Mitsubishi I-miev ท้าพิสูจน์ในฮังการี่ทุบสถิติไปไกลกว่า 220 ก.ม.

กระแสรถไฟฟ้าในช่วงที่ผ่านมานี้ดูเหมือนมันอาจจะจางๆลงไปบ้าง หลังโดนกลบด้วยหลากรถยนต์ใหม่ เช่นเดียวกระแสสึนามิที่ทำให้สื่อต่างๆ ทั่วโลกสนใจการฟื้นตัวของค่ายยานยนต์จากประเทศญี่ปุ่น ที่เกมในครึ่งปีหลังนี้นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจจนต้องจับตาดูกันเป็นพิเศษ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ค่ายานยนต์ญี่ปุ่นที่ค่อนข้างจะมีหัวสมัยใหม่ Mitsubishi ได้มีความพยายามอย่างมากในการปลุกกระแสรถไฟฟ้า และหนึ่งในรถหลายๆรุ่นนั้นคือ Mitsubishi I-Miev ที่เข้ามาโชว์บ้านเราหลายรอบ แถมยังจอดแอบไว้ในโกดังหลังสำนักงานใหญ่ ย่านรังสิต ที่วันนี้ในต่างประเทศมีการท้าพิสูจน์ระยะทางบนถนนจริงที่ประเทศฮังการี่ และอาจจทำให้คู่แข่งทึ่งได้

Mitsubishi I-miev

คำถามที่สำคัญเกี่ยวรถยนต์ไฟฟ้าก็ไม่พ้นว่า มันจะไปได้ไกลเท่าไรในการชาร์จไฟเพียงครั้งเดียว แต่ตัวเลขปัจจุบันที่ยืนหยัดที่ 200 กิโลเมตรใน Volt และ Leaf นั้น ต่างเป็นข้อยืนยันที่ดีว่ารถรุ่นใหม่น่าจะไปได้ไกลและตอบสนองได้มากกว่า แต่กับ I Miev ที่ขายในฮังการี่ในราคาเดียวกับซิตี้คาร์ทั่วไป ทั้งยังเก่ากว่า ที่ตามสเป็คระบว่าไปได้ไกล 160 ก.ม. เท่านั้น แต่วันนี้มันก็ทุบสถิติลงด้วยตัวเลข 220 ก.ม.

Mitsubishi I-miev

การทดสอบครั้งนี้ทำโดย 2 ชาวฮังการี่ที่ต้องการหาคำตอบในระยะเดินทางของ I miev โดยทำการขับขี่ในสภาวะถนนจริงในเมืองในสภาพการจราจรปกติ ที่การตอบสนองของมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 49 กิโลวัตต์ ให้แรงบิด 180 นิวตันเมตร สามาารถทำตัวเลขดังกล่าวได้ไม่ยาก และมีการวัดสมรรถนะต่างๆ โดยเฉพาะอัตราเร่ง 0-100 สามารถทำได้ใน 13.8 วินาที ส่วนความเร็วปลายได้มากถึง 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ตัวเลขใหม่ของ Mitsubishi อาจทำให้ค่ายนี้ยิ้มปริที่แม้จะออกมาจำหน่ายพักใหญ่แล้ว แต่ก็ยังสามารถประมือกับคู่แข่งได้ โดยเฉพาะเมื่อ 220 .. อาจจะเป็นตัวเลขที่ดีที่สุดของรถไฟฟ้าแท้ๆ ซึ่งอาจจะทำให้หลายคนสนใจมากขึ้น




กูเกิล ท้าชนเฟซบุ๊ค เปิดให้บริการเว็บสังคมอนไลน์ "กูเกิล พลัส"แล้ว


"กูเกิล" พี่ใหญ่แห่งวงการเสิร์ช เอ็นจิ้น เปิดให้บริการ"เว็บไซต์สังคมออนไลน์"แล้ว เพื่อขอท้าชนกับเฟซบุ๊ค ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้มากกว่า 500 ล้านรายแล้ว

บริการ"กูเกิล พลัส" (Google+) จะทำให้ผู้ใช้บริการสามารถแบ่งปันภาพถ่าย ข้อความ แสดงความคิดเห็นได้ ซึ่งรวมถึงบริการแผนที่ หรือกูเกิล แม็ป และภาพเข้าไว้ด้วยกัน แต่ก็ยังใช้บริการอื่นๆของกูเกิลได้เช่นเดิม เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการกับช่องทางการติดต่อต่างๆภายในกลุ่มได้อย่างง่ายดาย ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายกล่าวว่า กูเกิลได้นำเนื้อหาบางส่วนของเฟซบุ๊คมาออกแบบเสียใหม่ โดยเพิ่มบริการวีดิโอแชท หรือการพูดคุยผ่านวิดีโอเพิ่มเติมเท่านั้น

กูเกิลซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดเซิร์ช เอ็นจิ้น มากกว่า สองในสามของสหรัฐฯ พยายามหาทางแข่งขันกับเฟซบุ๊คในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ความพยายามก็ประสบความล้มเหลว หลังบริการกูเกิล เวฟ และ กูเกิล บุซ ไม่ไดด้รับความนิยมจากผุ้ใช้บริการมากนัก




โดยกูเกิล พลัส มีบริการหลักๆทั้งสิ้น 4 ประเภท ประกอบด้วย

"Circles" (แวดวง) หรือการแบ่งปันเรื่องราวต่างๆกับบุคคลใกล้ชิด
"Hangouts" (บริการพูดคุยผ่านระบบวีดิโอ คอนเฟอเรนซ์)
"Huddle" (การแชทเป็นกลุ่มในครั้งเดียว)
และ "Sparks" (บริการแบ่งปันวิดีโอและบทความ)

ทั้งนี้ ในปัจจุบันกูเกิลเปิดให้บริการกูเกิล พลัส ในวงจำกัดเท่านั้น และมีแผนที่จะเปิดให้ใช้ในวงกว้างแก่ผู้ใช้ในเร็วๆนี้

นักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่า กูเกิลอาจไม่สามารถทำให้สาวกของเฟซบุ๊คเปลี่ยนใจมาใช้บริการใหม่นี้ได้ เนื่องจากผู้ใช้เฟซบุ๊คส่วนใหญ่ก็จะมีสังคมของตนเองอยู่แล้ว การที่กูเกิลจะชักจูงให้ผู้ใช้เหล่านั้นหันมาสนใจกูเกิล พลัส จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

19 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


19 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์

1.เมื่อนำถุงลมของมนุษย์ออกมาวางต่อกันจะมีขนาดเท่าสนามฟุตบอล
2.สิ่งที่ทำให้หัวใจมนุษย์เต้นตลอดเวลาคือ pecmaker
3.เส้นเลือดในร่างกายมนุษย์มีความยาวรวม 62,000 ไมล์ ถ้านำมันมาเรียงต่อกันเป็นทางยาวจะได้ความยาว ถึง 2.5 เท่าของเส้นรอบวงโลก
4.หมีขั้วโลกสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 25 ไมล์ต่อชัวโมง และกระโดดได้สูงกว่า 6 ฟุต
5.มนุษย์และปลาโลมาสืบสายพันธ์เดียวกันมาตั้งแต่ 60 - 65 ล้านปีก่อน
6.นำมันดิบเกิดจากซากพืชซากสัตว์ที่ทับถมกันนานกว่าล้านปี
7.มนุษย์มีแบคทีเรีย E coli ในลำไส้ใหญ่
8.ปลาการ์ตูนสามารถอาศัยในดอกไม้ทะเลได้อย่างไปถูกพิษของดอกไม้ทะเล
9.แม่เหล็กชี้ไปทางทิศเหนือเสมอเพระแกนแม่เหล็กของโลก
10.เพศหญิงจะผลิตเซลล์ไข่ทุกๆ 28 วัน
11. รังไข่ของพืชจะเจริญไปเป็นผล
12.หินอัคนีเกิดจากการเย็นตัวของแม็กมา หรือ ลาวา
13.ปะการังเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
14.ในอวกาศพูดกันแล้วไม้ได้ยิน
15.รุ้งเกิดจากแสงเดินทางผ่านตัวกลางโปร่งใส่ 2 ชนิดขึ้นไปฃ
16.พืชมีคลอโรฟิลล์ที่ช่วยในการสังเคราะห์ด้วยแสง
17.E 100 หมายถึงเอทานอล 100%
18.ผีเสื้อรับรู้รสจากขาหลัง
19.หูของคนเรามี 3 ชั้น




ขอบคุณ : windzard@ vcharkarn.com

บัญญัติ 6 ประการของการแชร์รูปภาพออนไลน์




ในสมัยก่อนที่ยังใช้ฟิล์ม ภาพถ่ายถือเป็นอะไรที่เก็บเอาไว้ เป็นส่วนที่เหลือจากความทรงจำของช่วงเวลาที่สำคัญหรือช่วงที่น่าจดจำในชีวิต เช่น ช่วงวัยรุ่นที่ทรงผมแย่ๆ ช่วงที่สิวขึ้นหน้ามันยืนยิ้มฟันขาว หรือช่วงอื่นๆ ในชีวิต

สมัยก่อน กล้องถ่ายรูปเป็นเหมือนอุปกรณ์ฟุ่มเฟือย จะถ่ายแต่ละภาพก็ต้องสงวนฟิล์มไว้เพราะค่าฟิล์ม ค่าล้างต่างๆ ก็ไม่ใช่ราคาถูก แถมล้างออกมาก็ต้องมีที่เก็บภาพให้เป็นสัดส่วน ไม่เช่นนั้นก็จะรกบ้านอีก ดังนั้นเมื่อก่อนผู้คนจึงมักไม่ค่อยถ่ายภาพไร้สาระเท่าไร

แต่ปัจจุบัน ยุคสมัยเปลี่ยนไป คนเรามักถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เพื่อเก็บไว้ดูเป็นที่ระลึกหรือไม่ก็แชร์ให้คนอื่นดูด้วยเพราะเพียงคิดว่าสนุกโดยไม่ได้คิดถึงผลเสียที่อาจจะตามมา วิวัฒนาการของการถ่ายภาพในยุคปัจจุบันทำให้เรามีความสามารถในการควบคุมชีวิตของคนอื่นในที่สาธารณะไม่ใช่น้อย เพราะเพียงแค่เรากดคลิ๊กเพียงหนึ่งครั้ง ภาพของคนอื่นที่อยู่ในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือในกล้องดิจิตอลของเรานั้นอาจทำให้พวกเขาเหล่านั้นต้องตกงาน เลิกรากับแฟนหรือภรรยา หรือ เสียเกียรติได้

ดังนั้น เพื่อถือเป็นมารยาทในแชร์รูป เราควรคำนึงถึงข้อต่างๆ ดังนี้

1) ภาพของใครก็ตามที่กำลังทำกิจกรรมผิดกฎหมายอยู่

ภาพในลักษณะดังกล่าว เช่น ภาพการสูบกัญชากับเพื่อน ภาพขณะที่กำลังเล่นอยู่กับเพื่อนในบริเวณที่กฎจราจรห้าม หรือแม้กระทั่งภาพที่คุณกำลังชนแก้วกับหลานที่เป็นวัยรุ่น

2) ภาพของใครก็ตามที่เมาสุดๆ

จริงอยู่ภาพเหล่านี้อาจทำให้คุณหัวเราะ เพราะคนเมาคือเพื่อนของคุณ แต่ถ้าเมามากๆ แล้วเอาไปโพสต์ให้คนอื่นๆ เห็นบนโลกอินเตอร์เน็ท ก็จะกลายเป็นเรื่องไม่งาม เพื่อนคุณอาจจะภาพลักษณ์เสียได้

3) ภาพของใครก็ตามที่กำลังพลอดรักกัน

ถ้าเป็นภาพเจ้าบ่าวเจ้าสาวกำลังจูบกันนั้นพอรับได้ แต่ถ้าเป็นรูปของเพื่อนคุณที่กำลังอารมณ์ร้อนแรงกันแบบเนื้อตัวใกล้ชิดกันคุณควรจะคิดให้มันดีๆ เจ้าตัวเขาคงไม่ชอบใจนักหากคุณเอารูปเขาไปใส่ในอืนเตอร์เน็ทแบบนี้ แถมคนอื่นที่ดูภาพอาจรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ พูดไม่ถูก และที่แย่ไปกว่านั้นคือคนที่โดนคุณถ่ายอาจโดนนินทาลับหลังแบบเสียหายจนถึงท่าสุดก็ได้

4) ภาพของใครก็ตามที่ถ้าบริษัทประกันสุขภาพมาเห็นแล้วจะไม่ชอบใจ

ในต่างประเทศ บริษัทประกันสามารถเข้าถึงภาพของคุณในอิริยาบทต่างๆ ผ่านทางอินเตอร์เน็ทได้ เคยมีคนโดนยกเลิกค่าเลี้ยงดูจากประกันมาแล้วเพียงเพราะเธอถ่ายภาพยิ้มหรากับเพื่อนๆ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้น บริษัทประกันจ่ายเงินให้เธอเพราะเธอเป็นโรคซึม
เศร้า

5) ภาพของใครก็ตามที่กำลังใส่ชุดว่ายน้ำ


มีคนจำนวนที่ไม่แชร์รูปของตัวเองที่กำลังใส่บิกินี หรือชุดว่ายน้ำประเภทอื่นลงบนอินเตอร์เน็ท เพียงเพราะกลัวว่ารูปร่างตัวเองไม่สวยหรือเพราะความกังวลต่ออาชีพการงาน หากไม่อยากพลาด แต่อยากโพสต์จริงๆ ควรตั้งค่าส่วนตัวให้แน่นหนา

6) ภาพที่แย่ๆ ของเพื่อนในสมัยก่อน

งานนี้ไม่โทษใคร โทษเครื่องสแกนเนอร์เป็นอันดับแรกที่ทำให้เราสามารถไปขุดรูปภาพสมัยก่อนมาเพื่อแกล้งเพื่อนตัวเองได้ ทางที่ดีควรถามเพื่อนก่อนว่าอยากเห็นภาพเหล่านั้น ถ้าเขาไม่อยากให้ภาพปรากฏสู่สาธารณะชนจริงๆ ควรส่งอีเมลให้เขาดูต่างหาก แต่ไม่ใช่เอามาประจานในโลกของสังคมออนไลน์ นอกจากจะทำให้เพื่อนอายแล้ว เพื่อนยังแก้ตัวกับคนที่มาเห็นภาพนั้นไม่ได้อีกด้วย

อย่างที่เขาว่ากันว่า ภาพถ่ายหนึ่งภาพสามารถบรรยายคำพูดได้หนึ่งพันคำ

ที่มา: CNN
แปลและเรียบเรียง: ทิพากร ศุภลักษณ์


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:"ข่าวเข้ม ฉับไว เป็นกลาง"

ช่วงเวลานาทีทอง!!เหมาะทบทวนหนังสือ



ไขข้อข้องใจอ่านหนังสืออย่างไร “จำแม่นที่สุด” พร้อมบอกลาความงัวเงีย ตื่นเต็มตาด้วย “เทคนิคพิชิตง่วง”

เป็นข้อสงสัยที่วัยเรียนส่วนใหญ่อยากไขคำตอบ กับคำถาม เวลาไหนเหมาะสำหรับการทบทวนหนังสือ? จะสังเกตว่าเมื่อความคิดของน้อง ๆ นิ่ง และไม่ฟุ้งซ่านกับเรื่องใด นั่นคือช่วงที่ควรหยิบหนังสืออ่าน และจดจำเนื้อหาที่สุด ดังนั้น ยามเช้าหลังตื่นนอนก็ดี หรือแม้กระทั่งก่อนนอน ซึ่งพักผ่อนมาแล้วพอสมควร ก็เหมาะเช่นกัน ขณะที่ สภาพแวดล้อมในห้องยังสำคัญต่อการเรียนรู้ด้วย โดยการอ่านกับไฟสลัว ๆ ดวงตาจะทำงานหนัก เมื่อยล้าเร็ว จึงควรจัดแสงสว่างให้เพียงพอ นอกจากนั้น บรรยากาศที่สงบเงียบ ยังช่วยให้คิดได้เร็ว และมีสมาธิสูง

นอกจากนี้ ยังมีตัวช่วยคลายความงัวเงียอย่างถาวร ด้วยการตั้งเวลาตื่นที่แน่นอนเป็นประจำ เมื่อร่างกายคุ้นเคยจะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ

ไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุกอีกต่อไป ทั้งยังตื่นด้วยความรู้สึกเต็มอิ่มด้วย ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้ง่ายต่อการจัดเวลาอ่านหนังสือ จากนั้น ดื่มน้ำเปล่า ทำสมองปลอดโปร่ง พร้อมเปิดรับข้อมูล แต่สำหรับใครที่ชอบน้ำสมุนไพร แนะนำน้ำขิงอุ่น จิบปลุกความสดชื่น เรียกความกระปรี้กระเปร่าได้ หรือกระตุ้นร่างกายให้ตื่น โดยยืดเส้นยืดสายกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอ ไหล่ แขน และฝ่ามือ ประมาณ 5-10 นาที เท่านี้ก็นั่งหลังตรงทบทวนหนังสือกันได้เลย

ทั้งนี้ เพื่อให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ น้อง ๆ ควรหมั่นปฏิบัติสม่ำเสมอ เพราะการค่อย ๆ สะสมความเข้าใจ จะช่วยให้สมองจดจำเนื้อหาเป็นระบบ เมื่อถึงเวลาสอบ จะสามารถดึงความรู้นั้นออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

All New Nissan Teana 2013

All New Nissan Teana ได้เผยภาพการออกแบบดีไซน์ใหม่ โดยที่ทิ้งสไตล์แบบญี่ปุ่นลง ผสมการออกแบบสไตล์ยุโรปเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้เจ้า Teana ตัวใหม่นี้ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยวมากขึ้นกว่าเดิมเยอะขึ้นมาก

All New Nissan Teana 2013 รูปที่ 1

All New Nissan Teana 2013 รูปที่ 2

iPad 3 มาไวเกินคาด อาจเปิดตัวจั่วหัวศักราชใหม่รับต้นปี 2012 นี้เลย!

ได้เวลาเฮดังๆสำหรับเจ้าของ iPad รุ่นแรกที่ยอดอดทนอดกลั้นไม่ตัดใจซื้อ iPad 2 ทันทีที่ออกวางจำหน่ายเพื่อเก็บหอมรอมริบเอาไว้ซื้อ iPad 3 รุ่นต่อไปกันเลย หลังจากที่นักวิเคราะห์บางส่วนได้ออกมาให้ความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าiPad 3 น่าจะออกวางจำหน่ายกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวกันอย่างรวดเร็วสุดๆภายในต้นปี 2012 นี้เลยก็เป็นได้

เป็นทางด้านของคุณ Shaw Wu ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงิน Sterne Agee ได้แสดงทรรศนะเอาไว้ว่าApple นั้นอาจจะเปิดตัว iPad 3 กันภายในปีนี้ก่อนที่จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 2012 อย่างแน่นอน โดยเขาเชื่อว่าไอแพดรุ่นใหม่ดังกล่าวจะมาพร้อมคุณสมบัติด้านฮาร์ดแวร์ในระ ดับไฮเอนด์ (อย่างเช่นชิปเซ็ตประมวลผลแบบQuad-Core) รวมไปจนถึงหน้าจอความละเอียดสูงขึ้นมาเป็นระดับ Retina Display เทียบเท่ากับ iPhone 4 ด้วย

โดยเหตุผลหลักที่คุณ Wu เชื่อว่า Apple จะเลือกเปิดตัว iPad 3 ก่อนขายจริงในปีถัดไปก็เนื่องมาจากความต้องการของ iPad 2 ในตลาดแทบเลตปัจจุบันนั้นถือได้ว่าสูงมากทีเดียว ขณะเดียวกันอะไหล่และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ iPad 2ก็ยังคงอยู่ในสายการผลิตและจัดจำหน่ายอยู่อีกพอสมควรทีเดียว ดังนั้นคงจะเป็นเรื่องที่ผิดเวลาไปหน่อยหาก Apple จะนำ iPad 3 ออกมาเผยโฉมกันในเร็ววันนี้

บทความโดย: ekk TechXcite

ที่มา: appleinsider

Lexus ls600 h landaulet ...รถหรูโฉมงามเพื่องานแต่ราชวงศโมนาโค

เมื่อช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาหล่ายคนคงจำได้ถึงงานแต่งงานของราชวงศ์อังกฤษระหว่าง เคท มิดเดิลตัน และ เจ้าชายวิลเลี่ยม ที่ยังตราตรึงในความอลังการแบบเรียบง่าย ที่ใครหลายๆ คนทำให้นึกถึงอีกหนึ่งในวันสำคัญที่สุดในชีวิตของตัวเอง

เราอาจจะพูดถึงเรื่องงานแต่งงานที่ฟังดุแล้วมันไม่น่าเกี่ยวข้องอะไรกับรถยนต์ได้เลย แต่ในช่วงอาทิตยืหน้าที่กำลังจะถึงนี้ราชวงศ์โมนาโคก็กำลังจะมีงานพระราชพิธีที่สำคัญอันเป็นมงตล และครั้งนี้รถยนต์แบรนด์ดังสุดหรู Lexus ก็ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญ ที่จะสร้างความเนือชั้นในความหรูหราที่ไม่เหมือนใคร

Lexus ls600 h landaulet

ยนตรกรรมที่หรูหราชั้นนำเทียบเท่ากับรถหรูมากมาย ชั้นนไของค่าย Lexus Ls 600h ถูกจับมาแต่งหน้าทาปากใหม่ ให้หรูยิ่งขึ้นมากกว่าเดิม ที่จะสร้างความแตกต่างเหนือชั้นภายใต้เวอร์ชั่นเพื่องวาน แต่ที่จะผลิตออกมาเพียง 7 คันเท่านั้น

Lexus Ls 600 h Landaulet ถือเป็นยนตรกรรมที่ทางค่ายรถยนตืพรีเมี่ยมปรนด์ต้องการสร้าง ในการแต่งเติมไอเดียใหม่ลงไป ที่ให้ความหรูหรา และทันสมัย ด้วยแนรวคิดบรรเจิดในการตัดหลังคาเดิมๆออกแล้วเปลี่ยนให้มันเป็นหลังคาแก้วที่งามเฉิดฉาย

Lexus ls600 h landaulet

หลังคาแกก้วที่ดูเหมือนธรรมดาๆ นี้ถูกผลิตมาจากวัสดุโพลีคาบอเนท หนาเพียง 8 มิลลิเมตร ที่ทางค่ายรถยนต์สุดหรูสร้างมันขึ้นมาในลักษณะชิ้นเดียวมีน้ำหนักเพียง 26 กิโลกรัม ก่อนครอบลงไปบนตัวรถ โดยที่ไม่มีการสร้างเสาค้ำ ซึ่งทำให้ผู้ดดยสารมองเหHนภายนอกได้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับภายนอกสามารถเห้นผุ้โดยสารได้ชัดเจน เช่นกัน

ในขณะที่เรื่องการขับเคลื่อนั้นในระหกว่างพระราชพิธี จะแล่นด้วยโหมด Zero Emission เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำงานด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าภายใต้ระบบ Lexus Hybrid Drive

ทั้งนี้เมื่อเสร็จจากพิธีสำคัญ Lexus Ls600 จะถูกนำเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์ ที่ Oceanographic ซึ่งผู้คนสามารถแวะชมความงามของหนึ่งในรถที่สำคัญเพื่อวาระโอกาสพิเศษที่น่าจดจำ ของค่ายพรีเมี่ยมแบรนด์ได้

ซัมซุงเล็งออกมือถือรุ่นใหม่ชน iPhone 5

รายงานข่าวล่าสุด ซัมซูง (Samsung) บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 2 ของโลกเล็งออกสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ (Galaxy III?) ก่อนรอบเวลาปกติ โดยจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่ออกมาเพื่อชน iPhone 5 ของแอปเปิ้ล (Apple) ที่มีกำหนดการเปิดตัวช่วงประมาณเดือนกันยายน ศกนี้

หากเป็นไปตามรายงานข่าวที่ออกมา ก็ต้องนับเป็นเรื่องน่าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทคู่แข่ง Apple อย่างSamsung ถึงกับเร่งเครื่องการออกตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งๆ ที่สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด (Samsung Galaxy S II) เพิ่งจะวางตลาดได้แค่ 6 เดือน งานนี้ Samsung คงจะตั้งใจอย่างมากที่จะขอต่อกรกับ iPhone 5


แหล่งข่าวในเอเซียเผยกับเว็บไซต์ Popherald ว่า ทาง Samsung มีแผนที่จะออกสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นใหม่ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน เพื่อชนกับ iPhone 5 โดยอาจจะไม่ใช้แบรนด์ Galaxy (?) แต่จะมาพร้อมกับสเป็กที่เหนือกว่า กล่าวคือ สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของซัมซุงจะใช้โพรเซสเซอร์ดูอัลคอร์ Exynos SoC ความเร็ว 1.4GHz (เพิ่มจาก 1.2GHz) หน่วยความจำ 1GB และทำงานด้วยระบบปฎิบัติการ Android 2.3.4 Gingerbread โดยทำงานร่วมกับอินเตอร์เฟซ TouchWiz นอกจากนี้ มันยังมีฟังก์ชันวิดีโอคอลล์ที่ใช้ผ่าน Google Talk อีกด้วย ส่วนสเป็กอื่นๆ ที่เหลือน่าจะไม่ต่างจาก Samsung Galaxy S II

เว็บไซต์ในข่าว: Samsung

2012 Toyota Yaris Euro ..ได้ฤกษ์อวดโฉมเตรียมขาย เร็วๆนี้

อาจจะเป็นที่น่าเสียดายอย่างสำหรับใครที่กำลัง มองหารถใหม่มาขับ มีกระแสข่าวว่ารถยนต์แฮทช์แบ็คสุดฮิพจากค่าย toyota รุ่นใหม่จะไม่มาวางจำหน่ายในไทย ตามเทรนด์ไทยกำลังเกาะกระแสอีโค่คาร์ จนทำให้หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา ซึ่งเรามองว่าคงเป็นเรื่องของการตลาดที่ใกล้กัน

มาจนบัดนี้อีโค่คาร์จากค่าย Toyota ก็ยังไม่มีข่าวคราว เว้นแต่เรื่องรถราคาถูกที่เปรยออกมาเป็นครั้งคราว แต่วันนี้ที่ยุโรปค่ายรถยนต์รายนี้ก็กำลังมีแผนการในการวางจำหน่ายโฉมต่อไปของ ซิตี้คาร์ยอดนิยม ที่จะเปลี่ยนชื่อไปใช้นามว่า "Vitz" เฉพาะขายในตลาดยุโรปเท่านั้น

2012 Toyota Yaris Euro

Toyota Vitz 2012 ที่กำลังเตรียมวางจำหน่ายในแดนยุโรปนั้น จะวางจำหน่ายในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ซึ่ง รถทั้งหมดนั้นจะสร้างในโรงงานประเทศฝรั่งเศส ซึ่งขนาดและมิติตัวถังจะเหมือนกับเวอร์ชั่นที่วางจำหน่ายไปแล้วในญี่ปุ่น แต่ในรุ่นยุโรปนิยมนี้จะมีการเพิ่มจอภาพทัชสกรีนขนาด 6.1 นิ้ว ในห้องโดยสาร และจะมีเครื่องยนต์มาให้เลือก 3 รุ่นได้แก่ เครื่อง 1.0 ลิตร VVTi ,1.3 ลิตร Dual VVTi และที่พิเศษเฉพาะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล D4D 1.4 ลิตร ดีเซล

2012 Toyota Yaris Euro

ด้านนาย ดิเดียร์ ลีรอย ,ประธานและ CEO toyota ภูมิภาคยุโรปกล่าวว่า Toyota Yaris ใหม่จะนำเสนอรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งของ toyota ในรถยนต์กลุ่มเล็กความชาญฉลาด คุณภาพ และประสิทธิภาพในการขับขี่ ซึ่งเรามั่นใจว่า Toyota Yaris ใหม่สามารถตอกย้ำความสำเร็จของ toyota Yaris และจะทำให้เรามียอดขายพุ่งถึง 1 ล้านคัน ต่อปีได้


Sanook! Auto Comment

เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ Toyota Yaris ใหม่จะไม่เข้าไทย หลังค่ายสามห่วงต้องการลงพื้นที่ตลาดกลุ่มล่าง ซึ่งจะทับซ้อนในส่วนของ Yaris เหมือนเช่นคู่แข่งที่กำลังประสบปัญหา ซึ่งทำให้เสียค่าการตลาด แต่ใจหนึ่งเราก็อยากให้ทางค่ายนี้พิจารณา เพราะ ถ้ารถรุ่นนี้มาน่าจะตอบโจทย์ได้มากกว่า โดยเฉพาะภาพลักษณ์ของโตโยต้าที่กำลังจะกลับมาเข้มแข็งอีกครั้งหลังตระกูลโทโยดะกลับมาบริหา

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม