รีวิว Samsung Galaxy Note

พระเอกจากงาน IFA 2011 ประเทศเยอรมัน เจ้า Samsung Galaxy Note ที่ซัมซุงเคลมว่าเป็นอุปกรณ์พกพาแบบ All-in-one Device เครื่องเดียวใช้ได้แทบทุกประเภทงาน ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 5.3 นิ้ว ความละเอียดถึง 1,280 x 800 พิกเซล (นี่มันโน้ตบุ๊กชัดๆ)

หน้าตาโดยรวมของ Galaxy Note ใกล้เคียงกับการเอา Galaxy S II มาขยายร่างอีกเล็กน้อย เพิ่มสเปคอีกนิดหน่อย ดูสเปคทั้งหมดได้จากข่าวเก่า หรือสเปคจากเว็บไซต์ทางการซัมซุง

Galaxy Note วางขายแล้ว ณ ช็อปเอไอเอส และช็อปของซัมซุง สนนราคาที่ 22,900 สำหรับรุ่นความจุ 16GB

เกริ่นนำมาพอควรแล้ว รีวิวเลยละกันครับ

ฮาร์ดแวร์

อย่างบอกไว้ก่อน หน้าตาของ Galaxy Note เหมือนกับจับ Galaxy S II ออกมาขยายขนาดขึ้น ความหนาของตัวเครื่องเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 9.65 มม. หน้าจอขนาดมหึมาถึง 5.3 นิ้วแบบ HD Super AMOLED ให้สีสันสดใส (ส่วนตัวชอบมากกว่า Super AMOLED Plus ที่สีสดเกินไป) ด้านหน้ามีปุ่มให้กดได้จริงๆ ปุ่มเดียวคือปุ่ม Home ข้างๆ เป็นปุ่มแบบสัมผัสคือ Menu และ Back ด้านบนเป็นกล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และเซนเซอร์ต่างๆ

วัสดุโดยรอบของ Galaxy Note เป็นพลาสติกเคลือบโครเมียมสีขลับดำ เป็นรอยยากพอสมควร ฝาหลังเป็นพลาสติกพิมพ์ลายเหมือนกับ Galaxy S II สามารถบิดงอได้พอสมควรโดยที่ไม่หัก วิธีการดึงฝาหลังออกใช้เล็บงัดเอา สำหรับคนเล็บสั้นจะลำบากหน่อย เวลาปิดก็ค่อนข้างยากเช่นกันต้องเล็งดูเขี้ยวให้ดีว่าลงล็อกไปแล้วหรือยัง ด้านบนเป็นกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED ส่วนมุมซ้ายล่างที่เห็นคือช่องใส่ปากกา S-Pen นี่ก็เอาออกมายากหน่อย ถ้าไม่มีเล็บ

ช่องเหนือปากกา S-Pen คือลำโพงช่องเล็กๆ แต่เสียงดังเกินตัวไปเยอะ

ด้านบนของตัวเครื่องจะมีช่องเสียบหูฟังมาตรฐาน 3.5 มม.

ด้านล่างมีช่อง microUSB (ไม่มีฝาปิด) และด้านขวาคือปากกา S-Pen

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง เยื้องไปทางด้านบนมีปุ่มปรับเสียง ส่วนปุ่มปิด/เปิดเครื่องยังอยู่ด้านขวาตามมาตรฐานซัมซุงรุ่นบนๆ เหมือนเดิม

แงะฝาหลังดูด้านในของตัวเครื่องพบถาดใส่ซิมการ์ด ข้างๆ คือช่องเสียบเมมโมรี่ microSD และแบตเตอรี่ความจุถึง 2,500 mAh เปรียบเทียบขนาดกับแบตเตอรี่ของ Galaxy S ก็ไม่ได้ใหญ่กว่ามากนัก (และไม่ได้ฝัง NFC ไว้ที่แบตเตอรี่เหมือนกับ Galaxy Nexus ด้วย)

ถึงคิวของปากกา S-Pen ที่ซัมซุงภูมิใจนำเสนอ มีฟังชั่นรองรับการกดได้ 128 ระดับเทียบเท่าคู่แข่ง แต่ไม่ต้องใส่แบตเตอรี่!! และ S-Pen นี้ไม่ได้เป็นปากกาสำหรับหน้าจอ Capacitive เหมือนกับที่เคยเห็นใน HTC Flyer และ Lenovo ThinkPad Tablet แต่คาดว่าใช้เทคโนโลยีจาก Wacom แทน จากการทดสอบพบว่าใช้ร่วมกับอุปกรณ์จอสัมผัสรุ่นอื่นไม่ได้

ขนาดของ S-Pen นั้นเล็กพอสมควร มีปุ่มสำหรับใช้งาน Gesture อยู่ด้านล่างของปากกา (ถ่ายมาไม่เห็น - -")

การใช้งานปุ่มบน S-Pen ร่วมกับฟังชั่น Gesture ตอนนี้มีอยู่สี่อย่างคือ กดแล้วลากไปทางขวาเพื่อ Back กดแล้วลากขึ้นบนเพื่อเรียก Menu กดค้างเพื่อแคปภาพหน้าจอ และกดปุ่มบนปากกาแตะหน้าจอสองครั้งเพื่อเรียก S-Memo lite

เปรียบเทียบขนาด

หลายคนอาจยังกะไม่ถูกว่าหน้าจอ 5.3 นิ้วนี่ใหญ่ขนาดไหน เรามาลองดูว่าถ้าถือบนมือเดียวจะพอกุมไหวไหม ? (นายแบบเป็นคนอวบพอสมควร)

เทียบกับรุ่นน้องอย่าง Captivate (Galaxy S ของสหรัฐฯ) หน้าจอ 4 นิ้ว และ iPod Touch (ตัวแทนไอโฟน) หน้าจอ 3.5 นิ้ว

เทียบความบางตัวเครื่อง ล่างคือ Galaxy Note (9.65 มม.) บนคือ Captivate (9.9 มม.)

ฝาหลังของ Galaxy Note บางมากเหมือนกับ Galaxy S II และสามารถทนการบิดได้ประมาณนี้ ...

ทีนี้ก็หมดส่วนของฮาร์ดแวร์แล้ว ต่อไปดูกันว่าซอฟท์แวร์ของ Galaxy Note นั้นมีอะไรน่าสนใจ และเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

ซอฟต์แวร์

Galaxy Note มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 2.3.5 พร้อมอินเทอร์เฟซครอบ TouchWiz 4.0 ตัวเดียวกับที่ใช้ในซัมซุงตัวท็อปรุ่นใหม่ๆ อย่าง Galaxy S II และ Galaxy R ดูรายละเอียดได้จากรีวิว Galaxy S II

สิ่งแรกที่เปลี่ยนไปอย่างแรกคือหน้าจอล็อกสกรีนคล้ายกับ Honeycomb ที่สามารถปลดล็อกจากจุดไหนของหน้าจอก็ได้ ด้วยการวางนิ้ว ตามด้วยลากออกจากวงกลม และยังสามารถแสดงผลสายที่ไม่ได้รับ ข้อความที่ยังไม่ได้อ่านได้ด้วย ต่อมาคือจำนวนบล็อกในหน้าแรก และ Drawer จากปกติสมาร์ทโฟนทั่วไปจะมี 4x4 ช่อง สำหรับ Galaxy Note ที่หน้าจอใหญ่-กว้างกว่าชาวบ้านกลายเป็น 5x5 ช่องไปแทน

Galaxy Note มาพร้อมกับแอพฯ ในชุด S-Pen อันได้แก่ S-Memo, S-Planner และ S-Choice ที่ปรับแต่งมาเพื่อให้ใช้งานร่วมกับปากกา S-Pen และสามารถทำงานร่วมกันได้ เริ่มที่ตัวแรกกับ S-Memo ก่อนเลย

วิธีการเรียกใช้งาน S-Memo มีสองแบบ แบบแรกคือกดที่ไอคอน S-Memo ที่ Favorite Bar ด้านล่าง และอีกวิธีคือใช้ S-Pen เรียก S-Memo lite ขึ้นมาด้วยการกดปุ่มที่ S-Pen แล้วแตะหน้าจอสองครั้ง

S-Memo ทำหน้าที่เหมือนกับเป็นตัวแทนของสมุดโน้ต ตั้งแต่ไว้ใช้จดบันทึกได้ทั้งผ่านการเขียนบนจอด้วย S-Pen และพิมพ์ด้วยคีย์บอร์ด สามารถปรับแต่งชนิดของปากกา ขนาด สีของปากกา การเพิ่มภาพจากคลังภาพ Export ไฟล์ออกมาเป็น .PNG และเพิ่มไปยังแอพฯ ในกลุ่มอย่าง S-Planner ได้

อีกแอพฯ อย่าง S-Planner มีจุดที่เหนือกว่าแอพฯ Calendar มาตรฐานตรงที่สามารถสับเปลี่ยนมุมมองจากรายสัปดาห์ เป็นรายเดือน (รายวัน, รายปีก็ว่ากันไป) ได้ด้วยการกดปุ่มมุมขวาบน แล้วจะมีแท็ปขึ้นมาให้เลือก และสามารถย้ายอีเวนท์ง่ายๆ ด้วยการใช้นิ้วลากเลย

ตัวสุดท้ายอย่าง S-Choice เป็นแอพฯสำหรับแนะนำแอพฯที่น่าสนใจ อย่าง Galaxy Note ที่หน้าจอประหลาด และยังไม่มีแอพฯรองรับการใช้งานของ S-Pen มากนัก ในนี้มีแอพฯที่ใช้งานกับปากกาได้ทันทีอยู่หลายตัว (บางตัวดีกว่าแอพฯที่มาในเครื่องอีก)

นอกเหนือจากแอพฯในชุด S-Pen แล้วยังมีอีกสองแอพฯที่ประสบการณ์ใช้งานได้ดีขึ้นเมื่อมีปากกาคือ Photo Editor และ Movie Editor

Photo Editor นอกจากการปรับแต่งทั่วไปอย่างการปรับสี และใส่เอฟเฟก การใช้ปากกาเพื่อทำ Selection และวาดเพิ่มเติมทำได้ง่ายกว่าใช้นิ้วมาก

Movie Editor สามารถใช้ปากกาวาดลงไปบนวิดีโอได้เลย ปรับให้แสดงผลได้จากแถบสีฟ้าๆ (ถ้าใช้ปากกามาร์กไว้จะเปลี่ยนเป็นสีส้ม) เมื่อรวมกับฟังชันเดิมอย่างการใส่เสียง ใส่ภาพนิ่ง ฯลฯ ใช้ทำวิดีโอแบบง่ายๆ ได้ไว และง่ายมาก แอพฯทำงานได้รวดเร็วดี

ส่วนอื่นๆ

การรองรับสามจี

จากสเปคชีทระบุว่า Galaxy Note (รหัส GT-N7000) รองรับการเชื่อมต่อระดับ HSPA+ ความเร็วสูงสุด 21Mbps เท่ากับ Galaxy S II ทดลองใช้กับซิม AIS ขึ้นสัญลักษณ์ H+ สอบถามจากคนที่ใช้งานกับเครือข่าย Truemove H ก็ขึ้น H+ เช่นกัน ฟันธงว่าใช้งานได้กับทุกเครือข่ายในประเทศไทยครับ

มัลติทัช และเบนช์มาร์ค

มัลติทัชรองรับสูงสุดที่ 10 จุด แต่ไม่เสถียรนัก ใช้งานจริงอยู่ที่ประมาณ 6-7 จุด และมีปัญหาลากนิ้วอยู่แล้วหลุดไปเฉยๆ ระหว่างการใช้ Swype เป็นบางครั้ง (น่าจะแก้ที่ซอฟต์แวร์ได้) ผลเบนช์มาร์คด้วยแอพฯยอดนิยมอย่าง Quadrant Advance ได้คะแนนราว 3500-3800 จุด คะแนนไปสูงตรงซีพียู และ I/O เป็นหลัก

ประสิทธิภาพ

การใช้งานโดยรวมของ Galaxy Note เรียกได้ว่าเป็นแอนดรอยด์ที่ลื่นมากเคียงคู่กับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Galaxy S II ซึ่งต้องยกผลประโยชน์ให้กับชิป Samsung Exynos ความถี่สัญญาณ 1.4 GHz ที่ยังเป็นชิปตัวแรงต้นๆ ของตลาด การดูวิดีโอปราบเซียนอย่าง FullHD 1080 คุณภาพสูงสามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล (แนะนำให้ใช้ร่วมกับแอพฯที่รองรับการทำงานดูอัลคอร์อย่าง MX Video Player)

การเชื่อมต่อ GPS

Galaxy Note รองรับทั้ง GPS และ GLONASS ใช้งานจริงสามารถจับตำแหน่งได้ภายในเวลาไม่เกิน 30 วินาที ในสภาพต่อสามจี ประสิทธิภาพดีในระดับใช้งานได้จริงแบบคนใช้งาน Galaxy S ลืมฝันร้ายจากวันวานเก่าไปได้เลย

การใช้งาน/พกพาทั่วไป และแบตเตอรี่

ด้วยขนาดที่ใหญ่เกินมือถือทั่วไป ทำให้ Galaxy Note นับเป็นรุ่นที่พกพาได้ยากรุ่นนึง สำหรับผู้หญิงคงพอเก็บไว้ในกระเป๋าได้ แต่สำหรับผู้ชายที่ใส่กางเกงรัดหน่อย อาจจะยัดไม่ลงเลยก็ได้ รวมถึงการออกแบบให้เครื่องมีด้านกว้างพอสมควร (ราว 9 ซม.) ทำให้การใช้งานเครื่องด้วยมือเดียวจะลำบากพอตัว สำหรับคนมือเล็กอาจเอื้อมไปกดอีกด้านของจอไม่ได้ หรือเลื่อน Notification Bar ไม่ได้ อันนี้ต้องไปลองจับเครื่องจริงดูครับ

แบตเตอรี่ของ Galaxy Note เรียกเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งเลยก็ได้ ด้วยขนาดมโหฬารที่สุดแล้วถึง 2,500 mAh สามารถใช้งานพ้นวันอย่างสบายๆ จากการทดสอบสามารถใช้งาน tethering สามจีได้เกิน 5 ชั่วโมง และรันวิดีโอทิ้งไว้ได้ราว 8 ชั่วโมงด้วยกัน

กล้อง/วิดีโอ

กล้องของ Galaxy Note ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลโดยฟังชั่นแล้วเท่าเทียมกับ Galaxy S II ทุกประการ แต่จากการใช้งานจริงพบว่ายังมีบางจุดที่ยังไม่ดีพอคือความเร็วชัตเตอร์ยัง ช้าเกินไป และไม่สัมพันธ์กับหน้าจอ สำหรับคนที่ยังไม่ชินน่าจะทำให้ถ่ายวืดไปได้หลายครั้งถึงจะรู้ตัว - -"

การถ่ายภาพพร้อมเปิดแฟลช: แฟลชของ Galaxy Note ถือว่าพอเหมาะ ใช้งานหวังผลในระยะ 1-2 เมตร เปิดโหมดอัตโนมัติแล้วยิงแฟลชไม่ทำให้สีเพี้ยนมากนัก ดูเทียบได้เลย (บนปิดแฟลช/ล่างเปิดแฟลช)

แต่ว่าการถ่ายรูปด้วยหน้าจอขนาดใหญ่แบบนี้มันเจ๋งจริงนะ เต็มตาดี :D

สรุป

ข้อดี

  • หน้าจอใหญ่ สีสันสดใส สามารถอ่านไฟล์ PDF ใหญ่ๆ เล่นเว็บได้โดยไม่ต้องซูม
  • งานประกอบ และวัสดุอยู่ในเกณฑ์ดี อาจไม่สมราคาไปบ้าง แลกกับน้ำหนักตัวเครื่องที่กำลังพอดี
  • แบตเตอรี่อึดมาก ถ้าใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานข้ามวันโดยไม่ชาร์จได้สบายๆ
  • S-Pen ประยุกต์ใช้กับแอพฯ ได้ดี และน่าจะดีขึ้นหลังปล่อย S-Pen SDK
  • รองรับสามจีทุกค่ายในประเทศไทย

ข้อเสีย

  • ตัวเครื่องบานไป ถือมือเดียวให้มั่นคงได้ยาก และเหมาะกับการใช้งานสองมือมากกว่า
  • ปุ่มบนปากกา S-Pen อยู่ด้านล่างของปากกา และกลืนไปกับตัวปากกา กดยาก หายาก
  • กล้องยังไม่ดีพอ เทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Galaxy S II
  • ฝาหลังปิดยากมาก
  • ขนาดหน้าจอไม่มาตรฐาน ใช้แอพฯได้น้อยกว่ารุ่นอื่น

จากการใช้งานระยะสั้นๆ พอจะบอกได้ว่า Galaxy Note ใกล้เคียงกับคำที่ซัมซุงเคลมไว้ว่าเป็น All-in-one Device เหมาะสำหรับคนที่ยังเลือกไม่ถูกว่าจะใช้สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตดี ราคาเปิดตัวอาจจะแพงไปหน่อยที่ 22,900 บาท แต่สิ่งที่เพิ่มมาจาก Galaxy S II คือชิปประมวลผลไวขึ้น (1.2 GHz เป็น 1.4 GHz) หน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น ละเอียดขึ้น ปากกา S-Pen และแบตเตอรี่ใหญ่กว่าเดิมถึง 1000 mAh แต่พกพายากขึ้นนะ

ASUS Eee Pad Transformer

แท็บเล็ตที่เต็มไปด้วยความยืดหยุ่นหลากหลาย ทั้ง CPU ที่มีความแรงในะดับ Dual-core NVIDIA Tegra 2 ความเร็ว 1 GHz พร้อมระบบปฎิบัติการ Android Honeycomb และความสามารถอันหลากหลายทั้ง การเล่นเกมส์, เล่นเน็ต, ฟังเพลง หรือดูหนังระดับ HD มีคีย์บอร์ดเสริมที่ช่วยให้คุณสามารถพิมพ์ข้อความได้อย่า่งง่ายดายไม่แพ้ คอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไป ...

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ASUS Eee Pad Transformer เป็นแท็บเล็ตที่มากับคีย์บอร์ดแยกที่สามารถใช้เชื่อมต่อเข้ากันได้ทันที ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุอย่างดี มีทั้งความแข็งแรงและทนทาน วัดขนาดได้ความยาว 271 กว้าง 171 หนา 13 มิลลิเมตร น้ำหนักเฉพาะแท็บเล็ตหนัก 681 กรัม แต่ถ้าต่อเข้ากับคีย์บอร์ดจะหนัก 1,321 กรัม

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ด้าน หน้าของแท็บเล็ตเป็นจอแสดงผลระบบสัมผัส ความละเอียด 1232 x 800 พิกเซล กว้าง 10.1 นิ้ว ถัดขึ้นไปเป็นกล้ิองหน้าความละเอียด 1 ล้านพิกเซล

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ฝั่งซ้ายเป็นปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง, ปรับระดับเสียง และลำโพงเสียงฝั่งซ้าย

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ฝั่งขวาเป็นช่องต่อขนาด 3.5 มิลลิเมตร, mini HDMI, ช่องใส่การ์ด microSD และลำโพงเสียงฝั่งขวา

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ด้าน หลังเป็นผิวลายขรุขระเพื่อความกระชัับไม่ลื่นระหว่างจับเครื่อง ส่วนบนเป็นกล้องขนาด 5 ล้านพิกเซล และซ่อนแบตเตอรี่ไว้ด้านใน

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ด้านล่างมีฐานเพื่อต่อเข้ากับส่วนคีย์บอร์ด

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

คีย์บอร์ด ออกแบบมาได้แข็งแรงไม่แพ้ตัวแท็บเล็ต ส่วนบนเป็นที่ล็อคแท็บเล็ตพร้อมปุ่มสไลด์สำหรับล็อค/ปลดล็อคเครื่อง ถัดลงมาเป็นคีย์บอร์ดสกรีนภาษาอังกฤษ แต่สามารถพิมพ์ไทยได้ด้วยวิธีพิมพ์สัมผัส (หรือสามารถซื้อสติ๊กเกอร์ภาษาไทยมาแปะได้) ด้านล่างมีแถบ Trackpad สามารถใช้งานแทนเม้าส์ได้

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

นอก จากจะใช้พิมพ์ข้อความแล้วยังมีความสามารถอื่นๆ ทั้งแบตเตอรี่สำรองที่ซ่อนอยู่ตัวคีย์บอร์ด, ช่องต่อที่ชาร์จแบตเตอรี่, ช่องใส่การ์ด SD Host 2 ช่อง สามารถใช้ต่อได้ทั้ง แฟลชไดร์ฟ, เม้าส์ หรือแอร์การ์ด

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

เมื่อต่อแท็บเล็ตเข้ากับคีย์บอร์ด ที่แท็บเล็ตจะแสดงไอคอน Docking connected เพื่อแสดงว่าได้มีการเชื่อมต่อเกิดขึ้น

อุปกรณ์ภายในกล่องบรรจุภัณฑ์

  • แท็บเล็ตพกพา ASUS Eee Pad Transformer
  • คีย์บอร์ดแยก
  • สาย USB
  • เต้าต่อแบตเตอรี่รูปแบบ USB
  • สายต่อ Micro-USB
  • คู่มือการใช้งานพร้อมใบรับประกัน

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

การใช้งานคีย์บอร์ดเบื้องต้น

ความ พิเศษของ ASUS Eee Pad Transformer ที่โดดเด่นกว่าตัวอื่นๆ คือคีย์บอร์ดแยกที่คุณสามารถนำมาเชื่อมต่อเข้ากับตัวแท็บเล็ตเพื่อเพิ่มความ สะดวกสบายในการใช้งาน

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

แม้ ทั่วไปวิธีการเรียงอักษรอาจจะเหมือนกับคีย์บอร์ดทั่วไป แต่คีย์บอร์ดของ ASUS Eee Pad Transformer มีความพิเศษอยู่ที่ ด้านบนจะมีปุ่มลัดสำหรับการใช้งานบน Android Honeycomb ประกอบไปด้วย

  1. ปุ่มย้อนกลับ
  2. เปิด/ปิด Wi-Fi
  3. เปิด/ปิด Bluetooth
  4. เปิด/ปิด การใช้งาน Trackpad
  5. ลดระดับความสว่าง
  6. เพิ่มระดับความสว่าง
  7. ปรับระดับความสว่างอัตโนมัติ
  8. จับภาพหน้าจอ
  9. ปุ่มลัดเข้าหน้าเพจ
  10. ปุ่มลัดเข้าตั้งค่า
  11. เล่นไฟล์ก่อนหน้า
  12. เล่น/พักไฟล์
  13. เล่นไฟล์ถัดไป
  14. ปิดเสียง
  15. ลดระดับความเสียง
  16. เพิ่มระดับความเสียง
  17. ล็อคหน้าจอ

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ใต้คีย์บอร์ดเป็นส่วนของ Trackpad ใช้สำหรับควบคุมเคอร์เซอร์บนหน้าจอ

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ด้าน ข้างของคีย์บอร์ดเป็นส่วนของช่องเชื่อมต่อต่างๆ ได้แก่ ช่องต่อที่ชาร์จแบตเตอรี่, ช่องต่อการ์ด SD และ ช่องต่อ USB Host 2 ช่องสำหรับการเชื่อมต่อ USB สามารถใช้งานได้ทั้งต่อกับ เม้าส์, แฟลชไดร์ฟ หรือ ต่อกับ Aircard ได้โดยตรง

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

รูปแบบการแสดงผลบนหน้าจอหลัก

การแสดงผลของ ASUS Eee Pad Transformer เป็นการแสดงผลของ Android 3.2.1 Honeycomb ที่จะแบ่งหน้าแสดงผลออกเป็น 5 หน้าหลัก

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

แถบด้านบนของ Android Honeycomb จะมีปุ่มสำหรับเข้าฟังก์ชั่นอย่างเร็วได้แก่ ค้นหาจาก Google, ค้นหาด้วยเสียง, แอพทั้งหมด

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ปุ่ม + ที่มุมขวาบนจะแสดงรายการหน้าทั้งหมดพร้อมการตั้งค่าหน้าจอต่างๆ ได้แก่

  • Widgets : เพิ่ม Widgets รูปแบบต่างๆ ของหน้าจอหลัก

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

  • App Shortcut : เพิ่มไอคอนแอพพลิเคชั่นที่จอแสดงผลหลัก

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

  • Wallpaper : เปลื่ยนภาพพื้นหลังจาก คลังภาพ, Live Wallpaper และภาพพื้นหลังที่กำหนดไว้

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

  • More : เพิ่มทางลัดอื่นๆ เช่น Bookmark, รายชื่อ, Playlist รายการ GPS เป็นต้น

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ส่วน ด้านล่างได้แก่ ปุ่มย้อนกลับ, โฮม, แสดงฟังก์ชั่นที่พึ่งใช้งาน, แสดงการเชื่อมต่อคีย์บอร์ด, SD การ์ด, แจ้งเตือนทั่วไป, นาฬิกา, และการตั้งค่าทั่วไป

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

อินเทอร์เน็ตเบราว์เซอร์

การ เล่นอินเทอร์เน็ตของ ASUS Eee Pad Transformer นอกจากจะมีคีย์บอร์ด และเม้าส์ที่ช่วย ให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ยังรองรับการใช้งาน HTML หรือ Flash Player ได้ไม่แพ้โน้ตบุ๊คทั่วๆ ไป สำหรับการเชื่อมต่อ ASUS Eee Pad Transformer ทำได้ 2 ช่องทางคือทาง Wi-Fi, ทาง Aircard ผ่านการต่อ USB Host

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

สำหรับ เวลาพิมพ์ข้อความหรือเว็บไซด์ด้านบนจะใช้ทำการค้นหา หน้าเว็บที่ต้องการแล้วยังสามารถ เลือกข้อความ, ตัด, คัดลอก และแชร์ข้อความออกทางระบบที่กำหนดไว้

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

คลังภาพและวิดีโอ

ภาพ และวิดีโอจะเก็บอยู่ในเมนูคลังภาพโดยแบ่งออกตามโฟลเดอร์ ที่เราตั้งไว้ เมื่อเลือกภาพที่ต้องการแล้วเราสามารถตั้งภาพให้เล่นสไลด์โชว์, แชร์ไฟล์ภาพผ่านระบบที่ตั้งไว้, ลบรูป, ดูรายละเอียดภาพ, ตัด/หมุนภาพ และตั้งรูปเป็น Wallpaper

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ในส่วนวิดีโอ ASUS Eee Pad Transformer สามารถเล่นไฟล์วิดีโอความละเอียด HD 720p

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

เครื่องเล่นเพลง

เครื่อง เล่นเพลงจะแบ่งประเภทของการรับฟังเพลงออกเป็น 5 รูปแบบได้แก่ เพลงที่เพิ่งเพิ่มมา, อัลบั้ม, ศิลปิน, เพลง, รายการเพลง, และแบ่งตามประเภท

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

เมื่อ เลือกเพลงแล้วจะแสดง ชื่อเพลง, ศิลปิน, อัลบั้ม ปกอัลบั้มที่กึ่งกลาง แถบแสดงเวลาพร้อมระยะเวลาของเพลง ปุ่มตั้งการเล่นสุ่ม, แถบควบคุมเครื่องเล่นเพลง (เล่นก่อนหน้า, เล่น/พัก, เล่นถัดไป) ด้านบนมีไอคอนแว่นขยายสำหรับการค้นหาเพลงโดยใส่ชื่อ และแถบตั้งค่าเพื่อตั้งเพลงเป็นรายการเพลง หรือดูเพลงอื่นๆ จากศิลปินที่กำลังเล่นเพลงอยู่

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

กล้องถ่ายรูป

กล้อง ของ ASUS Eee Pad Transformer แบ่งออกเป็น 2 ตัว คือกล้องด้านหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 1 ล้านพิกเซล พร้อมใช้งานเป็นเว็บแคมในตัว โดยสามารถปรับตั้งค่าต่างๆ ของกล้องได้ดังนี้

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

คุณสมบัติในการถ่ายภาพนิ่ง

  • ขนาดภาพถ่าย ปรับความละเอียดได้ : 2592 x 1944, 2048 x 1536, 1600 x 1200, 1024 x 768, 640 x 480 พิกเซล
    - กล้องหน้าความละเอียด 1024 x 768, 640 x 480 พิกเซล
  • ซูมดิจิตอล 8 เท่า (8x Digital zoom)
  • คุณภาพ : ปกติ, ดี, ดีมาก
  • เอฟเฟ็กต์ : Mono, Sepia, Nagative
  • สมดุลแสงสีขาว : อัตโนมัติ, Incandescent, Fluorescent, Daylight
  • แนบพิกัด GPS ลงบนภาพถ่าย : เปิด, ปิด

คุณสมบัติในการบันทึกวีดีโอ

  • ความละเอียด
    - HD : 1280 x 720 พิกเซล รูปแบบไฟล์ 3GP ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที
    - VGA : 640 x 480 พิกเซล รูปแบบไฟล์ 3GP ความเร็ว 15 เฟรมต่อวินาที
  • กล้องหน้าความละเอียด
    - VGA : 640 x 480 พิกเซล รูปแบบไฟล์ 3GP ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที
    - CIF : 352 x 288 พิกเซล รูปแบบไฟล์ 3GP ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที
  • คุณภาพ : ปกติ, ดี, ดีมาก
  • เอฟเฟ็กต์ : Mono, Sepia, Nagative
  • สมดุลแสงสีขาว : อัตโนมัติ, Incandescent, Fluorescent, Daylight
  • โหมด Time lapse interval บันทึกภาพทุกๆ 1, 1.5, 2, 2.5, 3, 5, 10 วินาที

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

ASUS Eee Pad Transformer - อัสซุส

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม