| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
รถยนต์ ดารา ดูดวง ฟังเพลง หาเพื่อน แชท ข่าว ผู้หญิง วาไรตี้...
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
กลับมาอีกครั้งกับข่าวฮอนด้า ซีวิค หลังจากทาง Thaicarlover.com ได้นำเสนอเรื่อง เปิดตัวคูเป้ 2 ประตู… Honda Civic Coupe 2012 ไปในสัปดาห์ที่แล้ว
ล่าสุด…
Honda ได้เปิดตัวรถยนต์ Honda Civic HF 2012 ที่มาในรูปลักษณ์เท่ห์ถูกใจ ดีไซน์ล้ำำนำสมัย โฉบเฉี่ยว พร้อมการออกแบบใหม่ ที่ทันสมัย แรงสมใจมากขึ้น พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พลังแรง 140 แรงม้า กับเครื่องยนต์ SOHC i-VTEC 16 วาล์ว ขนาด 1.8 ลิตร และล้อดีไซน์ใหม่ ขนาด 18 นิ้ว
ส่วนภายใน Honda Civic HF 2012 จะมาในรูปแบบทันสมัย และไฮเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น กับระบบควบคุมการสั่งการเครื่องเสียงผ่านพวงมาลัย ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
ด้านระบบความปลอดภัย ฮอนด้า ซีวิค เอชเอฟ 2012 ใหม่ จะมาพร้อมระบบถุงลมนิรภัยรอบคัน ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ให้ทุกการเดินทางของคุณปลอดภัย มั่นใจทุกเส้นการเดินทาง
สำหรับ ราคา ฮอนด้า ซีวิค เอชเอฟ 2012 ใหม่นี้ จะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ $19,455 หรือราวๆ เกือบ 600,000 บาทครับ สำหรับคนที่รักซีวิคก็สามารถติดตามรายละเอียดได้เรื่อยๆ ซึ่งถ้ามีข่าวคราวเพิ่มเติม เราจะรีบนำมาอัพเดททันทีครับ
แฟนๆ Honda ในบ้านเราคงจะต้องอดใจไปก่อน แต่ก็ไม่แน่ที่ Honda Civic HF 2012 จะมาอวดโฉมให้ชมกันในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปร 2554 (Motor Expo 2012) ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งอันนี้แฟนๆ ฮอนด้าคงต้องติดตามกันต่อไปครับ
ผ่านๆไปก็หลากสัปดาห์แล้วสำหรับคอลัมน์ประจำของพวกเราเจอกันทุกวันพุธกลางสัปดาห์กับมือสอง น่าสนที่ หลังจากแนะนำรถยนต์มือสงทั้งเก่าใหม่หลายรุ่นมาพอสมควรแล้วสัปดาห์นี้เราจะพาไปพบรถมือสองอีกครั้ง ที่ไม่ใช่แค่ 1 แต่มาถึง 6 กับ รถมือสองที่ราคาแทบไม่ตกกันเลยในรอบ 5 ปี ที่ผ่านมามีรุ่นไหนบ้างไปดูกันเลย
อันดับที่ 1 BMW E36 โฉมนกแก้ว
งานนี้ต้องเรียนกันก่อนว่าไม่ได้เป็นการจัดอันดับ!!! แต่เหมือนการมาพูดมากกว่าถึงรถรุ่นที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลายและหนึ่งในหลายๆรุ่นนั้นคือรถยนต์ BMW รุ่นรหัสตัวถัง E36 หรือที่หลายคนเรียกว่ าบีเอ็มนกแก้ว ซึ่งเมื่อ 4-5 ปีทีแล้วราคาป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 3 แสนบาทกลางๆถึง 4 แสนบาทปลายๆ
เวลาผ่านไปราคาขายย่อมมีการตกลงไปบ้างตามอายุรถที่ย่างเข้าปีที่15 แล้ว โดยเฉพาะรถรุ่นแรกๆนี่ปาไปเฉียดๆ 20 ปี ก็มีให้เห็นแต่เชื่อไหมครับว่ารถรุ่นนี้ปัจจุบันราคากลางในตลาดยังอยู่ที่ 3 แสนกลางๆ และสภาพสวยบางคันที่แต่งแล้วอาจจะสูงถึง เกือบ 4 แสนบาท นับว่าเป็นรถที่ห้ามพลาดถ้าคุณชอบรถยุโรป
อันดับที่ 2 subaru Impreza GC8
หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบรถยนต์ญี่ปุ่นแต่ไม่อยากได้ความเหมือนใครยี่ห้อ Subaru ถือเป็นหนึ่งในรถรุ่นที่คุณน่าจะมาจับจองเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนี่คือรถที่สามารถพัฒนาเป็นสปอร์ตแรลลี่ได้ไม่ยาก ด้วยการเปลี่ยนเครือง และนั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมราคาของมันถึงไม่ตก
ทรวดทรงที่ดุอาจจะเริ่มเก่าไปบ้างแต่เมื่อมันไม่ค่อชินตานั้นทำให้ทรงนั้นยังดูไม่ล้าสมัยยิ่งรวมกับเอกลักษณ์ของเสียงเครื่องที่อาจจะพาคุณสั่นระรัวในแบบไม่เหมือนใครยิ่งทำให้คนจำนวนมากอยากที่จับจองเป็นเจ้าของมากยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้มันมีราคาอยู่ที่ราวๆ 3แสนปลายๆ ถึง 4 แสนกลางๆ แต่ปัจจุบันแม้จะตกลงมาเล็กน้อย แต่ราคาของมันก้ยังอยู่ในเรทราคาเดิม แถใบางคันที่เจ้าของเดิมแต่งไว้เต็มยศอาจวางขายในราคาเฉียดที่ 5 แสนบาทด้วยซ้ำ
อันดับที่ 3 Nissan 200 SX
สปอร์ตคาร์ 2 ประตู สุดเท่ห์ที่ได้รับความนิยมจากวัยรุ่น และยังเป็นเช่นนั้นอยู่จนถึงปัจจุบัน แม้รถสภาพดีแบบว่านางฟ้านั้นจะหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร แต่ว่าก็ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องทำให้ราคารถรุ่นนี้กลับพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างฉุดไม่อยู่
ย้อนกลับไปเมื่อสัก 4-5 ปีที่แล้วรถรุ่นนี้อาจจะมีราคาอยู่ที่ 5 แสนต้นๆถึง 6 แสนบาท ตามแต่สภาพ แต่ปัจจุบัน แม้รถจะมีอายุเกือบ 20 ปี แต่ยังมีราคาอยู่ที่ 6 แสนกว่าบาท ส่วนหนึ่งก้มาจากไม่มีรถสปอร์ตรุ่นใหม่เข้ามาจำหน่ายในไทย แต่ก้ใช่ว่าใครชอบแล้วจะเป็นเจ้าของกันง่ายๆเพราะจากที่สอบถามมาไฟแนนซ์นั้นจะบังคับให้ดาวน์เยอะและผ่อนไม่เกิน 4 ปีเท่านั้น
อันดับที่ 4 Nissan Cefiro A31
แม้รถคันนี้จะไม่ใช่รถซิ่งแต่ Nissan cefiro ก็เป็นรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นที่ราคาไม่ตก ด้วยเหตุผลความนิยมจากวัยรุ่นในการนำมันไปวางเครื่อง แถมระบบช่วงล่างยังสามารถยกมาจากสปอร์ตคารืชั้นนำอย่าง Nissan Skyline ได้ เรียกว่ามีงบไม่มากก้สามารถสร้างรถสปอร์ตในคราบรถบ้านมาขับกันไปไม่ยากเย็นนัก
ด้วยอายุของรถที่ผ่านระดับ 20 ปีแล้วน่าจะมีราคาที่ตกลงไปมากๆ แต่กลับกลายเป็นว่ารถรุ่นนี้ยังมีราคาเริ่มต้นระดับ 1 แสนบาทกลางๆในสภาพเดิมสนิท ถึง เน่าสนิท และขยับตามขึ้นมาเรื่อยๆตามการวางเครื่องหรือแต่งของเจ้าของเดิม ซึ่งราคาสุงสุดที่เคยเจอในตลาดนั้นคือเกือบ 4 แสนบาทที่ได้ครบทุกอย่างตามต้องการ เรียกว่าซื้อแล้วสามารถไปลงสนามแข่งได้เลยทันที
อันดับที่ 5 Toyota MR 2
กลายเป็นสปอร์ตคาร์แห่งยุคไปแล้วสำหรับรถยนต์รุ่นนี้ที่มาพร้อมเอกลักษณ์หนึ่งเดียวไม่เหมือนใครด้วยเครื่องยนต์วางกลางขนาด 2 ลิตรกับขุมพลัง 3 S แถมเรือนร่างมันนั้นยังไม่ต่างจาก Ferrari ดี ทำให้นิยมมากในต่างประเทศเทศ แต่ไม่ใช่กับบ้านเรา
ต้องบอกว่าน้อยครั้งนักที่เราจะเห็น Toyota MR2 บนถนน แต่ที่แปลกคือแม้มันจะไม่ได้รับความนิยมแถมรถรุ่นใหม่ก้มีมาจำหน่ายกันมากมายแต่ราคารถรุ่นนี้ที่เคยตั้งไว้ระดับ 6 แสนกว่าบาทกลับคงเส้นคงวาไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยิ่งนับว่ามันไม่ค่อยนิยมแล้ว ยิ่งหาเหตุผลยากขึ้นเป็น 2 เท่าอีก แต่ว่ารถรุ่นนี้นั้นขึ้นชื่อเรื่องของสมรรถนะการขับขี่ ที่เร้าใจ
อันดับที่ 6 Honda civic 3 Doors
ถ้าไม่พูดถึงคันนี้คงจะดูแปลก เพราะรถรุ่นนี้เป็นหนึ่งในรถที่ฮิตติดลมบนอย่างมากกับ honda civic 3ประตู ที่ผ่านมานานมากรถรุ่นนี้ก็มีราคาไม่ตก เรียกว่าหลายคนซื้อมาขับขายไป อาจจะเหมือนเช่ามาขับเท่านั้น ด้วยความนิยมที่ไม่เสื่อมคลายแถมยังซื้อง่ายกว่ารถหลายๆรุ่นที่เราบอกไปก่อนหน้า และด้วยอดผ่อนไม่แพงก้ไม่น่าแปลกใจที่จะพบว่ารถรุ่นนี้ยังเป็นที่นิยม
ทั้ง 6 คันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของรถอีกหลายรุ่นในตลาดที่ราคานั้นไม่ขยับไปไหนเลยหรือมีการปรับตัวลดลงน้อยมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งคุณผู้อ่านคงพอสังเกตได้ว่า รถเหล่านี้นั้นไม่ใช่รถตลาด แต่เป้นรถที่วัยรุ่นนิยม
ค่ายรถยนต์เกาหลีวางแผนใหญ่เตรียมทำสถิติรถยนต์ไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันมากที่สุดในโลก โดยใช้รถยนต์ Kia Optima ขับทั่วสหรัฐอเมริกากว่า 48 รัฐ คาดมีระยะทางกว่า 8000 ไมล์หรือ12800 กิโลเมตร
บริษัท Kia มอเตอร์ คอร์เปอร์เรชั่น เตรียมจัดการทำสถิติรถยนต์ไฮบริดประหยัดน้ำมันที่สุดในโลกด้วยรถยนต์ Kia Optima Hybrid โดยเริ่มออกสตาร์ทเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่าน ที่โรงงาน Kia ในเขต Westpoint ในรัฐจอร์เจีย โดยจะไปสิ้นสุดที่ South Carolina ในวันที่ 10 กันยายนนี้ โดยใช้เวลาขับขี่ทั้งหมด 16 วัน ผ่าน 48 รัฐในประเทศสหรัฐอเมริกา
การขับขี่ประหยัดทำลายสถิตโลกครั้งนี้เป็นหนึ่งในแผนการโปรโมท Kia Optiman Hybrid โดยรถที่จะทำอัตราประหยัดทุบสถิติโลกนั้นจะขับโดย เวย์น เกอร์เดส นักขับประหยัดผู้มากประสบการณ์และเพื่อนของเขา คริส เบอร์เนียส โดยรถที่ทำสถิติไม่ได้มีการปรับแต่งใดๆ เพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ
ทั้งนี้ Kia ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าพวกเขากำลังจะทำลายสถิติเท่าไร หรือมีใครกุมสถิตินี้อยู่ ทว่า Kia Optima Hybrid นั้นก็เป็นรถรถที่มีการปรับแต่งมาเป็นอย่างดี โดยมีการพัฒนาอัตราประหยัดจากรุ่นเดิมถึง 40.7 % มาพร้อมเครื่องยนตืขนาด 2.4 ลิตร ให้อัตราเร่ง 0-100 ใน 9.2 วินาที และความเร็วปลายทำได้มากถึง 195 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง
กลับมาอีกครั้งแล้ว สำหรับข่าวสารวงการรถยนต์ นำข่าวรถยนต์จากค่าย Chevrolet มาฝาก พี่ๆ น้องๆ กันบ้างครับ
ซึ่งล่าสุดทาง Thaicarlover.com ได้ข่าวมาว่า
Chevrolet ได้เปิดตัวรถยนต์ Chevrolet Cruze Hatchback 2012 ใหม่ สวยด้วยดีไซน์ 5 ประตู มาพร้อมเครื่องยนต์ ขนาด 1.6 ลิตร 124 แรงม้า และเครื่องยนต์ ขนาด 1.8 ลิตร 141 แรงม้า ทั้งระบบธรรมดา และระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ซึ่งได้รับการปรับปรุงเรื่องการประหยัดน้ำมัน และเพิ่มอุปกรณ์ฟังก์ชั่นการทำงานมากกว่าตัวเก่า พร้อมปุ่มควบคุมชุดเครื่องเสียงที่พวงมาลัย ออกแบบพวงมาลัย และหัวเกียร์หุ้มหนัง เพื่อเพิ่มลูกเล่นของภายในให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ เชฟโรเลต ครูซ แฮทช์แบ็ก 2012 ใหม่ ได้ปรับอัตราทดเพลาให้ต่ำลง และเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆให้เป็นมาตรฐาน ด้วยระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth การต่อเชื่อมอุปกรณ์ภายนอกผ่าน USB และถูกปรับแต่งให้มีความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอีก 5% โดยมีการเปลี่ยนชุดเฟืองท้ายใหม่ เพื่อเพิ่มความประหยัดมากขึ้นอีกด้วย จึงถือได้ว่าเชฟโรเลตรุ่นนี้เป็นเจ้าแห่งความประหยัดน้ำมันเลยทีเดียวครับ
โดยราคา เชฟโรเลต ครูซ แฮทช์แบ็ก 2012 ใหม่นี้จะเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ £14,895 หรือตีเป็นงินไทยราว 700,000 กว่าบาท ครับ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับความประหยัดแล้ว ราคานี้ถือว่าเหมาะสม ไม่สูงมากจนเกินไป ซึ่งคนใช้รถใช้ถนนในบ้านเราพอจะมีกำลังซื้อครับผม
สำหรับแฟนๆ Chevrolet ในบ้านเราคงต้องอดใจรอไปก่อน แต่ก็ไม่แน่ที่อาจจะมีการเปิดตัวรถยนต์ เชฟโรเลต ครูซ แฮทช์แบ็ก 2012 ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปร 2554 (Motor Expo 2011) ปลายปีนี้ ซึ่งอันนี้แฟนๆ เชฟโรเลต คงต้องติดตามกันต่อไปครับ
อย่าพลาดติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถใหม่ รวมถึงความเคลื่อนไหวในวงการรถยนต์ทั้งไทย และต่างประเทศได้ใหม่กับ Thaicarlover.com ครับ
หลังจากที่เปิดออกมาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการพร้อมกับหอบหิ้วเข้ามาในไทยเป็นที่เรียบร้อยสำหรับรถยนต์สปอร์ตโรดสเตอร์ Mercedes Benz SLK ใหม่ที่เคาะราคาป้วนเปี้ยนเริ่มต้นที่ 4 ล้านกว่าบาท ที่แม้จะระทึกเราใจทั้งเวอร์ชั่นระดับแระถมสำหรับใครที่ชอบความสปอร์ตในรุ่น SLK 200 และ ใหญ่ขึ้นมาหน่อยกับ SLK 350 ที่พกเครื่อง V6 มาประตำการ แต่วันนี้ AMG ก็พร้อมแล้วที่จะให้คุณสัมผัสสปอร์ตคาร์ระดับกระกาฬ
ใครที่ชื่นชอบรถสปอร์ตคงต้องผ่านหูกับสำนักแต่งเจ้าประจำของค่ายรถยนต์ดาวสามแฉก Mercedes Benz ที่ล่าสุดก็เปิดเผยสปอร์ตโรดสเตอร์ระดับพระกาฬ Mercedes Benz SLK 55 AMG ที่สมรรถนะเต็มพิกัดคืออะไรที่ยากที่จะห้ามคุณลิ้มลองถ้ามีโอกาสเป็นเจ้าของ
การกลับมาของ Mercedes Benz SLK 55 AMG นั้นยังคงความเป็นตัวตนในด้านการเป็นสปอร์ตโรดสเตอร์ที่จับเอารถที่วางจำหน่ายในตลาดมาปั้นแต่ง ที่งวดนี้ก็ใช้พื้นฐานของ Mercedes Benz SLK ทีเปิดตัวออกไปเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มาเสริมเขี้ยวเล็บให้ประชันได้กับรุ่นใหญ่บนถนน
ภายนอกของรถสปอร์ตคันนี้ให้ความประทับใจด้วยความหรูหราที่สอดรับเข้ากับความสปอร์ต และที่โดดเด่นมาแต่ไกลใน Mercedes Benz SLK55 AMG นั้น ก็ไม่พ้นล้ออัลลอยน้ำหนักเบาเฉพาะรุ่น พร้อมการเสริมภาพลักษณ์ใหม่ให้ดูสปอร์ตและดุดันยิ่งขึ้นกว่ารุ่นกว่ารุ่นธรรมดาไล่เรียงมาตั้งแต่ลิ้นกันชนหน้า ที่เสริมแถบโครมเพิ่มความรู้สึกดูหรูขึ้นอีกนิด ด้านหลังพกปลายท่อคู่สแตนเลสมาและมีการปรับให้รถดูมีความคลาสสิคทางบั้นท้าย ซึ่งชุดแต่งของรถรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีจากสำนัก AMG และจะไม่มีวางจำหน่ายให้เลือกซื้อหากัน
ในห้องโดยสาร Mercedes Benz SLK 55 AMG ตอบโจทย์ด้วยการนำความหรูหราในรุ่นใหญ่อย่าง Mercedes Benz SLS AMG Roadster หยิบยืมมาใช้ในรถรุ่นน้องตั้งแต่ช่องลมระบบปรับอากาศที่ปรับเปลี่ยนเป็นแบบไอพ่นของเครื่องบินดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ที่คอนโซลมีการตบแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ดูทันสมัยมากขึ้น ส่วนตรงหน้าคนขับมีพวงมาลัย AMG เฉพาะรุ่นให้จับถนัดด้วยการหุ้มหนังเช่นเดียวกับการตบแต่งโทนอลูมิเนียม ส่วนมาตรวัดแบบสปอร์ตก็ถูกขลับให้ดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้น บอกตำแหน่งเกียร์ที่ใช้ได้อีกด้วย
เบาะนั่งแบบสปอร์ตถูกเติมเข้ามาพร้อมการตบแต่งภายในแบบขาวดำ เช่นเดียวกับแผงประตูทั้ง 2 ข้างดูสะอาดตามากยิ่งขึ้น และที่ทาง AMG ไม่ลืม คือระบบ Magic Sky Control ที่อยู่ในหลังคาที่สามารถพับเก็บได้ตามสไตล์ของรถรุ่นนี้ที่เพียงเวลา 20 วินาที ก็สามารถรับแดดลม หรือกันร้อนได้อย่างทันใจ
จุดเด่นที่ดูเหมือนจะไม่กล่าวถึงไม่ได้ใน Mercedes Benz SLK 55AMG และถือเป็นที่มาของชื่อ SLK 55 นั้นก็ไม่พ้นเรื่องขุมพลังใต้ฝากระโปรงที่ครั้งนี้ หัวใจขับเคลื่อนนั้นถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5461 ซีซี มีอัตรากำลังอัดแรงสูงที่ 12.6 :1 ให้พละกำลังขับเคลื่อนได้สูงสุดถึง 415 แรงม้าตั้งแต่เกิด และให้แรงบิดได้มากถึง 398 ปอนด์-ฟุต ที่ 4500 รอบต่อนาที สามารถทะยาน 0-100 ได้ในเวลาเพียง 4.5วินาที และความเร็วสูงสุดที่ล็อคที่ 248 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยในท้องถนน
เครื่องยนต์ที่แรงอาจจะฟังดูไม่สามารถตอบสนองสมรรถนะด้านการประหยัดได้ แต่ AMG ก็คิดเรื่องนี้ไว้เช่นกัน และเจ้า V8 รุ่นนี้ ก็มาพร้อมระบบพิเศษที่สามารถลดการทำงานของเครื่องยนต์ได้ โดยเมื่ออยู่ในสภาวะที่ไม่ได้ใช้พลังมากนัก สูบที่ 2-3-5-8 จะทำการปิดและไม่สั่งจ่ายน้ำมันรวมถึงจุดระเบิด ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังมาแรง และเมื่อทำงานก็จะมีการแสดงสถานะ ECO ให้คนขับรับทราบ ที่ยังแบ่งเป็น Eco 4 และ Eco8 นอกจากนี้ยังมีโหมดสปอร์ตพร้อมลุยทุกเส้นทางทั้งหมดส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 7G Plus Tronics ที่มี 3 โหมดให้ขับสนุกทั้ง C (Control Efficiency) M (Manual) และที่ขาดไม่ได้ S (Sport)
ขุมพลังกำลังแรงสูงฟังดูรถคันนี้ไม่ต่างอะไรจากม้าพยศดีๆที่อาจจะพาคุณทานหญ้าข้างทางได้ทุกเมื่อ แต่ AMG ก็ไม่อยากให้ใครต้องเป็นอย่างงั้นเมื่อซื้อสปอร์ตสุดหรูคันนี้ที่ใส่มาให้รถควบคุมง่ายเชื่องสุดๆ ตั้งแต่ระบบ Torque Vectoring Brake ที่ช่วยลดความเร็วล้อไม่ให้เกิดการลื่นไถลเมื่อเข้าโค้งเร็วเกินไป ที่การบังคับทิศทางแม่นยำยิ่งขึ้นด้วย AMG Direct- Steer system ให้ความแม่นยำยิ่งขึ้นในการบังคับเลี้ยว ที่ลดความหนัก-เบาพวงมาลัยได้ตามสภาวะการณ์ ที่สำคัญคือปั้มพวงมาลัยพาวเวอร์รุ่นใหม่ที่ติดตั้งเข้ามานั้นจะทำงานเมื่อคนขับใช้พวงมาลัยเท่านั้น ทำให้ลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพประหยัดน้ำมัน ในขณะที่ระบบช่วงล่างของรถรุ่นนี้นั้นถูกเซทมาใหม่ให้ตอบสนองกับหัวใจใหม่ และการขับขี่แบบสปอร์ตมากยิ่งขึ้นด้วย
ทั้งนี้ Mercedes Benz SLK 55 AMG จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศสหรัฐในช่วงปลายปีนี้ตามคำกล่าวจากค่ายดาวสามแฉก Mercedes Benz ส่วนราคานั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมาแต่แน่นอนว่าจัดเต็ม! เสียขนาดนี้คงสูสีกับน้องๆสปอร์ตระดับชั้นนำ
Sanook! Auto Comment >> Mercedes Benz SLK 55 AMG นั้น นับว่าเป็นหนึ่งในตำนานสุดยอดของรถรุ่นใหม่จากค่ายดาวสามแฉกที่ความแรงของมันนั้นไม่น้อยหน้า และสามารถเทียบชั้นรถสปอร์ตชั้นนำได้ไม่ยากเย็น
กลับมาอีกครั้งแล้ว สำหรับข่าวสารวงการรถยนต์ นำข่าวรถยนต์จากค่าย Ford มาฝาก พี่ๆ น้องๆ กันบ้างครับ
ซึ่งล่าสุดทาง Thaicarlover.com ได้ข่าวมาว่า
Ford ได้เปิดตัวรถยนต์ Ford Mustang Boss 302 2012 ที่มาในรูปลักษณ์เท่ห์ทันสมัย ดุดัน สไตล์ใหม่จากมัสแตงกับเครื่องยนต์ Ti-VCT V-6 ขนาด 3.7 ลิตร 305 แรงม้า มีทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดให้เลือก ส่งพลังแรงเกินใคร รับประกันความปลอดภัยด้วยแบรนด์ฟอร์ดที่ได้รับความเชื่อมั่น และความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน
ด้านภายใน ฟอร์ด มัสแตง บอส 302 2012 ใหม่ จะกว้างขวางมากขึ้น พร้อมเพิ่มระบบเบรกป้องกันล้อล็อคขณะที่เบรกกะทันหัน และระบบช่วยเบรกเพื่อป้องกันการลื่นไถลของรถเช่นกัน
โดย Ford Mustang Boss 302 2012 ใหม่นี้ จะเน้นเรื่องความสวยงาม และปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง และเรื่องความประหยัดน้ำมันรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ทำลายธรรมชาติก็เป็นเรื่องที่ไม่ละเลย ระบบความปลอดภัยได้มาตรฐาน และประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงเพิ่มมากขึ้นอีกด้วยครับ ส่วนราคา ฟอร์ด มัสแตง บอส 302 2012 จะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ $41,105 หรือราวๆ 1,200,000 บาทครับ
อย่าพลาดติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถใหม่ รวมถึงความเคลื่อนไหวในวงการรถยนต์ทั้งไทย และต่างประเทศได้ใหม่กับ Thaicarlover.com ครับ
หลังจากเมื่อ 2 วันที่แล้ว ทาง Thaicarlover.com ได้เผยภาพ Toyota Camry เวอร์ชั่นที่จะเปิดตัวในอเมริกาไป
ล่าสุด…
Toyota ใน ยูเครนก็เผยภาพเก๋งกลางโฉมใหม่ ซึ่งนี่อาจจะเป็นเวอร์ชั่นสำหรับตลาดยุโรป โดย Toyota Camry 2012 เวอร์ชั่นยุโรปนั้นยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดออกมา แต่เท่าที่ได้ข้อมูลจากภาพนั้นดูเหมือนรถรุ่นนี้จะดูให้ความภูมิฐานกว่ารถรุ่นที่วางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา แม้หน้าตาจะดูไม่ต่างกันมากนัก รวมถึงเส้นสายนั้นเรียกได้ว่าแทบจะเหมือนกัน แต่ก็มีการเปลี่ยนกันชนหน้ากระจังหน้า ที่กลับดูลงตัวยิ่งกว่าแม้จะคล้ายกับค่ายคู่แข่งก็ตาม
เรื่องสมรรถนะนั้นเชื่อว่า Toyota คงจะไม่มีการเปลี่ยนขุมพลังจากรุ่นที่วางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร แทนที่ขุมพลังรุ่นเดิม แต่ให้แรงม้าเพิ่มขึ้น 18 ตัว ส่วนรุ่นใหญ่นั้นเป็นเครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 268 ตัวจากโรงงาน
อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการเปิดเผยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับ Toyota Camry 2012 รุ่นใหม่ ในเวอร์ชั่นตลาดยุโรป แต่แน่นอนว่าคงอีกไม่นานนี้ ซึ่งถ้ามีข่าวคราวเพิ่มเติม ทางเราจะรีบนำมาอัพเดททันทีครับ
สำหรับแฟนๆ Toyota ในบ้านเราคงต้องรอลุ้นว่า โตโยต้า แคมรี่ 2012 จะมาเปิดตัวรถยนต์ที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โปร 2554 (Motor Expo 2011) ในปลายปีนี้หรือไม่ ซึ่งอันนี้แฟนๆ โตโยต้า คงต้องติดตามกันต่อไปครับ
อย่าพลาดติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถใหม่ รวมถึงความเคลื่อนไหวในวงการรถยนต์ทั้งไทย และต่างประเทศได้ใหม่กับ Thaicarlover.com ครับ