ปรับโฉม “ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่” เปิดราคา 559,000 บาท

ข่าวในประเทศ-วันนี้ (22 ก.ย.54) ค่ายรถยนต์ฮอนด้า เปิดตัว “ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่” กับการปรับรูปลักษณ์ภายนอกเน้นความสปอร์ต ด้วยโฉมใหม่ของกระจังหน้า, กันชน หน้า-หลัง, ไฟท้าย และล้ออัลลอยลายใหม่ รวมถึงการออกแบบภายในห้องโดยสารให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น เปิดราคาที่ 559,000-704,000 บาท

ฮอนด้า ซิตี้ รุ่นล่าสุด มาพร้อมกับเครื่องยนต์ i-VTEC 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 5 สปีดและระบบควบคุมการเปิด-ปิดลิ้นปีกผีเสื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ DBW (Drive by Wire) ใช้ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สัน สตรัท อิสระพร้อมเหล็กกันโคลง และระบบกันสะเทือนด้านหลัง ทอร์ชั่นบีม แบบ H-Shape พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนความปลอดภัยติดตั้งถุงลมคู่หน้า Dual SRS และระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น

สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกปรับโฉมเพิ่มความสปอร์ต ด้วยกระจังหน้า, กันชน หน้า-หลัง, ไฟท้าย และล้ออัลลอยลายใหม่ พร้อมกับการออกแบบภายในห้องโดยสารให้มีความทันสมัย กว้างขวางสามารถรองรับผู้โดยสาร 5 คน ส่วนห้องเก็บสัมภาระท้ายมีความจุ 506 ลิตร การติดตั้งมาตรวัดเรืองแสง Blue Light พร้อมมาตรวัดอัตราความประหยัดเชื้อเพลิง คอนโซลด้านหน้าตกแต่งด้วยโครเมียม ระบบล็อกประตูอัตโนมัติสัมพันธ์กับความเร็ว ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด ECO Indicator ที่จะสว่างขึ้นเมื่อขับขี่ในเกณฑ์ประหยัดน้ำมัน

โดยฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีให้เลือก 3 รุ่นหลัก (S, V และ SV อุปกรณ์แตกต่างกันเฉพาะรุ่น) และมีให้เลือก 6 สี ได้แก่ แดงคาร์เนเลียน (มุก), น้ำตาลสปาร์คลิ่ง (เมทัลลิก) ซึ่งเป็น 2 สีใหม่ นอกเหนือจากขาวทาฟเฟต้า, เงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก), เทาโพลิช (เมทัลลิก), และดำคริสตัล (มุก) ซึ่งทุกรุ่นสามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอลล์ E20 ส่วนราคาเปิดอยู่ที่ 559,000-704,000 บาท

ด้านกลุ่มเป้าหมายของฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ คือลูกค้าที่มีอายุระหว่าง 25-39 ปี เพิ่งเริ่มทำงาน ต้องการซื้อรถยนต์คันแรก สำหรับกิจกรรมทางการตลาดจะใช้ทั้งสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ ซึ่งจะเริ่มในเดือนกันยายนนี้ พร้อมทั้งภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ที่จะเชิญชวนให้ลูกค้าไปทดลองขับฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์และรูปลักษณ์สปอร์ตหรูหราและสง่างาม ห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบายในการขับขี่

ในประเทศไทย ฮอนด้าได้ประกาศเป้ายอดจำหน่ายรวมถึงช่วงปลายปีนี้อยู่ที่ 127,200 คัน เพิ่มจากปีที่แล้วที่ทำได้ 114,056 คัน โดยฮอนด้า ซิตี้ ติดอันดับหนึ่งในสามของรถยนต์ฮอนด้าที่มียอดขายสูงสุดในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ คิดเป็น 35% ของยอดจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั้งหมดในช่วงเวลาเดียวกัน โดยตั้งเป้ายอดจำหน่ายฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ในประเทศไว้ที่ 70,000 คัน และยอดส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ 20,000 คัน ภายใน 1 ปีนับตั้งแต่เปิดตัว











“พริอุสเสียบปลั๊ก” โตโยต้าเคาะราคาไม่ถึงล้าน

ข่าวต่างประเทศ - โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เอาใจลูกค้ารักษ์สิ่งแวดล้อม โดยขอแจ้งเกิดในตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือก เคาะราคาของพริอุสแบบเสียบปลั๊ก หรือ PHEV ที่สามารถชาร์จต่อกับไฟบ้านได้ ออกมาเพียง 32,000 เหรียญสหรัฐ หรือคิดแล้วไม่ถึง 1 ล้านบาท

พริอุสแบบ PHEV ซึ่งเปิดตัวรุ่นขายจริงในงานแฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2011 โดยจะเริ่มวางขายในสหรัฐอเมริกา และยุโรปในช่วงต้นปีหน้านั้น จะเป็นรถยนต์รุ่นเด็ดของโตโยต้าในการแข่งขันกับนิสสัน และเชฟโรเลต สำหรับเจาะตลาดรถยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม

โดยเวอร์ชัน PHEV ของพริอุสยังคงคอนเซ็ปต์ในการขับเคลื่อนภายใต้รูปแบบไฮบริด ซึ่งผสมผสานการขับเคลื่อนระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในกับมอเตอร์ไฟฟ้า แต่เพิ่มโหมดในการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จกระแสไฟฟ้าได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าแบตเตอรี่แบบเดิมที่ใช้แบบนิเกิล เมทัล ไฮดรายในรุ่นปกติ จะถูกเปลี่ยนมาเป็นแบบลิเธียม-ไอออน และยังมีโหมด EV ที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่ได้ไกลถึง 15 ไมล์ หรือ 24 กิโลเมตรโดยไม่ต้องสตาร์ทเครื่องยนต์ขึ้นมาทำงาน

บ็อบ คาร์เตอร์ รองประธานกลุ่มโตโยต้า อเมริกาเหนือ เชื่อมั่นว่า การเข้ามาของรุ่น PHEV ของพริอุสจะมีส่วนในการแง่ของการกระตุ้นตลาดให้กับพริอุส และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของโตโยต้าได้เป็นอย่างดี โดยทางโตโยต้าจะเริ่มขายในสหรัฐอเมริกาช่วงต้นปีหน้า

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับคู่ปรับอย่างนิสสัน ลีฟ และเชฟโรเลต โวลต์แล้ว พริอุส PHEV ได้รับส่วนลดทางด้านภาษี หรือ Federal tax Credit น้อยกว่าคู่แข่ง โดยได้รับส่วนลดเพียง 2,500 เหรียญสหรัฐ หรือ 75,000 บาทเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับทั้ง 2 รุ่นที่ได้ในระดับ 7,500 เหรียญสหรัฐ หรือ 225,000 บาท เพราะได้รับการจัดระดับให้เป็นรถยนต์ในกลุ่มปลอดมลพิษ โดยราคาของพริอุส PHEV ในสหรัฐอเมริกาจะเริ่มต้นที่ 32,760 เหรียญสหรัฐ หรือ 982,000 บาท

คาร์เตอร์คาดหมายว่า หลังจากเปิดตัวแล้วเชื่อว่าจะได้รับความนิยมอย่างมาก และมียอดขายต่อปีอยู่ในระดับ 15,000 คัน ส่วนระดับความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงจากการทดสอบของโตโยต้าเอง รถยนต์รุ่นนี้ทำตัวเลขสูงถึง 80 ไมล์/แกลลอน หรือ 32.4 กิโลเมตร/ลิตร ส่วนรุ่นพริอุส วี แวกอนที่จะเปิดตัวขายในปลายปีนี้ ทำได้ 42 ไมล์/แกลลอน หรือ 17 กิโลเมตร/ลิตรเท่านั้น

Honda Jazz EV…อวดอีกทีที่แฟรงค์เฟิร์ต

อาจจะไม่ค่อยเป็นข่าวครึกโครมนัก เมื่อเทียบกับการเปิดโฉมเวอร์ชั่น 5 ประตูของ Honda civic 2012 ที่พาหลายคนสนใจและอยากให้มันมาจำหน่ายแต่ในขณะที่กระแสรถไฟฟ้ากำลังมา ค่ายHonda ก็ไม่พลาดที่จะปั้นซิตี้คาร์ชั้นนำ

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงปีที่แล้ว Honda ได้เปิดตัว Honda Jazz /Fit Hybrid แต่ให้หลังไม่นานก็มี Honda Fit EV ตามออกมา แต่ล่าสุดในงานแฟรงค์เฟิร์ต ออโต้โชว์ ค่าย Honda ก็นำมันมาเปิดตัวอีกทีพร้อมข้อมุลใหม่ที่ชวนให้น่าจับจองเป็นเจ้าของ
Honda Jazz EV.

Honda Fit/Jazz EV กลับมาภายใต้ชื่อ Honda EV Concept ซึ่งโดยรวมแล้วรถซิตี้คาร์สุดล้ำคันนี้มุ่งเน้นในการคงความเป็นตัวตนในแบบอเนกประสงค์ของรถยนต์ Honda fit เอาไว้ แต่ให้ความน่าสนใจผ่านระบบขับเคลื่อนใหม่ล่าสุด

Honda EV Concept มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ยกเอามาจากรถยนต์ fuel Cell ใน Honda FCX Clarity ที่วางจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา มาพร้อมแบตเตอร์รี่ลิเที่ยมไออน ที่ยังไม่ทราบขนาด แต่ที่แน่ๆ มันสามารถเดินทางได้ไกลถึง 160 กิโลเมตร และยังทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 145 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง
Honda Jazz EV.

ในการชาร์จประจุไฟเข้าสู่แบตเตอร์รี่นั้น ที่แรงดันไฟฟ้า 240 โวล์ตที่ใช้ในบ้านเราจะใช้เวลาต่ำกว่า 6 ชั่วโมงเท่านั้น ที่ยังมาพร้อมการขับขี่เลือกสรรตามใจชอบกว่า 3 โหมด ได้แก่โหมดประหยัด ,ทั่วไป และ ถ้าชอบแรงเร็วก็ต้องเลือกโหมด Sport

การขับขี่ทั้ง 3 โหมดที่กล่าวไปนั้นต่างมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยในโหมดประหยัดนั้นจะเน้นการให้ระยะทางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยควบคุมกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนทั้งแรงม้าและแรงบิดให้เหมาะสม ทั้งยังขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่กลับกันในโหมด sport นั้นจะมุ่งเน้นในสมรรถนะการขับขี่โดยเฉพาะอัตราเร่ง แต่ในโหมดธรรมดาเน้นสมดุลของทั้ง 2 โหมดที่กล่าวมา

ทั้งนี้ Honda เผยว่า Honda EV concept จะมีการผลิตและวางจำหน่ายในช่วงปีหน้าอย่างเป็นทางการ ส่วนราคาจำหน่ายนั้นยังไม่เปิดเผยออกมา

ทันทุกข้อมูลก่อนใครบน FB..แค่คลิ๊กที่นี่เลยถ้าเพื่อนๆ คนใดคลิ๊กแล้วไม่ต้องคลิ๊กซ้ำนะครับ

หลุดก่อนเปิดตัวโบรชัวร์ honda city minorchanged

ในวันนี้ (22 .. 2554) ถ้าถามว่ามีอะไรสำคัญนอกจากวัน Car free day ที่จัดกันทั่วโลก แล้วในประเทศวันนี้ยังเป้นวันเปิดตัวรถยนต์ Honda City Minorchanged ใหม ่ที่กำลังจะกลับมาให้ความน่าสนใจอีกครั้งกับการปรับโฉมซิตี้คาร์ยอดนิยม
honda city minorchanged

Honda city Minorchanged ใหม่เป็นข่าวสักระยะหนึ่งแล้วแต่ก็เปิดตัวล่าช้ากว่ากระแสข่าวที่ออกมาเมื่อช่วงกลายปี ซึ่งประเทศไทยจะเป็นที่แรกในการเปิดตัว Honda city minor change ก็พาเราลุ้นว่าจะงดงามเพียงใด

แม้อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ Honda จะเปิดผ้าคลุม Honda city minorchange แกลายเป็นว่าโบชัวร์รถรุ่นนี้ดันหลุดไปไกลถึงแดนภารตะที่ถูกโพสบน Indian auto blog เมื่อวานนี้ก่อนจะมีการเปิดตัวจริงในวันนี้

จากภาพที่ได้มานี้มันคือภาพของโบว์ชัวร์ Honda city ใหม่ที่เรานำมาให้ดูก่อนใคร และในขณะที่เรากำลังลุ้นอยู่นี้ดูเหมือน Honda city ใหม่จะมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงกันชนหน้า-หลัง กระจังหน้า ตามสุตรของรถไมเนอร์เชนจ์ มีการปรับเปลี่ยนไฟท้ายใหม่ที่เชื่อว่าจะเป็นแบบ LED กระจังหน้าสไตล์สปอร์ตและ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่

honda city minorchanged

ในห้องโดยสารไม่มีข้อมูลมากนักแต่ที่เด่นชัดเป็นการเปลี่ยนสีหน้าปัดเป็นสีเรืองแสงสีฟ้า จากเดิมที่เป็นสีส้มในรุ่นปัจจุบัน

เอาเป็นว่า Honda city minorchange ใหม่นั้นน่าสนใจมาก ส่วนราคาเตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้ ถ้าหากสนใจก็เตรียมควักกระเป๋าได้เลยแถมรถรุ่นนี้ยังได้เงินคืนตามดครงการรถคันแรกสูงสุด100,000 บาทด้วย

ทันทุกข้อมูลก่อนใครบน FB..แค่คลิ๊กที่นี่เลยถ้าเพื่อนๆ คนใดคลิ๊กแล้วไม่ต้องคลิ๊กซ้ำนะครับ

เปิดภาพแรก New! Chevrolet Colorado มั่นใจมัดใจคนไทย

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วสำหรับกระบะชั้นนำอย่าง Chevrolet Colorado ที่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่ช้านานนี้ และวันนี้เราก้มีภาพว่าที่รถรุ่นใหม่มาให้ชมกัน

New! Chevrolet Colorado ใหม่นั้นเตรียมพลิกโฉมกระบะเมืองไทยด้วยรุ่น 4 ประตู Crew Cab และ Extended Cab ที่ครั้งนี้ GM ทุ่มทุนยกขุมพลัง Duramax ขนาด 2.5 และ 2.8 ลิตรมาประจำการ และยังทุ่มทุนกว่า 9000 ล้านบาท ในการปรับสมรถนะการผลิตสำหรับรถยนต์รุ่นนี้

นาย โรเบอร์โต แรมเพล หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนาเชฟโรเลต โคโลราโด กล่าวว่า ทีมวิศวกรของ GM มุ่งมั่นทดสอบและพัฒนาโคโลราโด รุ่นใหม่อย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าจะตอบสนองต่อทุกความต้องการของลูกค้าชาวไทย และหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงลูกค้าทั่วโลกได้อย่างเต็มที่

ทั้งนี้ นายแรมเพล และทีมวิศวกร พักอาศัยในประเทศไทยตลอดช่วงเวลาของการพัฒนาโคโลราโด ทำให้ได้สัมผัสถึงการแข่งขันของตลาดรถกระบะที่สูงมาก และตระหนักถึงการใช้งานรถกระบะของลูกค้าชาวไทยได้เป็นอย่างดี

"เราตระหนักดีว่า ลูกค้าต้องการรถกระบะที่รองรับการใช้งานหนัก พร้อมกับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ดังนั้น รถกระบะของเราจะต้องมอบสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้อย่างครบถ้วน เราได้ทดสอบยานยนต์จากทั่วโลก และยกระดับขีดจำกัดของรถกระบะของเราให้มีแข็งแกร่ง และรองรับทุกการใช้งาน เมื่อผสมผสานทุกสิ่งเข้าไว้ด้วยกันรวมถึงเป้าหมายการผลิตรถระดับโลก เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าโคโลราโด จะเป็นรถที่ดีที่สุด"

ทันทุกข้อมูลก่อนใครบน FB..แค่คลิ๊กที่นี่เลยถ้าเพื่อนๆ คนใดคลิ๊กแล้วไม่ต้องคลิ๊กซ้ำนะครับ

ค่ายรถแห่สนองนโยบาย “รถคันแรก“ ต่อเนื่อง!!!

หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วที่ทางค่ายรถยนต์ Mazda และ Chevrolet ได้ออกตัวสนองมาตรการนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรก
ล่าสุด…

ด้าน นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด (Honda Automobile (Thailand) Co. Ltd.) ได้เปิดเผยเกี่ยวนโยบาย “รถคันแรก” ว่า น่ายินดีที่ที่รัฐบาลตัดสินใจดำเนินนโยบายตั้งแต่วันที่ 16 กันยายนนี้ ซึ่งจะทำให้ตลาดไม่วุ่นวายเนื่องจากอาจทำให้คนชะลอการซื้อขาย และยังเป็นการกระตุ้นตลาดให้เกิดการซื้อด้วย

Honda Logo

Honda Logo

ทั้งนี้ตามแนวทางโครงการ “รถคันแรก” ที่จะมีการคืนภาษีสรรพสามิตรให้กับผู้ซื้อที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวนั้น จากการตรวจสอบการเก็บภาษีในรถยนต์ประเภทต่างๆ ที่ออกมาเป็นแนวนโยบาย พบว่า ปัจจุบันรถยนต์ที่มีเก็บเงินภาษีสรรพสามิตรมากที่สุด เป็นรถนั่งขนาดเล็กไม่เกิน 1500 ซีซี ที่มีราคาตั้งแต่ 5-7 แสนบาท เรียกเก็บที่ 25% แต่จะได้รับเงินคืนสุงสุดไม่เกิน 1 แสนบาท รองลงมาเป็นกลุ่มรถอีโค คาร์ที่มีราคาตั้งแต่ 3.8 -5.42 แสนบาท เรียกเก็บที่ 17 % โดยจากการคำนวนราคาสุงสุดในตลาดพบว่า มีโอกาสได้รับเงินสูงสุดที่ 90,000 บาท

สำหรับกลุ่มกระบะนั้น กลับพบว่ามีการเสียภาษีสรรพสามิตรต่ำกว่าที่ 3 % และรุ่น 4 ประตูมีการเรียกเก็บที่ 12% ซึ่งเมื่อคำนวนเงินที่จะได้รับคืนนั้นจะอยุ่ที่ประมาณ 20,000 – 60,000 บาทเท่านั้น

honda-brio

honda-brio

นาย ชลิต ศิลป์ศรีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ในฐานะรองประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เปิดเผยหลังหารือร่วมกับนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เกี่ยวกับนโยบายรถคันแรก โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า หากมีการผิดนัดชำระ 3 เดือนติดต่อกัน บริษัททางการเงินจะมีหนังสือทวงถามหนี้ไปให้กับผู้เช่าซื้อ หากยังไม่มีการชำระหนี้ บริษัทไฟแนนซ์ก็สามารถยึดรถได้ทันที

หลังจากนั้นบริษัทไฟแนนซ์จะต้องยื่นเอกสารหลักฐานการผิดนัดชำระมายังกรมสรรพสามิตเพื่อทำการผ่อนปรนให้สามารถโอนรถยนต์ได้ต่อไป โดยในกรณีที่รถคันดังกล่าวถือครองเกิน 1 ปี แต่ไม่ครบ 5 ปี ในส่วนเงินที่ได้ตามโครงการนี้ทางกรมสรรพากรต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง แต่หากรถคันดังกล่าวขายทอดตลาดและมีเงินเหลทอก้จะตกเป็นของสรรพากรเช่นกัน

Honda City

Honda City

ในส่วนเงื่อนไขการเช่าซื้อ นายชลิต เปิดเผยว่า ปกติแล้วการเช่าซื้อมีการกำหนดเงินดาวน์ 20-25% จากราคารถยนต์คันดังกล่าว แต่จะมีการเพิ่มเงินส่วนนี้หรือไม่ ให้เป็นการตัดสินใจของแต่ละสภาบันการเงินต่อไป

อย่าพลาดติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถใหม่ รวมถึงความเคลื่อนไหวในวงการรถยนต์ทั้งไทย และต่างประเทศได้ใหม่กับ Thaicarlover.com ครับ

7 วิธี ขับประหยัดกับเกียร์ ออโต้

ช่วงนี้แม้ราคาน้ำมันอาจจะลงไปแล้วหลังนโยบายรัฐบาลตัดสินลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันส่งผลให้ราคาทรุดฮวบไปในทันใด แต่ถึงจะเริ่มวางใจได้แต่นโยบายนี้ก็เปิดมาแล้วว่าเป็นเพียงแค่ชั่วคราว และการประหยัดที่แท้จริงยังอยู่กับเราๆท่านเหมือนเดิม

หลายครั้งที่เราออกมาพูดเรื่องการประหยัดน้ำมันปาวๆ ทำโน่นี่นั่น แต่ครั้งนี้เราจะต่างออกไปด้วยการพูดถึงเทคนิคการขับเสียส่วนใหญ่ ที่คราวนี้เราขอตามกระแสกับ 7 เทคนิคที่คุณต้องรู้เอาไว้ ถ้าคุณกำลังใช้รถเกียร์อัตโนมัติ

1.รู้จักรถยิ่งขับยิ่งประหยัด เราหลายคนรู้จักรถดีขับมันทุกวันแต่ไม่คุ้นเคยกับนิสัยของมันเรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงที่น่าแปลก เพราะการขับขี่นั้นจำเป็นต้องรู้จักรถให้ดี สิ่งหนึ่งที่ต้องจดจำคือช่วงที่แรงบิดสูงสุดถูกเรียกออกมา ซึ่งจะมีประโยชน์มากยามเร่งแซง

2.Walking Speed หลายคนที่ขับรถนั้นไม่ค่อยคุ้นกับคำนี้เท่าไรนักแต่ walking Speed นั้นหมายถึงการที่รถยนต์สามารถเคลื่อนได้ด้วยตัวเองโดยที่เราไม่ต้องแตะคันเร่ง ตามปกติสำหรับเกียร์ออโต้แล้ว Walking speed คือสิ่งที่เราทำกันอยู่ประจำยามที่เราไม่ได้เดินคันเร่ง ซึ่งมีประโยชน์ตอนที่กาจราจรติดขัดหรือตอนเข้าที่จอดรถ เพราะยิ่งเร่งน้อยก็ยิ่งประหยัด

3 เกียร์ L ขึ้นทางชันรับรองว่าประหยัดกว่า ในการขึ้นทางชันนั้นเราหลายคนมักละเลยในการเปลี่ยนโหมดเกียร์มาใช้เกียร์ L ด้วยความสะดวกเข้าว่า ความจริงแล้วถามว่าผิดหรือคำตอบคือไม่ แต่มันไม่เหมาะสม เพราะเกียร์ D นั้นจะทำการเปลี่ยนเกียร์ แต่ในการขึ้นทางชันที่แรงต้านทานจากเนินสูง โดยเฉพาะการขึ้นที่จอดรถ การใช้เกียร์ D โดยใช้กำลังแรงบิดเครื่องส่งขึ้นนั้นจะทำให้รถไม่ต้องออกแรงสู้กับเนินมากผลคือประหยัดกว่า ชัวร์!

4.คิกดาวน์อย่าทำบ่อยถ้าไม่จำเป็น การคิกดาวน์ในเกียร์อัตโนมัตินั้นถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสร้างความสะดวกสบายในการเร่งแซง แต่มันก็ต้องแลกมาดัวยอัตรากินน้ำมัน ซึ่งแม้ระบบเกียร์ปัจจุบันจะมีการพัฒนาให้ตอบสนองได้ดีส่งกำลังได้มากยิ่งขึ้น แต่การคิกดาวน์ก็ยังเปรียบได้ดั่งการกระชากเกียร์อยู่ดี

หลายคนที่ขับเกียร์อัตโนมัติเข้าใจว่าการคิกดาวน์นั้นเป็นหนทางเดียวที่เร่งแซง แต่ความจริงแล้วนอกจากที่ปลายเท้าแล้วยังมีการใช้ระบบ Overdrive หรือ O/d ซึ่งทำให้เกียร์เปลี่ยนอย่างนิ่มนวลมากกว่าการคิกดาวน์หรือบางคันเป็นตำแหน่ง 3/D3 ตามแต่ยี่ห้อรถ

5 คันเร่งเดินให้เนียน หลายคนที่ไม่ได้ฝึกขับรถอย่างจริงจังนั้นมักจะไม่ทราบว่าการเดินคันเร่งนั้น เป็นเรื่องสำคัญยิ่งชีพในการพิชิตความประหยัดที่จะใช้น้ำมันทุกหยดให้คุ้มค่า การใช้คันเร่งนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากในรถเกียร์ออโต้ เพราะเมื่อเรากดคันเร่งลึกไประบบเกียร์ก็จะคิกดาวน์หรือน้อยไป รถก็วิ่งแบบคลานๆ วึ่งเราต้องหาความพอดี โดยอาจจะใช้วิธีกดเร่งไปถึงระดับความเร็วที่ต้องการก่อนแล้วผ่อนรักษาความเร็ว ซึ่งก็เป็นวิธีหนึ่งที่ให้การประหยัดน้ำมันที่ดีทีเดียว และที่สำคัญไปกว่านั้นพยายามรักษาความเร็วให้คงที่ตลอดทาง หากรถคุณมีระบบ Cruise Control อย่าลืมที่จะใช้มันในการขับขี่

6.เบรคให้น้อยชะลอบ่อยๆ เราหลายคนที่ขับรถยนต์เกียร์ออโต่ที่ชินกับดารเร่งและเบรคนั้น อาจจะไม่ค่อยมีสไตลืการขับขี่ที่ใช้วิธีชะลอความเร็วเหมือนคนที่ขับรถเกียร์รรมดา ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ามาจากความคุ้นเคย แต่เชื่อหรือไม่การชะลอความเร็วโดยไม่เบรคนั้นเป็นหนึ่งในกระบวนการของวิธีประหยัดน้ำมันด้วย

เรื่องนี้ฟังดุไม่น่าเกี่ยวกันแต่มันคือข้อเท็จจริงที่ว่าเมื่อเราเบรคลดลมจากท่อไอดีจะถูกดูดมาที่หม้อลมเพื่อลดการทำงานของเครื่องยนต์ซึ่งจะมีอัตราลดลงมากกว่าการที่เราไม่เหยียบคันเร่งหรือชะลอความเร็ว นี่ยังไม่นับการสุญเสียน้ำมันกับการเร่งเมื่อความเร็วลดลงกว่าที่ขับปติ ซึ่งเท่ากับการซดน้ำมัน 2 เท่าตัว

7.หัดใช้เทคโนโลยีใหม่ ปัจจุบันรถยนต์เกียร์ออโต้หลายรุ่นเริ่มมีการติดตั้งระบบ start/stop function เข้ามาเพื่อหยุดการทำงานเครื่องยนต์ชั่วคราว ระบบนี้ช่วยคุณประหยัดได้มาก-มาที่สุดในสภาวะการจราจรที่ติดขัด เพราะเมื่อเครื่องยนต์หยุดทำงานก็หยุดจ่ายน้ำมัน ผลคือประหยัดแน่นอน ดังนั้นจึงควรเรียนรู้ไว้ โดยปกติแล้วระบบดังกล่าวจะทำงานเมื่อเราเหยียบแป้นเบรคเป็นระยะเวลานานๆ ส่วนวิธีการรีสตาร์ทเครื่องนั้นก้เพียงกดคันเร่งก็สามารถขับขี่ต่อได้

ทั้ง 7 ข้อนี้เป็นเพียงเรื่องราวเล็กๆน้อยๆที่ช่วยให้คุณสามารถเซฟเงินในกระเป๋าได้เมื่อขับรถเกียร์ออโต้ ที่แม้ราคาน้ำมันในชั่วโมงนี้อาจจะยังไม่น่าห่วงแต่ฝึกเอาไว้ให้ชินจะมีประโยชน์มากเมื่อยามน้ำมันกลับมาแพง

เตรียมพบกับ นิสสัน อัลเมร่า อีโคคาร์ สไตล์ซีดาน

นิสสัน อัลเมร่า

นิสสัน อัลเมร่า

นิสสัน อัลเมร่า

นิสสัน อัลเมร่า



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก nissannews.com, nissanusa.com, เฟซบุ๊ก nissa versa

เผยโฉมให้เห็นหน้าค่าตากันไปแล้ว สำหรับ "นิสสัน อัลเมร่า" (Nissan Almera) หรือในชื่อที่ชาวต่างชาติคุ้นหูกันอย่างดีในชื่อ "นิสสัน เวอร์ซ่า" (Nissan Versa) ซึ่งได้รับการเปิดตัวในงาน"นิวยอร์ก ออโต้โชว์ 2011" (New York Auto Show 2011) เรียกเสียงฮือฮาให้เหล่าบรรดากูรูรถยนต์และสาวกนิสสันได้เป็นอย่างดีทีเดียว

สำหรับ Almera ตัวนี้ ทางนิสสันได้นำโครงพื้นฐานเดิมของ Sunny มาต่อยอดและดีไซน์แบบรถขึ้นมาใหม่ในสไตล์ซีดาน รวมถึงนำสไตล์ของ Tiida มาปรับตกแต่งให้ผสมผสานกันจนออกมาเป็น นิสสัน อัลเมร่า เวอร์ชั่นปี 2012 ให้เห็นกันในที่สุด ซึ่งจะเห็นได้จากการออกแบบใหม่ทั้งคันด้วยไฟหน้าขนาดใหญ่ กระจังหน้าที่เข้ากับรูปทรงของตัวรถซึ่งเป็นวัสดุที่ทำมาจากโครเมี่ยม พร้อมล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว


นิสสัน อัลเมร่า

นิสสัน อัลเมร่า

นิสสัน อัลเมร่า


ภายในห้องโดยสารมีการออกแบบให้มีความกว้างสบายมากกว่ารุ่นก่อน ๆ ของนิสสัน พร้อมด้วยการตกแต่งภายในที่ดูธรรมดา ๆ แต่เรียบหรูตามสไตล์ของนิสสัน แถมด้วยลูกเล่นต่าง ๆ มากมายโดยเฉพาะบนพวงมาลัย ที่เอื้อต่อการใช้งานของคนขับโดยตรง พร้อมด้วยจุดเด่นอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจกับระบบ "ไอเดิล สต็อป" (Idle Stop) หรือระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติ โดยจะติดตั้งสวิตช์แยกการทำงาน ซึ่งผู้ขับสามารถเลือกใช้หรือไม่ใช้ระบบดังกล่าวได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง

ขณะที่ในส่วนของเครื่องยนต์ นิสสัน อัลเมร่า มาพร้อมกับเครื่องยนต์ HR12DE 3 สูบ 1.2 ลิตร 79 แรงม้า ขับเคลื่อนผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด มีอ็อปชั่นเป็นเกียร์ Xtronic CVT เจนเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งไม่ว่าจะขับในเมืองหรือนอกเมือง ก็ช่วยประหยัดน้ำมันได้อยู่พอสมควร นอกจากนี้ Almera ยังมีให้เลือกอีก 6 เฉดสี ไม่ว่าจะเป็น สีขาว สีเงินซิลเวอร์ สีไทเทเนี่ยม สีน้ำเงิน สีแดง และสีดำ โดยทางนิสสัน ตั้งราคาไว้ที่ 10,990 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 330,000 บาท


นิสสัน อัลเมร่า

นิสสัน อัลเมร่า

นิสสัน อัลเมร่า

นิสสัน อัลเมร่า


นิสสัน อัลเมร่า คันนี้ถือเป็นอีโคคาร์แบบ 4 ประตูซีดานรายแรกของเมืองไทย ต่อยอดความสำเร็จต่อจาก "มาร์ช" (March) ที่ครองใจคนเมืองจนมียอดขายชนิดที่ว่าถล่มทลาย นี่เองจึงทำให้นิสสัน ได้ก้าวขึ้นมาท้าชิงกับตำแหน่งผู้นำด้านตลาดอีโคคาร์ค่ายอื่น ๆ แบบเต็มตัวเลยทีเดียว ทั้งนี้ทางนิสสันเองก็วางแผนที่จะนำ Almera นี้ มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยให้ได้เห็น ได้สัมผัสกันแบบเน้น ๆ อย่างช้าที่สุดคือเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ล่ะจ้ะ


นิสสัน อัลเมร่า

นิสสัน อัลเมร่า

นิสสัน อัลเมร่า

นิสสัน อัลเมร่า

นิสสัน อัลเมร่า



จำนวนการดูหน้าเว็บรวม