ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ทดสอบชนได้ 5 ดาว

ถ้ายังจำกันได้ในปี 2008 บรรดาปิกอัพที่ขายและได้รับความนิยมในบ้านเราหลายรุ่นพาเหรดกันสอบตกในการทดสอบชนที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานอย่าง EuroNCAP ของยุโรป และกลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ติดปากนักขับในบ้านเราไม่น้อย โดยเฉพาะในแง่ของความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ในการทดสอบครั้งล่าสุดของ EuroNCAP ฟอร์ด เรนเจอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในปิกอัพที่ผ่านการทดสอบเมื่อ 3 ปีที่แล้วพร้อมกับสกอร์รวม 3 ดาว ได้กลับมาอีกครั้ง และคราวนี้ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น เมื่อทำผลการทดสอบรวมได้ 5 ดาวเต็ม

แต่นั่นยังไม่เด่นเท่ากับการมีคะแนนในการปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าจากการชนทางด้านหน้า และด้านข้างมากถึง 96% ซึ่งถือว่าสูงสุดในการทดสอบครั้งนี้ และเทียบเท่ากับรถยนต์ในระดับไฮเอนด์อย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอ็ม-คลาส และอีกรุ่นที่ทำได้ในระดับนี้คือ ฮุนได เวโลสเตอร์ สปอร์ตไซส์เล็กจากแดนกิมจิ

หลังผ่านการทดสอบในครั้งนี้ ฟอร์ดได้รับคำชมอย่างมาก โดยเฉพาะในแง่ของการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อให้สอดรับกับข้อกำหนดของกลุ่มประเทศยุโรป ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น ซึ่งการพลิกจากคะแนนที่ทำได้ในครั้งที่แล้วมาเป็น 5 ดาวในครั้งนี้ คือ หลักฐานแห่งความตั้งใจในการพัฒนารถยนต์ของฟอร์ด

แต่ดูแล้วงานนี้จะยึดเป็นมาตรฐานเดียวกันกับปิกอัพที่ขายในบ้านเราก็คงไม่ถูกทั้งหมด เพราะว่าเรนเจอร์คันที่นำมาทดสอบชนในครั้งนี้เป็นสเป็กยุโรปที่ได้รับการผลิตจากฐานการผลิตของฟอร์ดในเมืองโยฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ และมีการติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานแบบครบครัน เช่น ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมนิรภัยด้านข้าง ส่วนระบบ ESC หรือระบบควบคุมการทรงตัวถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ตามข้อกำหนดของอียูที่บังคับให้รถยนต์ใหม่หลังรุ่นปี 2011 ที่ขายในยุโรปจะต้องติดตั้งระบบนี้จากโรงงาน

อุปกรณ์มาตรฐานที่มาเต็มขนาดนี้โดยเฉพาะพวก Passive Safety หรือระบบปกป้องผู้โดยสาร ทำให้คะแนนของเรนเจอร์อยู่ในเกณฑ์ดีมากในการทดสอบชนทางด้านหน้าแบบออฟเซ็ต และการชนทางด้านข้างในแบบชนกับรถยนต์ และชนเข้ากับเสา ซึ่งเรนเจอร์ได้คะแนนใน 2 ส่วนนี้เกือบเต็มในแง่ของการปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยมีแรงกระทำเกิดขึ้นที่หุ่นดัมมี่ในระหว่างการชนน้อยมาก เช่นเดียวกับระบบการยึดรั้งเบาะนั่งนิภัยของเด็กภายในตัวรถก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี เพราะมีระบบ ISOFIX มาให้จากโรงงาน โดยจุดเดียวที่เรนเจอร์ใหม่ทำผลงานได้ไม่ดี คือ เรื่องอาการบาดเจ็บที่บริเวณกระดูกต้นคอที่มีความเสี่ยงสูงมากหากเกิดการชนทางด้านท้าย

เห็นอย่างนี้แล้ว แฟนๆ ของฟอร์ดในบ้านเราที่กำลังเฝ้ารอการเปิดตัวขายอย่างเป็นทางการของเรนเจอร์ใหม่ที่จะมีขึ้นปลายเดือนพฤศจิกายน คงใจชื้นกันไม่มากก็น้อย เมื่อปิกอัพสามารถยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเทียบเท่ากับรถยนต์นั่ง

Optimus Sol - Optimus Hub บุกไทยที่ราคา 10,900 และ 7,990.-

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
LG Optimus Sol สมาร์ทโฟนสุดบาง
แจ้งเกิดในไทยแล้วสำหรับ 2 สมาร์ทโฟนน้องใหม่ในตระกูลออพติมัส ล่าสุดแอลจีนำเสนอสมาร์ทโฟน 2 รุ่นสายพันธุ์ออพติมัสที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.3 ได้แก่ LG Optimus Sol ดีไซน์หรู เพรียวบาง พร้อมประสิทธิภาพที่เหนือชั้น และ LG Optimus Hub ที่มาพร้อมเทคโนโลยีไร้สาย แชร์ไฟล์ได้อย่างสะดวก และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น ทั้งคู่ราคาเริ่มที่ 10,900 และ 7,990 บาทตามลำดับ

***LG Optimus Sol บางเฉียบไม่ถึงเซนต์

LG Optimus Sol ได้รับการการันตีว่ามาพร้อมดีไซน์หรูล้ำเพรียวบาง 9.8 มม. ท่ามกลางผิวสัมผัสที่หนักแน่นและจับกระชับมือ ผู้ใช้สามารถท่องเว็บและใช้แอปพลิเคชันรวดเร็วทันใจด้วยหน่วยประมวลผล 1 GHz ตัวเครื่องรองรับ Flash 10.1 เพื่อการรับชมมัลติมีเดียอย่างสมบูรณ์แบบ

หน้าจอของ Sol เป็นจอ OLED ขนาด 3.8 นิ้วความละเอียดระดับ WVGA ที่ให้สีสันสว่างสดใส และช่วยลดแสงสะท้อน ตัวเครื่องมีระบบจัดการพลังงานแบบ idle-based ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะจัดลำดับการประมวลผลโปรแกรมต่างๆ ตามความสำคัญ จึงใช้งานแบตเตอรี่ได้นานขึ้นสูงสูด 30%

อีกเคล็ดลับที่ทำให้ LG Optimus Sol ประหยัดแบตเตอรี่คือการมีโหมด Dark UI ที่จะปรับพื้นหลังของเมนูต่างๆ ให้เป็นสีดำ ซึ่งใช้พลังงานน้อยกว่าพื้นสีขาวแบบเดิม ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้อีกทาง

นอกจากนี้ LG Optimus Sol ยังมาพร้อมกล้อง 5 ล้านพิกเซลที่ปรับชัตเตอร์และโฟกัสอัตโนมัติ รวมทั้งถ่ายภาพช็อตต่อช็อตได้อย่างรวดเร็ว ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มัลติมีเดียอื่นๆ ผ่าน DLNA และ Wi-Fi Direct ได้โดยตรงจากไอคอนบนหน้าจอ

Sol สามารถรองรับ 3G ความถี่ 900/2100 HSDPA 7.2 Mbps รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 3.0 High speed, USB 2.0 High speed, WiFi, A-GPS รองรับไฟล์เสียง MP3/AMR/AAC/AAC+/WAV/AC3 และไฟล์วีดีโอ MPEG-4/ H.263/ H.264/DivX/XviD

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
LG Optimus Hub เด่นที่แบตเตอรี่อึด
***LG Optimus Hub แชร์ข้อมูลเร็วกว่า

จุดที่ทำให้ LG Optimus Hub มีราคาขายที่ต่ำกว่า Sol คือการมาพร้อมหน้าจอ TFT ขนาด 3.5 นิ้ว หน้าจอการันตีความชัดด้วยความละเอียดระดับ HVGA ที่ให้ความสว่าง 550 nit เหนือกว่าสมาร์ทโฟนในระดับเดียวกัน จึงให้รายละเอียดของภาพที่คมชัดแม้ใช้งานกลางแจ้ง

Hub สามารถแชร์คอนเทนต์ อาทิ เพลง ภาพยนตร์ และภาพถ่ายได้อย่างสะดวกด้วยฟีเจอร์เชื่อมต่อที่หลากหลาย ทั้ง Wi-Fi Cast ที่แชร์คอนเทนต์แบบไร้สายกับมือถืออื่นๆ ได้รวดเร็วกว่าการใช้งานบลูทูธถึง 10 เท่า และฟีเจอร์ Smart Share UI สำหรับแชร์คอนเทนต์แบบ DLNA กับมือถือและทีวี รวมทั้งฟีเจอร์ On-screen Phone ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถป้อนข้อมูลไปยังมือถือผ่านคอมพิวเตอร์

LG Optimus Hub ยังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานแบตเตอรี่ด้วยระบบจัดการพลังงานแบบ idle-based ซึ่งยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้นานขึ้น 30% เช่นเดียวกับ Sol นอกจากนี้ยังมีหน้าจอที่ตอบสนองการสัมผัสได้ดียิ่งขึ้น จึงประมวลผลคำสั่งต่างๆ เช่น การพิมพ์ข้อความ และการเล่นเกม ได้อย่างรวดเร็ว

Hub รองรับ 3G ความถี่ 900/2100 HSDPA 3.6 Mbps รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 3.0, USB 2.0 High speed, WiFi, A-GPS สามารถเล่นไฟล์เสียง MP3/AMR/AAC/(e)AAC+/WAV และไฟล์วีดีโอ MPEG-4/ H.264/ H.263 ได้เช่นเดียวกับ Sol

LG Optimus Sol วางจำหน่ายในราคา 10,900 บาท และ LG Optimus Hub ในราคา 7,990 บาท (แถมการ์ดความจำ 2GB ทั้งสองรุ่น) ทั้งหมดนี้ นายสมศักดิ์ อธิศัยตระกูล หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เชื่อว่าดีไซน์หรู เพรียวบาง พร้อมหน่วยประมวลผลอันเหนือชั้น และความสามารถในการเชื่อมต่อ-ส่งถ่ายข้อมูลไร้สายได้โดยไม่ต้องผ่านเราท์เตอร์ จะทำให้สมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี

Company Related Link :
LG

การทำความสะอาดหลังน้ำลดด้วยตัวเอง

Clean House After Flooding


การทำความสะอาดหลังน้ำลด เราต้องใช้เวลาและความอดทนอย่างมาก เพราะเป็นงานที่ต้องการความละเอียด

ในการทำความสะอาดสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การทำความสะอาดนั้นต้องคำนึงถึงการกำจัดการฆ่าเชื้อโรคเชื้อราที่เราอาจมอง ไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าเป็นสำคัญ การสัมผัส หรือหายใจเอาเชื้อเหล่านี้เข้าไปเท่ากับเราอยู่กับภัยร้ายโดยไม่รู้ตัว

ในการทำความสะอาดสิ่ง สำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือ การป้องกันตนเองของผู้ทำ เช่น การใส่ถุงมือยาง, รองเท้าบู๊ต ซึ่งสำคัญมากพอๆกับการใส่ผ้าปิดปากปิดจมูกในการทำงาน ใส่ถุงมือยางและรองเท้าบู๊ตช่วยป้องกันการติดเชื้อโรคเชื้อรา, ป้องกันการสัมผัสสารเคมี รวมถึงป้องกันไฟดูด ส่วนผ้าปิดจมูกและปากช่วยป้องกันการหายใจเอาสปอร์ของเชื้อราและไอระเหยของ สารเคมีเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ในระหว่างการทำความสะอาดควรเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศระบายได้มากที่สุด อาจเปิดพัดลมเพดานช่วยระบายอากาศ

***** ห้ามเปิดเครื่องปรับอากาศ เพราะเชื้อต่างๆจะถูกดูดเข้าไปอยู่ในระบบปรับอากาศ และจะกลายเป็นที่เพาะพันธุ์เชื้อราต่อไป เป็นภัยเงียบที่เรามองไม่เห็น

***** หากสิ่งของใดๆ ที่ได้เกิดเชื้อราขึ้นแล้ว ให้นำออกไปทำความสะอาดในที่ๆ อากาศถ่ายเทและห่างออกไปจากตัวบ้าน เพื่อไม่ให้สปอร์ของเชื้อรากระจายเข้าไปอยู่ในบ้าน หากเกิดเชื้อราเกิดขึ้นแล้ว บนพื้นผิวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้น, ผนัง,เพดาน หรือเฟอร์นิเจอร์ ควรจะต้องใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดเพื่อไม่ให้เชื้อฟุ้งกระจาย ก่อนจะล้างทำความสะอาดล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ อย่าลืมที่จะใส่เครื่งป้องกันตนเอง โดยเฉพาะหน้ากากกรองอากาศ ผ้าปิดปากปิดจมูก ถุงมือยาง รองเท้าบู๊ตเพื่อป้องกันตนเอง

เรื่องต่างๆที่ต้องจัดการหลังน้ำลด

หลังจากตรวจดูโครงสร้างต่างๆภายในบ้านแล้ว ( คลิกอ่าน เรื่อง การเตรียมตัวเข้าบ้านหลังน้ำลด)

1. ระบบไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าของทั้งบ้านจะต้องถูกปิดทันที ที่น้ำท่วมบ้าน ระบบไฟฟ้าจึงเป็นสิ่งแรกๆเลยที่จะต้องจัดการทันทีที่น้ำลด โดยการให้ช่างไฟฟ้ามืออาชีพ มาทำการตรวจสอบ และซ่อมแซมให้หมดก่อนที่จะสามารถกลับไปใช้ไฟฟ้าได้อีกอีกครั้งหนึ่ง จำเป็นอย่างมากที่จะต้องเดินสายไฟใหม่ทั้งหมด สายไฟจะต้องแห้งสนิท, สวิทช์ไฟ, เต้าเสียบปลั๊กไฟต่างๆ ที่จมอยู่ใต้น้ำ อาจจะมีโคลนตมและตะกอนที่มากับน้ำเข้าไปอยู่


* การทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้า

เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ จำเป็นที่จะต้องได้รับการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆก่อน จะนำกลับไปใช้งาน มิฉะนั้นอาจเกิดไฟฟ้าช๊อตเอาได้ หรือ อาจก่อความเสียหายให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า การทำความสะอาด, การขจัดคราบสกปรก และการกำจัดกลิ่น เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เช่น วิทยุ, โทรทัศน์, เครื่องซักผ้า, เครื่องล้างจาน, เครื่องดูดฝุ่น ฯลฯ เราอาจสามารถที่จะทำความสะอาดภายนอกตัวเครื่องได้เอง แต่เราจำเป็นต้องให้ช่างมาตรวจเช็คดูข้างใน โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการต่ออะแดปเตอร์ หรือสายดินเพื่อป้องกันไฟดูด ไฟช๊อต เมื่อถูกน้ำท่วมไปแล้ว อาจมีสิ่งสกปรก, โคลน เข้าไปอุดตันอาจทำให้สายดินไม่สามารถทำงานได้ ควรจะให้ช่างมาตรวจเช็คก่อนการใช้งาน มิฉะนั้นอาจเป็นอันตรายได้


เครื่องปรับอากาศ หลังน้ำลดต้องเรียกช่างแอร์อาชีพให้มาตรวจเช็คระบบเครื่อง ปรับอากาศภายในบ้านทั้งหมด พร้อมทั้งทำความสะอาดท่อต่างๆ, แผ่นกรองอากาศ เปลี่ยนฉนวนกันความร้อนที่จมน้ำ เป็นต้น เมื่อช่างแก้ไขให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ซีลปิดไว้ก่อน จึงจะเริ่มการทำความสะอาด การเปิดแอร์คอนดิชั่นจะสามารถทำได้ในกรณีที่เราทำความสะอาดบ้านจนเสร็จเรียบ ร้อยพร้อมกลับเข้าไปอยู่แล้วเท่านั้น

ขั้นตอนในการทำความสะอาดมีดังนี้

1. เริ่มด้วยการขนย้ายสิ่งของต่างๆขั้นแรกให้ขนย้าย สิ่งของต่างๆ ภายในบ้านออกมาให้ได้มากที่สุด เพื่อสะดวกในการจัดการกับโคลนตมที่มากับน้ำ ให้ใช้พลั่วตักดิน โคลนออกจากพื้นบ้านให้ได้มากที่สุด จากนั้นจึงใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง(ถ้ามี) หรือสายยางฉีดน้ำเพื่อชะล้างโคลนออกจากพื้นผิวอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่จะช่วย ผ่อนแรงได้มาก คือ ไม้ปาดน้ำ หากไม่มีและพื้นที่ไม่ใหญ่มากนัก สามารถใช้ผ้าขนหนูทำเป็นผ้าลากน้ำได้ เมื่อกำจัดดินโคลนออกไปได้แล้วจึงค่อยเริ่มขั้นที่ 2

2. เรื่องของพื้น หากพื้นบ้านของท่านมีการใช้วัสดุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไวนิล, เสื่อน้ำมัน, พรม, ปาร์เก้ ปูทับพื้นเดิมอยู่ มีความจำเป็นที่จะต้องรื้อวัสดุปูพื้นเหล่านั้นออกเพื่อให้พื้นด้านล่างแห้ง ซึ่งกว่าจะแห้งสนิทอาจใช้ระยะเวลานานพอสมควร ทั้งนี้ขี้นอยู่กับว่าพื้นด้านล่างของท่านทำจากวัสดุอะไร การเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท, เปิดพัดลม จะช่วยให้พื้นแห้งเร็วขึ้น

การทำความสะอาดพื้นทุกชนิดต้องพิจารณาดูตามความเหมาะสม ของพื้น โดยทั่วไปๆ สามารถใช้น้ำผสมคลอรีนในอัตราส่วน 0.1% ( 1 cc.ต่อน้ำ 1000 cc.)ฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณก่อน แล้วจึงขัดถูพื้น ด้วยน้ำยาล้างจาน, ผงซักฟอก ขัดถูให้ทั่วบริเวณแล้วจึงราดด้วยน้ำร้อนเดือดๆ หรือ ใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาเคมีทำความสะอาดที่สามารถฆ่าเชื้อต่างๆได้ ซึ่งต้องอ่านฉลากวิธีใช้ให้ละเอียดและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากเป็นไปได้ อยากแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อกำจัดกลิ่นที่เป็นสารชีวภาพเอนไซม์ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อ กำจัดกลิ่นกำจัดคราบไขมันได้ ซึ่งมีข้อดีกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ คือ สารชีวภาพเอนไซม์นั้น จะยังคงมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อที่จะเกิดขึ้นใหม่จากความชื้นต่อไปได้อีก นานประมาณ 3 - 6 เดือน ตราบที่พื้นยังมีความชื้นอยู่ และที่สำคัญสารชีวภาพเอนไซม์นั้น ไม่่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม


พื้นที่ ปูพรม ถ้าพื้นที่ปูพรมจมอยู่ใต้น้ำท่วมน้ำเสีย ควรจะตัดใจกำจัดทิ้งไปเสีย เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน พรมเป็นแหล่งเพาะเชื้อราอย่างดี การทำความสะอาดพรมเองเป็นเรื่องยาก ต้องใช้มืออาชีพที่เชื่อถือได้ว่าเขาจะใช้น้ำยาชักพรมที่ฆ่าเชื้อกำจัดกลิ่น ด้วยสารชีวภาพเอนไซม์ และใช้เครื่องมือซักพรมชนิดพิเศษที่มีสามารถทำความสะอาดได้ล้ำลึก สามารถซักและดูดน้ำกลับได้เลย ซึ่งค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดพรมแบบนี้ค่อนข้างสูง ควรพิจารณาให้ดี ส่วนพรมชิ้นๆ บางผืนที่มีมูลค่าสูง อาจจะยังพอที่จะสามารถทำความสะอาดได้ สามารถนำไปตากแดดได้ แต่ก็จำเป็นต้องให้มืออาชีพที่คุณเชื่อใจได้ ว่าจะสามารถทำความสะอาดและกำจัดเชื้อราต่างๆให้คุณได้หมดจริงๆ ซึ่งขอบอกว่าค่าใช้จ่ายสูงมาก จากประสบการณ์ ด้วยการแข่งขันกันในเชิงธุรกิจหลายครั้งได้พบว่าบางคนลืมเรื่องคุณธรรม หรือจรรยาบรรณในการทำงานไป


3. สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆภายในบ้าน

ขอเน้นเป็นพิเศษสำหรับเครื่องใช้ภายในครัวเราอาจแยก ประเภทของสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ภายในบ้านออกเป็นพวกต่างๆ ดังนี้

* พวกที่เป็นเครื่องแก้ว, เครื่องกระเบื้อง, พลาสติก,เมลามีน โดยเฉพาะ แก้วน้ำ จานชามใส่อาหาร ให้ผสม คลอรีน 2 ช้อนโต๊ะต่อ น้ำร้อน 1 แกลลอน ใส่ลงในภาชนะ แล้วนำสิ่งของเหล่านั้น แช่เอาไว้อย่างน้อยเป็นเวลา 10 นาทีเพื่อฆ่าเชื้อต่างๆ จากนั้นนำขึ้นจากน้ำไปพึ่งแดดให้แห้ง 1รอบ ก่อนนำกลับมาทำความสะอาด ด้วยน้ำยาล้างจานอีกครั้งหนึ่ง ( อย่าใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง ควรทิ้งให้แห้งเอง)

* พวกที่เป็นเครื่องเงิน, เครื่องโลหะต่างๆ เช่น ช้อน, ส้อม, มีด, หม้อ, กระทะ ไม่ควรใช้คลอรีน เนื่องจากอาจทำปฏิกิริยา กับโลหะหลายๆชนิดจะทำให้สีเปลี่ยนไป แนะนำให้นำไปต้มในน้ำเดือด อย่างน้อยเป็นเวลา 10 นาทีเพื่อฆ่าเชื้อ แล้วใช้น้ำยาทำความสะอาดที่สามารถฆ่าเชื้อได้แช่ไว้ ที่สำคัญน้ำยาที่ใช้จะต้องไม่เป็นอันตรายต่อคนเรา ( เช่น ห้ามใช้โซดาไฟ ) กรณีที่เป็นเครื่องครัวขอแนะนำให้ใช้น้ำยาล้างจานที่มีส่วนผสมของสารชีวภาพ เอนไซม์ ซึ่งสามารถฆ่าเชื้อโรคและไม่เป็นอันตราย ทำความสะอาดอีกครั้งหลังจากการต้มในน้ำร้อน

4. เครื่องเรือน และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ

* เฟอร์นิเจอร์บิลด์อินต่างๆ, ตู้ โต๊ะ เคาน์เตอร์ ทั้งหลายภายในบ้านที่ยังสามารถใช้งานได้อยู่ จำเป็นมากๆที่จะต้องมีการทำความสะอาดขัดล้างด้วยสารละลายคลอรีน หรือ ผลิตภัณฑ์น้ำยาเคมีทำความสะอาดที่สามารถฆ่าเชื้อต่างๆ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อคน หรือ ใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อกำจัดกลิ่นที่เป็นสารชีวภาพเอนไซม์ก่อนที่จะนำมาใช้งาน ต่อไป การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์บิลด์อินต่างๆ ต้องทำไปพร้อมๆกับการทำความสะอาดพื้น ผนัง กำแพงภายในตัวบ้าน ซึงหลังจากเสร็จขั้นตอนในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อแล้ว ให้เปิดหน้าต่างให้มีลมโกรก อากาศจะได้ระบายออกไป หากสามารถเปิดพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ(ที่ทำความสะอาดแล้ว)จะช่วยให้เฟอร์นิเจอร์แห้งเร็ว ขึ้น หากมีพัดลมหอยโข่งที่ใช้ในอุตสาหกรรมจะช่วยให้พื้นผิวต่างๆแห้งสนิทเร็ว ขึ้น จำเป็นต้องให้พื้นผิวต่างๆแห้งสนิทจริงๆ จึงจะสามารถนำสิ่งของเข้าไปเก็บไปใส่ได้

* ส่วนเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวต่างๆ เช่น โต๊ะ,ตู้, เตียง, ที่นอนยางพารา ที่สามารถยกออกมาได้ ให้นำออกมาทำความสะอาดในที่โล่งแจ้ง อากาศระบายถ่ายเทได้ดี โดยใช้วิธีเดียวกันกับการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์บิลด์อิน แล้วจึงนำไปตากแดดผึ่งลมไว้จนแห้งสนิทที่สุดจึงค่อยนำกลับเข้าไปในตัวบ้าน เพื่อใช้งานต่อไป

* เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้เนื้ออ่อน, ไม้วีเนียร์ ,ไม้อัด มักไม่คุ้มค่าในการลงทุนลงแรงทำความสะอาดและซ่อมแซม ต่างจากเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก ส่วนเฟอร์นิเจอร์หุ้มด้วยหนัง, หุ้มด้วยผ้า ที่บุด้วยฟองน้ำข้างใน หากพิจารณาว่าสภาพโครงยังดีอยู่และคุ้มค่าที่จะนำไปหุ้มใหม่ โดยเปลี่ยนฟองน้ำข้างในใหม่หมด จึงสามารถจะนำกลับมาใช้ได้

* วอลล์เปเปอร์ที่แช่อยู่ในน้ำควรจะลอกออกเพื่อเปลี่ยนใหม่ เนื่องจากเชื้อราอาจแฝงตัวอยู่ระหว่างผนังและวอลล์เปเปอร์


* เบ็ดเตล็ด

- สิ่งของเครื่องใช้ที่ทำจากผ้า โดยเฉพาะเสื้อผ้าต้องรีบนำมาซักทำความสะอาดฆ่าเชื้อโดยเร็วก่อนขึ้นรา ให้ซักด้วยน้ำร้อน แล้วตากแดดให้แห้ง
- เอกสารที่สำคัญ, ภาพถ่าย, และหนังสือ ที่เปียกน้ำ ในขั้นแรกให้ล้างเอาสิ่งสกปรกออกก่อนอย่างระมัดระวัง แล้วเก็บใส่ไว้ในถุงพลาสติก จากนั้นให้นำไปแช่ในช่องแช่แข็งของตู้เย็นชนิดที่เป็นแบบไม่มีน้ำแข็งเกาะ เพื่อป้องกันการขึ้นรา เพื่อนำไปทำความสะอาดในภายหลัง เมื่อคุณมีเวลาที่จะค่อยๆทำความสะอาดให้นำออกมาละลายและค่อยปล่อยให้ แห้งอย่างช้าๆ บางครั้งการทำความสะอาดของเหล่านี้อาจต้องใช้คนที่เป็นมืออาชีพ

*** มีของหลายสิ่งที่เมื่อแช่อยู่ในน้ำแล้ว ไม่คุ้มค่าความเสี่ยงในการนำกลับมาใช้งาน ควรตัดใจกำจัดไป เช่น ที่นอนฟูก, หมอน, ของเล่นเด็กตุ๊กตา ฯลฯ (โปรดกรุณาอย่านำไปบริจาคให้ผู้ด้อยโอกาสด้วยนะคะ)

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณกมลพรรณ (กอวัฒนา) นุชผ่องใส กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ฟาร์อีสต์เพียร์เลส (ไทยแลนด์) 1968 จำกัด

Source : Far East Peerless (Thailand) 1968 Co.,Ltd.

2013 Hyundai Elentra Coupe .มันมีจริงแอบเจอที่แคลิฟอร์เนีย

อาจจะใกล้เข้ามาเปิดตัวในบ้านเราเต็มแก่ที่รอเพียงหลังสถานการณ์น้ำลดลงจากเหตุอุทกภัยเราก็อาจจะได้พบกับว่าที่รถคอมแพ็คคาร์รุ่นใหม่จากค่ายรถยนต์เกาหลีที่คาดว่าจะเดินทางไปเปิดตัวที่งาน Motor Expo 2011 ในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ ทว่าในระหว่างที่เรากำลังปลื้มของการเดินหน้าโดยค่ายรถยนต์เกาหลี ที่เมืองนอกรถ Hyundai Elentra ก็อาจจะพร้อมแล้วสำหรับเวอร์ชั่นสปอร์ตที่มีคนไปพบมันมาที่รัฐแคลิฟอร์เนีย

ในช่วงกลางปีที่ผ่านมาหลังค่าย Hyundai เปิดตัว Hyundai Elentra ใหม่ที่มีการหอบหิ้วนักข่าวไทยไปยลโฉมถึงแดนโสม เช่นเดียวกับเชื้อเชิญนักข่าวสายรถยนต์ในต่างประเทศมาลองขับรถรุ่นนี้กันอย่างเป็นทางการ ทว่าในความโดดเด่นด้วยเส้นสายที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความสปอร์ตใหม่ออกมาอย่างเต็มพิกัดมันก็ทำให้เราอดนึกเวอร์ชั่นสปอร์ตที่กำลังน่าจะตามมากและมีการเผยภาพในแบบคอมพิวเตอร์กราฟฟิกไปแล้ว แต่นี่เป็นคันจริงที่มีคนแอบไปเจอที่อเมริกาและเก็บภาพมาฝากกัน

2013 Hyundai Elentra Coupe

ภายชุดนี้ถูกอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ Carscoop ที่ได้รับการยืนยันว่ารถคันนี้ถูกพบเห็นที่แถวๆฟูลเลอร์ตัน มลรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยรถนิรนามภายใต้ผ้าคลุมนี้แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยันด้วยใบหน้าที่ปกคลุมพลางตัวเต็มพิกัดแต่จากเส้นสายของทรวดทรงรถก็มีความเป็นไปได้สูงที่มันน่าจะเป็น Hyundai Elentra coupe ที่ก็ยังไม่มีการยืนยันในเรื่องวันเปิดตัว แต่อาจจะเป็นไปได้ที่รถคันดังกล่าวจะเปิดตัวในช่วงงาน Los Angeles Auto Show แต่ก็มีรายงานข่าวจากเว็บยานยนต์ชั้นนำ Autoblog ว่า ทางค่ายเกาหลีตั้งใจจะเปิดเผยรถรุ่นนี้อย่างเป็นทางการในงาน Chicago Auto Show ที่จะเริ่มขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

ทั้งนี้ Hyundai Elentra coupe ยังไม่มีรายละเอียดมากนัก นอกจาความเป็นไปได้ในการแชร์ใบหน้าเดียวกับรุ่น 4 ประตู เช่นเดียวกับภายใน และในขณะที่รุ่นซีดานที่วางจำหน่ายไปแล้วนั้นมากพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ตอบสนองด้วย 148 แรงม้าจากโรงงาน และแรงบิด 138 ปอนด์ต่อตารางฟุต พร้อมระบบเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ 6 สปีด แต่มีความเชื่อว่าในเวอร์ชั่นสปอร์ต Hyundai อาจจะแนะนำเครื่องยนต์ 4 สูบรุ่นใหม่ ขนาด 1.6 ลิตร พ่วงระบบเทอร์โบชาร์จที่ให้กำลังสูงสุดราวๆ 204 แรงม้า

ภายโดย CarScoop

เรียบเรียง Sanook! Auto

รูปจริง All New Avanza2012






























Chevy งานเข้า NHTSA ลงสอบ Chevrolet Volt หลัง แบตเตอร์รี่อาจเป็นต้นเหตุของไฟไหม้

ในช่วงปีที่ผ่่านมานั้น Chevrolet ถือว่าเป็นค่ายรถยนต์ที่มีการขยับขยายในเรื่องการพัฒนายานยนต์รุ่นใหม่มากมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งในบ้านเรา หรือต่างประเทศ ไม่เว้นกระทั่งรถยนต์สุดล้ำอย่างรถไฟฟ้า Chevrolet volt ที่ได้รับการกล่าวขานอย่างสูงและเป็นที่ยมในตลาดทางตะวันตก

รถไฟฟ้านั้นถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ทางด้านยานยนต์ที่นอกจากมันช่วยในการประหยัดน้ำมัน และรักษาสิ่งแวดล้อมแล้วอาจจะต้องกล่าวว่ามันยังปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วย จากความเสี่ยงทางปัจจัยทางด้านไฟไหม้ แต่มันอาจจไม่เป็นเช่นั้นเมื่อ NHTSA หรือ สำนักงานความปลอดภัยทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐกลับพบว่า Chevrolet Volt ร้อนแรงเกินคาดเมื่อมันเกิดเหตุไฟไหม้เองในระหว่างที่จอดอยู่ในศูนย์ทดสอบที่รัฐวิสคอนซิน

Chevrolet Volt

เหตุไฟไหม้รถ Chevrolet Volt ได้รับการเปิดเผยว่า มันเกิดขึ้นในรถที่ถูกทดสอบการชนด้านข้างเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และหลังจากเหตุการณ์สุดระทึกนี้ ทางสำนักงานก็ได้ขอให้ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าทุกค่ายที่มีแบตเตอร์รี่ติดตั้งในรถนั้นแจงข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงของแบตเตอร์รี่ที่อาจจะเกิดเหตุไฟไหม้ได้ ซึ่งเมื่อพูดถึงแบตเตอร์รี่ที่ใช้ในรถยนต์รุ่นต่างๆในปัจจุบันอย่าง Lithium-Ion ถือว่าประสิทธิภาพมากกว่าทุกด้านโดยเฉพาะแบบ Nickle Cadmium Hydride

ด้าน นาย จิม เฟดเดอร์ริโค หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ได้ออกแถลงการณ์ในเบื้องต้นโดยกล่าวว่า "ก่อนอื่นผมคงต้องขอให้ความกระจ่างว่า Chevrolet Volt ที่มีความปลอดภัยสูงแต่เราก็ได้ร่วมกับ NHTSA ในการสืบส่วนในเรื่องกล่าว ซึ่งตามข้อมูลของ NHTSA ได้ระบุว่า Chevrolet Volt นั้นไม่มีความเสี่ยงที่จะไฟไหม้ได้เฉกเช่นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันทั่วไป

ทั้งนี้ตามขั้นตอนปฏิบัติสำหรับรถไฟฟ้านั้นมีความเป็นอย่างสูงมาก และที่ GM เราเองก็ได้มีตัดพลังงานจากแบตเตอร์รี่ทุกครั้งหลังจากที่รถยนต์ไฟฟ้าเกิดอุบัติเหตุ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม