วิกผมแนวๆสำหรับน้องหมาน่ารักๆ

เคย สังเกตกันหรือป่าว เวลาไปงานไหนน้องหมาที่จัดเต็มมักจะมีผู้คนมากมายให้ความสนใจขอถ่ายรูปเสมอ เผลอๆ เป็นดาราจำเป็นโดยไม่รู้ตัวค่ะ วันนี้จึงนำตัวอย่าง วิกผมแนวๆ สำหรับน้องหมา ให้เพื่อนๆ เป็นไอเดียในการจัดเต็มในการแต่งตัวออกงานต่อๆ ไป ^0^


อันนี้ผมเค้าจริงๆ นะตัวเอง


ทรงหมูหยองมาเชียวนะ

เอิ๋ม....ไมเคิลแจ๊คสันปะเนี่ย
ไม่ได้เข้ากับใบหน้าเลยคุณนาย
จะไปขายถั่วที่ไหนเหรอจ๊ะ
สวยมะฮะ ... จุ๊ฟๆ

อันนี้สิ สวยของแท้แน่นอน
แท่น แท๊น......what up?


ฮิปปี้

สวัสดีคุณป้า
โอ๊ย ... ไหวมะคะเนี่ย
อื้อหือ ...เห็นทรงผมเธอนึกถึงไอติมที่ญี่ปุ่นจังเลยสูงได้ใจจริงๆ เลยคร่าาาาาาาาา

ดูหน้าแล้ว คงไม่ชอบสักเท่าไหร่
หมดแล้วคับ แสดงความคิดเห็นกันได้นะคับ

พบกันใหม่ครั้งหน้า จะเป็นเรื่องอะไรติดตามกันได้คับ

จุ๊ฟๆ [^____^]

ละลาย รอบเอว แบบเย็นยะเยือก

วิธีลดหน้าท้อง



ละลาย รอบเอว แบบเย็นยะเยือก (Lisa)


ถ้าปัญหาหนักใจของคุณคือ "ห่วงยาง" ที่เกาะอยู่รอบเอว แต่คุณกลัวห้องผ่าตัด มารู้จักกับนวัตกรรมอุณหภูมิติดลบ ที่จะละลายไขมันให้หายไปกันเถอะ

สำหรับคนที่อยากลดไขมันแต่ไม่มีเวลาออกกำลังกายหรือกลัวการเจาะฉีด หรือตัด บางที "ไครโอไลโปไลซิส" อาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมันลดไขมันได้ถึง 25% และไม่เจ็บสักนิด ลองมาทำความรู้จักการใช้ความเย็นละลายไขมันกับ นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและการชะลอวัยกันเถอะ

หลักการ "เย็นละลายไขมัน"

เดิมทีเทคนิคนี้มาจากข้อสงสัยว่า ทำไมคนขี่ม้าที่อยู่ในเขตหิมะถึงมีขนาดขาเล็กลง จนมีการศึกษาและพบว่าเมื่อความเย็นลดลงมาถึงจุดหนึ่ง เซลล์ไขมันก็จะตายแต่หากอุณหภูมิลดลงไปมากกว่านี้ก็จะเกิดแผลหิมะกัดทำให้ ผิวหนังตายทั้งแถบ จึงได้มีการพัฒนาเป็นเทคนิคไดรโอไลโปไลซิส (Cryolipolysis) ซึ่งก็คือการให้ความเย็นลงไปที่ผิวพอให้เนื้อไม่ตาย แต่เซลล์ไขมันตาย ซึ่งเมื่อตายแล้วเซลล์เม็ดเลือดขาวก็จะมาเก็บกินแล้วพอจำนวนไขมันลดลง สัดส่วนก็จะยุบลงด้วย

เหมาะกับใคร

คนที่มีไขมันโดยเฉพาะตรงกลางลำตัว แต่คนที่อ้วนมากจะเห็นผลไม่ชัดเจน และยังไม่สามารถทำที่บริเวณต้นแขน แก้ม หรือต้นขาได้

กระบวนการเรียบง่าย

ข้อดีก็คือ ไม่เจ็บ ในขั้นตอนการทำคนไข้เพียงแต่นอนเฉยๆ แล้วเครื่องจะใช้สุญญากาศดูดเนื้อบริเวณที่ต้องการทำขึ้นมา แต่ข้อเสียก็คือทำได้ในบริเวณไม่กว้างนัก โดยเฉพาะรอบเอว และหากดูดไขมันด้านหน้าแล้วก็ยังมีด้านข้างและด้านหลังอีก ซึ่งแต่ละบริเวณต้องใช้เวลาทำหนึ่งชั่วโมง จึงเสียเวลามาก

ผลที่เห็นและผลข้างเคียง

ลดไขมันได้ถึง 25% ในบริเวณที่ทำ แต่อาจเห็นผลภายหลังทำแล้วตั้งแต่ 1-3 เดือน ดังนั้น ในการทำซ้ำจึงต้องทำในเดือนที่สามเป็นต้นไป

อย่างไรก็ดี วิธีนี้ต่างจากวิธีละลายไขมันด้วยและเซอร์หรือคลื่นวิทยุซึ่งจะมีความร้อน เกิดขึ้น ทำให้ผิวกระชับ การใช้โครไอโลโปไลซิสละลายไขมันมากๆ อาจทำให้ผิวหย่อนคล้อย จึงอาจต้องผสมผสานด้วยเทคนิคการใช้ไหมละลาย เพื่อให้ผิวดึงกระชับ โดยเป็นการสอดไหมลงไปในชั้นผิวตื้น กระตุ้นให้ผิวสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมารอบเส้นไหม เมื่อไหมที่ใช้ร้อยละลายใน 8-10 เดือน โครงข่ายที่ร่างกายเราสร้างขึ้นก็ยังคงอยู่ และผิวก็จะยังกระชับอยู่เช่นกัน


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

10+1 สุดยอดสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

10. GloFish

ปลาม้าลายเรืองแสงเป็น ปลาที่ไม่ได้พบเห็นในธรรมชาติ(แน่นอน) เพราะมันเกิดจากการดัดแปลงพันธุกรรม โดยนำยีนจากแมงกะพรุนหรือดอกไม้ทะเลชนิดพิเศษ ซึ่งควบคุมการสร้างโปรตีนที่เรืองแสงได้เองตามธรรมชาติใน ไปใส่ไว้ในสายของดีเอ็นเอที่ทำหน้าที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของปลาม้าลาย จึงทำให้ปลาม้าลายซึ่งปกติมีลักษณะใสและไม่เรืองแสง เปลี่ยนแปลงลักษณะกลายไปเป็นปลาม้าลายที่เรืองแสงได้ เช่นเดียวกับ แมงกะพรุนหรือดอกไม้ทะเลที่เป็นเจ้าของดีเอ็นเอนั้นๆ โดยการทดลองนี้สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย แห่งชาติสิงคโปร์นำโดย ดร. ซีหยวน กง (Dr. Zhiyuan Gong) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ปลาม้าลายเรืองแสงเหล่านี้เป็นตัวสภาพ ความเป็นพิษของแหล่งน้ำ

ปัจจุบันมีการซื้อขายปลาม้าลาย เรืองแสงสีแดงในชื่อ โกลฟิช (GloFish) เป็นครั้งแรกในประเทศสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม 2004โดยก่อนหน้านั้น มีการทดลองเพื่อตรวจสอบประเมินความเสี่ยงอย่างเข้มงวดเป็นเวลานานกว่า 2 ปี จนในที่สุด องค์การอาหารและยา (Food and Drug Administration, FDA) ของประเทศสหรัฐฯ ก็อนุญาตให้จำหน่ายได้ โดยระบุชัดเจนว่า "ไม่มีหลัก ฐานว่าปลาม้าลายดังกล่าวมีอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าปลาม้าลายทั่วไปแต่ อย่างใด"

9. Grapple

ผลไม้นี้ก็ไม่ได้ พบเห็นในธรรมชาติ(อีกล่ะ) มาจากการดัดแปลงพันธ์กรรมโดยดัดแปลงพันธ์กรรมระหว่างแอปเปิ้ลและองุ่น ทำให้เกิดผลไม้ชนิดใหม่ที่ผลเหมือนแอปเปิ้ลแต่พื้นผิวเหมือนองุ่นและรสชาติ องุ่น เป็นผลไม้ที่มีปริมาณวิตามินซีสูงมาก และว่ากันว่าเป็นของกินที่ถูกส่งไปช่วยโลกที่สอง ด้วยนะ ภายใต้ชื่อสินค้าว่า Grapple ซึ่ง เป็นแบรนด์ที่จดทะเบียนเชิงพาณิชย์ของฟูจิ(คงไม่ต้องถามว่าประเทศใดคิดค้น) มีอีกชื่อว่าแอปเปิ้ลกาล่า ซึ่งสาเหตุที่นำองุ่นมาใส่ตัวแอปเปิ้ลเพื่อทำให้แอปเปิ้ลมีน้ำที่มากช่วย เก็บรักษาราชาติและเนื้อได้เป้นอย่างดี

8. Graisin

ลูกเกดยักษ์ที่ได้ จากการดัดแปลงพันธ์กรรมเพื่อให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ถูกผลิตโดยสถาบันพันธุศาสตร์ในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ชอบผลไม้ใหญ่ๆ ล่าสุดนิยมผลไม้และอาหารจากตะวันตกอย่างลูกเกด เนื้อและรสชาติเหมือนกับของพ่อแม่และสามารถกินดิบๆ หรือหั่นบางๆ กินหลายมื้อได้

7.Rubber Cork Tree

เป็นการดัดแปลงพันธุกรรมโดนผสม ระหว่างไม้ก๊อกและยางพารา เพื่อให้เกิดไม้ที่ใช้ทำก๊อกไวน์ที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม นั้นคือมีความพรุน, คงทน เปลือกไม้มีสีสันสวยงาม นอกจากนั้นพืชตัดแต่งพันธุกรรมถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในหลายๆ วัตถุประสงค์ ได้แก่ความต้านทานต่อแมลง, ยากำจัดวัชพืชและสภาพสิ่งแวดล้อมที่เลวร้าย ซึ่งผู้ก่อตั้งแชมเปญ Bollinger บอกว่าก็อกแบบใหม่นี้จะ เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ผลิตไวน์มาเลย"(จาก รูปจะเห็นว่ามันไม่มีเปลือกไม้เลย ทำให้ไม่จำเป็นต้องลอกเปลือกให้เสียเนื้อเยื่อแต่อย่างใด)

6.Umbuku Lizard

เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่ไม่มี เหตุผลหรือวัตถุประสงค์ ในการดัดแปลงพันธ์กรรม แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสามารถทำได้ โดยพันธุกรรมในซิมบับเว ได้จัดการดัดแปลงให้ตุ๊กแกสัตว์พื้นเมืองที่มีขนาดเล็กและหายากในแอฟริกา โดยทำให้มันบินได้ แล้วตั้งชื่อใหม่ว่า Umbuku Lizard(ปล. แปลได้แค่นี้แหละครับ)

5.Paper Tree

ต้นไม้กระดาษเป็นต้นไม้ที่ดัดแปลง พันธุกรรมเพื่อมีวัตถุ ประสงค์การลดต้นทุนการผลิตและการสูญเสียทรัพย์กรต้นไม้ในอุตสาหกรรม ผลิตกระดาษ เมื่อเร็วๆ นี้บริษัทสวิสได้แลเห็นความสำคัญ จึงได้ดัดแปลงโดยต้นไม้นี้จะออกเป็นใบที่มีขนาดใหญ่ และเมื่อนำไปตากแห้ง คุณสมบัติของมันจะเหมือนกระดาษที่ใช้เขียนมาก ในภาพข้างบนเราจะเห็นพนักงานบริษัทถือใบไม้แห้งของต้นกระดาษทาบต้นไม้กระดาษ อยู่

4.Dolion

มันน่าจะเป็นตัวอย่างที่โดดเด่น ที่ สุดของวิทยาศาสตร์ที่ สามารถนำ DNA มาใช้ได้อย่างเหลือเชื่อ Dolion เป็นการ ดัดแปลงพันธุกรรมระหว่างสิงโตและสุนัข จนได้ผลิตผลสัตว์เหลือเชื่อนี้(บนโลกมีสัตว์ชนิดนี้แค่สามตัวและมันอยู่ใน ห้องปฏิบัติการ ภาพข้างบนมีชื่อว่า Rex ซึ่งเป็นตัว แรก) และข้อมูลของมันไม่ค่อยมีมากเท่าไหร่(มันจะดุเหมือนสิงโตไหมนี้)

3.Tiny Piney

เป็นสน ขนาดเล็ก โตเต็มที่สูงเพียง 2 เซนติเมตร ถูกดัดแปลงพันธ์กรรมเพื่อให้มันเติบโตอย่างรวดเร็วและใช้กลิ่นต้นสนมาใช้ อุตสาหกรรมน้ำหอม โดยต้นแบบสนเล็กๆ นี้มีอยู่มากมายอย่างมหาศาลที่นิยมบริโภคในประเทศปาปัวนิวกีนีโดยจุ่มลงไป ทอดกินกับกะทิและหอย ส่วน Tiny Piney เป็นชื่อเครื่องหมายการค้า

2. Fern Spider

แมงมุม เฟิร์นไม่ซ้ำกันในรายการที่เอาสัตว์และพืชมารวมกัน เป็นการดัดแปลงพันธ์กรรมโดยใช้ แมงมุมพันธุ์ในอิตาลีชื่อ Wolf spider (Lycosa tarantula) และ ponga fern (Cyathea dealbata) วัตถุประสงค์ในการผสมพันธุ์มหัศจรรย์นี้คือการศึกษาอัตราการรอดของแมงมุมใน ธรรมชาติ การทดลองนี้เป็นของ ในนิวซีแลนด์ แต่ผลการศึกษายังไม่เผยแพร่

1.Lemurat

ความ มั่งคั่งของคนรวยชาวจีนกำลังเพิ่มขึ้น พวกเขากำลังมองสัตว์เลี้ยงที่แปลกใหม่เอาไว้โอ้อวดเงินทองของพวกเขา และนั้นเองจึงเป้นที่มาของบรัษัทวิจัยทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์จีนในการ แข่งขันผลิตสัตว์ข้ามสายพันธุ์ให้ประสบผลสำเร็ขมากที่สุด(เพื่อการเงิน) จนที่ที่สุดพวกเขาก็ได้แมวพันธุ์ใหม่ที่เกิดจากการผสมระหว่างพวกลิงและแมว ทำให้ได้สัตว์ที่มีขนนุ่มหลายสีของแมว และหางลายและตาเหลืองทึ่มักพบในสัตว์จำพวกลิง โดยทั่วไปมันไม่อันตราย และชื่อวิทยาศาสตร์คือ Prolos Fira

0.Cats glow

แมวเรืองแสงเกิดจาก ดัดแปลงพันธุกรรมโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเกาหลีใต้ ทำให้แมวสามารถเรืองแสงได้ในความมืดเมื่อสัมผัสกับแสงอัลตราไวโอเลต โดย กง อิลคุน ผู้เชี่ยวชาญด้านโคลนนิ่ง มหาวิทยาลัยแห่งชาติยองซัง ได้สร้างแมวขึ้นมา 3 ตัว แมวเหล่านี้ถูกดัดแปลงพันธุกรรมในส่วนของยีนที่ผลิตโปรตีนฟลูออเรสเซนต์ นับเป็นครั้งแรกในโลกที่มีการโคลนแมวที่ถูกดัดแปลงยีนดังกล่าวตอนแรกพวกเขา ได้แมว 3 ตัว แต่ตอนนี้เหลือรอดชีวิตเพียง 2 ตัว และเติบโตจนมีน้ำหนัก 3 กก. และ 3.5 กก. โดยวัตถุประสงค์ใน การทดลองนี้ก็เพื่อนำ เทคโนโลยีไปใช้ในการโคลน แมวที่มียีนผิดปกติ รวมทั้งมี ประโยชน์ในการพัฒนาการรักษาโรคโดยใช้เซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ หรือจะนำมาใช้ในการโคลน สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ชนิดต่างๆ เช่น เสือ เสือดาว และแมวป่าก็ยังได้

ข้อมูลจาก : http://listverse.com/2008/04/01/top-10-bizarre-genetically-modified-organisms/

http://www.unigang.com/Article/2751

Floating Pet Beds ที่นอนลอยหนีน้ำท่วมสำหรับสัตว์เลี้ยง

เมื่อภัยน้ำท่วมคุกคามมาถึงตัว "สัตว์เลี้ยง" ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แมว หรือ สุนัขแสนรัก ได้เปลี่ยนสภาพเพื่อนที่แสนดีของมนุษย์เป็นผู้ประสบภัยไม่ต่างจากเจ้าของ ซึ่งเป็นมนุษย์ และมนุษย์ยังช่วยเหลือตนเองได้ และมีสิทธิ์ที่จะรอดชีวิตมากกว่าสัตว์ แล้วสัตว์เลี้ยงของคุณหล่ะ ??? อยากฝากว่า อย่ามองว่ามันเป็นภาระเลย ยังไงลองมีจิตเมตตากับเหล่าสัตว์โลกตัวน้อยๆพวกนี้ด้วย คราวนี้มีไอเดียเล็กๆน้อยๆ มานำเสนอ อาจจะช่วยได้บ้างในระดับหนึ่ง นั่นคือ คือ การทำที่นอนที่อาศัยแบบลอยให้กับสัตว์เลี้ยงแสนรัก จากที่เห็นในภาพเป็นผลงานการออกแบบของ Akemi Tanaka ยังไงขออนุญาติเจ้าของผลงาน นำไอเดียนี้มาเสนอ และประยุกต์ใช้ ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยก่อน

จากภาพจะเห็นได้ว่า ถ้าเราหาแผ่นไม้หรือวัสดุอะไรก็ได้ที่ดูแข็งแรงพอและสามารถที่จะนำไปยึดติด บนกำแพงได้ ขนาดอาจปรับให้ใหญ่ หรือ เล็ก ตามสัดส่วนของสัตว์เลี้ยง เพิ่มความอบอุ่นและความสบายให้แก่สัตว์เลี้ยงตัวโปรดโดยหาหมอนหรือเบาะนิ่มๆ รองด้วยก็จะดี (เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงแข็งแรง ตอนที่เจาะสว่าน หรือขั้นตอนการติดตั้งควรตรวจเช็คดีๆ เช่นตะปูที่ใช้ยึด)

ขอขอบคุณไอเดียจาก Akemi Tanaka

Source : iurban

เราไม่ทิ้งกัน หมาตาดี คู่ซี้ หมาตาบอด

ตามภาพเลยค่ะ ดูแล้วอมยิ้มมากๆเลย น่ารักมากๆ

ลิลลี่ และ แมดิสัน หมาตาดี กับเพื่อนซี้ หมาตาบอด ที่อยู่คู่กันไม่เคยทอดทิ้งกันไปไหนโดย ลิลลี่ น้องหมาตาบอด ประสบอุบัติเหตุทางตาเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้วทำให้สูญเสียลูกกะตา แต่ยังคงมี แมดิสัน สุนัข ตาดีเพื่อนซี้คอยเป็น ดวงตาให้

รูปภาพ เราไม่ทิ้งกัน หมาตาดี คู่ซี้ หมาตาบอด

โอ๊ะ มีจูงสายให้กันด้วย โอ้วว น่ารักมากเลย

รูปภาพ เราไม่ทิ้งกัน หมาตาดี คู่ซี้ หมาตาบอด

ตาที่ปิดสนิท ...น่าฉงฉานที่ฉุด

รูปภาพ เราไม่ทิ้งกัน หมาตาดี คู่ซี้ หมาตาบอด

รู้ว่ามีนายข้างนะ

รูปภาพ เราไม่ทิ้งกัน หมาตาดี คู่ซี้ หมาตาบอด

วิ่งๆๆ

รูปภาพ เราไม่ทิ้งกัน หมาตาดี คู่ซี้ หมาตาบอด

วิ่งไปด้วยกันๆๆ

รูปภาพ เราไม่ทิ้งกัน หมาตาดี คู่ซี้ หมาตาบอด

พักตรงนี้ก่อนเนอะ

รูปภาพ เราไม่ทิ้งกัน หมาตาดี คู่ซี้ หมาตาบอด

หนุกไหมเพื่อน ??

รูปภาพ เราไม่ทิ้งกัน หมาตาดี คู่ซี้ หมาตาบอด

มาทางนี้มาๆๆ

เค้าทั้งคู่คงเล่นด้วยกันมาตั้งแต่สมัยยังเด็กๆเบบี๋แน่ๆเลย ส่วนที่น้องหมาตาบอดนั้นตามกะเจ้าหมาตาดีได้นั้นน่าจะมาจากทักษะการฟังที่เยี่ยมยอดและประสาทการรับกลิ่นที่ดีเยี่ยมของน้องหมาตามสัญชาตญาณที่มีมาแต่เกิดแน่เลย เจ้าจองคงเลี้ยงดีน่าดูสภาพน้องหมาดูดีเชียววว ยังไงก็ สู้นะจ้ะ

เครดิตภาพน่ารักๆจาก เวปกะปุก ดอทคอมค่ะ

แนวทางปฐมพยาบาลหลังถูกงูกัด ในภาวะน้ำท่วม

งูเขียว

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

เลขาธิการ สพฉ. สอนแนวทางปฐมพยาบาลเบื้องต้น หลังจากถูกสัตว์มีพิษที่มาจากอุทกภัยกัด

ภาวะการเกิดน้ำท่วมครั้งนี้ ไม่ได้สร้างปัญหาแก่เพียงมนุษย์เท่านั้น แต่สร้างปัญหาให้แก่สัตว์ร้ายด้วยเช่นกัน อาทิ งู ตะขาบ ที่มีรังอยู่ใต้ดิน เมื่อน้ำท่วมจนหมด สัตว์เหล่านี้ก็ไม่มีที่อยู่ ไหลลอยไปกับสายน้ำ เข้าสู่พื้นที่ที่มนุษย์พักอาศัย จึงอาจจะทำให้เกิดเหตุร้ายจากสัตว์ร้ายเหล่านี้ได้ ดังนั้น นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จึงได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ขณะนี้มีผู้ประสบอุทกภัยหลายรายถูกสัตว์มีพิษที่มากับน้ำทั้งหลายกัด มากที่สุดคือ งู รองลงมาคือ ปลิง แมงป่อง และตะขาบ

ทั้งนี้ หากถูกสัตว์ร้ายเหล่านี้กัด โดยเฉพาะงู ซึ่งเป็นสถิติถูกมันกัดอันดับหนึ่ง มีวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดังนี้

1. ตั้งสติและตรวจสอบว่าเป็นงูมีพิษหรือไม่

2. ล้างแผลให้สะอาด แต่ห้ามกรีดแผล ดุดแผล หรือกินยาที่มีส่วนผสมของแอสไพริน เพราะจะไปเสริมฤทธิ์กับพิษงู

3. นอนนิ่ง โดยจัดส่วนที่ถูกงูกัดต่ำกว่าระดับหัวใจ อย่าเคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็น

4. ใช้ผ้าพันแผลผันเหนือแผลประมาณ 5-15 เซนติเมตร

เมื่อทำครบขั้นตอนก็เตรียมนำผู้บาดเจ็บส่งสถานบริการสาธารณสุขโดยทันที ถ้าหากหยุดหายใจระหว่างทาง ก็ให้กดนวดหัวใจจนกว่าจะถึงมือแพทย์ หรือโทรหา 1669 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่ด้วยก็ได้

นอกจากนี้ นพ.ชาตรี ยังให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพิษงูได้ 3 ชนิด คือ...

1. เป็นพิษต่อระบบประสาท ทำให้เป็นอัมพาต อาจทำให้หยุดหายใจ ได้แก่ งูเห่า งูจงอาง

2. เป็นพิษต่อเลือด อาจทำให้เลือดไหลไม่หยุด ได้แก่ งูแมวเซา งูเขียวหางไหม้

3. เป็นพิษต่อกล้ามเนื้อ ได้แก่ งูทะเล




อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม