2012 Chevrolet Sonic RS ..ไทยยังไม่มาแต่ที่อเมริกามีเวอร์ชันสปอร์ตแล้ว

เรียกว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่เราจับตามองพอสมควระกับซิตี้คาร์ลำใหม่จากค่าย Chevrolet ที่ได้รับทราบว่ามาแน่มาจริงปีหน้า เตรียมเก็บเงินรอได้กับ Chevrolet Sonic ที่จะะมาทั้งในแบบ 4 และ 5 ประตู อย่างแน่นอน แต่ในขณะที่บ้านเรากำลังเราเฝ้ารอรถเวอร์ชั่นสปอร์ตก้ออกมาให้เราได้เฉยชมกัน
Chevrolet Sonic RS อาจจะต้องพูดตามตรงว่ามันคงไม่ลงตลาดไทย แต่เจ้าฝาแฝด Chevrolet Sonic ซิตี้คาร์น้องใหม่ที่รอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในบ้านเราปีหน้า ก็สร้างความระทึกใจมากยิ่งขึ้นกับการเติมความสปอร์ตให้มีการขับขี่ยิ่งแรง ถึงใจยิ่งขึ้นไปอีกขึ้น
2012 Chevrolet Sonic RS
ภายนอก Chevrolet Sonic RS ปรับแต่งเรือนร่างให้ดูสง่างามยิ่งขึ้น และเพิ่มดีกรีความสปอร์ตให้ลงตัวมากกว่าที่เคยปรับเปลี่ยนกันชนหน้าใหม่จัด มาลงตัวพร้อมกับกระจังหน้าที่ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้นกว่ารุ่นธรรมดาที่เริ่มวาง จำหน่ายไปแล้วก่อนหน้า ส่วนด้านหลังนั้นปรับแต่งให้สปอร์ตมากยิ่งขึ้นเช่นกัน มาพร้อมสปอร์ยเลอร์แบบใหม่ และล้ออัลลอย 5 ก้านขอบ 17 นิ้วจากโรงงาน ท่อไอเสียดีไซน์สปอร์ตที่อาจจะหมายถึงเสียงที่ทุ้มได้ใจกว่ารุ่นทั่วไป
ในห้องโดยสาร Chevrolet เติมความงามให้ Chevrolet Sonic RS ให้เต็มอารมณ์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น เริ่มจากเบาะนั่งทรงสปอร์ตบ่งบอกความพิเศษที่แตกต่าง มาพร้อมแป้นเหยียบอลูมิเนียม และพวงมาลัยที่วงเล็กลงทำให้มีความรู้สึกการขับขี่ที่สนุกสนานยิ่งขึ้น
2012 Chevrolet Sonic RS
ใต้ฝากระโปรง Chevrolet Sonic RS ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายนัก แม้จะเป็นรุ่นสปอร์ตแต่ก็พกแค่เครื่องยนต์ 1.4 Ecotec ให้กำลัง 138 แรงม้า เช่นเดียวกับที่ใช้ในรุ่นทั่วไป แต่ครั้งนี้มันมาพร้อมกับระบบเกียร์ 6 สปีด ทั้งเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ ที่มีการปรับแต่งอัตราทดใหม่เช่นเดียวกับในส่วนของเฟืองท้ายที่ให้ลงตัวมาก ยิ่งขึ้น และทำให้รถมีความกระฉับกระเฉงมากยิ่งขึ้นไปด้วย
เช่นเดียวกับในส่วนของช่วงล่างที่ก็ต้องมีการปรับแต่งให้สามารถตอบสนอง มากยิงขึ้นกว่าเดิม ดช๊คและสปริงจัดเข้ามาให้หนึบขึ้นกว่าเดิม คุมผูม้าอยู่หมัดกับ Disc Brake 4 ล้อ มาพร้อมระบบควบคุมการทรงตัว StabiliTrak ทั้งยังสามารถควบคุมการคว่ำของรถด้วย
ทั้งนี้ Chevrolet Sonic RS จะพร้อม เปิดตัวในงาน North American International Auto Show 2012 ส่วนบ้านเราคงพลาดโอกาสจะได้สัมผัสเจ้าซิตี้คาร์สายเลือดสปอร์ตคันนี้ แต่แน่นอนว่าเวอร์ชั่นธรรมดา ในปีหน้ายังคงมาเช่นเดียว

Sanook! Auto Comment : ห่าง หายจากพูดคุยไปนานพอตัว แต่เราก็กลับมาอีกครั้งนะครับ Chevrolet Sonic RS นั้นเป็นตัวสปอร์ต ซึ่งบ้านเราถูกยืนยันแล้วว่า มันมาปีหน้าอย่างแน่นอน แต่คำถามคือตัวสปอร์ตจะมาหรือไม่ ผมว่าไม่นานนี้คงได้รู้กัน

Chevrolet Aveo 1.6 LT CNG ความสุขของคนชอบประหยัด

Chevrolet Aveo ใหม่ นอกจากจะเป็นรถเล็กที่สามารถมอบอรรถประโยชน์หลากหลากได้เกินตัวแล้ว ยังให้ความประหยัดแก่ผู้ใช้ เนื่องจากติดตั้งระบบจ่ายเชื้อเพลิงซึ่งสามารถรองรับได้ทั้งก๊าซ CNG และน้ำมันตั้งแต่เบนซินธรรมดาจนถึงแก๊สโซฮอล์ E10-E20 โดยยังคงสมรรถนะความแรงเร้าใจ ความคล่องตัวไว้อย่างครบครัน

มาดสปอร์ต-ภายในเฉียบคม
รูปลักษณ์โดดเด่นทันสมัยในสไตล์สปอร์ต ที่สะท้อนความคล่องตัวตั้งแต่หัวจรดท้าย ขณะที่ภายในห้อง
โดยสาร ยังคงเอกลักษณ์ความโดดเด่นรุ่นเดิมไว้อย่างครบครัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ "รถเล็กแต่ดีไซน์ใหญ่" ที่มอบพื้นที่ใช้สอยกว้างเกินตัว เบาะนั่งแบบ 2+2 พื้นที่วางเท้าและเหนือศรีษะมีช่องว่างมีมากพอ ช่วยให้นั่งได้ถึง 5 คน (รวมคนขับ) ในยามเดินทางไกลไม่อึดอัดนัก
testdrve Chevrolet Aveo 1.6 LT CNG

พวงมาลัยแบบ 4 ก้าน ช่องแอร์ทรงกลม เบาะนั่งคนขับสามารถปรับระดับสูงต่ำ และเลื่อนเข้าออกได้พร้อมที่วางแขน ระบบเครื่องเสียงคุณภาพดีสามารถเล่นได้ทั้งวิทยุ/CD/MP3 พร้อมช่องเสียบต่ออุปกรณ์ USB เรียกว่าเติมเต็มและรองรับการขับขี่และนั่งโดยสารได้ทั้งทางใกล้ทางไกลได้ อย่างลงตัว

สุดประหยัดขุมพลังแรง

ยิ่ง ยุคที่ราคา น้ำมันแพงแบบนี้ ส่งผลให้ Chevrolet Aveo ใหม่ กลายเป็นรถที่มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น และด้วยระบบเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ มาตรฐานเชฟโรเลตที่ประกอบมาจากโรงงาน พร้อมรับประกันคุณภาพเหมือนรุ่นปกติ ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้กับเทคโนโลยี Bi-fuel System ที่ใช้ได้ทั้งก๊าซและน้ำมัน ภายใต้ขุมพลัง 1.6 ลิตร รหัส F16D3 (เครื่องบล็อกเดียวกับรุ่น 1.4 ลิตร) แต่ถูกขยายความจุและปรับแต่งใหม่เป็นแบบ 4 สูบ 16 วาล์ว หัวฉีดระบบมัลติพอยท์ 102 แรงม้าที่ 5,800 รอบต่อนาที (เครื่องเดิม 94 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 145 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครัน
testdrve Chevrolet Aveo 1.6 LT CNG
โดยเฉพาะระบบเชื้อ เพลิงก๊าซ CNG ยังได้ปรับแต่งเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถรองรับก๊าซ CNG จากปั๊มต่างๆ ที่มีคุณภาพและแรงดันการอัดก๊าซแตกต่างกัน ด้วยระบบสมองกลใหม่ ช่วยปรับการทำงานเครื่องยนต์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าคุณภาพของก๊าซ CNG จะอยู่ในระดับใดก็ตาม จึงช่วยลดปัญหาทางเทคนิคที่เกิดขึ้นจากการเติมก๊าซคุณภาพต่ำได้

ขับสนุก...ช่วงล่างแน่น
ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน


จาก การขับทดสอบสมรรถนะทั้งการใช้งานในเมืองและขับทางไกลจาก (กทม.-หินหิน-ปราณบุรี-แก่งกระจาน-กทม.) กว่า 800 กม. Aveo 1.6 A/T LT CNG ราคาค่าตัว 709,000 บาท เก๋งเล็กดีไซน์ใหญ่คันนี้ ให้ความประทับใจอย่างประการ โดยขุมพลังยังให้อรรถรสการขับขี่ใกล้เคียงเหมือนรุ่นปกติ แต่ความจัดจ้านจะดร็อปลงนิดหน่อย เพราะต้องแบกน้ำหนักถังก๊าซ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

จากการทดสอบอัตราเร่ง (ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10) ยังให้ความจัดจ้านเร้าใจ อัตราเร่ง 0-60 กม.ต่อ ชม. ใน 7.1 วินาที จาก 0-100 กม. ใน 16.3 วินาที ครั้นพอเปลี่ยนมาเป็นก๊าซ CNG อัตราเร่งระยะ 0-60 กม.ต่อ ชม. 8.1 วินาที อัตราเร่ง 0-100 กม. ใน 18.7 วินาที ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของรถที่ติดตั้งเทคโนโลยี Bi-fuel System
testdrve Chevrolet Aveo 1.6 LT CNG

จุด เด่นที่ขอชมคือ โหมดสลับเชื้อเพลิงและมาตรวัดก๊าซ CNG ติดตั้งอยู่ใกล้ตำแหน่งโหมดปรับระดับน้ำยาแอร์ ออกแบบได้กลมกลืนสวยงามและใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ รวมถึงช่องเติมก๊าซ CNG อยู่ในช่องเดียวกับช่องเติมน้ำมัน ให้ทั้งความสะดวกสบาย ความสวยงาม และให้คุณค่าแก่ตัวรถ
อีกทั้งตลอดวลาของการเดินทาง (ใช้ก๊าซ CNG เป็นพลังงานหลัก) การตอบสนองต่อการขับขี่และใช้งาน ความแรงเร้าใจของเครื่องยนต์ไม่ต่างไปจากรุ่นเดิมนัก เรียกว่าแทบไม่รู้สึกก็ย่อมได้ รอบเดินเครื่องไม่มีกระตุกหรือสะดุดเหมือนรุ่นเดิมและเหมือนคู่แข่ง แถมตอนสลับจากก๊าซสลับมาใช้น้ำมันแบบอัตโนมัติ เครื่องไม่ออกอาการกระตุก รอบเดินเบาก็ราบเรียบ

การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารอยู่ในเกณฑ์ ดี การทรงตัวดีระบบช่วงล่างหนึบแน่น ระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดตอบสนองดี ด้านอัตราสิ้นเปลือง (ก๊าส CNG) เติม 10.35 กิโลกรัม (ราคาก๊าซ 88.96-90.61 บาท) ขับเนียนๆ ด้วยความเร็วเฉลี่ย 100-110 กม.ต่อชม. สามารถไปได้ไกลกว่า 140 กม. แต่ที่ไม่ค่อยถูกหน่อยคือ ตำแหน่ง "HOLD" หรือโหมดโอเวอร์ไดรฟ์ หากเป็นคนที่ชอบขับสนุกเน้นเชนจ์เกียร์ อาจไม่ชอบ เพราะติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานยาก

สรุป...ดีไซน์โดน ขับสนุก ช่วงล่างหนึบ ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง โดดเด่นโดนใจหลายข้อแบบนี้ Chevrolet AVEO ใหม่ 1.6 A/T LT CNG ช่างน่าใช้จริงๆ แต่ต้องทำใจตอนคอยคิวเติมก๊าซ CNG หน่อย

10 รถใหม่ 2012 ..เตรียมตัวเตรียมใจ กับ หลากรถใหม่ในปีหน้า

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วสำหรับปี 2012 ที่ กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่อึดใจกับในช่วงเวลาในโค้งสุดท้ายปีนี้ ที่เราคงต้องมาดูว่า ฟ้าหลังฝนของวงการยานยนต์ไทยในปีหน้า น่าจะมีรถอะไรใหม่ๆมาให้เราได้เลือกซื้อเลือกหากันบ้าง ซึ่งถ้าคุณกำลังคิดจะซื้อรถใหม่ อาจจะอดใจรออีกนิด

Hyundai Elentra
รถใหม่2012
คันนี้ทีแรกว่าจะเปิดตัวในปีนี้ แต่ก็โดนคลื่นน้ำเล่นงาน จนไม่รู้ว่าตกลง จะเอาอย่างไร แต่มีความเป็นไปได้สูงที่ Hyundai จะนำรถยนต์กลุ่มคอมแพ็คคาร์เข้ามาจำหน่าย ด้วยเส้นสายการออกแบบใหม่ล่าสุด Fluid sculpture ที่ให้ความลงตัว และเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะ ซึ่งมันยังเป็นรถที่ได้รับการเลือกด้วยว่าคุ้มค่าเป็นอันดับ 2 ในอเมริกา

Honda Civic 2012

ทีแรกตามข่าวต้นปีว่าจะมาลงตลาดช่วงปลายปี แต่อย่างที่เราทราบกันเรื่องภาวะน้ำท่วมกับ Honda ทำให้ Honda Civic 2012 น่าจะเป็นหนึ่งในรถที่ถูกยกยอดไปในช่วงปีหน้า และมันมาพร้อมสมรรถนะที่เน้นความประหยัดมากยิ่งขึ้น กับการออกแบบใหม่

Ford Focus

คันนี้ลืมไม่ได้ และน่าจะพบมันในปีหน้ากับ New! Ford Focus ใหม่ ที่คงจะได้ฤกษ์แล้วสำหรับการลุยตลาดคอมแพ็คคาร์หลังประสบความสำเร็จในกลุ่ม ซิตี้คาร์ ซึ่ง Ford Focus ใหม่มีจุดเด่นในหลายๆด้าน และเรื่องสมรรถนะนั้น มันก็พกเครื่องยนต์ยอดประหยัดและทรงสมรรถนะ ซึ่งคงต้องติดตามกันว่าจะเป็นเครื่องยนต์อะไร

BMW Series 3
รถใหม่2012
คันนี้ขอบอกก่อนว่ายังไม่มีการยืนยันชัดเจน แต่เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมามันมีการเปิดตัวไปแล้ว และบ้านเรารถรุ่นนี้ก็ขายดีเสียด้วย กับคอมแพ็คคาร์สุดหรู ซึ่ง มันอาจจะมาช้าเล็กน้อย เพราะต้องรอเครื่องยนต์กลุ่มล่างเปิดตัวออกมา แต่มันน่าจะเป็นหนึ่งในรถที่จะมาในปีหน้า และน่าติดตามพอสมควร

Nissan Tida

เปิดตัวมาเกือบปี แล้ว สำหรับ Nissan Tida ที่ประเทศจีน และในบ้านเรา รถรุ่นนี้ก็ได้รับการพูดถึงอย่างมาก ซึ่งรวมถึงยอดขายของรุ่นปัจจุบันที่ยังดีอยู่ อย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีกระแสข่าวกระเด็นเข้าหูเรามาว่าในปีหน้า รถรุ่นนี้อาจจะมีการเปลี่ยนโฉม ซึ่งเมื่อดูจากกรณีของ Nissan Almera ที่เปิดตัวมาแล้ว มันก็ใช้เวลาราวๆ 1 ปี จากที่จีน ซึ่งหมายถึง เราอาจจะได้พบมันต้นปีหน้า มีความเป็นไปได้อยู่

Chevrolet Sonic

คันนี้การตลาดมายืนยัน ด้วยตัวเอง ว่ามาแน่ปีหน้า สำหรับ Chevrolet Sonic ซิตี้คาร์ค่ายเชฟวี่ ที่จะมาแทนตำแหน่ง Aveo ในปัจจุบัน ที่ยังคงน่าจะมาพร้อมเครื่องยนต์1.4 และ 1.6 ลิตร เหมือนเดิม ส่วนเวลาเปิดตัวนั้น ได้รับการยืนยันว่าไม่ถึงช่วงปลายปี ซึ่งเราหวังว่าคงจะเป็นช่วงกลางปีหน้า โดยประมาณ

Mitsubishi Mirage
รถใหม่2012
นี่ก็ยืนยันแล้วว่ามาแน่ เปิดตัวไปแล้วที่ Tokyo Motor Show สำหรับอีโค่คาร์รุ่นที่ 3 ของประเทศไทย จากค่าย Mitsubishi ขอส่งเข้าประกวด ซึ่ง อาจจะมาพร้อมเครื่อง 1.0 ลิตร หรือไม่นั้น ยังไม่มีการยืนยันชัดเจน แต่ขอนอนยันว่ามาแน่นอนใครหารถเล็กอยู่ ถ้าไม่รีบอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ

Mazda BT-50

มาโชว์กันไปเป็นทางการในงาน Motor Expo 2011 และจะเปิดตัวในอีกไม่นานนี้สำหรับกระบะใหม่ล่าสุดค่าย Mazda ที่เบิกฤกษ์ด้วยราคา 5.8 แสนบาท เป็นค่าตัวที่บอกคร่าวๆไว้ในงาน ซึ่ง ความสปอร์ตเปรียว และงามสง่าของรถรุ่นนี้นั้น จะมีอะไรมาอวดเราบ้าง คงต้องติดตามกันต่อไป


Chevrolet Trailblazer
รถใหม่2012
คันนี้ยืนยันว่าต้นปีหน้าได้เห็นแน่กับ Chevrolet Trailblazer รถอเนกประสงค์คันใหม่ล่าสุดของค่ายรถยนต์ Chevrolet ที่เปิดตัวไปแล้วในแบบฉับตัวต้นแบบที่งาน Dubai Motor Show เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ด้วยการพัฒนาจากแพลทฟอร์ของกระบะใหม่ Chevrolet Colorado บ้านเราจึงจะเป็นประเทศแรกที่ได้สัมผัส ซึ่งกำหนดการณ์คร่าวๆคือ ช่วงต้นปีหน้า เราคาดว่าอาจจะเดือนมีนาคมถ้าไม่มีปัญหาใดๆ

อีโค่คาร์ Suzuki / รถต้นทุนต่ำ Toyota

คันสุดท้ายนี่เรายังไม่ยืนยันเช่นกัน ว่าค่ายไหนจะมาก่อนค่ายไหน แต่ในกลุ่มตลาดล่างนั้นในปีหน้า พ.ศ.2555 จะมีอีก 2 รุ่นเข้ามา คือ Suzuki ที่มีกระแสว่าจะเป็น Swift เครื่อง 1.2 ลิตร ตามแนวทางโครงการอีโค่คาร์ ในขณะที่ฝั่ง Toyota ยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดคนไทย ก็น่าจะออกมาเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่สามารถระบุว่าเป็นรุ่นอะไรกันแน่

แล้วทั้งหมดนี้ก็คือรถใหม่ในตลาด สำหรับปีหน้า ที่คาดว่าจะออกมาให้เราได้ชื่นใจกัน ซึ่งใครที่กำลังใจจดใจจ่อรอซื้อรถรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มรถนั่ง ต้องขอบกว่า ปีหน้า สนุกสนานมีให้เลือกซื้อหลายรุ่นตามความต้องการแน่นอน ซึ่งนอกจากที่เรากล่าวมายังมีอีกหลายรุ่นที่เราอาจจะไม่ได้กล่าวถึงเช่นกัน

2011 American Car&Truck of the year คุ้มค่าน่าใช้ถูกใจคนมะกัน

เมื่อวานใครที่ติดตาม Sanook! Auto เป็นประจำนั้น คงจะรู้เกี่ยวกับการจัดอันดับ 10 รถ คุ้มค่าแห่งปี 2011 ไปแล้ว ซึ่งปีนี้ มีรถมากมาย แม้จะไม่เยอะตามกระแสที่เราคาดการณ์กันไว้ แต่ปีนี้ก็ยังมีรถยนต์หลายรุ่นที่น่าซื้อหาเหมือนกัน
การจัดอันดับของเรานั้น เป็นการเปิดรถยนต์ในประเทศ แต่ที่อเมริกาเหนือนั้น ก็มีการโหวตจากนักข่าวสายยานยนต์ทุกปีจากกว่า 50 สื่อ ทั่วประเทศ ทั้งจากสิ่งพิมพ์ และสื่อกระจายเสียงในด้านต่างๆ ที่ปีนี้จากรายชื่อที่ยาวเหยียดก็ได้ 6 รถยนต์ที่คุ้มค่า ปี 2011 กับ ท๊อป 3 ในกลุ่มรถนั่ง และรถยนต์กระบะทั้งหลาย

Best Top 3 Cars

ก่อนอื่นเรามาดูกลุ่มรถนั่งกันก่อนที่ปีนี้ในตลาดอเมริกาก็มีรถยนต์มาก มายหลายรุ่นเข้ามาทำตลาด โดยเฉพาะจากค่ายรถยนต์เกาหลีที่ตีบทแตกกระจุย และนี่คือรถ 3 รุ่น ที่ดีที่สุดแห่งปี 2011

อันดับที่ 3 Volkswagen Passat
2011 American Car&Truck of the year
ซีดานกลางจากอีกหนึ่งค่ายเยอรมันรายนี้ มีดีด้วยการออกแบบที่ลงตัว สมรรถนะที่ไม่ได้เป็นสองลองใคร ทั้งความทันสมัยและหรูหร าที่กลมกลืนอย่างลงตัวในฐานรถนั่งขนาดกลางที่ขายดีกันมาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งดูโฆษณาที่น่ารักๆ กับเจ้าหนูดาร์ท เวเดอร์ มันก็ยิ่งทำให้เราสนใจรถรุ่นนี้ขึ้นไปอีก

อันดับที่ 2 Hyundai Elentra
2011 American Car&Truck of the year
ได้ข่าวว่าจะเข้ามาบ้านเราในปีหน้า ทีแรกก็เตรียมเปิดตัวแล้ว แต่น้องน้ำมา พาเอาเปิดตัวไปปีหน้า กับ คอมแพ็คคาร์ชั่นนำ Hyundai Elentra ที่จะเข้ามาเขย่าวงการคอมแพ็คคาร์ของบ้าน ซึ่งรถรุ่นนี้ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของค่าย Hyundai เขาเลยทีเดียว ยังไงรอติดตาม และมันน่าสนใจ ที่สามารถมีชัยเหนือ civic 2012 รุ่นใหม่ด้วยล่ะ

อันดับ 1 Ford Focus
2011 American Car&Truck of the year
คันนี้มาแน่ปีหน้าที่บ้าน เราได้รับการยืนยันมากลายๆแล้ว กับ New! Ford focus รุ่นใหม่ และในอเมริกา ด้วยการดีไซน์ที่ให้เส้นสายทันสมัย เครื่องยนต์ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะการขับขี่ และความทันสมัยในห้องโดยสาร ที่ดูมันจะเป็นแนวทางใหม่ของค่ายรถยนต์รายนี้ ก็ไม่น่าแปลกใจที่มันรั้งอันดับ 1 รถยอดเยี่ยม 2011 ที่อเมริกาโน่น

Top Best Truck

ดูรถนั่งกันมาพอเราก็มาดูกลุ่มรถบรรทุกกัน บ้าง ที่ปีนี้ ท๊อปทรีดูจะเป็นรถอเนกประสงค์ทุกรุ่น ส่วนจะมีรุ่นไหนดีๆ น่าใช้บ้างนั้นมาดูเลยดีกว่า

อันดับที่ 3 Land Rover Evoque
2011 American Car&Truck of the year
รถอเนกประสงคสุดหรูคันนี้มีดีกว่าที่คิดด้วยกำลัง 240 แรงม้า จากเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เป็นอะไรที่แทบจะเรียกว่าไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะให้สมรรถนะการขับขี่ที่ลง ตัวได้ และกลับทำได้ดีเสียด้วย เรือนร่างรถคันนี้ เป็นรถที่ย่อขนาดลงมาจากรุ่นพี่ แต่ก็ในขณะที่มันขาดความหรูหรา ความสปอร์ตก็ตอบโจทย์ได้ดีกว่ารุ่นอื่นๆ

อันดับที่ 2 Honda CR-V
2011 American Car&Truck of the year
รุ่นใหม่มาแล้ว และในขณะที่ Honda อาจจะปิ๋วตัวคอมแพ็คคาร์นั้น ในรถอเนกประสงค์ ก็ยังได้รับคำชมเชย แม้จะยังไม่เปลี่ยนแปลงมากอย่างที่ให้เป็น แต่แนวคิดเรื่องการปรับเครื่องยนต์ให้มีสมรรถนะที่ดีขึ้น ก็ช่วยให้มันประหยัดยิ่งขึ้นตามไปด้วย ซึ่งคงถูกใจหลายคน ส่วนบ้านเรา ต้องรอดูคันจริงกันต่อไป

อันดับที่ 1 BMW X3
2011 American Car&Truck of the year
คุ้มค่าที่สุดไม่มีใครเกินคันนี้แล้ว กับ BMW X3 น้องเล็กรถอเนกประสงค์ BMW ด้วยค่าตัวที่พอสามารถจับต้องได้ บวกกับเรือนร่างที่ดูภูมิฐานหลากเทคโนโลยี และสมรรถนะจากค่ายตราพัดฟ้าที่ไว้วางใจได้นั้น ก็ทำให้รถอเนกประสงค์ค่ายนี้เข้ายืนในตำแหน่งนี้อย่างไม่ยากเย็น

จริงอยู่รถยนต์ที่ได้อันดับ 1 ทั้ง รถยนต์นั่งและรถอเนกประสงค์ปีนี้ แลดูอาจจะไม่ใช่รถที่คนไทยนิยม แต่อย่างที่เรามักย้ำนักย้ำหน้าเรื่องการซื้อรถว่า รถที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นที่นิยม แต่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ได้สูงสุด เท่านั้น ก็น่าจะพอเพียง

เชฟโรเลต โวลต์ ถึงเมืองไทยแล้ว พร้อมทดสอบขับ

เชฟโรเลต โวลต์ (Chevrolet Volt) รถพลังงานไฟฟ้าสุดล้ำ เดินทางถึงประเทศไทยแล้ว โดยบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (Chevrolet Sales (Thailand) Co., Ltd) เตรียมทดลองชาร์จไฟด้วยกระแสไฟฟ้าเมืองไทย ซึ่งการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง โวลต์ สามารถขับเคลื่อนด้วยระยะทางสูงสุดถึง 80 กิโลเมตร และสามารถขับไปได้ไกลอีกกว่า 570 กิโลเมตรจากเครื่องยนต์ขนาดเล็ก 1.4 ลิตรที่ทำหน้าที่ป้อนกำลังไฟ แรงบิดสูงสุดที่ 370 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.ภายในเพียง 9 วินาทีบนถนนจริง
Chevrolet Volt - 02
Chevrolet Volt - 02
โดยปัจจุบัน เชฟโรเลต โวลต์ ถือเป็นผู้บุกเบิกตลาดรถพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากลูกค้าชาวอเมริกัน และเตรียมออกจำหน่ายในประเทศจีน ในช่วงต้นปีหน้า โดยหลังจากการทดสอบในครั้งนี้ เชฟโรเลต ประเทศไทย จะนำโวลต์ ออกโชว์ตัว ให้ประชาชนผู้สนใจได้สัมผัสเทคโนโลยีสุดล้ำในงานบีโอไอแฟร์ ระหว่างวันที่ 5 – 20 มกราคม พ.ศ.2555 โซนริมทะเลสาบ เมืองทองธานี
Chevrolet Volt
Chevrolet Volt
สำหรับแฟนๆ เชฟโรเลต ในบ้านเราอาจจะต้องรอลุ้นว่าจะมีอะไรเด็ดๆ มาเปิดตัวที่งานงานมอเตอร์โชว์ 2012 (Motor Show 2012) ในต้นปีหน้า หรือไม่ ซึ่งอันนี้แฟนๆ Chevrolet ต้องติดตามกันต่อไปครับ
ภายใน Chevrolet Volt
ภายใน Chevrolet Volt
อย่าพลาดติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถใหม่ รวมถึงความเคลื่อนไหวในวงการรถยนต์ทั้งไทย และต่างประเทศได้ใหม่กับ Thaicarlover.com ได้ใหม่ครับ

Ford ส่ง Ford C-MAX Hybrid พิฆาต Prius

Ford ได้แสดงตัวตนในตลาดรถไฮบริดเต็มสูบด้วยการแนะนำรถยนต์ Ford C-MAX Hybrid และ Ford C-MAX Energi Plug-In Hybrid ที่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การเปิดตัวรถระบบไฮบริดพร้อมกัน 2 รุ่นเท่านั้น แต่ Ford ยังอ้างว่ารถทั้งสองรุ่นสามารถทำงานในโหมดไฟฟ้าอย่างเดียวได้ในระดับความเร็วที่สูงกว่ารถไฮบริดรุ่นอื่นๆ ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ถึงขนาดที่กล้านำเอารถทั้งสองรุ่นไปเปรียบเทียบกับเจ้าตลาดอย่าง Toyota Prius ก่อนที่ Ford จะเริ่มจำหน่ายในอเมริกาเหนือในปี 2012
Ford C-MAX Energi
Ford C-MAX Energi
นอกจากนี้ Ford ยังเพิ่มเติมว่า C-MAX Energi Plug-In Hybrid มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในโหมดการทำงานด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวดีกว่า Prius Plug-In Hybrid ด้วยระยะทางทำการสูงสุด 800 กิโลเมตร ในขณะที่โดยรวมยังประหยัดน้ำมันมากกว่า Prius V อีกด้วย
ด้านหลัง Ford C-MAX Energi
ด้านหลัง Ford C-MAX Energi
โดยรถไฮบริด 2 รุ่นจาก Ford นี้ จะใช้ขุมพลังขับเคลื่อนเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร แบบ Naturally Aspirated (NA) มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว และชุดแบตเตอรี่ลิเธี่ยมไอออน ทั้งนี้ Ford ยังเสริมอีกว่า สถาปัตยกรรมการกระจายกำลังเจเนเรชั่นต่อไปจะทำให้เครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าสามารถทำงานแยกอิสระจากกันหรือทำงานควบคู่กันไปได้ โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะขับเคลื่อนรถในระดับความเร็วต่ำ ส่วนเครื่องยนต์เบนซินจะเข้ามาทำหน้าที่ในการชาร์จไฟเมื่อถึงเวลา
ภายใน Ford C-MAX Energi
ภายใน Ford C-MAX Energi
สำหรับ C-MAX Hybrid ชุดแบตเตอรี่จะถูกชาร์จไฟขณะที่เครื่องยนต์ทำงานอยู่ นอกจากนั้น ระบบใช้พลังงานจากการเบรคจะสามารถนำเอาพลังงานในการเบรคกว่า 95% กลับมาใช้ในการชาร์จแบตเตอรี่ได้ ในขณะที่ C-MAX Energi Plug-In Hybrid สามารถทำการชาร์จไฟด้วยการเสียบปลั๊กขนาดแรงดันไฟฟ้า 120 โวลต์ หรือสถานนีชาร์จไฟขนาด 240 โวลต์ ได้เช่นกัน
สำหรับแฟนๆ ฟอร์ด ในบ้านเราอาจจะต้องรอลุ้นว่าจะมีอะไรเด็ดๆ มาเปิดตัวที่งานงานมอเตอร์โชว์ 2012 (Motor Show 2012) ในต้นปีหน้า หรือไม่ ซึ่งอันนี้แฟนๆ Ford ต้องติดตามกันต่อไปครับ
อย่าพลาดติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถใหม่ รวมถึงความเคลื่อนไหวในวงการรถยนต์ทั้งไทย และต่างประเทศได้ใหม่กับ Thaicarlover.com ได้ใหม่ครับ

Nissan เปิดตัวรถใหม่… Nissan Micra Kuro

Nissan ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นพิเศษของ Micra หรือ นิสสัน มาร์ช (Nissan March) ในบ้านเราภายใต้ชื่อรุ่นย่อยว่า Kuro และ Shiro ชื่อที่ Nissan ได้เคยใช้กับรถรุ่นอื่นๆ ในการผลิตรถรุ่นพิเศษออกมากระตุ้นตลาด โดยคำว่า Kuro และ Shiro เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ดำ และ ขาว ตามลำดับ โดยใช้พื้นฐานโดยรวมจากรุ่นย่อย Acenta ที่มีเกรดในระดับกลางของ Micra
Nissan Micra Kuro
Nissan Micra Kuro
โดย Nissan Micra Kuro จะมาพร้อมตัวถังสีดำ Sapphire Black ซึ่งเป็นโทนสีใหม่ล่าสุดสำหรับ Micra ส่วน Shiro จะเป็นรุ่นตัวถังสีขาว 2 แบบให้เลือกคือ สีขาวมุก Pearl และสีขาว Alabaster ซึ่ง Micra รุ่นพิเศษทั้งสองนี้จะมีตราสัญลีกษณ์พิเศษที่ประตูท้ายรวมถึงการใช้แดชบอร์ดแบบ ivory-effect และเบาะนั่งโทนสีอ่อนกว่าเดิม
ด้านข้าง Nissan Micra Shiro
ด้านข้าง Nissan Micra Shiro
สำหรับอุปกรณ์พิเศษอื่นๆ จะเป็นเซนเซอร์ช่วยจอดที่มาพร้อมตัววัดระยะพื้นที่ว่าง เบาะนั่งติดตั้งระบบทำความอุ่น และระบบควบคุมอากาศภายใน โดยมีอ็อปชั่นเป็นระบบนำทางผ่านดาวเทียมที่เรียกว่า Nissan Connect ในราคา 400 ปอนด์
Nissan Micra Shiro
Nissan Micra Shiro
ส่วนเครื่องยนต์ Kuro และ Shiro จะมาพร้อมขุมพลัง และระบบส่งกำลังที่ใช้กับ Micra รุ่นมาตรฐาน รวมถึงเครื่องยนต์ NA ขนาดความจุกระบอกสูบ 1.2 ลิตร และเครื่องยนต์ซุปเปอร์ชาร์จ DIG-S ควบคุมผ่านเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ CVT
ภายใน Nissan Micra Shiro
ภายใน Nissan Micra Shiro
โดยในสหราชอาณาจักร ราคา นิสสัน ไมครา จะเริ่มต้นอยู่ที่ 11,500 ปอนด์ สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร เกียร์ธรรมดา
สำหรับแฟนๆ นิสสัน ในบ้านเราอาจจะต้องรอลุ้นว่าจะมีอะไรเด็ดๆ มาเปิดตัวที่งานงานมอเตอร์โชว์ 2012 (Motor Show 2012) ในต้นปีหน้า หรือไม่ ซึ่งอันนี้แฟนๆ Nissan ต้องติดตามกันต่อไปครับ
อย่าพลาดติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถใหม่ รวมถึงความเคลื่อนไหวในวงการรถยนต์ทั้งไทย และต่างประเทศได้ใหม่กับ Thaicarlover.com ได้ใหม่ครับ

เลกซัสส่งตระกูล‘จีเอส’ใหม่รุกเก๋งหรู

     สังเวียนตลาดหรูขนาดกลาง เพิ่มคู่แข่งสดใหม่อีกราย เมื่อ “เลกซัส ประเทศไทย” เตรียมนำเข้าเก๋งโฉมใหม่ตระกูล “จีเอส” ท้าชนกับคู่แข่งที่ปรับโฉมไปก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส และบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์5 โดยเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ที่จะถึง นี้ วางคิวส่งรุ่น “จีเอส250” เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 215 แรงม้า เคาะราคาประมาณ 3.8-4.2 ล้านบาท ขณะที่ “จีเอส350” ขนาด 3.5 ลิตร 306 แรงม้า ตามมาขย่มซ้ำในเวลาไล่เลี่ยกัน หรือไม่เกินงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ 2012 ราคาสูงสุดประมาณ 5 ล้านบาทต้นๆ จากเดิมรุ่นจีเอส300 ราคาแตะ 6 ล้านบาท เรียกว่างานนี้เลกซัสเปิดหน้าแลกหมัดกับคู่แข่งที่เป็นรถประกอบในประเทศแบบ เต็มๆ ด้านรุ่นไฮบริด “จีเอส450เอช” ยังไม่อยู่แผนบุกตลาดระยะแรก คาดจะตามภายหลังในช่วงปลายปี
ปีหน้ามาแน่ “จีเอส250” เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เคาะราคาประมาณ 3.8-4.2 ล้านบาท
       เก๋งหรูจากแดนปลาดิบ “เลกซัส” แบรนด์ในเครือของยักษ์ใหญ่ “โตโยต้า” รุกตลาดรถหรูเมืองไทยชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ มีการเปิดตัวรถใหม่ๆ ต่อเนื่อง อย่างเมื่อต้นปี 2554 ที่ผ่านมา เพิ่งเปิดตัว “เลกซัส ซีที200เอช” (CT200h) หลังจากส่งรถอเนกประสงค์แบบเอสยูวีรุ่น “อาร์เอ็กซ์270” น้องเล็กในตระกูลอาร์เอ็กซ์ (RX) ทำตลาดไปเมื่อปลายปีก่อนหน้า ทำให้รถที่เลกซัสนำเข้ามาทำตลาดในไทย ถือว่าค่อนข้างจะครบไลน์ทีเดียว ยิ่งตระกูลหลักๆ และมีการปรับโฉมใหม่มาค่อนข้างครบ มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ปกติ และรถไฮบริด เหลือเพียง “จีเอส ซีรี่ส์” (GS) ที่ถูกปลดระวาง และรอเปิดตัวโฉมใหม่สู่ตลาดแทน ซึ่งกำหนดการณ์นั้นได้มาถึง เพื่อที่จะเปิดศึกกับคู่แข่งในตลาดเก๋งหรูขนาดกลาง ไม่ว่าจะเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือบีเอ็มดับเบิลยู ที่ต่างปรับโฉมรุกตลาดไปก่อนแล้ว
      
       สำหรับรถตระกูล “จีเอส” เปิดตัวสู่ตลาดครั้งแรกเมื่อปี 1993 นับเป็นรถยนต์อีกรุ่นหลักอยู่คู่กันมานานกับแบรนด์เลกซัส โดยถูกวางตำแหน่งทางการตลาด ให้แข่งขันกับบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์5, เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส และออดี้ A6 ซึ่งใน 2 เจนเนอเรชันแรกของจีเอส เป็นการนำรถยนต์ของโตโยต้าที่มีขายเฉพาะในตลาดญี่ปุ่น หรือ JDM-Japan Domestic Model มารีแบรนด์ หรือแปะโลโก้เลกซัสในชื่อรุ่นจีเอส(หรือรุ่นอริสโตในญี่ปุ่น) มาวางขายในตลาดโลกนั่นเอง
      
       การปรับกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ของเลกซัส มาถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อโตโยต้าต้องการนำแบรนด์เลกซัสเข้าไปรุกตลาดญี่ปุ่น ทำให้เลกซัสจำเป็นต้องออกแบบรถยนต์ของตัวเองขึ้นมาใหม่ เพราะไม่สามารถใช้วิธีแบบเดิมๆ ได้อีกแล้ว เหตุนี้โฉมใหม่ของทั้ง LS, GS(เจนเนอเรชันที่ 3) และ IS ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ ส่วนรถยนต์ JDM ของโตโยต้าทั้ง 3 รุ่น คือ เซลซิเออร์, อริสโต และอัลเทสซ่า ได้ถูกถอดออกจากตลาดไป เพื่อเปิดทางให้กับการเข้ามาของเลกซัสโฉมใหม่อย่างเต็มที่
ตามมาด้วย “จีเอส350” ขนาด 3.5 ลิตร วางราคาสูงสุดประมาณ 5 ล้านบาทต้นๆ
       เจนเนอเรชันที่ 3 ของรุ่นจีเอส ทำตลาดมาจนถึงปัจจุบัน และเมื่อไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวโฉมใหม่ หรือเจนเนอเรชันที่ 4 ของรถตระกูลจีเอส ในงาน Pebble Beach Concours d’Elegance ในแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งพัฒนาจากรถต้นแบบ “แอลเอฟ-จีเอช” (LF-Gh) ด้วยการสร้างสรรค์ด้วยแนวทางการออกแบบที่เน้นความสปอร์ต แต่ยังอยู่บนพื้นฐานแนวคิดเดิมแบบ L-Finesse โดยปรับปรุงสไตล์การออกแบบมาจากรถยนต์ต้นแบบ โดยเปลี่ยนรายละเอียดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงบนท้องถนน
      
       หลังจากโฉมใหม่ของเลกซัส จีเอส ได้เผยโฉมในสหรัฐอเมริกา และล่าสุดในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2011 ซึ่งได้มีการเปิดตัวจีเอสซีรี่ส์ครบทั้ง 3 โมเดล ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน รุ่น จีเอส250 (GS250), จีเอส350 (GS350) และรุ่นไฮบริด เลกซัส จีเอส450เอช(GS450h) นั่นหมายความว่าเก๋งหรูขนาดกลางตระกูล “จีเอส” พร้อมที่จะรุกตลาดทั่วโลก และนั่นรวมถึงประเทศไทย
       จากรายงานข่าว เลกซัส ประเทศไทยเตรียมจะนำเข้า เลกซัส จีเอส มาเผยโฉมในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2011 เพียงแต่สถานการณ์ปัญหาน้ำท่วม ทำให้บรรยากาศไม่เหมาะสม จึงขยับกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ใน ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2555 โดยเบื้องต้นจะทำตลาด 2 รุ่น คือ เลกซัส จีเอส250 และจีเอส350 ส่วนรุ่นไฮบริด จีเอส450เอช ยังไม่อยู่ในแผนช่วงแรกนี้ ซึ่งน่าจะมาในช่วงปลายปีเป็นลำดับต่อไป
      
       โดยเลกซัสได้แจ้งกำหนดการณ์เปิดตัวให้กับดีลเลอร์แล้ว ซึ่งวางเปิดตัวทำตลาดก่อนกับรุ่นจีเอส250 เคาะราคาอยู่ที่ประมาณ 3.8-4.2 ล้านบาท นับ เป็นราคาที่ใกล้เคียงกับคู่แข่ง บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 5 และเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส ที่ประกอบในประเทศไทย แต่เลกซัส จีเอส นำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งคัน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการได้ลดภาษีนำเข้า ตามกรอบข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Agreement between the Kingdom of Thailand and Japan for an Economic Partnership : JTEPA) หรือเจเทปป้า ขณะที่จีเอส350 จะเปิดตัวทำตลาดหลังจากนั้นในเวลาไล่เลี่ยกัน หรือในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2012 ช่วงปลายเดือนมีนาคมปีหน้า โดยราคาสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต้นๆ จากเดิมราคาของเลกซัส จีเอส300 จะอยู่เกือบ 5.4-6 ล้านบาท
       อย่างที่บอกรูปลักษณ์ของเลกซัส จีเอส โฉมใหม่ เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากรถต้นแบบรุ่นแอลเอฟ-จีเอช จึงเป็นเก๋งสปอร์ตซีดานชัดเจน กระจังหน้าออกแบบใหม่ทรงสี่เหลี่ยมคางหมู และจะถูกนำไปใช้กับรุ่นอื่นๆ ต่อไปด้วย ไฟหน้าฝังลึกลงในโคมไฟ และพร้อมไฟแอลอีดี ดิฟฟิวเซอร์ท้าย และตอกย้ำความสปอร์ตกับท่อไอเสียคู่
      
       จากการปรับความกว้างของล้อหน้าและหลังเพิ่มขึ้น ทำให้ห้องโดยสารกว้างขึ้น มีการปรับปรุงพื้นที่ใช้สอยเพิ่ม 25% ห้องโดยสารหรูหราด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง คลาสสิคกับนาฬิกาอนาล็อก และทันสมัยกับจอแสดงผลขนาดใหญ่ ระบบปรับอากาศแบบประหยัดพลังงาน ซึ่งใช้เทคโนโลยีตรวจจับผู้โดยสารภายใน และรื่นรมย์กับเครื่องเสียงมาร์ค เลวินสัน พร้อมลำโพง 17 ตัว ติดตั้งระบบควบคุมการทำงานของมัลติมีเดีย ด้วยปุ่มหมุนและกด คล้ายระบบ iDrive ของบีเอ็มดับเบิลยู ขณะที่ระบบความปลอดภัยมาครบครัน โดยมีถุงลมนิรภัยถึง 10 ใบ
       เลกซัส จีเอส ตัวพื้นฐานรุ่น 250 วางเครื่องยนต์ 4GR-FSE บล็อก V6 DOHC 24 วาล์ว ขนาด 2.5 ลิตร 215 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 26.5 กก.-ม.ที่ 3,800 รอบ/นาที ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ และรุ่นจีเอส350 ที่มีทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และ AWD วางเครื่องยนต์ 2GR-FE บล็อก V6 DOHC 24 วาล์ว 3.5 ลิตร 306 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 38.2 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที ขับเคลื่อนผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Super ECT ซึ่งจะเป็น 2 โมเดลแรกทำตลาดในไทยช่วงต้นปีหน้า
      
       ส่วนรุ่นไฮบริด เลกซัส 450เอช ที่น่าจะตามมาภายหลัง วาง ขุมพลังรหัส 2GR-FXE บล็อก V6 DOHC 24 วาล์ว 3.5 ลิตร พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่รุ่นใหม่เล็กกว่าเดิม โดยถือเป็นครั้งแรกในโลก ที่มีการผสานระบบไฮบริด เข้ากับเทคโนโลยีระบบฉีดจ่ายเชื้อเพลิงตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ D-4S (Direct Injection 4-stroke gasoline engine superior version) ทั้งที่เป็นเครื่องยนต์แบบ Atkinson-cycle ซึ่งทั้ง 2 ระบบ ผลิตกำลังรวมกันได้ 348 แรงม้า
      
       การเปิดตัวเลกซัส จีเอส ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้านี้ จึงถือเป็นการท้าชนตลาดเก๋งหรูขนาดกลางโดยตรงของเลกซัส ประเทศไทย แต่จะทำให้คู่แข่ง บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์5 และเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส สะเทือนหรือไม่? ต้องติดตามดูกันต่อไป...
รุ่นไฮบริด “จีเอส450เอช” อาจจะตามมาทำตลาดภายหลังในช่วงปลายปี 2555
       

ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง

รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง


รูปภาพ ลัมบอร์กินี่ Hand Make สร้างรถสปอร์ตหรู Lamborghini ด้วยตัวเอง

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม