เปิดตัวซีดานหรู… Audi A8 Hybrid

อาจจะทิ้งช่วงไปนานพอควรหลังการเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบของ Audi A8 Hybrid Concept ในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ ปี 2010 (Geneva Motor Show 2010) ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุด ออดี้ ก็ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่น A8 ไฮบริด โดยเตรียมทำตลาดในปี 2012 และจะมีการเปลี่ยนแปลงจากต้นแบบเล็กน้อย โดยเปลี่ยนขนาดล้อแม็กจากต้นแบบ 21 นิ้ว เป็น 18 นิ้วในรุ่นโปรดักชั่น แต่ยังคงเป็นลายเดียวกัน และเปลี่ยนฝาครอบเครื่องยนต์ใหม่

Audi A8 Hybrid

Audi A8 Hybrid

ส่วนเครื่องยนต์จะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากต้นแบบ ยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2,000 ซีซี เทอร์โบ TFSI ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 35.66 กก.-ม. ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 40 กิโลวัตต์ หรือ 54 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 21.39 กก.-ม. โดยงานนี้ออดี้กล่าวว่า Audi A8 Hybrid จะมีกำลังขับเคลื่อนรวม 245 แรงม้า และแรงบิด 48.9 กก.-ม. ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 7.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ด้านหลัง Audi A8 Hybrid

ด้านหลัง Audi A8 Hybrid

โดยผู้ขับจะสามารถเลือก 3 โหมดการขับ ซึ่งประกอบไปด้วย EV มอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ, D ใช้ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า และ S สำหรับการขับแบบสปอร์ต ในโหมด EV สามารถทำความเร็วสูงสุด 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และถ้าใช้ความเร็วคงที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะขับได้ระยะทางเกือบ 3 กิโลเมตร

ภายใน Audi A8 Hybrid

ภายใน Audi A8 Hybrid

โดยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีรูปทรงคล้ายแผ่นดิสก์ จะติดตั้งในตำแหน่งเดียวกับทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ด้านหน้าจะมีเกียร์ทิปทรอนิกส์ 8 จังหวะ ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนให้รองรับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อส่งกำลังไปยังล้อคู่หน้า โดยจะเก็บไฟฟ้าไว้ในแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่มีน้ำหนัก 36.7 กิโลกรัม ติดตั้งในจุดที่ไม่ถูกกระแทกจากการชน

เครื่องยนต์ Hybrid

เครื่องยนต์ Hybrid

ส่วนอัตราสิ้นเปลืองจากการทดสอบของ EU จะอยู่ที่ประมาณ 15.6 กิโลเมตรต่อลิตร และคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ต่ำกว่า 148 กรัมต่อกิโลเมตร

สัญลักษณ์ Hybrid

สัญลักษณ์ Hybrid

ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกรุ่นพื้นฐาน จะมีล้อแม็กลายกังหันขนาด 18 นิ้ว (19 นิ้วเป็นออฟชั่นเสริม) ตราสัญลักษณ์เฉพาะรุ่น และสีพิเศษ Arctic Silver รวมทั้งการแสดงผลภายในรถ ส่วน ราคา ออดี้ A8 ไฮบริด คาดว่าจะเปิดเผยช่วงเดือนหน้าในงานแฟรงก์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2011 (Frankfurt Motor Show 2011) ที่จะถึงนี้

แฟนๆ Audi ในบ้านเราคงจะต้องอดใจไปก่อน แต่ก็ไม่แน่ที่ ออดี้ A8 ไฮบริด จะมาอวดโฉมให้ชมกันในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปร 2554 (Motor Expo 2012) ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งอันนี้แฟนๆ ออดี้คงต้องติดตามกันต่อไปครับ

MPV…รถอเนกประสงค์ดีๆ ที่คนไทยมองข้าม

เมื่อมองในตลากรถยนตืที่ปัจจุบันมีรถยนต์มากมายหลากหลายยี่ห้อ มีการแข่งขันกันสูงขึ้นไม่ใช่เป็นเพียงแต่การยึดครองตลาดโดยเฉพาะรถยนต์ญี่ปุ่นแต่ก่อน ทว่าการเข้ามาของค่ายรถยนต์อเมริกา ต่างเป็นเกมใหม่ที่ต่างจากสมัยเจ้าคุณปู่ เพราะครั้งนี้พร้อมลุยในทุกตลาด

รถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่นที่เกิดขึ้นนั้น โดยมากนั้นอาจจะเป็นซิตี้คาร์ที่มีอยู่อย่างเกลื่อนเมือง แต่ในความเยอะของมันนี่เองที่ทำให้การจราจรติดขัด ซึ่งบางทีหนึ่งบ้านอาจจะมีรถหลายคัน แต่จะดีและสะดวกกว่าไหม ถ้ารถคันเดียวสามารถทำประโยชน์ได้มากมายตั้งแต่รับส่งลูก ทำงานไป จนถึงเที่ยวเล่นกับผองเพื่อน

Chevrolet Orlando

แน่นอนความคิดนี้ก็ไม่เลวเลยทีเดียว และมันเป็นต้นไอเดียของรถยนต์อเนกประสงค์ ที่ก่อกำเนิดมาจากรถตระกูลแวน และมันยังคงอยู่จวบจนปัจจุบันในคราบ Multi-Purpose Vehicle หรือ MPV หรือที่ฝรั่งมังค่าชอบเรียกรถสไตล์นี้ว่ารถ mini Van

รถ MPV เป็นรถยนต์ที่เกิดขึ้นภายใต้ไอเดียที่ต้องการตอบสนองทุกกิจกรรมไปได้ในทุกไลฟ์สไตล์ แต่โดยมากจะเน้นหนักกลุ่มคนมีครอบครัว ที่มองเรื่องชีวิตของเจ้าตัวเล็กที่ลืมตาดูโลกเป็นพื้นฐานสำคัญเช่นเดียวกับความคุ้มค่าในการใช้ที่ต้องตอบโจทย์ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ถ้ามองดีเราจะพบว่ารถยนต์ประเภท MPV นั้นสามารถทำได้เช่นนั้นจริงๆ และมีราคาค่าตัวที่จะค่อนข้างสมเหตุสมผลสำหรับรถยนต์เพื่อครอบครัว ที่ปัจจุบันมันถูกแต่งแต้มความหรูหราเข้ามาคู่กับความทันสมัย หลายรุ่นมาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยงาม แต่เมื่อมองดูเทียบกับการเติบโตในตลาดยานยนต์กลับพบว่า รถอเนกประสงค์ มีอัตราเติบโตที่ต่ำมาก ทั้งๆที่คนไทยซื้อรถกันบ่อยและมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อ แต่กลับลายเป็นว่า ละเลยรถยนต์กลุ่มที่อาจจะคุ้มค่าที่สุด แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าราคาค่าตัวอาจจะสูงอยู่พอตัว

New! Toyota Wish (ไม่มาไทย)

คำถามที่สำคัญคือ ทำไมคนไทยไม่สนใจหรือ ... ปัญหานี้คงยากที่เราจะหาคำตอบแต่ถ้าคุณต่อข้อคำถามว่าทำไมจะต้องซื้อในเมื่อเรามีสิทธิ์เลือกที่จะใช้รถตามต้องการ เรามีเหตุผลดีๆมาฝากว่า ทำไมรถตระกูล MPV ถึง น่าใช้

1.นั่งได้หลายคน..ทำได้หลายอย่าง ปฏิเสธไม่ได้ครับว่ารถยนต์ประเภท MPV นั้นเป็นรถที่น่าสนใจ โดยเฉพาะจำนวนที่นั่งที่มักประมาณ 7 ที่นั่งเป็นมาตรฐาน และบางรุ่นอาจจะมากกว่านั้น จำนวนที่นั่งที่เยอะนั้นอาจจะไม่ได้หมายความถึงความสะดวกสบายไปทั้งหมด แต่มันก็ย่อมต้องตอบสนองได้ ยิ่งเมื่อ 7 คนยังไปอย่างสบาย และ ถ้าน้อยกว่านั้นล่ะ ลองคิดดู แถมมันยังสามารถจุของได้นับไม่ถ้วนด้วยล่ะ

2.ลดค่าบำรุงรักษาและค่าน้ำมัน ถ้าคุณเป็นครอบครัวที่คุณและภรรยาหรือสามี มีรถคนละคันขับไปทำงานทั้งๆที่อยู่ใกล้กัน หรือสามารถไปรับไปส่งกันได้โดยไม่ยากเย็นนั้น การใช้รถ 2 คัน นอกจากจะเปลืองที่จอดในบ้านแล้ว มันยังสิ้นเปลืองในเรื่องของค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะค่าน้ำมันหรือค่าดูแลรักษาและไหนจะอีกจิปาถะ สู้ขาย 2 คันใช้รถอเนกประสงค์คันเดียวจะเข้าท่ากว่า

3.เพิ่มความอบอุ่นในครอบครัว ข้อเสียของการมีรถส่วนตัวคนละคันนั้นอยู่ที่การไม่ได้พูดคุยระหว่างการในครอบครัวทำให้เกิดความห่างเหิน และแน่นอนมันเป็นปัญหารากลึกที่ทำให้ครอบครัวไม่อบอุ่น การมีรถอเนกประสงค์ที่สามารถตอบสนองได้นั้น น่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสม โดยเฉพาะถ้าคุณกำลังมองการใช้ชีวิตแบบครอบครัวสุขสันต์ ลองขับ MPV ไปพร้อมภรรยาและลูกๆ จะรู้ว่าความสุขของการได้ทำเพื่อใครสักคนนั้นมีอยู่จริง

4.ลดปริมาณการจราจรบนถนน รถ 2 คัน เทียบเท่ากับพื้นที่ 8 เมตร ถ้าคำนวนจากรถยนต์ขนาดคอมแพ็คคาร์ที่ยาวประมาณ 4.3 เมตร แต่ MPV มีขนาดใหญ่สุดๆ ประมาณเพียง 6 เมตรเท่านั้น และมันยังตอบสนองการใช้งานได้หลากรูปแบบ แถมมันมีพื้นที่พอสำหรับความต้องการ อย่างงี้จะขับรถ 2 คันทำไม

5.ปลอดภัยกว่า ถ้าพูดถึง MPV เราเชื่อว่าคุณคงจะพอจินตนาการยานยนต์แบบ Van ที่มีน้ำหนักมาก และมันหมายถึงมันปลอดภัยกว่าด้วยขนาดเดียวกับรถซีดานขนาดกลาง แน่นอนช่วงล่างมันอาจจะไม่ใช่รถสปอร์ต แต่มันก็พอทำใคุณไม่ตัดสินใจเทโค้ง หรือขับขี่ด้วยความเร็วสูงเมื่อขับรถแบบนี้ แถมไปหลายคนยังช่วยกันระวังอีกต่างหากรับรองไม่เหงาแน่

อย่างไรก็ดีมีข้อถกเถียงในเรื่องการใช้รถยนต์ MPV อยู่ที่อัตราประหยัดน้ำมันของรถประเภทนี้ที่จะตกอยู่ที่ประมาณ 9- 10 กิโลเมตร/ลิตร ในเขตเมือง และนอกเมืองทำได้ดีสุดที่ราวๆ 12-13กิโลเมตร (ในอัตรารถเปล่า+คนขับ) แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อว่ามันไม่คุ้มค่า แต่คุณจำเป็นต้องคิดกลับกันว่า คุณเดินทางด้วยผู้โดยสารเฉลี่ยแต่ละครั้งกี่คน ถ้าทุกวันนี้คุณเดินทางเป็นประจำประมาณ 3-4 คน เป็นอย่างน้อย บางทีการมองรถอเนกประสงค์สักคันน่าจะดีกว่าการใช้รถ 2คันในบ้าน

Thairung TR Transformer


Thairung TR Transformer
เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะSunday, 28 August, 2011 0:12 AM
800x
Thairung TR Transformer
แปลงร่างเติมความสุภาพ
baTR Transformer อีกหนึ่งผลงานจาก บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) เตรียมทำตลาดจริงช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย มีโอกาสได้ทดลองขับเวอร์ชั่นต้นแบบ ในลักษณะการใช้งานทั่วไป และสมรรถนะในด้านอัตราเร่ง

ภายนอกเพิ่มความสุภาพ
baในรุ่น MUV4 Model 2 ที่ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย เคยทดสอบไปก่อนหน้านี้ เน้นการใช้งานในแบบออฟโรดแท้ๆ การตกแต่งจึงค่อนไปทางโหดดิบดุดัน รวมไปถึงความรู้สึกในการขับด้วย แต่สำหรับ TR Transformer มีการแปลงร่างเพิ่มความสุภาพยิ่งขึ้น แม้จะใช้พื้นฐานและบางชิ้นส่วนร่วมกันก็ตาม

baด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังซี่ตั้ง ประกบข้างด้วยไฟหน้าและไฟเลี้ยวทรงกลม กันชนหน้าได้รับการออกแบบให้เป็นทรงออฟโรดนิยม พร้อมสปอตไลต์ทรงกลม กลางกันชนมีการ์ดกันกระแทกที่ใช้ตกแต่งเพื่อความสวยงามเป็นหลัก ฝากระโปรงหน้าลาดต่ำ พร้อมช่องดักอากาศระบายความร้อนอินเตอร์คูลเลอร์

baด้านข้างคงความดุดันด้วยโป่งล้อพลาสติกขนาดใหญ่ ที่ถูกติดตั้งเสริมเข้าไปกับตัวถัง เด่นสะดุดตาด้วยล้อแม็กขนาดใหญ่ 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60 R18 กระจกมองข้างเป็นแบบปรับด้วยมือจากภายนอก บันไดข้างแยกหน้า-หลังพับเก็บได้ ด้านท้ายดูสวยเรียบร้อยขึ้น ด้วยไฟท้ายทรงกลม ประตูบานท้ายแยกเป็น 2 ส่วน กระจกเปิดขึ้นบน ส่วนบานประตูสวิงออกด้านขวา โดยต้องสวิงแขนยึดพร้อมยางอะไหล่ออกไปทางขวาก่อน

baมิติตัวถังมีความยาว 4,949 มิลลิเมตร กว้าง 1,837 มิลลิเมตร สูง 1,916 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,085 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,540 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดถึงพื้น 278 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2,140 กิโลกรัม
Thairung TR Transformer
ข้อมูลจากไทยรุ่ง
baคุณสมพงษ์ เผอิญโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) เผยว่าTR Transformer เป็นรถต้นแบบที่ออกแบบโดยระบบคอมพิวเตอร์ CAD, CAE และ CAM ที่ทันสมัยมาตรฐานสากล และมีการวิเคราะห์ความแข็งแรงของโครงสร้างด้วยระบบคอมพิวเตอร์

baการผลิตชิ้นส่วนเข้ารูป ตัวถังทั้งคันผ่านระบบชุบสีกันสนิมด้วยประจุไฟฟ้า โครงสร้างใช้ของปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซล 3,000 ซีซี ที่มีการผลิตขายในประเทศ มาพัฒนาออกแบบผลิตตัวถังใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เป็นรถยนต์ที่มีความสมบูรณ์แบบได้มาตรฐานสากล ง่ายต่อการซ่อมแซมและบำรุงรักษา อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมต่ำ เพราะใช้ชิ้นส่วนหลักเช่นเดียวกันกับรถทั่วไป ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีการผลิตที่เป็นมาตรฐานสากลในประเทศ

คุณลักษณะของรถ TR TRANSFORMER
- ออกแบบโดยระบบ CAD, CAE และ CAM มาตรฐานสากล วิเคราะห์ความแข็งแรงของโครงสร้าง (Simulates) ด้วยคอมพิวเตอร์
- ผลิตชิ้นส่วนด้วยโลหะขึ้นรูป ตัวถังทั้งคันชุบสีกันสนิมโดยประจุไฟฟ้า (EDP) และพ่นสีมาตรฐานเดียวกับกับผู้ผลิตรถยนต์
- ลุยน้ำได้ 500 มม. มุมปะทะ-มุมจาก 40 องศา มุมคร่อม 148 องศา ไต่ทางลาดชันได้ 40 องศา และทางลาดเอียงได้ 30 องศา
- ออกแบบที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ทันสมัย และมีความเป็นสากลและมีความคิดสร้างสรรค์
Thairung TR Transformer
ภายในยังไม่กลมกลืน
baTR Transformer ใช้แผงคอนโซลของ Toyota Vigo สวิตช์แอร์แบบหมุน กรอบมาตรวัดความเร็วไม่มีคิ้วโครเมียม แต่ชุดมาตรวัดเป็นแบบเรืองแสงเหมือน Toyota Fortuner เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ พร้อมเกียร์ 4x4 ฝาปิดพวงมาลัยหุ้มใหม่มีโลโก้ TR

baความจริงแล้วจะใช้แผงหน้าปัดของรถรุ่นไหนไม่ใช่ประเด็น เพราะถ้าจะให้กลมกลืนกับรูปลักษณ์ของรถแล้ว ควรจะออกแบบแผงคอนโซลใหม่ทั้งหมด น่าจะได้ใจคนชอบของแปลกมากกว่านี้

baเมื่อนั่งบนเบาะคนขับ จะรู้สึกแตกต่างจากรถทั่วไปด้วยมุมของเสาหน้าซึ่งค่อนข้างตั้งชัน และแนวขอบหน้าต่างที่สูง ทำให้เสมือนนั่งจมลงไปในรถ แผงประตูทำสีทูโทนเข้าชุดกับพวงมาลัย เบาะนั่งหุ้มใหม่ลายเข้ากัน บางออฟชั่นที่จำเป็น ยังไม่มีในคันต้นแบบเช่น กระจกไฟฟ้า และกระจกมองข้างปรับไฟฟ้า เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าปรับระดับได้ ซึ่งถ้าในคันขายจริงไม่มีมาให้ ก็น่าจะทำให้ขายยากขึ้น เพราะไทยรุ่งจะตั้งราคาไว้ไม่ถูกนัก ประมาณ 1.4 - 1.5 ล้านบาท

baถ้าไม่นับเรื่องการเป็นจุดเด่นบนท้องถนนแล้ว การขับ TR Transformer ก็ไม่ต่างจากเอสยูวีทั่วไป แม้ทัศนวิสัยจะแปลกไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับเงอะงะเมื่อต้องขับออกถนนใหญ่ สามารถลัดเลาะไปตามสภาพการจราจรได้เหมือนรถปกติ อัตราเร่งดีกว่า MUV Model 2 พอสมควร ส่วนความเร็วสูงสุดเริ่มนิ่งแถวๆ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองไม่ได้ทดสอบเนื่องจากเวลาจำกัด
Thairung TR Transformer
อัตราเร่งของ Thairung TR Transformer เปรียบเทียบกับ Thairung MUV4 Model 2
ความเร็ว (กม./ชม.)เวลา (วินาที)ระยะทาง (เมตร)
100.77 / 0.661.12 / 0.92
201.31 / 1.263.35 / 3.41
302.17 / 2.309.43 / 10.60
403.25 / 3.5620.11 / 23.07
505.15 / 5.7243.34 / 49.52
606.63 / 7.3265.99 / 74.07
708.48 / 9.3499.41 / 110.72
8011.90 / 12.76170.71 / 182.24
9014.39 / 15.43229.54 / 245.32
10017.27 / 18.48305.74 / 325.86
11021.13 / 22.63418.86 / 447.18
12027.48 / 30.61620.49 / 704.09
13034.70 / 37.70872.26 / 949.84
ระยะทาง (เมตร)เวลา (วินาที)ความเร็ว (กม./ชม.)
0-10008.5 / 08.870.2 / 67.8
0-20013.2 / 13.585.3 / 83.0
0-40220.6 / 21.1108.9 / 106.9
0-100038.2 / 39.1133.1 / 131.7
ความเร็วสูงสุด139.2 / - กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Thairung TR Transformer
ช่วงล่างได้ทั้งเรียบทั้งลุย
baจากการใช้ยางรถปกติ ไม่ใช่ยางออฟโรดพันธุ์แท้ ทำให้การขับ TR Transformer มีความนุ่มนวลไม่ต่างจากเอสยูวีทั่วไป การเกาะถนนก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ และรู้สึกว่าจะดีกว่าปิกอัพที่ใช้เป็นพื้นฐานอยู่พอสมควร รวมทั้งระบบเบรกที่ให้ความมั่นใจได้ดี

baส่วนหนึ่งอาจเพราะความเร็วปลายที่หดหายไปเยอะ ช่วงล่างจึงยังไม่ออกอาการมากนัก การลุยก็ทำได้ดีในระดับหนึ่งด้วยมุมต่างๆ ของตัวรถที่รองรับ แต่ไม่ควรลุยโหดๆ ด้วยยางชุดนี้ เพราะเป็นยางถนน ไม่ได้มีความทนทานต่อการฉีกขาดเหมือนกับยางออฟโรดแท้ๆ •

ขอบคุณ: บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) เอื้อเฟื้อรถยนต์ในการทดสอบ
Thairung TR Transformer


800x
Specification: Thairung TR Transformer
แบบตัวถังเอสยูวี 5 ประตู
ยาว x กว้าง x สูง4,949 x 1,837 x 1,916 มิลลิเมตร
ฐานล้อ3,085 มิลลิเมตร
น้ำหนัก2,140 กิโลกรัม
แบบเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลเทอร์โบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว อินเตอร์คูลเลอร์
ความจุ2,982 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก96.0 x 103.0 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการอัด17.9:1
กำลังสูงสุด163 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด34.9 กก.-ม. ที่ 1,400-3,200 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลังธรรมดา 5 จังหวะ พร้อมเกียร์ 4x4
ระบบขับเคลื่อน4 ล้อ Part-Time
ระบบบังคับเลี้ยวแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์
ระบบกันสะเทือนหน้าอิสระ ปีกนก 2 ชั้นพร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลังคานแข็ง แหนบซ้อน
ระบบเบรกหน้า/หลังดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน/ดรัม
ผู้จำหน่ายบริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน)
โทรศัพท์02-431-0071
เวบไซต์www.thairung.co.th

สวย หรู ไปกับ… Honda Civic HF 2012

กลับมาอีกครั้งกับข่าวฮอนด้า ซีวิค หลังจากทาง Thaicarlover.com ได้นำเสนอเรื่อง เปิดตัวคูเป้ 2 ประตู… Honda Civic Coupe 2012 ไปในสัปดาห์ที่แล้ว
ล่าสุด…

Honda ได้เปิดตัวรถยนต์ Honda Civic HF 2012 ที่มาในรูปลักษณ์เท่ห์ถูกใจ ดีไซน์ล้ำำนำสมัย โฉบเฉี่ยว พร้อมการออกแบบใหม่ ที่ทันสมัย แรงสมใจมากขึ้น พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พลังแรง 140 แรงม้า กับเครื่องยนต์ SOHC i-VTEC 16 วาล์ว ขนาด 1.8 ลิตร และล้อดีไซน์ใหม่ ขนาด 18 นิ้ว

Honda Civic HF 2012

Honda Civic HF 2012

ส่วนภายใน Honda Civic HF 2012 จะมาในรูปแบบทันสมัย และไฮเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น กับระบบควบคุมการสั่งการเครื่องเสียงผ่านพวงมาลัย ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

Honda Civic HF 2012 - ด้านหลัง

Honda Civic HF 2012 - ด้านหลัง

ด้านระบบความปลอดภัย ฮอนด้า ซีวิค เอชเอฟ 2012 ใหม่ จะมาพร้อมระบบถุงลมนิรภัยรอบคัน ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ให้ทุกการเดินทางของคุณปลอดภัย มั่นใจทุกเส้นการเดินทาง

ภายใน Honda Civic HF 2012

ภายใน Honda Civic HF 2012

สำหรับ ราคา ฮอนด้า ซีวิค เอชเอฟ 2012 ใหม่นี้ จะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ $19,455 หรือราวๆ เกือบ 600,000 บาทครับ สำหรับคนที่รักซีวิคก็สามารถติดตามรายละเอียดได้เรื่อยๆ ซึ่งถ้ามีข่าวคราวเพิ่มเติม เราจะรีบนำมาอัพเดททันทีครับ

แฟนๆ Honda ในบ้านเราคงจะต้องอดใจไปก่อน แต่ก็ไม่แน่ที่ Honda Civic HF 2012 จะมาอวดโฉมให้ชมกันในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปร 2554 (Motor Expo 2012) ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งอันนี้แฟนๆ ฮอนด้าคงต้องติดตามกันต่อไปครับ

มือสองน่าสน : 6 รถมือสองราคาไม่ตก ที่น่าจับจอง

ผ่านๆไปก็หลากสัปดาห์แล้วสำหรับคอลัมน์ประจำของพวกเราเจอกันทุกวันพุธกลางสัปดาห์กับมือสอง น่าสนที่ หลังจากแนะนำรถยนต์มือสงทั้งเก่าใหม่หลายรุ่นมาพอสมควรแล้วสัปดาห์นี้เราจะพาไปพบรถมือสองอีกครั้ง ที่ไม่ใช่แค่ 1 แต่มาถึง 6 กับ รถมือสองที่ราคาแทบไม่ตกกันเลยในรอบ 5 ปี ที่ผ่านมามีรุ่นไหนบ้างไปดูกันเลย

อันดับที่ 1 BMW E36 โฉมนกแก้ว

งานนี้ต้องเรียนกันก่อนว่าไม่ได้เป็นการจัดอันดับ!!! แต่เหมือนการมาพูดมากกว่าถึงรถรุ่นที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลายและหนึ่งในหลายๆรุ่นนั้นคือรถยนต์ BMW รุ่นรหัสตัวถัง E36 หรือที่หลายคนเรียกว่ าบีเอ็มนกแก้ว ซึ่งเมื่อ 4-5 ปีทีแล้วราคาป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 3 แสนบาทกลางๆถึง 4 แสนบาทปลายๆ

เวลาผ่านไปราคาขายย่อมมีการตกลงไปบ้างตามอายุรถที่ย่างเข้าปีที่15 แล้ว โดยเฉพาะรถรุ่นแรกๆนี่ปาไปเฉียดๆ 20 ปี ก็มีให้เห็นแต่เชื่อไหมครับว่ารถรุ่นนี้ปัจจุบันราคากลางในตลาดยังอยู่ที่ 3 แสนกลางๆ และสภาพสวยบางคันที่แต่งแล้วอาจจะสูงถึง เกือบ 4 แสนบาท นับว่าเป็นรถที่ห้ามพลาดถ้าคุณชอบรถยุโรป

อันดับที่ 2 subaru Impreza GC8

หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบรถยนต์ญี่ปุ่นแต่ไม่อยากได้ความเหมือนใครยี่ห้อ Subaru ถือเป็นหนึ่งในรถรุ่นที่คุณน่าจะมาจับจองเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนี่คือรถที่สามารถพัฒนาเป็นสปอร์ตแรลลี่ได้ไม่ยาก ด้วยการเปลี่ยนเครือง และนั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมราคาของมันถึงไม่ตก

ทรวดทรงที่ดุอาจจะเริ่มเก่าไปบ้างแต่เมื่อมันไม่ค่อชินตานั้นทำให้ทรงนั้นยังดูไม่ล้าสมัยยิ่งรวมกับเอกลักษณ์ของเสียงเครื่องที่อาจจะพาคุณสั่นระรัวในแบบไม่เหมือนใครยิ่งทำให้คนจำนวนมากอยากที่จับจองเป็นเจ้าของมากยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้มันมีราคาอยู่ที่ราวๆ 3แสนปลายๆ ถึง 4 แสนกลางๆ แต่ปัจจุบันแม้จะตกลงมาเล็กน้อย แต่ราคาของมันก้ยังอยู่ในเรทราคาเดิม แถใบางคันที่เจ้าของเดิมแต่งไว้เต็มยศอาจวางขายในราคาเฉียดที่ 5 แสนบาทด้วยซ้ำ

อันดับที่ 3 Nissan 200 SX

สปอร์ตคาร์ 2 ประตู สุดเท่ห์ที่ได้รับความนิยมจากวัยรุ่น และยังเป็นเช่นนั้นอยู่จนถึงปัจจุบัน แม้รถสภาพดีแบบว่านางฟ้านั้นจะหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร แต่ว่าก็ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องทำให้ราคารถรุ่นนี้กลับพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างฉุดไม่อยู่

ย้อนกลับไปเมื่อสัก 4-5 ปีที่แล้วรถรุ่นนี้อาจจะมีราคาอยู่ที่ 5 แสนต้นๆถึง 6 แสนบาท ตามแต่สภาพ แต่ปัจจุบัน แม้รถจะมีอายุเกือบ 20 ปี แต่ยังมีราคาอยู่ที่ 6 แสนกว่าบาท ส่วนหนึ่งก้มาจากไม่มีรถสปอร์ตรุ่นใหม่เข้ามาจำหน่ายในไทย แต่ก้ใช่ว่าใครชอบแล้วจะเป็นเจ้าของกันง่ายๆเพราะจากที่สอบถามมาไฟแนนซ์นั้นจะบังคับให้ดาวน์เยอะและผ่อนไม่เกิน 4 ปีเท่านั้น

อันดับที่ 4 Nissan Cefiro A31

แม้รถคันนี้จะไม่ใช่รถซิ่งแต่ Nissan cefiro ก็เป็นรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นที่ราคาไม่ตก ด้วยเหตุผลความนิยมจากวัยรุ่นในการนำมันไปวางเครื่อง แถมระบบช่วงล่างยังสามารถยกมาจากสปอร์ตคารืชั้นนำอย่าง Nissan Skyline ได้ เรียกว่ามีงบไม่มากก้สามารถสร้างรถสปอร์ตในคราบรถบ้านมาขับกันไปไม่ยากเย็นนัก

ด้วยอายุของรถที่ผ่านระดับ 20 ปีแล้วน่าจะมีราคาที่ตกลงไปมากๆ แต่กลับกลายเป็นว่ารถรุ่นนี้ยังมีราคาเริ่มต้นระดับ 1 แสนบาทกลางๆในสภาพเดิมสนิท ถึง เน่าสนิท และขยับตามขึ้นมาเรื่อยๆตามการวางเครื่องหรือแต่งของเจ้าของเดิม ซึ่งราคาสุงสุดที่เคยเจอในตลาดนั้นคือเกือบ 4 แสนบาทที่ได้ครบทุกอย่างตามต้องการ เรียกว่าซื้อแล้วสามารถไปลงสนามแข่งได้เลยทันที

อันดับที่ 5 Toyota MR 2

กลายเป็นสปอร์ตคาร์แห่งยุคไปแล้วสำหรับรถยนต์รุ่นนี้ที่มาพร้อมเอกลักษณ์หนึ่งเดียวไม่เหมือนใครด้วยเครื่องยนต์วางกลางขนาด 2 ลิตรกับขุมพลัง 3 S แถมเรือนร่างมันนั้นยังไม่ต่างจาก Ferrari ดี ทำให้นิยมมากในต่างประเทศเทศ แต่ไม่ใช่กับบ้านเรา

ต้องบอกว่าน้อยครั้งนักที่เราจะเห็น Toyota MR2 บนถนน แต่ที่แปลกคือแม้มันจะไม่ได้รับความนิยมแถมรถรุ่นใหม่ก้มีมาจำหน่ายกันมากมายแต่ราคารถรุ่นนี้ที่เคยตั้งไว้ระดับ 6 แสนกว่าบาทกลับคงเส้นคงวาไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยิ่งนับว่ามันไม่ค่อยนิยมแล้ว ยิ่งหาเหตุผลยากขึ้นเป็น 2 เท่าอีก แต่ว่ารถรุ่นนี้นั้นขึ้นชื่อเรื่องของสมรรถนะการขับขี่ ที่เร้าใจ

อันดับที่ 6 Honda civic 3 Doors

ถ้าไม่พูดถึงคันนี้คงจะดูแปลก เพราะรถรุ่นนี้เป็นหนึ่งในรถที่ฮิตติดลมบนอย่างมากกับ honda civic 3ประตู ที่ผ่านมานานมากรถรุ่นนี้ก็มีราคาไม่ตก เรียกว่าหลายคนซื้อมาขับขายไป อาจจะเหมือนเช่ามาขับเท่านั้น ด้วยความนิยมที่ไม่เสื่อมคลายแถมยังซื้อง่ายกว่ารถหลายๆรุ่นที่เราบอกไปก่อนหน้า และด้วยอดผ่อนไม่แพงก้ไม่น่าแปลกใจที่จะพบว่ารถรุ่นนี้ยังเป็นที่นิยม

ทั้ง 6 คันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของรถอีกหลายรุ่นในตลาดที่ราคานั้นไม่ขยับไปไหนเลยหรือมีการปรับตัวลดลงน้อยมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งคุณผู้อ่านคงพอสังเกตได้ว่า รถเหล่านี้นั้นไม่ใช่รถตลาด แต่เป้นรถที่วัยรุ่นนิยม

KIA เตรียมจารึกสถิติรถไฮบริดประหยัดที่สุดในโลก




ค่ายรถยนต์เกาหลีวางแผนใหญ่เตรียมทำสถิติรถยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันมากที่สุดในโลก โดยใช้รถยนต์ Kia Optima ขับทั่วสหรัฐอเมริกากว่า 48 รัฐ คาดมีระยะทางกว่า 8000 ไมล์หรือ12800 กิโลเมตร

บริษัท Kia มอเตอร์ คอร์เปอร์เรชั่น เตรียมจัดการทำสถิติรถยนต์ไฮบริดประหยัดน้ำมันที่สุดในโลกด้วยรถยนต์ Kia Optima Hybrid โดยเริ่มออกสตาร์ทเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่าน ที่โรงงาน Kia ในเขต Westpoint ในรัฐจอร์เจีย โดยจะไปสิ้นสุดที่ South Carolina ในวันที่ 10 กันยายนนี้ โดยใช้เวลาขับขี่ทั้งหมด 16 วัน ผ่าน 48 รัฐในประเทศสหรัฐอเมริกา

การขับขี่ประหยัดทำลายสถิตโลกครั้งนี้เป็นหนึ่งในแผนการโปรโมท Kia Optiman Hybrid โดยรถที่จะทำอัตราประหยัดทุบสถิติโลกนั้นจะขับโดย เวย์น เกอร์เดส นักขับประหยัดผู้มากประสบการณ์และเพื่อนของเขา คริส เบอร์เนียส โดยรถที่ทำสถิติไม่ได้มีการปรับแต่งใดๆ เพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ

ทั้งนี้ Kia ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าพวกเขากำลังจะทำลายสถิติเท่าไร หรือมีใครกุมสถิตินี้อยู่ ทว่า Kia Optima Hybrid นั้นก็เป็นรถรถที่มีการปรับแต่งมาเป็นอย่างดี โดยมีการพัฒนาอัตราประหยัดจากรุ่นเดิมถึง 40.7 % มาพร้อมเครื่องยนตืขนาด 2.4 ลิตร ให้อัตราเร่ง 0-100 ใน 9.2 วินาที และความเร็วปลายทำได้มากถึง 195 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง


เปิดตัว… Chevrolet Cruze Hatchback 2012

กลับมาอีกครั้งแล้ว สำหรับข่าวสารวงการรถยนต์ นำข่าวรถยนต์จากค่าย Chevrolet มาฝาก พี่ๆ น้องๆ กันบ้างครับ
ซึ่งล่าสุดทาง Thaicarlover.com ได้ข่าวมาว่า

Chevrolet ได้เปิดตัวรถยนต์ Chevrolet Cruze Hatchback 2012 ใหม่ สวยด้วยดีไซน์ 5 ประตู มาพร้อมเครื่องยนต์ ขนาด 1.6 ลิตร 124 แรงม้า และเครื่องยนต์ ขนาด 1.8 ลิตร 141 แรงม้า ทั้งระบบธรรมดา และระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ซึ่งได้รับการปรับปรุงเรื่องการประหยัดน้ำมัน และเพิ่มอุปกรณ์ฟังก์ชั่นการทำงานมากกว่าตัวเก่า พร้อมปุ่มควบคุมชุดเครื่องเสียงที่พวงมาลัย ออกแบบพวงมาลัย และหัวเกียร์หุ้มหนัง เพื่อเพิ่มลูกเล่นของภายในให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

Chevrolet-Cruze-Hatchback-2012

Chevrolet-Cruze-Hatchback-2012

นอกจากนี้ เชฟโรเลต ครูซ แฮทช์แบ็ก 2012 ใหม่ ได้ปรับอัตราทดเพลาให้ต่ำลง และเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆให้เป็นมาตรฐาน ด้วยระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth การต่อเชื่อมอุปกรณ์ภายนอกผ่าน USB และถูกปรับแต่งให้มีความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอีก 5% โดยมีการเปลี่ยนชุดเฟืองท้ายใหม่ เพื่อเพิ่มความประหยัดมากขึ้นอีกด้วย จึงถือได้ว่าเชฟโรเลตรุ่นนี้เป็นเจ้าแห่งความประหยัดน้ำมันเลยทีเดียวครับ

Chevrolet Cruze Hatchback 2012 - ด้านหลัง

Chevrolet Cruze Hatchback 2012 - ด้านหลัง

โดยราคา เชฟโรเลต ครูซ แฮทช์แบ็ก 2012 ใหม่นี้จะเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ £14,895 หรือตีเป็นงินไทยราว 700,000 กว่าบาท ครับ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับความประหยัดแล้ว ราคานี้ถือว่าเหมาะสม ไม่สูงมากจนเกินไป ซึ่งคนใช้รถใช้ถนนในบ้านเราพอจะมีกำลังซื้อครับผม

ภายใน Chevrolet Cruze Hatchback 2012

ภายใน Chevrolet Cruze Hatchback 2012

สำหรับแฟนๆ Chevrolet ในบ้านเราคงต้องอดใจรอไปก่อน แต่ก็ไม่แน่ที่อาจจะมีการเปิดตัวรถยนต์ เชฟโรเลต ครูซ แฮทช์แบ็ก 2012 ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปร 2554 (Motor Expo 2011) ปลายปีนี้ ซึ่งอันนี้แฟนๆ เชฟโรเลต คงต้องติดตามกันต่อไปครับ

อย่าพลาดติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถใหม่ รวมถึงความเคลื่อนไหวในวงการรถยนต์ทั้งไทย และต่างประเทศได้ใหม่กับ Thaicarlover.com ครับ

2012 Mercedes Benz SLK 55 AMG ...ปั้นความสปอร์ตพร้อมยอดเทคโนโลยีชั้นนำ

หลังจากที่เปิดออกมาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการพร้อมกับหอบหิ้วเข้ามาในไทยเป็นที่เรียบร้อยสำหรับรถยนต์สปอร์ตโรดสเตอร์ Mercedes Benz SLK ใหม่ที่เคาะราคาป้วนเปี้ยนเริ่มต้นที่ 4 ล้านกว่าบาท ที่แม้จะระทึกเราใจทั้งเวอร์ชั่นระดับแระถมสำหรับใครที่ชอบความสปอร์ตในรุ่น SLK 200 และ ใหญ่ขึ้นมาหน่อยกับ SLK 350 ที่พกเครื่อง V6 มาประตำการ แต่วันนี้ AMG ก็พร้อมแล้วที่จะให้คุณสัมผัสสปอร์ตคาร์ระดับกระกาฬ

ใครที่ชื่นชอบรถสปอร์ตคงต้องผ่านหูกับสำนักแต่งเจ้าประจำของค่ายรถยนต์ดาวสามแฉก Mercedes Benz ที่ล่าสุดก็เปิดเผยสปอร์ตโรดสเตอร์ระดับพระกาฬ Mercedes Benz SLK 55 AMG ที่สมรรถนะเต็มพิกัดคืออะไรที่ยากที่จะห้ามคุณลิ้มลองถ้ามีโอกาสเป็นเจ้าของ

2012 Mercedes Benz SLK 55 AMG

การกลับมาของ Mercedes Benz SLK 55 AMG นั้นยังคงความเป็นตัวตนในด้านการเป็นสปอร์ตโรดสเตอร์ที่จับเอารถที่วางจำหน่ายในตลาดมาปั้นแต่ง ที่งวดนี้ก็ใช้พื้นฐานของ Mercedes Benz SLK ทีเปิดตัวออกไปเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มาเสริมเขี้ยวเล็บให้ประชันได้กับรุ่นใหญ่บนถนน

ภายนอกของรถสปอร์ตคันนี้ให้ความประทับใจด้วยความหรูหราที่สอดรับเข้ากับความสปอร์ต และที่โดดเด่นมาแต่ไกลใน Mercedes Benz SLK55 AMG นั้น ก็ไม่พ้นล้ออัลลอยน้ำหนักเบาเฉพาะรุ่น พร้อมการเสริมภาพลักษณ์ใหม่ให้ดูสปอร์ตและดุดันยิ่งขึ้นกว่ารุ่นกว่ารุ่นธรรมดาไล่เรียงมาตั้งแต่ลิ้นกันชนหน้า ที่เสริมแถบโครมเพิ่มความรู้สึกดูหรูขึ้นอีกนิด ด้านหลังพกปลายท่อคู่สแตนเลสมาและมีการปรับให้รถดูมีความคลาสสิคทางบั้นท้าย ซึ่งชุดแต่งของรถรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีจากสำนัก AMG และจะไม่มีวางจำหน่ายให้เลือกซื้อหากัน

2012 Mercedes Benz SLK 55 AMG

2012 Mercedes Benz SLK 55 AMG

ในห้องโดยสาร Mercedes Benz SLK 55 AMG ตอบโจทย์ด้วยการนำความหรูหราในรุ่นใหญ่อย่าง Mercedes Benz SLS AMG Roadster หยิบยืมมาใช้ในรถรุ่นน้องตั้งแต่ช่องลมระบบปรับอากาศที่ปรับเปลี่ยนเป็นแบบไอพ่นของเครื่องบินดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ที่คอนโซลมีการตบแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ดูทันสมัยมากขึ้น ส่วนตรงหน้าคนขับมีพวงมาลัย AMG เฉพาะรุ่นให้จับถนัดด้วยการหุ้มหนังเช่นเดียวกับการตบแต่งโทนอลูมิเนียม ส่วนมาตรวัดแบบสปอร์ตก็ถูกขลับให้ดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้น บอกตำแหน่งเกียร์ที่ใช้ได้อีกด้วย

เบาะนั่งแบบสปอร์ตถูกเติมเข้ามาพร้อมการตบแต่งภายในแบบขาวดำ เช่นเดียวกับแผงประตูทั้ง 2 ข้างดูสะอาดตามากยิ่งขึ้น และที่ทาง AMG ไม่ลืม คือระบบ Magic Sky Control ที่อยู่ในหลังคาที่สามารถพับเก็บได้ตามสไตล์ของรถรุ่นนี้ที่เพียงเวลา 20 วินาที ก็สามารถรับแดดลม หรือกันร้อนได้อย่างทันใจ

จุดเด่นที่ดูเหมือนจะไม่กล่าวถึงไม่ได้ใน Mercedes Benz SLK 55AMG และถือเป็นที่มาของชื่อ SLK 55 นั้นก็ไม่พ้นเรื่องขุมพลังใต้ฝากระโปรงที่ครั้งนี้ หัวใจขับเคลื่อนนั้นถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5461 ซีซี มีอัตรากำลังอัดแรงสูงที่ 12.6 :1 ให้พละกำลังขับเคลื่อนได้สูงสุดถึง 415 แรงม้าตั้งแต่เกิด และให้แรงบิดได้มากถึง 398 ปอนด์-ฟุต ที่ 4500 รอบต่อนาที สามารถทะยาน 0-100 ได้ในเวลาเพียง 4.5วินาที และความเร็วสูงสุดที่ล็อคที่ 248 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยในท้องถนน

2012 Mercedes Benz SLK 55 AMG

เครื่องยนต์ที่แรงอาจจะฟังดูไม่สามารถตอบสนองสมรรถนะด้านการประหยัดได้ แต่ AMG ก็คิดเรื่องนี้ไว้เช่นกัน และเจ้า V8 รุ่นนี้ ก็มาพร้อมระบบพิเศษที่สามารถลดการทำงานของเครื่องยนต์ได้ โดยเมื่ออยู่ในสภาวะที่ไม่ได้ใช้พลังมากนัก สูบที่ 2-3-5-8 จะทำการปิดและไม่สั่งจ่ายน้ำมันรวมถึงจุดระเบิด ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังมาแรง และเมื่อทำงานก็จะมีการแสดงสถานะ ECO ให้คนขับรับทราบ ที่ยังแบ่งเป็น Eco 4 และ Eco8 นอกจากนี้ยังมีโหมดสปอร์ตพร้อมลุยทุกเส้นทางทั้งหมดส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 7G Plus Tronics ที่มี 3 โหมดให้ขับสนุกทั้ง C (Control Efficiency) M (Manual) และที่ขาดไม่ได้ S (Sport)

ขุมพลังกำลังแรงสูงฟังดูรถคันนี้ไม่ต่างอะไรจากม้าพยศดีๆที่อาจจะพาคุณทานหญ้าข้างทางได้ทุกเมื่อ แต่ AMG ก็ไม่อยากให้ใครต้องเป็นอย่างงั้นเมื่อซื้อสปอร์ตสุดหรูคันนี้ที่ใส่มาให้รถควบคุมง่ายเชื่องสุดๆ ตั้งแต่ระบบ Torque Vectoring Brake ที่ช่วยลดความเร็วล้อไม่ให้เกิดการลื่นไถลเมื่อเข้าโค้งเร็วเกินไป ที่การบังคับทิศทางแม่นยำยิ่งขึ้นด้วย AMG Direct- Steer system ให้ความแม่นยำยิ่งขึ้นในการบังคับเลี้ยว ที่ลดความหนัก-เบาพวงมาลัยได้ตามสภาวะการณ์ ที่สำคัญคือปั้มพวงมาลัยพาวเวอร์รุ่นใหม่ที่ติดตั้งเข้ามานั้นจะทำงานเมื่อคนขับใช้พวงมาลัยเท่านั้น ทำให้ลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพประหยัดน้ำมัน ในขณะที่ระบบช่วงล่างของรถรุ่นนี้นั้นถูกเซทมาใหม่ให้ตอบสนองกับหัวใจใหม่ และการขับขี่แบบสปอร์ตมากยิ่งขึ้นด้วย

ทั้งนี้ Mercedes Benz SLK 55 AMG จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศสหรัฐในช่วงปลายปีนี้ตามคำกล่าวจากค่ายดาวสามแฉก Mercedes Benz ส่วนราคานั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมาแต่แน่นอนว่าจัดเต็ม! เสียขนาดนี้คงสูสีกับน้องๆสปอร์ตระดับชั้นนำ

Sanook! Auto Comment >> Mercedes Benz SLK 55 AMG นั้น นับว่าเป็นหนึ่งในตำนานสุดยอดของรถรุ่นใหม่จากค่ายดาวสามแฉกที่ความแรงของมันนั้นไม่น้อยหน้า และสามารถเทียบชั้นรถสปอร์ตชั้นนำได้ไม่ยากเย็น

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม