| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
| |||
|
รถยนต์ ดารา ดูดวง ฟังเพลง หาเพื่อน แชท ข่าว ผู้หญิง วาไรตี้...
กลับมาพบกันอีกครั้งกับข่าวสารวงการยานยนต์ วันนี้ทาง Thaicarlover.com มีข่าวรถยนต์ใหม่จากค่ายรถยนต์ Nissan มาฝากเพื่อนๆ กันครับ
นิสสัน เทียน่า เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2547 และได้ทำการแนะนำเจเนเรชันที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2552 โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเรื่อยมาในฐานะรถยนต์ระดับหรู ที่มาพร้อมเทคโนโลยีเหนือระดับ
นิสสัน เทียน่า ประสบความสำเร็จในด้านของยอดขาย และรางวัลเกียรติยศทั้งรางวัลด้านความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าที่มีต่อคุณภาพรถใหม่ ในกลุ่มรถยนต์ขนาดกลางระดับพรีเมี่ยม ปี 2553 (IQS Award 2010) รางวัล Car of the Year: Best Mid-Size Sedan under 2,500 cc ปี 2553 และ ปี 2554
ล่าสุด นิสสัน ได้เตรียมเปิดตัวรถยนต์ นิสสัน เทียน่า รุ่นใหม่ ที่ได้มีการปรับโฉมรูปลักษณ์ทั้งภายนอก และภายใน เพื่อเพิ่มความหรูหราอีกระดับ ภายใต้แนวคิด “The Perfection for All Time – ยนตรกรรมล้ำสมัย แต่คงไว้ซึ่งความสมบูรณ์แบบ”
สำหรับภายนอกได้มีการปรับเปลี่ยนในส่วนของไฟหน้า ไฟท้าย และไฟตัดหมอกให้ดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น พร้อมกระจังหน้า กันชนหน้า และล้ออัลลอยอารมณ์สปอร์ตสไตล์ใหม่ ในส่วนของภายในมาพร้อมแผงหน้าปัดเรืองแสง แผงคอนโซลหน้าและวิทยุดีไซน์ใหม่ พร้อม 2 โทนสีให้เลือกทั้งโทนสีครีมหรูมีระดับ และโทนสีดำเข้มสไตล์สปอร์ตที่มาพร้อมลายไม้สีดำในรุ่น Sport Series
ในด้านของเทคโนโลยีนั้น นิสสัน เทียน่า ยังคงไว้ซึ่งขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน VQ V6 ขนาด 2.5 ลิตร และ เครื่องยนต์ MR20DE 2.0 ลิตร เปี่ยมไปด้วยพละกำลังหากแต่นุ่มนวล เงียบสนิท พร้อมระบบเกียร์อัจฉริยะ XTRONIC CVT ที่ให้ขับขี่ได้อย่างราบลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถปรับเปลี่ยนเกียร์ได้ถึง 700 รูปแบบและยังช่วยประหยัดน้ำมัน
นอกจากนี้ นิสสัน เทียน่ารุ่นใหม่ ยังพิเศษมากยิ่งขึ้น ด้วยไฟหน้าไบซีนอนใหม่ พร้อมโปรเจคเตอร์เลนส์ และระบบปรับลำแสงไฟหน้าอัตโนมัติตามการเลี้ยวของรถ (Adaptive Front-lighting System: AFS) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ขณะเข้าโค้งยามค่ำคืน เพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยกระจกมองข้างปรับอัตโนมัติขณะถอยหลัง ให้ความสะดวกขณะถอยจอดมากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากนั้น ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกของความสปอร์ตหรูกับรุ่น Sports Series ทั้งในรุ่น 2.5 ลิตร และ 2.0 ลิตร ที่มาพร้อมกับล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตใหม่ สเกิร์ตข้าง และสปอยเลอร์หลัง ผสานความหรูหราด้วยเบาะหนังภายในสีดำ พร้อมตกแต่งลายไม้สีดำใหม่ ตอบทุกความทันสมัยที่เข้าใจความต้องการของคุณ
สำหรับนิสสัน เทียน่าใหม่ จะมีให้เลือกทั้งหมด 7 รุ่น 5 สี โดยมีสี Greyish Bronze (KAC) ใหม่ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือก
โดยผู้ที่สนใจสามารถชมรถยนต์รุ่นใหม่นี้ ได้ที่ งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 28 (Thailand International Motor Expo 2011) ที่อาคาร อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี ได้ตั้งแต่วันที่ 1-12 ธันวาคมนี้
สุดท้ายนี้เว็บ Thaicarlover.com อยากให้เพื่อนๆ ร่วมเป็นกำลังใจให้ชาวไทยทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ หรือกำลังเตรียมการรับมือกับน้ำท่วม และน้ำท่วมรถ ให้สามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันครับ และถ้าเพื่อนๆ สามารถช่วยเหลือสิ่งใดได้ก็ขอให้ช่วยเหลือตามกำลังความสามารถครับ
สำหรับแฟนๆ นิสสัน ในบ้านเราอาจจะต้องรอลุ้นว่าจะมีอะไรเด็ดๆ มาเปิดตัวที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โปร 2011 (Motor Expo 2011) ในปลายปีนี้ หรืองานมอเตอร์โชว์ 2012 (Motor Show 2012) ในต้นปีหน้าหรือไม่ ซึ่งอันนี้แฟนๆ Nissan ต้องติดตามกันต่อไปครับ
กลับมาพบกันอีกครั้งกับข่าวสารวงการยานยนต์ วันนี้ทาง Thaicarlover.com มีข่าวรถยนต์ใหม่จากค่ายรถยนต์ Suzuki มาฝากเพื่อนๆ กันครับ
ถ้าพูดถึง Suzuki ช่วงนี้ก็ต้องพูดถึงข่าวที่มีปัญหากับ Volkswagen พันธมิตรที่กลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว แต่ Suzuki ก็ไม่ได้เดียวดาย เพราะล่าสุดเพิ่งเปิดเผยถึงสัมพันธ์ใหม่กับเพื่อนร่วมชาติอย่าง Mitsubishi ในการให้จัดหารถไฟฟ้าขนาดเล็กในแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า
โดยในข้อตกลงมีใจความสำคัญว่า Mitsubishi จะจัดหา MINICAB-MiEV รถเพื่อการพาณิชย์ระบบไฟฟ้าขนาดเล็กให้กับ Suzuki ซึ่งจะทำตลาดภายใต้แบรนด์ Suzuki ในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังเป็นการลดต้นทุนในการผลิตให้กับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ คอปอร์เรชั่น (Mitsubishi Motors Corporation) ตามหลักเศรษฐศาสตร์ Economies of Scale ที่ยิ่งผลิตมากต้นทุนต่อหน่วยก็จะยิ่งต่ำลง
โดย Mitsubishi MINICAB-MiEV ได้ถูกเปิดตัวไปแล้วในเดือนเมษายนเมื่อต้นปี โดยมีกำหนดวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นภายในสิ้นปีนี้
สุดท้ายนี้เว็บ Thaicarlover.com อยากให้เพื่อนๆ ร่วมเป็นกำลังใจให้ชาวไทยทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ หรือกำลังเตรียมการรับมือกับน้ำท่วม และน้ำท่วมรถ ให้สามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันครับ และถ้าเพื่อนๆ สามารถช่วยเหลือสิ่งใดได้ก็ขอให้ช่วยเหลือตามกำลังความสามารถครับ
สำหรับแฟนๆ ซูซูกิ ในบ้านเราอาจจะต้องรอลุ้นว่าจะมีอะไรเด็ดๆ มาเปิดตัวที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โปร 2011 (Motor Expo 2011) ในปลายปีนี้ หรืองานมอเตอร์โชว์ 2012 (Motor Show 2012) ในต้นปีหน้าหรือไม่ ซึ่งอันนี้แฟนๆ Suzuki ต้องติดตามกันต่อไปครับ
กลับมาพบกันอีกครั้งกับข่าวสารวงการยานยนต์ วันนี้ทาง Thaicarlover.com มีข่าวรถยนต์ใหม่จากค่ายรถยนต์ Proton มาฝากเพื่อนๆ กันครับ
เคยสร้างความประทับใจมาแล้วกับการเปิดตัวรถยนต์ Proton Exora อย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2009 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งจากลูกค้า และสื่อมวลชน งานนี้ทางบริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด (Phranakorn Auto Sales Co. Ltd) ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Proton ในประเทศไทย เปิดตัว Proton Exora ยานยนต์เหนือระดับ สัมผัสประสบการณ์ความกว้างสบายใหม่กับ รถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง โดยมากับสีแดงใหม่ (Plum Red)
Proton Exora ยานยนต์เหนือระดับ สัมผัสประสบการณ์ความกว้างสบายใหม่กับ รถยนต์ MPV7 ที่นั่ง ซึ่งเป็นผลิตผลของโปรตอนที่ได้จากการวิจัย และพัฒนาอย่างละเอียดรอบคอบเป็นเวลาหลายปี โดยได้รวมองค์ประกอบเรื่องพื้นที่ รูปแบบ สมรรถนะและความปลอดภัย จึงได้รับการออกแบบให้เป็นสุดยอดยานยนต์เหนือระดับ ผสานเทคโนโลยีช่วงล่างจากรถ Lotus ประเทศอังกฤษ
สำหรับห้องโดยสารภายใน มีการใช้เทคโนโลยีอันทันสมัย ปรับปรุงทั้งในด้านการกันเสียงรบกวนจากภายนอก ซึ่งระบบเก็บเสียงที่มีคุณภาพสูงนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารสามารถสนทนากันด้วยระดับเสียงปกติ และสามารถรับฟังเพลง หรือชมภาพยนตร์ (เฉพาะรุ่น High Line) ที่ชื่นชอบได้อย่างเพลิดเพลิน
นอกจากนี้ ยังให้ความรู้สึกสบายในการขับขี่ระยะไกล Exora จึงได้ติดตั้งที่วางเครื่องดื่มถึง 10 จุด เพื่อช่วยให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถวาง และหยิบขวดเครื่องดื่มได้สะดวกสบายมากขึ้น
ในส่วนของสัมภาระ Exora มีพื้นที่กว้าง โดยออกแบบให้เก้าอี้ทั้ง 6 ที่นั่งสามารถปรับพับได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้มากขึ้น กลไกการพับพนักที่นั่งนั้นช่วยให้การพับพนักที่นั่งแถวที่สองทำได้ง่ายขึ้น เปิดช่องกว้างให้ผู้โดยสารเข้าไปยังแถวที่นั่งที่สามได้ ประตูหลังสามารถเปิดได้กว้างถึง 85 องศา เอื้อต่อการขึ้นลงของผู้โดยสาร
นอกจากนี้ Exora จัดให้มีช่องระบบปรับอากาศให้กับทุกแถวที่นั่ง ช่วยให้ผู้โดยสารได้รับความเย็นสบายทั่วถึงในวันที่มีอากาศร้อนอบอ้าว
นอกจากนั้นแล้ว จุดเด่นอีกจุดหนึ่งของ โปรตอน เอ็กโซร่า คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แบบ BCM หรือ Body Control Module ซึ่งติดตั้งในรถยนต์ยุโรประดับสูง ซึ่ง Exora เป็นรถรุ่นแรกในค่ายโปรตอนที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ BCM พร้อมตัวเลือกและอุปกรณ์ใหม่อื่นๆ มากมาย เพื่อเพิ่มการใช้งาน และความปลอดภัย
BCM ทำหน้าที่ได้มากกว่า 20 ฟังก์ชั่น อาทิ ไฟนำทางเข้าบ้าน การตั้งโปรแกรมการล็อกประตู การควบคุมการทำงานที่ปัดน้ำฝน การทำงานของสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติระหว่างการหยุดโดยฉุกเฉินจากความเร็วที่ 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สุดท้ายนี้เว็บ Thaicarlover.com อยากให้เพื่อนๆ ร่วมเป็นกำลังใจให้ชาวไทยทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ หรือกำลังเตรียมการรับมือกับน้ำท่วม และน้ำท่วมรถ ให้สามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันครับ และถ้าเพื่อนๆ สามารถช่วยเหลือสิ่งใดได้ก็ขอให้ช่วยเหลือตามกำลังความสามารถครับ
สำหรับแฟนๆ โปรตอน ในบ้านเราอาจจะต้องรอลุ้นว่าจะมีอะไรเด็ดๆ มาเปิดตัวที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โปร 2011 (Motor Expo 2011) ในปลายปีนี้ หรืองานมอเตอร์โชว์ 2012 (Motor Show 2012) ในต้นปีหน้าหรือไม่ ซึ่งอันนี้แฟนๆ Proton ต้องติดตามกันต่อไปครับ
แม้จะเปิดตัวกันไปอย่างเป็นทางการตั้งแต่เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาแล้ว สำหรับคอมแพ็คคาร์รุ่นใหม่จากค่าย Subaru ที่หอบหิ้วเอา Subaru Impreza รุ่น ใหม่มาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และมันถูกวิพากษ์วิจารณ์ในการเรือนหายจากความดุดันอย่างที่เคยเป็น จนหลายคนให้นิยามมันอย่างสนุกปากว่า "รถบ้าน" แต่ถ้าใครที่กำลังมองหาความสปอร์ตคงต้องลองมองเวอร์ชั่น Sti ที่มันคือความดุดันตัวจริงและเพิ่งจะเปิดตัว โดยอาศัยห้วงเวลาวันขอบคุณพระเจ้าทางฝั่งตะวันตก
Subaru Impreza Sti กลับมาอีกครั้ง ด้วยความตั้งใจในการปั้นรถยนต์ตัวแรงให้สามารถตอบสนองได้ด้วยการนำเอาเรือน ร่างจากคอมแพ็คคาร์มาใช้ ที่ในครั้งนี้มันมาพร้อมรหัสโหด "S206" ซึ่งกำลังจะวางจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่นในเร็วๆนี้ ซึ่งน่าจะหมายความถึงการที่รถคันนี้จะเปิดตัวในงาน tokyo Motor Showที่ใกล้เข้ามาด้วย
New! Subaru Impreza Sti เวอร์ชั่นพิเศษนำเสนอความแตกต่างตั้งแต่ภายนอกที่เรือนร่างของมันนั้นอาจจะ พัฒนามากจากเวอร์ชั่นรถบ้าน แต่ก็ให้ความดิบและดุดันมากยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าใหม่ ที่ปลุกเสน่ห์จากกันชนหน้าใหม่ขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น พกชุดสปอร์ยเลอร์หน้ามาให้ความดุดันและลงตัว ฝากระโปรงหน้าใช้วัสดุน้ำหนักเบาทำจากอลูมิเนียมทั้งชุด และบั้นท้ายลดความโหดจากเดิมด้วย Lip Spoiler ที่มันอาจจะไม่ถูกใจหลายๆคน ที่ตบท้ายด้วยล้ออัลลอยจากค่าย BBS ขนาด 19 นิ้ว ติดตัวออกมาจากโรงงาน รัด้วยยางสปอร์ต Michelin pilot super sport
ภายในห้องโดยสารความดิบโหดลงตัวด้วยการนำเสนอความหรูหราในแบบสปอร์ต ที่ลงตัวด้วยการใช้หนังชั้นดี alcantra มาตบแต่งในหลายๆสัดส่วนที่ลงตัวยิ่งขึ้นใช้โทนสเทาดำในการตบแต่ง มาพร้อมเบาะสปอร์ตลงตัวจากค่าย recaro พร้อมสรรพมาให้ตั้งแต่แรกเริ่ม มาพร้อมพวงมาลัยหุ้มหนัง ปุ่มกดสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมโลโก้ Sti และตราประทับเพื่อบอกความเหมือนที่แตกต่าง
เรื่องขุมพลัง Subaru Impreza Sti ยังเน้นการตอบสนองในเรื่องสมรรถนะการขับขี่ที่เป็นเลิศ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความทรงพลังอย่างเดียว และหัวใจขับเคลื่อนรถรุ่นนี้ก็มาพร้อมขุมพลัง Boxer2.0 ลิตร ที่มีการปรับแต่งชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ใหม่ โดยเน้นในการถ่วงดุลระหว่างลูกสูบ ข้อเหวี่ยง และชุดวาล์วทำให้อัตราเร่งดีขึ้นจนรู้สึกได้ ยิ่งรวมกับการปรับแต่งการสั่งจ่ายน้ำมันในระบบคอมพิวเตอร์ของรถใหม่ แถมยังเรียกใช้เทอร์โบแบบรีดอากาศ 2 ช่อง และลดแรงดันไอเสีย เจ้า Subaru Impreza STi ใหม่ ก็พร้อมทะยานด้วยตัวเลข 320 แรงม้า และให้แรงบิดสูงสุด 431 นิวตันเมตร
อย่างไรก็ดี Subaru Impreza STi เดิมๆนั้น อาจจะดูแล้วมันค่อนข้างธรรมดา ไปสักหน่อย แต่ถ้าชอบความโหดก็อาจจะลองจ่ายเงินวื้อชุดแต่งพิเศษ NBR Challenge Package ที่มาพร้อมกับ สปอร์ยเลอร์ท้ายคาร์บอนไฟเบอร์ทรงโหด และสติ๊กเกอร์เฉพาะรุ่น
นาย โยชิอากิ อิชิมูระ ประธานบริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิด เผยว่า ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 28 บริษัทฯจะเปิดตัวรถยนต์ "The New Hyundai Tucson Series 2012" ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล พลังสูง ในสไตล์ Metal Top หรือหลังคาโลหะ ในแบบ Surprise Launch ต่อหน้าสาธารณะชนเป็นครั้งแรกในประเทศไทยในราคาพิเศษ
"The New Tucson รุ่นเทอร์โบดีเซลแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ น่าจะเป็นที่ถูกใจสำหรับคอรถ SUV ตัวจริงที่ต้องการความบึกบึนบนความสวยงาม และมีรสนิยมที่พรีเมี่ยม ภายใต้คำนิยามของ The Sexy SUV แต่ในคราวนี้มาพร้อมหลังคาโลหะ ที่ดูเข้มจนได้รับฉายา The Macho SUV ดุดันและมากไปด้วยแรงม้า-แรงบิด โดยจะวางจำหน่ายในราคาเพียง 1,690,000 บาทเท่านั้น"
ทั้งนี้ The New Hyundai Tucson 2.0D 4WD เจ้าของฉายา MACHO SUV เอาใจผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ที่มีสมรรถนะความแรงและความประหยัดน้ำมัน ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด R-Engine CRDi ขนาด 2 ลิตร เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ให้กำลังสูงสุดถึง 177 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 392 นิวตัน-เมตรที่ 1,800 - 2,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมดแมนนวล และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-Time On Demand ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมาพร้อมอุปกรณ์ต่างๆที่ถูกคัดสรรมาอย่างลงตัวดังต่อไปนี้
-ล้ออัลลอยด์ขนาด 17" ที่เหมาะสมกับการใช้งานหลากหลายประเภท
-ภายในหรูหราทันสมัยในรูปแบบ X-Shape โทนสีดำ ตัดกับเบาะนั่งหุ้มหนังสีน้ำตาลแดง ให้อารมณ์แบบยุโรป
-ระบบควบคุมความปลอดภัยสูงสุดจากระบบควบคุมเสถียรภาพด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (ESP)
-ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (ROP)
-ระบบช่วยในการขึ้นและลงทางลาดชัน (HAC และ DBC)
-เครื่องเสียงที่รองรับการเชื่อมต่อผ่าน AUX และ USB ที่สามารถเล่นเพลงจากทั้ง USB Drive และ iPod ได้โดยตรง
นอกจากนี้ ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 28 ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 1- 12 ธันวาคมนี้ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) ยังเตรียมรถต้นแบบ Hyundai i-flow มาแสดงเพื่อตอกย้ำทิศทางแห่งอนาคตของฮุนได ซึ่งตัวรถมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศที่ต่ำเพียง 0.25 มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล ขนาด 1.7 ลิตร 115 แรงม้า มอเตอร์ไฟฟ้า 30 กิโลวัตต์ (40แรงม้า) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบ Dual Clutch ที่ยังพัฒนา แบตเตอรี่ไปอีกระดับในรูปแบบ Lithium Ion-Polymer จนประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 3 ลิตร ต่อ 100 กม หรือราวๆ 33.3 กม. ต่อลิตร ด้วยการเผาไหม้ที่บริสุทธ์กว่าด้วยค่าคาร์บอนไดอ็อกไซด์เพียง 85 กรัม/กม.
ทั้งนี้ Hyundaiยังจัดแคมเปญพิเศษ เมื่อซื้อรถ All-New Hyundai Sonata Sport ทุกรุ่น และ The New Hyundai Tucson 2.0G 4WD เครื่องยนต์เบนซิน รุ่นหลังคาแก้ว รับฟรีแพ็คเกจบำรุงรักษานาน 4 ปี หรือ 80,000 กม. และประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถ The New Hyundai Grand Starex VIP รับประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี ฟรี พร้อมดอกเบี้ยอัตราพิเศษจากบริษั ทลิสซิ่งกสิกรไทย จำกัดอีกด้วย
ถ้าคุณกำลังมองหารถยนต์เพื่อครอบครัวสักคันหนึ่ง ด้วยงบ 1 ล้านกลางถึงปลาย โดยมีข้อแม้ว่ารถคันนั้นต้องพื้นที่ใช้สอยสำหรับ 5-6 คน พร้อมสัมภาระมาเกี่ยวข้องด้วย... จริงอยู่ว่าเงินขนาดนี้อาจจะซื้อรถเก๋งคันงามๆ ได้อย่างสบาย แต่รถเก๋งสุดหรูก็อาจจะดูคับแคบไปถนัดตาหากต้องนำมาสนองความต้องการในรูปแบบ ดังกล่าว ครั้นจะต้องขยับไปถึงรถตู้หรูจำพวก วีโต้ คาราเวล หรืออัลฟาร์ด ก็ดูจะใช้งบสูงจนเกินไป
หนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจกับงบประมาณแบบจำกัดที่ไม่เกิน 2 ล้านบาท เต็มเปี่ยมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกแบบครบครัน ทั้งระบบความบันเทิง และพื้นที่ใช้สอยที่มีเหลือเฟือ ตอบโจทย์ครอบครัวขนาดกลาง ถึงใหญ่ได้อย่างลงตัว ในรูปแบบ MPV 7 ที่นั่ง กับ Hyundai Grand Starex VIP
ย้อนไปเมื่อสัก 20 ปีที่แล้ว เมื่อเราพูดถึงรถยนต์ค่ายเกาหลี สิ่งที่เป็นนิยาม คงมีเพียงไม่กี่คำ ซึ่งออกไปในแนวลบมากกว่าบวก แต่ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแตกต่างกับเมื่อก่อนราวหน้ามือ กับหลังมือ เพราะรถยนต์เกาหลีมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด และสามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าทั่วโลกได้อย่างตรงจุด จนกระทั่งนิยามในแง่ลบก็ถูเปลี่ยนไปเป็นคำจำกัดความง่ายๆ แต่ได้ใจความ นั่นคือ คุณภาพคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป
หรูหราลงตัว เด่นที่ระบบเอนเตอร์เทนเมนท์
สำหรับ Hyundai Grand Starex VIP คันนี้ ใช้พื้นฐานเดียวกับรถตู้ยอดฮิต Hyundai H1 ทั้งเครื่องยนต์ ระบบกันสะเทือน ด้วยมิติตัวถังที่มีความยาว 5,125 มิลลิเมตร กว้าง 1,920 มิลลิเมตร สูง 1,925 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,200 มิลลิเมตร สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกแทบไม่มีอะไรแตกต่าง นอกจากกระจังหน้ากระจังหน้าแบบใหม่ พร้อมกับไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้างทั้ง 2 ด้าน และล้อแม็กลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 235/60/17
สำหรับภายในมีการตกแต่งรายละเอียดเพิ่มเติมค่อนข้างมากซึ่งเน้นหนักไปทาง ด้านเอนเตอร์เทนเมนท์ และความสะดวกสบายในการเดินทาง ด้วยการลดจำนวนเบาะโดยสารจากพื้นฐานเดิม 4 แถว 12 ที่นั่ง ให้เหลือเพียงแค่ 3 แถว 7 ที่นั่ง
ประโยชน์หลักๆที่ได้จากการลดที่นั่ง เห็นได้ชัดเจน แม้บรรทุกผู้โดยสารเต็มทุกที่นั่งก็ยังดูไม่อึดอัดจนเกินไปนัก ส่งผลให้บรรยากาศในการเดินทางโล่งสบายขึ้น นั่งได้นานขึ้น พิเศษที่เบาะนั่งแถว 2 เป็นแบบ VIP แยกจากกัน 2 ที่นั่ง มาพร้อมที่พักแขน-ขา และที่วางแก้ว ประหนึ่งว่าคุณกำลังเดินทางอยู่ในชั้นบิสสิเนสคลาส เพราะตรงหน้ายังเป็นที่ตั้งของเคาท์เตอร์ขนาดใหญ่ กันระหว่างห้องโดยสารกับส่วนของคนขับ ภายในนั้นยังเป็นที่ซ่อนของ TV LCD ขนาด 19 นิ้ว สามารถเลื่อนขึ้น-ลง ได้ด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งมาพร้อมเครื่องเล่น DVD จาก Alpine ขนาบข้างด้วยลำโพงแบบแยกชิ้นแบรนด์ JBL ให้ซุ่มเสียงแบบพอใช้ได้ กับการดูหนังฟังเพลงระหว่างเดินทาง
ด้านหน้าเคาน์เตอร์ยังมีลิ้นชักเก็บของขนาดใหญ่อยู่สองข้าง ต้องยอมรับว่าใช้งานยากเพราะปุ่มแข็งมาก ซึ่งต้องใช้น้ำหนักกดปุ่มพอสมควร หากดูผิวเผินจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี้คือที่เปิดลิ้นชัก ส่วนประตูภายในห้องโดยสารที่มีมาให้ทั้งสองด้าน ใช้งานได้อย่างสะดวก การเปิด-ปิดประตูบานใหญ่ ที่ไม่ใช่ระบบไฟฟ้า กลับใช้งานได้ง่ายและไม่หนักมืออย่างที่คิดไว้
หากคุณดูหนังฟังเพลงกันจนเบื่อแล้ว Grand Starex VIP คันนี้ยังมีช่องจ่ายไฟบ้านขนาด 220 โวลต์ สามารถรับโหลดสูงสุดได้ 600 วัตต์ พร้อมช่องต่อ VDO รองรับอุปกรณ์พ่วงต่อได้ทั้ง คาราโอเกะ และเครื่องเล่นเกมส์ ซึ่งจะช่วยให้ทุกการเดินทางนั้นมีสีสันยิ่งขึ้น
ส่วนเบาะแถวที่ 3 ซึ่งอยู่หลังสุด แม้จะไม่เป็บแบบ VIP แต่ก็นั่งสบายไม่แพ้กัน เพราะตัวเบาะค่อนข้างใหญ่รองรับสรีระได้เป็นอย่างดี สามารถเอน เลื่อนเดินหน้า-ถอยหลัง ปรับเปลี่ยนได้หลากหลายตามการใช้งาน และที่สำคัญทุกที่นั่งมีช่องปรับอากาศแบบส่วนตัว รับประกันได้ว่าความเย็นจะเข้าถึงทั่วทั้งคัน ช่วยลดอาการเหงื่อตกของผู้โดยสารด้านหลังได้เป็นอย่างดี
ส่วนของผู้ขับบริเวณแถวหน้าสุด อย่างที่บอกไว้ในข้างต้นว่าส่วนนี้จะถูกกั้นระหว่างห้องโดยสารด้านหลังด้วย เคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งนั้นหมายความว่าจะต้องมีกล่องสี่เหลี่ยมใบโตอยู่ด้านหลังผู้ขับและผู้ โดยสารด้านหน้า แต่ก็ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้มากมายนัก แม้จะไม่สมารถปรับเอนนอนได้ แต่ก็ยังปรับให้เข้ากับสรีระได้ตามปกติ
และใช่ว่าจะต้องนั่งอิจฉาคนเบาะหลังไปตลอดทาง เพราะยังมีระบบเอ็นเตอร์เทนเมนท์สำหรับผู้โดยสารด้านหน้าอีกชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นแบบหน้าจอสัมผัสบิวท์อินในคอนโซล รองรับการใช้งานได้ทั้ง iPod และ Usb พร้อมแสดงผลภาพจากกล้องส่องหลัง เหมาะสำหรับรถที่ใหญ่เทอะทะแบบนี้ ซึ่งจะช่วยให้คล่องตัวยิ่งขึ้นขณะจอดรถในที่แคบ พร้อมกันนี้ยังมาพร้อมฟังก์ชั่นการควบคุมระบบเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
ดีเซลเทอร์โบ แปรผัน 175 แรงม้า...แรงพอตัวแม้บรรทุกหนัก
หลังจากรับ Grand Starex VIP มาจากสำนักงานฮุนไดซอยคอนแวน ผู้เขียนมีโอกาสขับใช้งานในสภาวะการจราจรหนาแน่นในกรุงเทพมหานครอยู่สักพัก แม้ตัวรถที่ค่อนข้างเทอะทะจะทำให้อึดอัดไปบ้าง แต่ด้วยตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับที่อยู่สูง และเอกลักษณ์ของรถตู้หน้าตัด ทำให้ค่อนข้างได้เปรียบในเรื่องมุมมองที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนรอบด้าน
ในส่วนของเรื่องความสูงของตัวรถน่าจะเป็นเรื่องที่น่ากังวลอยู่ไม่น้อย สำหรับพื้นที่จอดรถตามโรงแรมหรือห้างสรรพสินค้า หากเพดานของที่จอดมีระดับความสูง 2 เมตรขึ้นไปก็สบายใจได้ครับ แต่เสาวิทยุเหนือหลังคาอาจจะครูดกับเพดานบ้างเล็กน้อย
สำหรับขุมพลังของฮุนไดตระกูล H-1 ทุกรุ่น รวมทั้ง Grand Starex VIPคันนี้ ใช้เครื่องยนต์บล็อกเดียวกัน รหัส D4CB ดีเซลไดเร็คอินเจ็คชั่น คอมมอนเรล แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ความจุ 2,500 ซีซี ซึ่งมาพร้อมระบบอัดอากาศแปรผัน ที่ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 39.94 กก.-ม. ที่ 2,000-2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังลงสู่ล้อคู่หน้าด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ
สำหรับการทดสอบ ด้วยความเป็นรถสำหรับครอบครัว ผู้เขียนจึงเลือกทดสอบการใช้งานจริงแบบเต็มความจุ 6 ที่นั่ง (ผู้โดยสาร 5 ผู้ขับ 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัดระยอง โดยใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ รวมระยะทางไปกลับกว่า 6 ร้อยกิโลเมตร ได้อัตราสิ้นเปลิงเชื้อเพลิงเฉลี่ยตามมาตรวัดที่ 11.5 กม./ลิตร ตัวเลขความประหยัดอาจจะดูอยู่ในเกณฑ์ต่ำไปบ้าง แต่อย่าลืมว่าน้ำหนักตัวของรถยนต์ประเภทนี้ค่อนข้างหนักอยู่แล้ว บวกกับน้ำหนักผู้โดยสารอีก 6 คน ซึ่งถือว่าค่อนข้างดีทีเดียว
ส่วนเรื่องอัตราเร่งคงต้องยกความดีความชอบให้ระบบเทอร์โบแปรผันเป็น พระเอก ที่ช่วยรีดแรงบิดให้มาไวและต่อเนื่องทุกรอบเครื่องยนต์ ความเร็วที่ใช้ในการเดินทางประมาณ 130-140 กิโลเมตร ยังคงให้ความมั่นใจได้ดี ส่วนเรื่องเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ และลมยังคงเล็ดลอดเข้ามาบ้าง หากคุณไม่ใช่คนช่างสังเกตมากนัก ก็อาจจะมองข้ามไปได้เลย
ช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบมัลติลิงก์ 5 จุดยึด พร้อมคอยล์สปริง ระยะฐานล้อยาว 3,200 มิลลิเมตร ช่วงล้อหน้ากว้าง 1,685 มิลลิเมตร และช่วงล้อหลังกว้าง 1,660 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้รถทรงสูงสามารถมอบสมรรถนะที่ดีขณะใช้ความเร็ว โดยเฉพาะฐานล้อที่กว้างทำให้ช่วยลดความรู้สึกยวบยาบ หรืออาการโคลงขณะเข้าโค้งได้ค่อนข้างดี
ข้อมูลอัตราเร่ง Hyundai Grand Starex VIP
ระยะทาง 400 เมตร ใช้เวลา 18.98 วินาที
ระยะทาง 200 เมตร ใช้เวลา 14.05 วินาที
ระยะทาง 100 เมตร ใช้เวลา 7.77 วินาที
ความเร็ว 0-120 กม./ชม. ใช้เวลา 21.61 วินาที
ความเร็ว 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 14.23 วินาที
ความเร็ว 0-80 กม./ชม. ใช้เวลา 9.43 วินาที
ความเร็ว 0-60 กม./ชม. ใช้เวลา 5.70 วินาที
ความเร็ว 0-40 กม./ชม. ใช้เวลา 2.90 วินาที
ความเร็ว 0-20 กม./ชม. ใช้เวลา 1.27 วินาที
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อเปรียบเทียบกับตู้หรูเจ้าตลาด ที่มีค่าตัวไม่ต่ำกว่า 3 ล้าน บาท อาจจะด้อยกว่าในเรื่องของแบรนด์ และวัสดุอุปกรณ์ที่มีความพิเศษกว่า แต่ถ้าเป็นเรื่องความสะดวกสบายในการใช้งาน ถือได้ว่าไม่น้อยหน้าเลยทีเดียว กับความหรูระดับเฟิร์สคลาส แถมยังควักระเป๋าน้อยกว่าด้วยค่าตัว 1.898 ล้านบาท
เปิดตัวไปอย่างเป็นทางการตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนกรกฏาคมที่ผ่นมา กับรถอเนกประสงค์ปรับโฉมใหม่ล่าสุดของ Chevrolet ที่ส่ง Captiva กลับมาท้าทายตลาด ที่ล่าสุดหากใครบิดวิทยุฟังเพลงคงต้องได้ยินว่า รถรุ่นนี้กำลังจะเผยโฉมรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล
Chevrolet Captiva นั้น เป็นการเน้นในการกลับมาตอบโจทย์ในเรื่องสมรรถนะอีกครั้ง ด้วยขุมพลังที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่ให้หัวใจสมรรถนะสูง เร่งแรง พร้อมความสามารถใหม่หนึ่งเดียวในรุ่นเบนซินที่ใช้น้ำมัน E85 ได้ ฉีกคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาดมากมายกระจาย
การกลับมาอีกครั้งในเวอร์ชั่นเครื่องยนต์ diesel นั้น New! Chevrolet Capitva ใหม่ยังคงใช้เรือนร่างเดิมที่มาพร้อมความดุดัน ตั้งแต่ใบหน้าที่โฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ให้อารมณ์ที่ดุดันยิ่งขึ้น แต่ก็ยังพกเอกลักษณ์กระจังหน้า Dual Port ที่ยังงามสง่าและลงตัวยิ่งขึ้น
ในห้องโดยสา ร Chevrolet Captiva Diesel ให้ฟังชั่นการใช้งานไม่แตกต่างจากรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ด้วยการผสานความหรูและความอรรถประโยชน์ในการใช้งาน ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ห้องโดยสาร ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ตั้งแต่เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยระบบนำทางใช้งานง่านผ่านจอสัมผัส 7 นิ้ว และยังมาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังชั่น ที่กระหึ่มในความบันเทิงผ่านระบบ 3D Sound staging ผ่านลำโพง 8 ตัวในห้องโดยสาร และครั้งแรกกับระบบเบรค(มือ)จอดรถ ไฟฟ้าใช้งานง่ายปลายนิ้วสัมผัส
เมื่อพูดถึง Chevrolet Capitva Diesel จุดเด่นของรถรุ่นนี้ คงไม่พ้นขุมพลังที่พกเครื่องยนต์ดีเซล VCDi ดีเซลเทอร์โบแปรผัน บล็อก 4 สูบ 16 วาล์ว หัวฉีดแรงดันสูง คอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น ให้พละกำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตรที่ 1,750 - 2,750 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พ้อมระบบปรับเปลี่ยนเกียร์ DSC (Driver Shift Control) ให้ความสนุกในการขับขี่มากยิ่งขึ้นกว่ารุ่นเดิม
ทั้งนี้ เชฟโรเลต แคปติวา ดีเซลใหม่ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป ครั้งที่ 28 ณ ชาลเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้
สำหรับราคาจำหน่ายของเชฟโรเลต แคปติวา ดีเซลใหม่
Chevrolet Captiva Diesel รุ่น LSX ที่ 1,395,000 บาท
Chevrolet Captiva Diesel รุ่น LT ราคา 1,620,000 บาท
Chevrolet Captiva Diesel รุ่นLTZ ราคา 1,699,000 บาท
กลับมาพบกันอีกครั้งกับข่าวสารวงการยานยนต์ วันนี้ทาง Thaicarlover.com มีข่าวรถยนต์ใหม่จากค่ายรถยนต์ Nissan มาฝากเพื่อนๆ กันครับ
นิสสัน นาวาร่า เป็นรถปิคอัพ “พันธุ์แกร่ง แรงจัด ประหยัดจริง” การันตีคุณภาพด้วยรางวัลมากมายทั้งรางวัล Car of the Year: Best Pickup 4 WD under 2,500 cc ปี 2551, รางวัล Car of the Year: Best Pickup 4 WD under 2,500 cc ปี 2552, รางวัล Car of the Year: Best Pickup 4 WD under 2,500 cc ปี 2553, และรางวัล Car of the Year: Best Pickup 4 WD under 2,500 cc ปี 2554
ในครั้งนี้นิสสัน นาวารารุ่นใหม่ ยอดปิคอัพคุณภาพ ความแรงจะมาพร้อมกับความประหยัดน้ำมัน ECO POWER พร้อมแนะนำ 2 รุ่นใหม่ 2 แบบ 2 สไตล์ ได้แก่ นาวาร่า แกรนด์ไททาเนียม (Navara Grand Titanium) และ นาวาร่า สปอร์ตเวอร์ชั่น (Navara Sports Version)
นาวาร่าแกรนด์ไททาเนียม แกร่งเปี่ยมพลัง เต็มที่กับทุกรูปแบบการใช้ชีวิตในสไตล์ปิคอัพระดับหรู ที่มาในรุ่นยกสูงคาลิเบอร์ทั้งในรุ่นคิงแค็บ และดับเบิ้ลแค็บ โฉบเฉี่ยวตั้งแต่หน้าจรดท้าย และเสริมความแข็งแกร่งด้วยชุดแต่ง แกรนด์ไททาเนียม ทั้งกระจังหน้า การ์ดกันชนหน้า กันชนหลัง กระจกมองข้าง มือจับเปิดประตู และล้ออัลลอยใหม่
อีกหนึ่งรุ่นใหม่คือ สปอร์ต เวอร์ชั่น (Sports Version) สุดยอดปิคอัพสปอร์ตพันธุ์แท้ ปราดเปรียวดุดัน แกร่งกล้าท้าลุยทุกอุปสรรคบนเส้นทางผจญภัย ที่ได้รับการแปลงโฉมทั้งในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ และขับเคลื่อนสองล้อแบบยกสูง คาลิเบอร์ เติมความเข้มด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ทรง V-SHAPE ขนาดใหญ่ และกันชนหน้าสไตล์สปอร์ต พร้อมกับล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น
นอกจากนี้ ทั้ง 2 รุ่น ยังมากับอุปกรณ์ใหม่ที่ตอบรับทุกอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็น ไฟเลี้ยว LED ใหม่ เท่ สว่างสะดุดตา พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ให้คุณเพลิดเพลินตลอดเส้นทางกับปุ่มปรับเครื่องเสียงที่ควบคุมง่ายจากปลายนิ้ว พร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) เพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้นเมื่อเดินทางไกล
รื่นรมย์กับความบันเทิงสมบูรณ์แบบ ด้วยเครื่องเล่นดีวีดีใหม่ ที่มาพร้อมระบบสัมผัส และไมโครโฟนที่รองรับระบบบลูทูธ ให้คุณรับสายโทรเข้าออกขณะขับขี่ได้ง่ายและปลอดภัยกว่า รวมทั้งกล้องมองหลังขณะถอยจอด พร้อมเส้นกะระยะ ปลอดภัยมั่นใจยิ่งขึ้น แม้ต้องถอยจอดในพื้นที่แคบ
โดยนิสสัน นาวาร่า รุ่นใหม่นี้ ยังมาพร้อมโครงสร้างแชสซีส์ขนาดใหญ่ แข็งแกร่งตามมาตรฐานนิสสันทั่วโลก เหมาะกับงานทุกรูปแบบ โดยเฉพาะงานบรรทุกหนัก และเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร VN เทอร์โบ ที่ให้กำลังสูง และเป็นผู้นำเกียร์ 6 สปีดเจ้าแรกในประเทศไทย ที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น
สำหรับนิสสัน นาวาร่า แกรนด์ ไททาเนียม มีให้เลือกทั้งหมดถึง 6 รุ่น และสำหรับนิสสัน นาวาร่า สปอร์ต เวอร์ชั่น มีให้เลือกทั้งหมด 7 รุ่น
สุดท้ายนี้เว็บ Thaicarlover.com อยากให้เพื่อนๆ ร่วมเป็นกำลังใจให้ชาวไทยทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ หรือกำลังเตรียมการรับมือกับน้ำท่วม และน้ำท่วมรถ ให้สามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันครับ และถ้าเพื่อนๆ สามารถช่วยเหลือสิ่งใดได้ก็ขอให้ช่วยเหลือตามกำลังความสามารถครับ
สำหรับแฟนๆ นิสสัน ในบ้านเราอาจจะต้องรอลุ้นว่าจะมีอะไรเด็ดๆ มาเปิดตัวที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โปร 2011 (Motor Expo 2011) ในปลายปีนี้ หรืองานมอเตอร์โชว์ 2012 (Motor Show 2012) ในต้นปีหน้าหรือไม่ ซึ่งอันนี้แฟนๆ Nissan ต้องติดตามกันต่อไปครับ