ณ ที่แห่งนี้ กาดน่าน

จีนก๊อปทุกอย่างแม้กระทั่ง Social network

ประเทศจีนนี่สุดๆ เลยในเรื่องการ copy เป็นอันว่าใครๆ ก็รู้กันอยู่แล้ว วันนี้ Marketing Oops! หยิบการ copy ของประเทศจีนในแง่มุมออนไลน์มาฝาก มาให้ดูว่านอกจากกระเป๋า ของใช้และเครื่องไฟฟ้าแล้ว จีนยัง copy เว็บไซต์ Social Network ชื่อดังหลายๆ เว็บจากอเมริกาเหมือนกัน

Copy Facebook

จีนสั่งแบนด์เว็บไซต์ต่างชาติ ไม่ให้ใช้ในประเทศ และเน้นการสร้างเว็บไซต์ในแบบท้องถิ่น (ภาษาจีน) มาให้กันแทน Facebook เองก็เป็นเว็บไซต์ใหญ่และมีผู้เล่นมหาศาล ทำให้คนจีนที่มีความรู้เรื่องการสร้าง Social Network ได้สร้างเว็บไซต์ขึ้นมาอีกเว็บไซต์ คือ xiaonei เว็บไซต์สังคมออนไลน์ที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกันเด๊ะๆ กับ Facebook

-

Copy Tumblr

อีกหนึ่งเว็บไซต์ที่จีน copy มาคือ tumblr กับชื่อใหม่ว่า diandian.com

-

Copy Groupon

ทันทีที่ Groupon ประสบความสำเร็จ ในไม่ช้า จีนก็ออกเว็บไซต์เลียนแบบ Groupon ในทันที Meituan.com

-

Copy Twitter

เด๊ะ..เด๊ะ.. กับ Twitter ในเวอร์ชั่นของจีน Fanfou.com

-

Copy Foursquare

และแม้แต่ Foursquare จีนก็มีความสามารถในการสร้าง Mobile Check-in ในแบบของ Foursquare ในทันที MooPoo.com >> เหมือนกันเปี๊ยบ : )

-

Copy Instagram

แม้แต่ Mobile Application จีนก็ทำได้ แบบไม่ต้องคิดอะไรใหม่เลย

http://www.marketingoops.com

2012 Holden Colorado ฝาแฝดเชฟวี่ออกตัวที่แดนจิงโจ้

ช่วงนี้ถ้าพูดถึงข่าวคราวในวงการยานยนต์บ้านเรานั้นดูเหมือนหลายคนจะใจจดใจจ่อกับศึกกระบะปลายปีที่กำลังจะเปลี่ยนยกแผงเหลือเพียงไม่กี่ยี่ห้อที่คงรุ่นเดิม ทำให้ศึกนี้น่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อค่ายรถยนต์อเมริกาเตรียมห้ำหั่นกันเองที่ต่างก้มีของใหม่พร้อมลุยที่คาดว่าจะมาลงตลาดปลายปีแน่นอน

ที่ผ่านมาเรามีการกล่าวถึงค่ายยานยนต์อเมริกาเจ้าของฉายา Blue Oval กันไปพอสมควร แต่หลังจากที่ ค่ายนี้มีการเผยโฉมกระบะใหม่ค่ายคู่แข่งสำนักโบว์ไทนก็พร้อมเช่นกัน และวันนี้ท่ามกลางงาน 2011 Australian International Motor Show ค่ายนี้ก็ส่งสัญญาณพร้อมรบในแดนจิงโจ้ภายใต้แบรนด์ Holden

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า Holden Colorado ก็คือ Chevrolet Colorado นั่น เอง ที่หลังจากที่มีการเปิดเผยเรือนร่างในงานอาเจนติน่าไปใน Rally Concept โชว์ความโหดและดุดันในแบบรถแรลลี่ไปแล้วในงานที่แดนจิงโจ้ล่าสุด ก็ได้มีการอวดโฉมอีครั้งที่ไม่ต่างจากเวอร์ชั่นไทย ที่มีการเปิดตัวออกไปก่อนหน้านี้

ผลงานล่าสุดของ Holden Colorado นั้นได้ดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ Ben Last ที่มีอายุเพียง 26 ปี เข้ามาช่วยสร้างสรรค์ความสดใหม่ของรถให้ดูฉีกแนวมากยิ่งขึ้น ในขณะที่เรื่องขุมพลังก็มีการยืนยันอีกครั้งว่าจะใช้เครื่องยนต์ 2.8 เทอร์โบดีเซลอย่างแน่นอน ที่มาพร้อมไฟหน้า ไฟท้ายและล้อขอบ 20 นิ้ว เป็นตัวชูโรงความบึกบึน ที่มีการเผยข้อมูลใหม่ภายในห้องโดยสารด้วยว่า อาจจะมีการตบแต่งภายในด้วยสีน้ำเงินเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้า ที่ยังไม่มีการยืนยันออกมาอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ Holden เป็นแบรนด์ภายใต้ปีของ GM ที่ใช้ในประเทศ Australia ซึ่งในบ้านเรานั้น Chevrolet Colorado รุ่นใหม่มีกำหนดการเปิดตัวประมาณไตรมาสที่ 4 ปีนี้ โดยคาดว่าอาจจะเป็นในช่วงงาน Motor expo 2011

Sanook! Auto Comment


รถที่โชว์ในออสเตรียเลียนี้อาจจะดูไม่แตกต่างเท่าไรกับที่เคยเปิดเผยไปในบ้านเราในช่วงเดียวกับงาน detroit auto show ซึ่งการมาของรถรุ่นนี้ก็ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะ เมื่อมองถึงแบรนด์ใหญ่ Isuzu ด้วย

เปิดตัวแล้ว… Toyota Etios Liva อีโคคาร์

ตอบรับกระแสการมาของอีโค คาร์ (Ecocar) อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดทาง Thaicarlover.com ได้ข่าวมาว่า…

Toyota ได้เปิดตัว Toyota Etios Liva แล้วในประเทศอินเดีย หลังเป็นข่าวมานานแรมปี แต่ต้องเลื่อนการเปิดตัวออกไป แต่ในที่สุดก็เลื่อนเข้ามาเปิดตัวตามแผนเดิม โดยงานนี้ Etios Liva ได้รับความสนใจไม่ใช่เพียงการเป็นเวอร์ชั่น Hatchback ต่อจาก Sedan ที่เปิดตัวไปในประเทศอินเดียวแล้วเท่านั้น แต่อาจจะเป็นไม้เด็ดของ Toyota หากบริษัทฯ ตัดสินใจทำตลาดอีโคคาร์ในประเทศไทย ถึงแม้ว่า Toyota ยังไม่มีอะไรชัดเจนในเรื่องนี้ หลังจากที่บริษัทฯ เคยให้สัมภาษณ์ว่าจะเน้นรถคุณภาพมากกว่ารถราคาถูก

Toyota Etios Liva 2012

Toyota Etios Liva 2012

อย่างไรก็ตาม การจัดให้รถรุ่นนี้เป็นรถในระดับ Q-Class ตามคำนิยามในแง่คุณภาพ (Quality) ของบริษัทฯ นั้น อาจจะเป็นการหาทางออกของการให้คำมั่นสัญญาที่เคยแถลงไปแล้วในเรื่องคุณภาพ ในขณะที่สเปคของ Etios Liva ก็เข้ากันกับเงื่อนไขของ BOI ในการเป็นรถอีโคคาร์พอดี ทำให้โอกาสที่ Toyota จะทำตลาดรถรุ่นนี้ในเมืองไทยจึงมีสูงขึ้นไปอีก

Toyota Etios Liva 2012-Back

Toyota Etios Liva 2012-Back

โตโยต้า อิติออส ลิวา ถูกออกแบบ และผลิตขึ้นมาเพื่อต่อกรกับคู่แข่งสำคัญในอินเดียอย่าง Maruti Swift และ Nissan Micra (หรือ Nissan March ในเมืองไทย) รวมถึง Honda Brio ที่ช่วงนี้อาจจะเงียบไปสักหน่อยจากผลกระทบของเหตุการณ์สึนามิที่ญี่ปุ่น

ภายใน Toyota Etios Liva 2012

ภายใน Toyota Etios Liva 2012

โดยในประเทศอินเดีย Etios Liva จะมี 4 รุ่นย่อยให้เลือก คือ J, G, V, และ VX โดยจะมีขุมพลังเหมือนกันทุกรุ่นคือ เครื่องยนต์เบนซิน 3NR-FE 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาดความจุกระบอกสูบ 1.2 ลิตร (1,197 ซีซ๊) ผลิตกำลังสูงสุดได้ 80 แรงม้า(PS) ที่ 5,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 104 นิวตันเมตรที่ 3,100 รอบ/นาที ซึ่งทุกรุ่นจะใช้เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ โดยไม่มีรุ่นเกียร์อัตโนมัติเลย

สำหรับแฟนๆ Toyota Etios Liva คงจะต้องอดใจเอาไว้รอดูภาพคันจริงแบบเต็มๆ ก่อน แต่ก็ไม่แน่ที่อาจจะมีการเปิดตัวรถยนต์รถยนต์รุ่นนี้ให้ได้สัมผัสกันก่อนในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปร 2554 (Motor Expo 2011) ในปลายปีนี้ ซึ่งแฟนๆ Toyota ในบ้านเราคงต้องติดตามกันต่อไปครับ

อย่าพลาดติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถใหม่ รวมถึงความเคลื่อนไหวในวงการรถยนต์ทั้งไทย และต่างประเทศได้ใหม่กับ Thaicarlover.com ครับ

All-New Hyundai Sonata นั่งสบาย..ดีไซน์หยาดเยิ้ม

เปิดตัวแนะนำมาร่วม 3 เดือน ล่าสุดบริษัท ฮุนได มอเตอร์ ไทยแลนด์ จำกัด จัดทริปพิเศษเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสายยานยนต์กว่า 20 ชีวิตได้ลองขับสปอร์ตคูเป้ดีไซน์ล้ำ The New Hyundai Sonata Sport ทั้งในรุ่น S ราคา 1.55 ล้านบาท และรุ่น G ตัวท็อปราคา 1.87 ล้านบาทกันอย่างเต็มอิ่ม

ขณะเดียวกันยังนำอัครรถตู้สุดหรู The New Hyundai H1 ใหม่ และ The New Hyundai Grand Starex VIP มาให้ลิ้มลองบนเส้นทางสวยและท้าทาย กทม.-ลพบุรี-เพชรบูรณ์-เขาค้อ-พิษุโลก-นครสวรรค์-สิงห์บุรี-อยุธยา-กทม. ระยะทางกว่า 1,200 กม.

อย่างไรตามโจทย์หลักของการทดสอบครั้งนี้ ทีมข่าวมุ่งไปที่สปอร์ตคูเป้ดีไซน์ล้ำ The New Hyundai Sonata Sport เป็นตัวหลัก เพราะได้ยินกิตติศัพท์จากพรรค์พวกเพื่อนฝูงหลายคนกล่าวขานว่า นอกจากจะเป็นรถที่มีดีไซน์สวย นั่งสบายแล้ว ยังเป็นรถที่เพียบไปด้วยออฟชั่นมากมาย

ดีไซน์ดุดันแฝงความล้ำสมัย

รูปลักษณ์สอดคล้องกับสโลแกน CALL ME COUPE ด้านหน้าเน้นความปราดเปรียว มีพลังด้วยเส้นบนฝากระโปรงหน้าต่อเนื่องถึงกระจังหน้า ไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ทรงเพรียว กันชนหน้าทรงดุดันพร้อมสปอตไลต์แนวเส้นหลังคาที่เป็นทรงเกือบครึ่งวงกลม เติมความโฉบเฉี่ยวด้วยเส้นคาดตัวถังด้านข้าง กระจกมองข้างทรงเพรียวลู่ลมพร้อมไฟเลี้ยว โดยรุ่น 2.0 G ใส่แม็กขนาด 18 นิ้ว ที่ดูคมเข้มกว่ารุ่น 2.0 S ที่มากับแม็ก 17 นิ้ว ส่วนไฟท้ายทรงแบนเตี้ย ฝากระโปรงหลังออกแบบให้เป็นสปอยเลอร์ในตัว รับกับกันชนท้าย

ภายในโอ่อ่าหรูหรา

ก่อนจะได้ขับจริง ผมใช้เวลาอยู่ร่วม 3 ชม. ในตำแหน่งเบาะหลัง พร้อมกับสำรวจอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และระบบกลไกลในการขับขี่ต่างๆ งานนี้ต้องยอมรับว่า Sonata Sport รุ่น S คันนี้ หรูหราสมราคาคุยจริงๆ ที่สำคัญการออกแบบยังเนี้ยบ มีดีไม่แพ้รถแบรนด์ยุโรปและญี่ปุ่น โดยเฉพาะหลังคาแก้วพานอรามิก เพิ่มความหรูหราให้กับรถมากยิ่งขึ้น

ชุดมาตรวัดสวยล้ำสมัยและไฮเทค คอนโซลกลางเป็นศูนย์รวมของสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง และระบบปรับอากาศ พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน ดูล้ำมากกว่าหรูหราหรือสปอร์ต สามารถควบคุมเครื่องเสียง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และติดตั้งโหมดเปลี่ยนเกียร์หรือ Paddle Shift เบาะนั่งเป็นทรงสปอร์ตโอบกระชับ แบ่งเป็น 2 การตกแต่ง โดยรุ่น S สีทูโทนเน้นความหรู ส่วนรุ่น S ที่พรรค์พวกขับดุดันกว่าเพราะเป็นเบาะหนัง ส่วนพื้นที่การใช้สอยเบาะหลังจัดว่า โอเค. กว้างนั่งสบายตัว

ขุมพลังสมตัวต้นจัดปลายอืด

ครั้นพอมีโอกาสได้ทดสอบ ต้องยอมรับว่า ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรหัส Theta II แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว D-CVVT ความจุ 1,998 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 20.17 กก.-ม. ที่ 4,600 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ให้สมรรถนะการขับขี่สนุกกว่าที่คาด

ช่วงออกตัวค่อนข้างปรู๊ดปร๊าด แม้ต้องแบกน้ำหนักตัวรถกว่า 1,400 กก. บวกน้ำหนักผู้โดยสาร 4 คน กว่า 200 กก. ตอบสนองทันใจตั้งแต่รอบต่ำและรอบปานกลาง ยิ่งมีโอกาสได้ใช้ลองโหมดเกียร์ +/- เพื่อรักษารอบเครื่องยนต์ให้อยู่ในรอบสูง และทำหน้าที่เอนจินเบรกช่วงเข้าโค้งด้วยแล้ว ช่วยให้การขับขี่เป็นได้ดั่งใจมากขึ้น ในช่วงที่ต้องขับปีนไต่ความชัน และเลาะโค้งบนเขาค้อด้วยแล้ว โหมดเกียร์ +/- เพิ่มอรรถรส ความฉับไว และความมั่นใจต่อการขับขี่ได้ดีขึ้น จากการเซ็ทช่วงล่างที่เน้นให้ขับสบายนั่งนุ่ม ส่งผลให้การขับขี่ด้วยความเร็วสูงระดับเกิน 150 กม.ต่อชม. ไม่ประทับ เกิดอาการโยนตัว ยิ่งขับผ่านคอสะพานหรือบนทางไม่เรียบ เล่นเอาเวียนหัวพอสมควร

สรุปการทดสอบ The New Hyundai Sonata Sport เด่นด้วยรูปร่างหน้าตามที่เฉียบคมและหรู ภายในห้องโดยสารโอ่อ่า และอัดแน่นด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยครบครัน รัยกว่ามีดีไม่แพ้รถแบรนญี่ปุ่นและยุโรปเลยทีเดียว และนับเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ใช้ที่ต้องการความคุ้มค่าคุ้มราคาอีกรุ่น

===============

ข้อมูลทางเทคนิค Hyundai Sonata Sport

===============

เครื่องยนต์ รุ่น Theta II 2.0 แบบ 4 สูบแถวเรียง, DOHC 16 วาล์ว D-CVVT

ความจุกระบอกสูบ ซีซี 1,998

ความกว้างกระบอกสูบX ระยะชัก มม. 86 x 86

อัตราส่วนกำลังอัด 10.5

แรงม้าสูงสุด (PS) / รอบต่อนาที 165 / 6,200

แรงบิดสูงสุด นิวตันเมตร / รอบต่อนาที 198 / 4,600

ระบบเกียร์ อัตโนมัติ 6 สปีด step-gate พร้อมโหมดสปอร์ท

ระบบช่วงล่าง หน้า/หลัง แมคเฟอร์สันสตรัท / มัลติลิงค์

ระบบเบรก หน้า/หลัง ดิสก์เบรกพร้อมครีบระบายความร้อน

ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง ลิตร 70

www.ecareasy.com

มันมาแน่!! New Toyota Camry ..บอสใหญ่สามห่วงยันเอง

มันมาแน่!! New Toyota Camry ..บอสใหญ่

หลังจากที่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานั้น มีข่าวคราวของว่าที่เก๋งกลางใหม่ ที่เตรียมจะวางจำหน่ายออกมาว่าค่ายรถยนต์ 3 ห่วง จะมีการส่งรถรุ่นใหม่ที่จะพร้อมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่แล้วข่าวคราวก็เงียบหายไปกับกระแสข่างอื่นๆที่มีอยู่อย่างมากมาย

การกลับมาของ New! Toyota Camry นั้น ค่อนข้างจะได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะ เมื่อรถรุ่นนี้มียอดขายอันดับที่ 1 ในประเทศอเมริกา และวันนี้ดูเหมือนว่ารถเก๋งกลางรุ่นใหม่จะพร้อมมากกว่าที่คิดเมื่อบอสใหญ่ค่ายสามห่วงเผยทีเซอร์รถรุ่นใหม่ผ่านวีดีโอ





จากวีดีโอความยาว 44 วินาที นายอะกิโอะ โตโยตะ CEO และประธานของ Toyota motor Corporation ได้กล่าวว่า Toyota Camry รุ่นใหม่จะเป้นรถที่ดีที่สุดตั้งแต่ที่ค่ายรถยนต์รายนี้เคยผลิต มา มีความหรูหรามากขึ้น สมรรถนะที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับความปลอดภัยที่มั่นใจได้มากขึ้น และพร้อมกันนี้ได้โชว์ส่วนหนึ่งของรถรุ่นใหม่ที่ดูเหมือนจะพร้อมแล้ว

อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ค่ายรถยนต์โตโยต้าได้มีการเปิดเผยว่าในช่วงไตรมาส 3 นี้ทางค่ายสามห่วงจะเปิดตัว New! Toyota Camry โดยจะเริ่มจากที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนในไทยยังไร้วี่แวว แต่คาดว่าคงจะออกมาตามๆกันในไม่ช้า

Sanook! Auto Comment

เก๋งกลางใหม่จากค่ายโตโยต้า เป็นรถที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อรถรุ่นนี้ได้รับความนิยมทั่วโลกรวมถึงบ้านเรา ซึ่งการแนะนำรถรุ่นใหม่จะช่วยลดแรงกดดันเรื่องปัญหาคันเร่งค้างได้ และแน่นอนว่าในไทยก็อีกไม่ช้านี้




ต้องมนต์ถิ่นอีสาน เปิดตำนานเมืองอุบล



การเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละครั้งถึงจะเป็นการท่องเที่ยวสถานที่เดิมๆที่เคยสัมผัสมาแล้ว แต่ถ้าเราเปลี่ยนรูปแบบการท่องเที่ยวให้ใหม่ขึ้นก็จะได้อีกหนึ่งมุมมองที่ต่างออกไปจากเดิม อย่างการมาเยือนอุบลราชธานีครั้งนี้ผมได้เลือกการ นั่งรถสามล้อชมเมือง มาเติมสีสันให้การท่องเที่ยวมีเสน่ห์มากขึ้น

ถ้าพูดถึงจังหวัดอุบลราชธานีหลายคนคงคิดถึงแต่สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างสามพันโบก แต่วันนี้ผมจะพาไปลัดเลาะรอบเมืองโดยนั่งสามล้อปั่นสุดคลาสสิกโดยจุดมุ่งหมายแรกคือ วัดศรีอุบลรัตนาราม เป็นวัดธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ด้านทิศใต้ของศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี วัดนี้มีพระอุโบสถที่สร้างตามแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง คือ พระแก้วบุษราคัม ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวอุบลราชธานีมายาวนาน

หลังจากเสร็จจากการกราบไหว้พระแก้วบุษราคัม เพื่อเป็นการเสริมศิริมงคลในการมาเยือนอุบลราชธานีครั้งนี้แล้ว ขบวนรถสามล้อปั่นเคลื่อนตัวไปต่อยังสถานที่ถัดไป ซึ่งตลอดเส้นทางที่รถสามล้อปั่นผ่านจะเห็นได้ถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของคนเมืองนี้ ถึงจะเริ่มมีความเจริญเข้ามาจนเกือบจะเหมือนกรุงเทพฯแต่ก็ยังมีบางส่วนที่ไม่ทิ้งมนต์เสน่ห์ดั้งเดิมไป นั่งใจลอยชมความงามได้สักพักรถก็มาจอดที่จุดหมายที่สอง วัดสุปัฏนารามวรวิหาร

วัดสุปัฏนารามวรวิหาร นับเป็นวัดแสนเงียบสงบที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ โดดเด่นด้วยตัวพระอุโบสถสีขาวสะอาดตา ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล ซึ่งไหลผ่านทางทิศใต้ของตัวเมืองอุบลราชธานี เป็นได้ทั้งจุดพักผ่อนหย่อนใจเพื่อชมความงามของธรรมชาติ และพักจิตใจให้สงบเพื่อสักการบูชาสิ่งศักสิทธิ์พร้อมตั้งสมาธิได้เป็นอย่างดี ซึ่งจากการมาเยือนในครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าหลายครอบครัวทั้งนักท่องเที่ยว และคนพื้นถิ่นเลือกที่จะเดินทางมาที่นี่เพื่อพักผ่อนในวันหยุด

โดยมัคคุเมเทศก์ท้องถิ่นเล่าให้ฟังว่าจุดประสงค์แรกที่มีการสร้างพระอุโบสถขนาดใหญ่ของวัดนี้คือ ต้องการให้เป็นที่ประดิษฐานของพระสัพพัญญูเจ้า ซึ่งเป็นพระประธาน ในพระอุโบสถวัดสุปัฏนาราม และใช้ประโยชน์ในการประกอบพุทธศาสนพิธี ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรมของสงฆ์โดยตรง หรือพิธีกรรมที่มีพุทธศาสนิกชนร่วมด้วยก็ตาม ซึ่งในวันสำคัญทางศาสนาที่นี่จะเต็มไปด้วยผู้มีจิตศรัทธาจากทั่วสารทิศ

รถสามล้อปั่นท้าลมเย็นกันมาต่อที่จุดหมายสุดท้ายของเรา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ตั้งอยู่ที่ถนนเขื่อนธานีตัดกับถนนอุปราช อ.เมือง เดิมเป็นศาลากลางจังหวัด รูปทรงอาคารโดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ตั้งแต่สีอาคารซึ่งเป็นสีเหลืองสดใส ตัวอาคารเป็นตึกชั้นเดียวยกพื้นสูง ก่ออิฐฉาบปูน หลังคาทรงปั้นหยา แผนผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไปทางทิศเหนือ ภายในอาคารประกอบด้วยห้องโถงใหญ่อยู่ตรงกลาง มีระเบียงทางเดินและห้องขนาดเล็กอยู่โดยรอบ

แบ่งโซนการจัดแสดงภายในอาคารออกไว้อย่างชัดเจนและเรียบง่ายที่จะเข้าชม อีกทั้งยังมีเข้าหน้าที่คอยดูแลและให้ความรู้ตลอดการเข้าชมไม่ว่าจะมากลุ่มเล็กหรือกลุ่มใหญ่ มีการจัดแสดงทั้งหมด 10 ห้องคือ ห้องจัดแสดงที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดอุบลราชธานี ห้องจัดแสดงที่ 2 ภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ห้องจัดแสดงที่ 3 สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ห้องจัดแสดงที่ 4 สมัยประวัติศาสตร์เริ่มแรก วัฒนธรรมทวารวดี และวัฒนธรรมเจนละ (ขอมหรือเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร) ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 12 – 15

เพียงแค่ 4 ห้องในโซนแรกผู้ร่วมเดินทางทุกคนต่างตื่นตาตื่นใจกับความรู้ใหม่ที่ได้รับจากสถานที่แห่งนี้ ถึงจะดูเป็นพิพิธภัณฑ์รูปแบบเดิมๆไม่ต่างจากที่อื่นมากนัก แต่เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่อัดแน่นอยู่ในทุกจุดเป็นความรู้ที่ไม่สามารถหาได้จากในตำราแน่นอน ยิ่งเข้ามาลึกในอีก 6 ห้องที่เหลือความรู้ด้านประวัติศาสตร์ก็จะถูกนำเสนอผ่านรูปแบบต่างๆเพิ่มความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

เริ่มจาก ห้องจัดแสดงที่ 5 วัฒนธรรมขอมหรือเขมรสมัยเมืองพระนคร ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 15 – 18 ที่นำโบราณวัตถุต่างๆมาเป็นตัวนำเสนอ และมาต่อกันที่ ห้องจัดแสดงที่ 6 วัฒนธรรมไทย-ลาว ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 23 – 25 ซึ่งอยู่ติดกับ ห้องจัดแสดงที่ 7 ผ้าโบราณและผ้าพื้นเมืองอุบลราชธานี โดย 2 ห้องนี้จะทำให้ทุกคนได้เห็นถึงวัฒนธรรมของไทยและลาวที่มีทั้งจุดเหมือนและต่างที่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เดินชมเรื่องราวต่างๆมาเรื่อยจนถึงโซนสุดท้ายที่เน้นเรื่องราวพื้นบ้านในยุคที่ค่อยๆพัฒนาขึ้นทั้ง ห้องจัดแสดงที่ 8 ดนตรีพื้นเมือง ห้องจัดแสดงที่ 9 ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน และเครื่องใช้ในครัวเรือน และ ห้องจัดแสดงที่ 10การปกครอง และงานประณีตศิลป์เนื่องในพุทธศาสนา ซึ่งถึงจะใช้ระยะเวลานานพอสมควรกว่าจะชมและฟังบรรยายจนครบทุกห้องจัดแสดง แต่ผู้ร่วมเดินทางทุกคนกับไม่มีทีท่าของความเบื่อหน่าย กลับกลายเป็นสีหน้าเปื้อนรอยยิ้มและความสนุกสนานมากกว่า

การเดินทางท่องเที่ยวทุกครั้งจะมีความประทับใจแตกต่างกันไป ถึงแม้จะเป็นสถานที่ที่เคยไปบ่อยครั้ง แต่ถ้ารู้จักเปิดมุมมองใหม่ในการท่องเที่ยวทุกครั้ง เราก็จะสามารถเที่ยวทีไหนก็ได้โดยไม่น่าเบื่อและรู้สึกดีตลอดเวลา

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

อีกแล้วครับท่าน นักวิเคราะห์บอก iPhone ใหม่ไม่ได้มี 2 รุ่นแถมเป็นแค่ iPhone 4S ด้วย



อ่านข่าวมากบางทีก็เพลียกับนักวิเคราะห์ที่ออกมาขัดแย้งกันแบบซึ่งๆหน้าโดยที่เมื่อวานนี้เอง เพิ่งจะมีออกมาบอกว่า iPhone จะมา 2 รุ่น ตอนนี้กลับไปรุ่นเดียวแถมเปลี่ยนน้อยด้วย

หลังจากที่มีข่าวลือมากมายสำหรับ Apple iPhone ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวถึงขั้นที่ว่าจะปล่อยออกมา 2 รุ่น ในตอนนี้เองดูเหมือนว่าจะพลิกกลับอีกแล้วเพราะมีการบอกว่า Apple จะไม่ปล่อยทั้ง "iPhone Mini" ที่เคยเป็นข่าวก่อนหน้านี้ และ iPhone 5 ที่มีการออกแบบใหม่ออกมาในเดือนกันยายนนี้ซะอย่างงั้น

โดยคนที่บอกนี้เป็นักวิเคราะห์ของทาง BMO Capital นามว่า Keith Bachman โดยเขา Note บอกกับนักลงทุนไว้ว่าแบบนั้น ซึ่งเนื้อหารายละเอียดคือประมาณว่า Apple จะออก iPhone รุ่นใหม่ที่ยังคงจะใช้ Case iPhone 4 เดิมนั่นหมายความว่ามันจะเป็น iPhone 4S ตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้

ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ของทาง Deutsche Bank นาย Chris Whitmore ได้ออกมาฟันธงว่า Apple จะปล่อย iPhone ออกมา 2 รุ่นด้วยกันคือเป็น iPhone 5 และ iPhone อีกตัวที่จะเป็นรุ่นเล็กเจาะตลาดPrepaid โดยเฉพาะ ซึ่งขัดแย้งกับของ นาย Bachman ที่ได้อ้างเพิ่มเติมไว้ด้วยว่า Apple ขาย iPhone ได้มากถึง 17 ล้านเครื่องและคาดว่าในไตรมาสนี้น่าจะเพิ่มเป็น 18 ล้านเครื่อง ในขณะที่ iPhone 3GS จะยังเป็น Smartphone จับตลาด Low-End ต่อไป


2011-06-30 21:20:55 By http://www.mxphone.com/

10 อันดับที่คนทำมากที่สุดตอนรถติด!!!


10.เล่นเกมส์บนมือถือ หรือกดไปเรื่อยเปื่อย

9.แต่งหน้า เช็คสวย หล่อ

8.ส่งอีเมล์

7.เช็คเฟซบุ๊ค หรือ ทวิตเตอร์

6.กินขนม กินของว่าง แก้เครียด คลายหิว

5.คุยโทรศัพท์ เม้าส์เรื่อยเปื่อย

4.ส่งข้อความ แชต

3.เหร่สาว(หนุ่ม)ข้างถนน

2.เหร่รถคันข้างๆ

1.ฟังเพลง ฮัมเพลงไปเรื่อยๆ ชิวๆ

FW

โรงเรียนที่ค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศไทย


1. International School Bangkok (ISB)
เทอมละ 488,000 บาท


2. Shewsbury International School
เทอมละ 360,000 บาท


3. Harrow International School
เทอมละ 350,000 บาท


4.Ruamrudee International School
เทอมละ 330,000 บาท


5.Bangkok Patana International School
เทอมละ 295,000 บาท

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม