ส่งผลให้ผิวของเราดูไม่มีชีวิตชีวา วิธีแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วคือการขัดลอกเซลล์ผิวแห้ง ๆ ออกไป ฉะนั้นก็หาผลิตภัณฑ์ขัดผิวดี ๆ มาใช้ทั้งกับผิวหน้าและผิวกายซะ




ขอขอบคุณข้อมูลจาก

11 เคล็ดลับความงามที่ดีที่สุดตลอดกาล

คุณรู้จักเคล็ดลับความงามมาแล้วมากมาย แต่เคล็ดลับความงามอะไรบ้างล่ะที่คุณขาดไม่ได้ และควรเก็บไว้ เป็นคู่มือความงามประจำตัวตลอดไป เรามาเฉลย กิจวัตรการดูแลความงามที่ผู้หญิงทุกคนขาดไม่ได้... โดยเฉพาะสิ่งต่อไปนี้



1. ใช้มอยสเจอไรเซอร์ให้ถูกต้อง

คุณเลือกใช้ครีมหรือโลชั่นราคาแพงที่อุดมด้วยคุณค่าต่าง ๆ ซึ่งสมควรจะทำให้ผิวของคุณสวยขึ้นแล้ว แต่ถ้าคุณไม่เห็นผลอย่างที่สมควรจะเป็น บางทีอาจเป็น เพราะคุณใช้มันผิดวิธี การทาครีมมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าครีมที่คุณเลือกใช้ และนี่คือเทคนิคที่คุณควรใส่ใจ

อายครีม ใช้นิ้วสองนิ้วทาครีมขนาดเท่าเมล็ดข้าวที่ใต้ขอบตา หัวตา และใต้โค้งคิ้ว ลากปลายนิ้วเบา ๆ (นิ้วนางและนิ้วกลางเป็นนิ้วที่มีแรงกดน้อยที่สุด) ออกด้านข้าง อย่าดึงหรือยืดผิวรุนแรงเกินไป มอยสเจอไรเซอร์หรือซีรั่ม เพิ่มการไหลเวียนโลหิตด้วยการใช้ทั้งสองมือลากเป็นจังหวะยาว ๆ เบา ๆ ไปตามแนวความยาวของหน้าผาก และทาครีมจากคางขึ้นไปหาแก้ม และจากด้านข้างไปยังขมับและหู

ครีมทาคอ เพื่อให้ไดประโยชน์สูงสุด ให้แน่ใจว่าคุณทาครีมจากแนวกรามเรื่อยลงมาจนถึงลำคอ และจากไหล่ข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่งผ่านหน้าอกส่วนบน


2. ปกป้องแสงแดดเสมอ

คุณควรใช้ครีมกันแดดหรือมอยสเจอไรเซอร์ที่มีค่า SPF อย่างน้อย 15 เป็นประจำทุกวัน เพราะรังสียูวีเอในแสงแดดมีอำนาจในการทะลุทะลวงสูง สามารถทำให้เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวชั้นกลางเกิดความเสียหาย นอกจากนี้ แพทย์ผิวหนังหลายคนยังบอกด้วยว่า ความร่วงโรยของผิว 80% เกิดจากการโดนแสงแดดทำร้าย ฉะนั้น การปกป้องผิวไว้ก่อนย่อมดีกว่ามาตามแก้ปัญหาทีหลัง และไม่ใช่เพียงแต่จะใช้ครีมกันแดดบ่อยขึ้น แต่ต้องทาให้มากขึ้นด้วย เพราะครีมกันแดดที่ระบุว่ามี SPF 30 แต่เมื่อทาเป็นชั้นบาง ๆ มันจะให้การปกป้องแก่คุณเพียงแค่ส่วนเสี้ยวของตัวเลขที่ระบุไว้เท่านั้น


3. ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

เซลล์ผิวที่ตายแล้วสะสมตัวอยู่บนผิวของเราทุกวัน และเมื่อเวลาผ่านไป วัยที่ยิ่งมากขึ้นก็ทำให้การกำจัดเซลล์ผิวด้อยประสิทธิภาพลงส่งผลให้ผิวหน้าดูหม่นหมองไม่เปล่งปลั่งสดใส ฉะนั้น คุณจำเป็นต้องช่วยผิวขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออกไปด้วยการใช้สครับที่มีเม็ดขัดผิวละเอียด ๆ ขัดผิวหน้าเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยขัดเป็นแนววงกลมทั่วทั้งใบหน้า แล้วล้างน้ำออก ก่อนจะตามด้วยมอยสเจอไรเซอร์ทันที เพื่อเก็บกักความชุ่มชื้นบนผิวหนังเอาไว้

4. ดื่มน้ำเยอะ ๆ

น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่งของผิวสวย มันช่วยขจัดของเสียและทำให้ผิวชุ่มชื่น ถ้าคุณไม่ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วต่อวัน คุณจะลงเอยด้วยการมีผิวที่แห้งแตกอย่างแน่นอน

5. กินให้ดี

เรามักลืมกันไปว่า ลักษณะของผิวพรรณนั้นส่วนใหญ่ แล้วถูกกำหนดมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกายของเรา มันเป็นภาพสะท้อนของสุขภาพของเรานั่นเอง นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำว่าเราควรระวังปริมาณแคลอรีที่กินเข้าไปด้วย เนื่องจากเริ่มมีการค้นพบจากงานศึกษาวิจัยหลายชิ้นว่า การกินมากเกินไป ไม่เพียงแต่จะมีผลในแง่ลบต่อร่างกาย แต่ยังมีผลต่อผิวพรรณของเราด้วย

และอย่าลืมกินอาหารที่อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ อย่างเช่น วิตามินเอ บี ซี และอี ซึ่งจะช่วยต่อสู้กับอนุมูลอิสระในสภาพแวดล้อม (อนุมูลอิสระคือโมเลกุลเล็ก ๆ ที่เข้าโจมตีเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย และทำให้เราดูแก่เร็วขึ้น) วิตามินพวกนี้ ยังช่วยให้ผิวซ่อมแซมตัวเอง คงความชุ่มชื้น และผลิตเอนไซม์ที่ช่วยให้ผิวหนังสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องและคงที่

6. ผ่อนคลายให้เป็น

ความเครียดกระตุ้นให้ร่างกายตอบสนองด้วยการหลังสารอะดรีนาลีนออกมา ทำให้ดึงการสูบฉีดโลหิตจากผิวไปยังกล้ามเนื้อแทน มียังทำให้ต่อมไขมันทำงานมากเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดสิว และยังทำให้อัตราการผัดเซลล์ผิวช้าลงผิวจึงดูหมองคล้ำ ขาดชีวิตชีวา ดังนั้น หาเวลาสำหรับตัวเองบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการนั่งสมาธิ การอ่านหนังสือ หรือการทำงานอดิเรก อื่น ๆ ที่คุณชื่นชอบ และให้อาหารเสริมแก่ผิวด้วยแอนตี้ออกซิแดนต์ อย่างเช่น วิตามินซี ที่อาจช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากความเครียด

Extra Tip : ลดความเครียดของผิวด้วยการเพิ่มระดับแอนตี้ออกซิแดนต์ภายในร่างกาย และลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ วิธีหนึ่งก็คือการบริโภคผักและผลไม้มาก ๆ และใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของแอนตี้ออกซิแดนต์ อย่างเช่น สารสกัดจากชาเชียวหรือชาขาว ไลโคปีน โคเอนไซม์คิว 10 หรือวิตามินอี ซึ่งใช้ได้ทั้งรับประทานหรือเจาะแคปซูลเอาน้ำมันใส ๆ ภายในทาลงบนผิวหน้าได้โดยตรง

7. นอนให้พอดี

ในตอนกลางคืน ในขณะที่คุณนอนหลับผิวของคุณจะซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหายในระหว่างวัน และการศึกษาชิ้นสำคัญในปี 2001 ในวารสาร Journal of Investigative Dermatology ยังบ่งชี้ ด้วยว่าผิวหนังไม่เพียงแต่จะสร้างเซลล์ใหม่ในยามค่ำคืน แต่ระดับความสมดุลของกรดด่างในผิวยังมีความเป็นกรดมากขึ้น ที่ช่วยเร่งการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวด้วย

อย่างไรก็ตาม การนอนสำหรับแต่ละคนแตกต่างกัน สำหรับผู้หญิงโดยเฉลี่ยแล้วควรนอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมง และการงีบตอนกลางวันไม่นับ เพราะคุณต้องการเวลาต่อเนื่องกันอย่างน้อย สองชั่วโมงครึ่ง ร่างกายจึงจะฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่

8. หยุดตามใจตัวเอง

การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายและผิวขาดน้ำ แอลกอฮอล์ ยังทำให้ร่างกายขาดวิตามินเอ ซึ่งทำให้การผลัดเซลล์ผิว และการสร้างคอลลาเจนลดลง ส่วนการสูบบุหรี่ก็ทำให้หลอดเลือดหดตัว ลดการไหลของโลหิตที่นำพาสารอาหารและออกซิเจนไปยังผิว งานวิจัยยังบ่งด้วยชี้ว่านิโคตินอาจเพิ่มการสร้างเอนไซม์ที่ทำให้คอลลาเจนสลายตัว จึงเร่งการเกิดรอยย่น แม้กระทั่งคนที่รับควันบุหรี่ จากคนอื่นก็เป็นภัยต่อผิวไม่แพ้กัน แต่ถ้าคุณไม่อาจงดปาร์ตี้ได้ พยายามเพิ่มการกินอาหารหรืออาหารเสริมที่ให้แอนตี้ออกซิแดนต์ ดื่มน้ำให้มากขึ้น และพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนออกไปสังสรรค์ รวมทั้งพยายามพักผ่อนเพิ่มเติมเมื่อมีโอกาส สำหรับการดูแลผิว เลือกใช้ครีมที่มีแอนตี้ออกซิแดนต์ในตอนเช้า และเรตินอลในตอนกลางคืนเพื่อช่วยในการผลัดเซลล์ผิว และใช้มาส์กขับสารพิษออกจากผิวเป็นครั้งคราว

9. เคลื่อนไหวร่างกาย

อย่าเพิ่งคิดว่าไม่เกี่ยวกัน การเคลื่อนไหวร่างกายทำให้โลหิตสูบฉีดมายังผิว และนำพาสารอาหารมาหล่อเลี้ยงผิวได้ดีขึ้น ผิวจึงดูสดใส เปล่งปลั่ง และอ่อนเยาว์จงทำให้การออกกำลังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่แค่สิ่งที่นาน ๆ ทำครั้งหนึ่ง โดยตั้งเป้าบริหารความแข็งแรงด้วยการยกน้ำหนัก (มันเร่งการเผาผลาญของคุณ) 2-3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ และออกกำลังแบบคาร์ดิโอ 30 นาที สัปดาห์ละห้าครั้ง

10. พิถีพิถันสักนิด

ใช้คอนชีลเลอร์ ถึงแม้คุณจะใช้รองพื้นอยู่แล้ว แต่การเพิ่มคอนชีลเลอร์เข้าไปด้วย ก็จะทำให้การแต่งหน้าของคุณดูดีขึ้น เลือกเฉดสีที่เข้ากับสีผิวของคุณ และแต้มลงบริเวณเปลือกตาข้างสันจมูก หัวตา ใต้ดวงตา รอยแดง รวมถึงรอยสิวต่าง ๆ ด้วย จากนั้น เช็ตให้อยู่ตัวด้วยแป้งฝุ่น

Extra Tip : เพื่อให้ดวงตาที่เหนื่อยอ่อนสดใสขึ้น ทาคอนชีลเลอร์ที่หัวตาและใต้ตา แล้วทาทับด้วยแป้งฝุ่น นอกจากนี้ ให้ใช้อายแชโดว์สีอ่อนที่เปลือกตา และทาอายแชโดว์สีขาวที่หัวตาเล็กน้อย

แต่งคิ้วให้ดี คิ้วที่ได้รูปสวยเพิ่มความชัดเจนและโดดเด่นให้แก่รูปหน้า และสามารถทำให้คุณดูเด็กลงได้อีกหลายปี (คิ้วที่บางและมีสีอ่อนเกินไปจะให้ผลในทางตรงกันข้าม คือทำให้ดูแก่ลง) เลือกสีแต่งคิ้วแบบฝุ่นหรืออายแชโดว์สีที่อ่อนกว่าสีผมเล็กน้อย และใช้แปรงปลายตัดแต้มสีเป็นเส้นสั้น ๆ ไปตามแนวคิ้ว ตามด้วยเจลใสปัดคิ้วเพื่อเช็ตสีให้อยู่ตัวหากต้องการหรือหากชอบใช้ดินสอเขียนคิ้ว ให้เขียนเป็นเส้นสั้น ๆ ไปตามแนวคิ้ว อย่าลากเป็นเส้นเดียวที่จะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ

เติมไฮไลต์ ไฮไลต์จะทำให้ใบหน้าสว่างสดใสทันตา วิธีง่ายๆ ก็คือทาอายแชโดว์สีอ่อน ๆ ผสมชิมเมอร์ที่หัวมุมตาและโหนกคิ้ว จะทำให้ดวงตาคุณเด่นยิ่งขึ้น จากนั้น ปัดไฮไลต์หรือแป้งผสมชิมเมอร์ที่ด้านบนของแนวกระดูกโหนกแก้ม ใบหน้าโดยรวมจะยิ่งกระจ่างใส่ขึ้น

ทาบลัช เพียงแค่สีสันที่แก้มเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าของคุณมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น บลัชแบบครีม มูส เจล และสเตนจะทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งมาจากาภยใน ส่วนบลัชแบบฝุ่นใช้ได้ง่ายและรวดเร็ว และแทนการปัดบลัชออนจากกึ่งกลางแก้มออกไปด้านนอก ลองใช้เทคนิคนี้ที่จะทำให้ดูอ่อนเยาว์กว่า โดยเริ่มจากด้านบนของโหนกแก้มบริเวณตีนผมใกล้กับหู แล้วปัดไปตามพวงแก้มเป็นแนวขวางจนถึงกึ่งกลางแก้ม สีบลัชจะเข้มกว่าที่ชายผมและจางลงที่กึ่งกลางแก้ม


11. เทรนด์ความงามที่ฮิตไม่เคยเปลี่ยน

อายไลเนอร์ มันไม่เคยหาไปจากเทรนด์ แต่อาจเปลี่ยนแปลงตัวเองไปหลากหลายรูปแบบ เช่น การกรีดอายไลเนอร์เป็นต้นหนา ๆ หรือการเขียนอายไลเนอร์ที่ขอบตาล่าง เป็นต้น ทดลองใช้อายไลเนอร์หลาย ๆ แบบ เพื่อให้ได้เส้นขอบตาที่แตกต่างกันไปและในแบบที่เหมาะกับคุณที่สุด

สโม้กกี้อาย การแต่งตาที่เพิ่มความคมซึ้งให้ดวงตาแบบนี้อยู่คู่สาวๆ ที่ต้องการสร้างความเซ็กซี่เย้ายวนมาโดยตลอด แต่เพิ่มความหลากหลายด้วยการใช้สีสันที่แตกต่างออกไป อย่างเช่น สีสันสดใสที่กำลังนิยมในตอนนี้ก็สามารถแต่งในสไตล์สโม้กกี้ได้เช่นกัน ดวงตาคมเข้มในสไตล์นี้เหมาะกับเรียวปากสีอ่อนเบาดูเป็นธรรมชาติ แต่ก็สามารถแต่งคู่กับริมฝีปากสีสดใสได้

ริมฝีปากสีแดง เย้ายวนและได้ผลเสมอไม่ว่ายุคใดสมัยใดก็ตาม โดยเฉพาะสำหรับโอกาสพิเศษยามค่ำคืน แต่คุณก็สามารถใช้สีแดงได้เช่นกันสำหรับยามกลางวัน เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกเฉดสีและเท็กซ์เจอร์ที่แตกต่างกันไป รวมถึงวิธีการหา เช่น เลือกลิปสติกแบบเนื้อกึ่งแมตต์ แล้วใช้ปลายนิ้วทาลงบนเรียวปาก มันจะดูนุ่มนวลกว่าการใช้พู่กันทา

เมกอัพแบบธรรมชาติ แต่งในแบบที่ดูเหมือนไม่ได้แต่งนี่คือหัวใจสำคัญของลุคแบบนี้ ซึ่งเป็นลุคที่อยู่ยงคงกระพันที่สุดอีกลุคหนึ่ง หัวใจสำคัญของลุคนี้คือผิวที่เรียบเนียนและเปล่งประกาย คุณไม่จำเป็นต้องทารองพื้นทั่วใบหน้า แค่ใช้คอนชีลเลอร์หรือรองพื้นเฉพาะส่วนที่ต้องการปกปิดแล้วปัดแป้งโปร่งแสงทับบาง ๆ ลุคนี้ควรให้ดูชุ่มชื้นนิด ๆ และไม่ควรแต่งตาคมเข้มเกินไป เลี่ยงการใช้อายไลเนอร์ที่เป็นเส้นแข็ง ๆ และปัดมาสคาร่าแบบใสแทนแบบสี ส่วนเรียวปากให้มีสีชมพูระเรื่อเล็กน้อย แต่ก็อย่าให้มันวาวจนเกินไปหรืออาจแค่ทาทับด้วยลิปบาล์มแบบเจือสีก็พอแล้ว


credit Sanook

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม