เชฟโรเลตฉลองครบรอบ 100 ปี ด้วยยอดจำหน่ายครูซครบ 1 ล้านคัน

เชฟโรเลต ได้รับของขวัญชิ้นพิเศษสุดในโอกาสฉลองครบ 100 ปี เมื่อ เชฟโรเลต ครูซ รถคอมแพกต์ซีดานระดับโลก ทำยอดจำหน่ายได้ครบ 1 ล้านคัน หลังจากเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2552 และออกจำหน่ายในประเทศไทยในปี 2553

เชฟโรเลตฉลองครบรอบ 100 ปี ด้วยยอดจำหน่ายครูซครบ 1 ล้านคัน รูปที่ 1

“ถือเป็นของขวัญวันเกิดครบหนึ่งศตววรษที่ดี ที่สุดของเรา” คริส เพอร์รี่ รองประธานฝ่ายยุทธศาสตร์การตลาด จีเอ็ม โกลเบิล กล่าว “ความลงตัวของเชฟโรเลต ครูซ ทั้งสมรรถนะการขับขี่ สไตล์ ความสะดวกสบาย ความประหยัด และความปลอดภัย ดึงดูดลูกค้าทั่วโลกที่ได้ลองขับ และได้รับรู้ถึงความยอดเยี่ยมของครูซ”

เชฟ โรเลต ครูซ เป็นรถคอมแพกต์ซีดานที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในรอบ 10 เดือนแรกของปีนี้ในสหรัฐอเมริกา เหนือกว่าฮอนด้า โตโยต้า ฮุนได เกีย และฟอร์ด พร้อมกับมียอดขายอยู่ในอันดับสามในหลายภูมิภาค ทั้งจีน รัสเซีย อินเดีย และในหลายประเทศเศรษฐกิจใหม่ ปัจจบัน ครูซ มียอดขายอยู่ในอันดับสี่ ในเซกเมนต์นี้ และมียอดขายสูงสุดอันดับเจ็ดเมื่อรวมทุกเซกเมนต์

เชฟโรเลตฉลองครบรอบ 100 ปี ด้วยยอดจำหน่ายครูซครบ 1 ล้านคัน รูปที่ 2

ครูซ ได้รับการออกแบบ และพัฒนาโดยกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลกของจีเอ็ม สามารถทำยอดขายสูงสุดใน 10 ประเทศ นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2552 ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา รัสเซีย แคนาดา เม็กซิโก อินเดีย ตุรกี เกาหลี อิสราเอล และสเปน

เมื่อปีที่แล้ว เชฟโรเลต ได้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกาได้ราว 1 เปอร์เซ็นต์ จากลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียลส์ ซึ่งมีลักษณะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่มีกำลังซื้อ และสนใจติดตามเทคโนโลยี (Millennials) โดยยอดขายส่วนใหญ่มาจากเชฟโรเลต ครูซ ซึ่งนอกจากจะช่วยดึงลูกค้าหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังสามารถดึงดูดลูกค้าที่นำรถยี่ห้ออื่นมาแลกซื้อซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 42 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบัน ครูซ มีจำหน่ายอยู่ในมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และเป็นรถเชฟโรเลต ที่มียอดขายมากที่สุดในโลก ขณะที่ ครูซ เวอร์ชั่นแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ได้รับการเปิดตัวไปแล้วในทวีปยุโรปเมื่อต้นปี

เชฟโรเลต ครูซ ยังสร้างชื่อเสียงจากรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับโลกอย่างเวิลด์ ทัวริ่งคาร์แชมเปี้ยนชิพ (WTCC) โดยสามารถคว้าแชมป์โลกทั้งประเภทผู้ผลิต และนักขับ ได้สองปีติดต่อกัน

เชฟโรเลตฉลองครบรอบ 100 ปี ด้วยยอดจำหน่ายครูซครบ 1 ล้านคัน รูปที่ 3

ขุมพลังขับเคลื่อนของเชฟโรเลต ครูซ มีหลากหลายบล็อก ทั้ง เครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร เทอร์โบอีโคเทคในสหรัฐอเมริกา และเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรในยุโรป สำหรับในประเทศไทย ครูซ มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร และ 1.8 ลิตร รวมถึงดีเซล 2.0 ลิตรด้วย ทั้งนี้ เชฟโรเลต ครูซ เครื่องยนต์ดีเซล จะได้รับการเปิดตัวออกจำหน่ายในตลาดอเมริกาเหนือในปี 2556

เพอร์รี่ กล่าวเพิ่มเติมว่า เชฟโรเลต ครูซ และรถซับคอมแพกต์อย่างเชฟโรเลต โซนิก และเชฟโรเลต สปาร์ก จะดึงลูกค้าที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ 44 เปอร์เซ็นต์จะซื้อรถคอมแพกต์

สำหรับในประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชฟโรเลต ครูซ เป็นหนึ่งในรุ่นรถที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยนอกจากจะขึ้นสายการผลิตในประเทศไทยแล้ว ยังผลิตที่เกาหลี จีน ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา

เปิดตัวแล้ว… Tata Nano ไมเนอร์เชนจ์ ปี 2012

กลับมาพบกันอีกครั้งกับข่าวสารวงการยานยนต์ วันนี้ทาง Thaicarlover.com มีข่าวรถยนต์ใหม่จากค่ายรถยนต์ Tata มาฝากเพื่อนๆ กันครับ โดยล่าสุด…

ที่ประเทศอินเดีย Tata Motors ได้ประกาศเปิดตัวรถยนต์ Tata Nano รุ่นปี 2012 ที่แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในด้านรูปร่างหน้าตา แต่ในเรื่องสมรรถนะ Nano รุ่นนี้ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นพอสมควร โดยเฉพาะในเรื่องของเครื่องยนต์ซึ่งมีขนาดความจุกระบอกสูบ 624 ซีซี มีกำลัง และแรงบิดมากขึ้นกว่าเดิม 3 แรงม้า และ 3 นิวตันเมตร ตามลำดับ รวมเป็น 38 แรงม้า และ 51 นิวตันเมตร

Tata Nano 2012

Tata Nano 2012

ส่วนความเร็วสูงสุดทำได้ที่ 105 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในขณะที่อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 4.08 ลิตร/100 กิโลเมตร ประหยัดขึ้นกว่ารุ่นก่อนซึ่งมีอัตราสิ้นเปลืองฯที่ 4.23 ลิตร/100 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม อัตราการคายไอพิษเท่ากับ 92.7 กรัม/กิโลเมตร ซึ่งถือว่าไม่ค่อยน่าประทับใจนักสำหรับรถเครื่องยนต์เล็กขนาดนี้

Tata Nano 2012 - Green Color

Tata Nano 2012 - Green Color

ส่วนการเปลี่ยนแปลงในส่วนอื่นๆ ได้แก่ ระบบกันสะเทือนปรับปรุงใหม่ที่มาพร้อมแอนตี้โรลล์บาร์ด้านหน้า พวงมาลัยได้รับปรับจูนใหม่ รวมถึงการเพิ่มระบบช่วยเบรคไฟฟ้าในทุกรุ่น

สำหรับราคา ทาทา นาโน จะอยู่ที่ 140,000 รูปี หรือประมาณ 84,000 บาท ซึ่งแม้ว่าจะถูกแค่ไหนก็ไม่ได้ช่วยทำให้ขายได้ตามเป้า เพราะตั้งแต่เปิดตัวมา บริษัทฯสามารถขายออกไปได้เพียง 130,000 คัน ยิ่งมาเจอปัญหารถเกิดเพลิงลุกไหม้ติดๆกันในปี 2010 ยิ่งทำให้ความน่าเชื่อถือในเรื่องคุณภาพตกลงไปอย่างชัดเจน

Tata Nano 2012 (Green Color) - 02

Tata Nano 2012 (Green Color) - 02

สำหรับในเมืองไทย Tata มีแผนเปิดตัว ทาทา นาโน ในงาน Motor Expo 2011 แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันทั้งเรื่องของน้ำท่วมที่คนอาจจะสนใจกระบะมากขึ้น การไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการรถคันแรก ตลอดจนคุณภาพที่่ยังห่างไกลรถจากค่ายอื่นๆ กับราคาขายเท่าเดิม ต้องบอกว่า “ไม่ง่ายสำหรับ Nano!”

ด้านหน้า Tata Nano 2012

ด้านหน้า Tata Nano 2012

สุดท้ายนี้เว็บ Thaicarlover.com อยากให้เพื่อนๆ ร่วมเป็นกำลังใจให้ชาวไทยทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ หรือกำลังเตรียมการรับมือกับน้ำท่วม และน้ำท่วมรถ ให้สามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันครับ และถ้าเพื่อนๆ สามารถช่วยเหลือสิ่งใดได้ก็ขอให้ช่วยเหลือตามกำลังความสามารถครับ

สำหรับแฟนๆ ทาทา ในบ้านเราอาจจะต้องรอลุ้นว่าจะมีอะไรเด็ดๆ มาเปิดตัวที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โปร 2011 (Motor Expo 2011) ในปลายปีนี้ หรืองานมอเตอร์โชว์ 2012 (Motor Show 2012) ในต้นปีหน้าหรือไม่ ซึ่งอันนี้แฟนๆ Tata ต้องติดตามกันต่อไปครับ

2013 Nisan GT-R เร่งแรง 0-60 mph ใน 2.72 วินาที

เปิดตัวไปหมาดแล้วสำหรับสปอร์ตคาร์เวอร์ชั่นใหม่ตัวแรงของค่าย Nissan ที่มีการพัฒนาแรงม้าให้ตอบโจทย์ได้ดีขึ้น และมันเร้าใจยิ่งกว่าเดิม

2013 Nissan GT-R ม าพร้อมความแรงและเร้าใจมากขึ้นในเวอร์ชั่นที่มีการพัฒนาต่อเนื่องเป็นประจำ ทุกปี ที่ล่าสุดมันก็เบียดเอาเวลาที่สานาม Nurburgring เช่นเดียวกันกับ สิ่งที่จะชมต่อไปนี้ที่ทำให้คุณทึ่งและอาจจะมองหาสปอร์ตคันใมห่ที่เร้าใจ

2.72 วินาที คือเวลา สถิติ อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือมันเทียบเท่า 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่เป็นเวลาที่ดีที่สุดของรถรุ่นนี้นับตั้งแต่เคยมีการผลิตออกมา ซึ่งก่อหน้านี้มันทำเวลาที่ 2.84 วินาที แต่การทดสอบล่าสุดนี้มันทำได้ดีกว่า ทั้งนี้ การทำสถิตินั้นสามารถรับชมได้จากวีดีดฮข้า งล่า งและคงต้องยอมรับว่ า Nissan GT-R เป็นยอดรถสปอร์ตแห่งยุค


Porsche Panamera GTS ..ครอบครัวตัวแรงเสียบกลางความเร้าใจ

ในช่วงปีที่ผ่านมานั้นหากพูดถึง ความเครลื่อนไหวของตลาดกลุ่มรถซุปเปอร์คาร์ที่ดูแนวว่ามันจะเป็นการเปิดทิศ ทางใหม่ให้กับรถกลุ่มนี้นั้น คงไม่มีอะไรถูกใจคนรักครอบครัวไปกว่าการที่ค่ายรถชั้นนำเปิดเวอร์ชั่น 4 ประตูออกมาเทขายกันอย่างเป็นทางการในแบบสปอร์ตสุดขั้ว ท่พาหลายคนสนใจ

ค่ายรถยนต์ชั้นนำที่เราพูดถึงนั้น ก็ไม่พ้นค่ายอื่นใดนอกจาก Porsche ที่ทำเอาม้าลำพองดิ้นพล่านต้องเข็นรถตามออกมาเช่นเดียวกัน แต่หลังจากเปิดตัวและตัวแทนบ้านเราได้หอบเอา Porsche Panamera เข้ามาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว เราจะพาไปรู้จักรถรุ่นใหม่ที่เปิดตัวมาเสียบกลางระหว่างรุ่น S/4S กับ Turbo พันธุ์แรงแถวหน้าของรถรุ่นนี้

Porsche Panamera GTS

Porsche Panamera GTS เป็นการผสานความสปอร์นที่ทรงสมรรถนะกับความเป็นรถที่ดุดันมาไว้ในคันเดียว เน้นตอบโจทย์ความดุดันขาซิ่งฮาร์ดคอด้วยการเติมพลังอีก 30 แรงม้าและเรียกแรงบิดเพิ่ม 15 ปอนด์ต่อตารางฟุตในเครื่องยนต์ V8 4.8 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ จนมีกำลังรวมเพิ่มขึ้นสุงสุด 430 แรงม้า ที่ 6700 รอบต่อนาที และแรงบิด 384 ปอนด์ต่อตารางฟุต

การส่งกำลังนั้นเลือกใช้ระบบเกียร์ ซิ่ง ที่จัด Sport Chrono package มาให้ และให้เลือกสับสูงสุด 7 สปีดกับระบบคลัทช์คู่ทำให้รถมีอัตราเร่ง 0- 100 กม./ชม. ในเวลาราวๆเพียง 4.3 วินาที และพาเจ้าตัวใหญ่คันนี้ทะยานได้เร็วสุดที่ 286 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ช่วงล่างแบบ air suspension ถูกเติมเข้ามาให้ทำงานคู่กับระบบ Porsche Active Suspension Management (PASM) ซึ่งแม้จะดุไม่แตกต่างแต่ Porsche Panamera GTS นั้นให้ความสปอร์ตยิ่งกว่าด้วยความเตี้ยกว่าทุกรุ่นในตระกูล Panamera ถึง 10 ม.ม. มาพร้อมการเสริมความกว้างผ่านชุดสเปเซอร์ในล้อหลังอีกด้านละ 5 ม.ม. ลงล้อขอบ 19 ที่มาพร้อมยาง 255/45 ทางด้านหน้า และ 285 40 ทางด้านหลัง นอกจากนี้ยังมีล้อขอบ 20 นิ้ว ให้เลือกที่มากับยาง 255/40 ทางด้านหน้าและ 295/30 ทางด้านหลัง

Porsche Panamera GTS

เรื่องการตบแต่ง Porsche Panamera GTS มีความแตกต่างจากพรรคพวกเล็กน้อย มีการเสริมช่องลมที่กันชนหน้าให้ใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิม ที่มาพร้อม Package High Gross เป็นมาตรฐานจากโรงงาน ที่ยังมีการตบแต่งอีกหลายรายการ และที่โดดเด่นก็ไม่พ้นชุดรีดอากาศที่ยบั้นท้ายและ การตบแต่งที่เน้นโทนดำ ตั้งแต่ใบหน้าจนถึงท่อไอเสียที่บั้นท้าย

Porsche Panamera GTS

ด้านในห้องโดยสาร Porsche Panamera GTS ลงตัวกับการตบแต่งภายในก้วยหนัง Alcantera มาพร้อมเบาะสปอร์ตมีให้เลือกทั้งหมด 5 สี จัดการหุ้มตั้งแต่ที่พักแขน เบาะ ไปจนยันพวงมาลัย ซึ่งเน้นการตบแต่งให้สปอร์ตมากกว่ารุ่นทั่วไป และยังมีทางเลือกความสปอร์ตถ้าคุณชอบด้วยการตบแต่งสีดำ-แดงตามรสนิยมสปอร์ต

ทั้งนี้ Porsche Panamera GTS จะ เริ่มวางจำหน่ายในเร็วๆนี้ โดยเจ้าสปอร์ตในคราบรถครอบครัวคันนี้ยังไม่มีการเปิดเผยราคาออกมาอย่างเป็น ทางการแต่เดาได้เลยว่ามันมีราคาเสียบกลางในความสปอร์ตและหรูหราลง ตัว ส่วนเท่าไรนั้นรอความชัดเจนอีกที

เปิดแผงรถอเนกประสงค์..ปีหน้าตลาดคึกรอฤกษ์ขายในไทย

แม้บ้านเราจะน้ำท่วมที่พาหลายคน สะบักสะบอมไปตามๆกัน และหลังจากที่หลายคนนั้นเตรียมมองรถยนต์ที่ลงตัวมีความสามารถในการใม้งาน ประหยัด และที่สำคัญ ซื้อง่ายขายคล่องราคาไม่แพง จนมีคนจำนวนมาก มองและวิเคราะห์ว่ารถกระบะนั้นจะเป็นทางออกที่เหมาะสมและลงตัว แต่ถ้ามองให้ดีมันอาจจะไม่ใช่อย่างนั้น เพราะปีหน้าอาจจะเป้นทีของรถอเนกประสงค์

อาจจะยังมาไม่ถึงบ้านเรา แต่ในงาน LA auto Show ที่อเมริกานั้นรถยนต์หลายรุ่นได้ทยอยเปิดตัวออกมาตามๆ กัน และหลังจากงานมอเตอร์โชว์ใหญ่ๆสง่ท้ายปีนี้ ที่ขณะนี้กำลังจะเป็นทีของ Tokyo motor show แต่เราก็พอเริ่มจะมองออกแล้วว่า ในปีหน้าค่ายรถยนต์ทั้งหลายนั้นน่าจะเล็งการลุยตลาดอเนกประสงค์ ที่เป็นประเด็นร้อนในต่างประเทศจนเราอยากให้ทุกคน

Chevrolet Captiva MinorChanged

ทดลองขับและเปิดตัวไปอย่างเป็นทางการตั้งแต่เมื่อช่วง ปลายปีที่ผ่านมา แต่คำถามที่หลายคนโดดมาหาสายตรงมาถึงเราคือ มันไม่มีดีเซลหรือ และคำตอบนั้นก็ถูกตอบคำถามแล้วผ่านสื่อวิทยุที่ได้รับการยืนยันว่ามันมาแน่ และคาดว่าอาจจะใช้ห้วงเวลาในงาน Motor Expo 2011 เปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการ

Chevrolet captiva

Chevrolet Captiva ปรับโฉมใหม่นั้นมุ่งเน้นในการตอบสนองดีไซน์ให้ความดุดันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม อย่างชัดเจน เปลี่ยนความหรูหราให้ดูปราดเปรียวโฉบเฉี่ยวขึ้น ทันสมัยสื่อสารตรงรุ่นผ่านกระจังหน้า Dual Port มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร และเครื่องดีเซล ที่เรายังอยู่ในระหว่างข้อมูลอย่างเป็นทางการ แต่แม้ฟังแล้วมันจะดูเหมือนเหล้าเก่าในชวดใหม่ แต่ความทันสมัยหรูหราที่บ่งชัดมากขึ้น ก็มองข้ามมันไปไม่ได้เลยทีเดียว

MAZDA CX-5

ถ้าหลายคนยังจำได้ Mazda ก็เป็นค่ายรถยนต์รายหนึ่งที่มีรถอเนกประสงค์ก่อนจะห่างหายไปตามกาลเวลา แต่มันก้สร้างความระทึกตั้งแต่งาน Frankfurt Motor Show ด้วยการเปิดตัว MAZDA CX-5 ใหม่ อย่างเป็นทางการที่เรียกใช้เส้นสายใหม่ล่าสุด Kodo Style ที่เหลือล้ำเกินกินของค่ายนี้

mazda cx-5

Mazda CX-5 ใหม่ มีข่าวมาโดยตลอดและมันเป็นหึ่งในรถที่น่าจะมาลงในตลาดบ้านเรา ที่กำลังมีการเติบโตในรถยนต์อเนกประสงค์อย่างต่อเนื่อง โดย Mazda CX-5 ใหม่นี้จะมาพร้อมดครื่องยนต sky Active ใหม่ ที่ให้ทั่้งสมรรถนะและความประหยัดที่ลงตัว ซึ่งเราควรจะจับตาให้ดี เพราะไม่นานนานนนี้แน่นอน แต่คงต้องรอกระบะใหม่เปิดตัวไปก่อน

Chevrolet Trail Blazer

คันนี้ขายแน่ปีหน้ากับอเนกประสงค์พันธุ์หรูที่พัฒนาจากกระบะ แต่มันก้ยังเป้นรถยนตืในกลุ่มอเนกประสงค์อยู่เหมือนกัน ความดุดันและหรูของ Trailblazer นั้นถูกวางหมากให้เอาใจขาลุยรักหรู ด้วสยดีไซน์ภายนอกที่ดูดีสง่าจากรถต้นแบบ และภายในที่ตอบโจทย์ได้หมดจดลงตัว ทั้งการนั่ง อำนวยความสะดวกและอรรถประโยชน์

Chevrolet Trailblazer

ใต้ฝากระโปรง Chevrolet Trailblazer จะมาพร้อมเครื่องยนต์ Duramax 2.8 ลิตร ตอบสนองสมรรถนะได้ดีทั้งเรื่องประหยัดและลงตัว ที่สำคัญ มันน่าจะเป็นรถคันที่ 2 ในตลาดกลุ่มนี้ที่จะลงไทย เพราะบ้านเราเป็นห้องคลอด ที่ลั่นกำหนดการมาไม่เกินช่วงเดือนมีนาคมปีหน้า


New! Ford Escape

ทันสมัยและลงตัวแม้อาจจะต้องรอนานกันหน่อย เพราะเพิ่งเปิดตัวไปในอเมริกา แต่ Ford Escape นั้นเป็นรถที่ยังได้รับความนิยมมาก และ การกลับมาของมันนั้นก็เน้นในการออกแบบมายิ่งขึ้น

2013 Ford Escape

การดีไซน์ของ Ford Escape ใหม่ ก้าวล้ำไปทางด้านเส้นสาย ที่ทันสมัยและลงตัวมากยิ่งขึ้น เน้นความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่แตกต่างจากพันธมิตรด้วยการให้มิติที่ดุดันและหรูหรามากกว่า ขุมพลังใต้ฝากระโปรงนั้นก็มาพร้อมเครื่องยนต์ Ecoboost ที่เป็นการลดขนาดเครื่องยนต์ลงแต่ให้สมรรถนะที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนภายในพกเทคโนโลยีทันสมัยต่างๆ มาไว้อย่างพร้อมเพียง ซึ่งไฮไลท์เด็ดคือ การเปิดประตูฝาท้ายด้วย เซนเซอร์ตรวจความเคลื่อนไหว ช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้น

New! Honda CR-V 2012

ค่าย Honda ก็ได้รับความสนใจจากบ้านเราไม่แพ้กัน และในระหว่างที่ค่ายรถรายนี้บอบช้ำมาก แต่เราก้ยังตามติดอเนกประสงค์ใหม่ Honda CR-V 2012 ที่เปิดตัวไปหมาดๆกัน

2012 new Honda CR-V

Honda CR-V 2012 นั้น อาจจะไม่ได้หวือหวามากมาย ถ้าเทียบกับคู่แข่งแต่รถ Honda ก็มีอะไรหลายๆ อย่างที่น่สนใจ และพร้อมจะลุยตลาดด้วยการนำเสนอสิ่งละอันพันน้อยไว้อย่างลงตัว ตั้งแต่การออกแบบ โดยเฉพาะภายในห้องโดยสาร ที่เน้นการใช้งานง่าย ตอบสนองผู้ใช้โดยตรง แต่ไฮไลท์เด็ด ที่เรามองข้ามไปไม่ได้ ปม้เครื่องยนต์อาจจะแทบพูดได้เต็มปากว่าบล็อกเดิม พร้อมคู่หูเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด แต่ตัวเลข 185 แรงม้า ซดน้ำมัยเฉลี่ย 13 กิโลเมตรต่อลิตร นั้น ต้องเรียกว่าไม่ธรรมดาเสียแล้ว

ทั้งหมดนี้จะ เห็นได้ว่าค่ายรถยนต์หลายเจ้านั้น มีการปรับทับไว้แล้วสำหรับ ศึกตลาดอเนกประสงคืในปีหน้า ที่หลายคนอาจจะกำลังคิดว่าจะซื้อกระบะเผื่อน้ำท่วมอีกครั้ง แต่บางที รถอเนกประสงค์เองนั้น ก้สามารถตอบสนองโจทย์นี้ได้เช่นกัน แถมยังใช้งานได้หลากหลายขึ้นด้วย

สุดเจ๋ง Honda Civic 2012 Natural Gas เข้าวินรถพลังขียว 2011

หาพูดถึงหลากพลังงานทางเลือกที่ ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทยในปัจจุบันแล้ว รถยนตืติดตั้งพลังงานทางเลือกอย่างแก๊ส ดูจะมีแรงที่หลายคนถามด้วยความหวังในการลดค่า่ใช้จ่ายทางพลังงาน และยังสามารถเดินทางได้ตามปกติเหมือนที่เคยเป็นมา

พลังงานทางเลือกแก๊สนั้นได้รับความสนใจอย่างมากจากหลายๆค่ายยานยนต์ชั้น นำ และในขณะที่คนไทยถอยรถไปติดแก๊ส แต่ที่ต่างประเทศรถยนต์ยอดนิยม Honda civic ก็มีเวอร์ชั่นแก๊สธรรมชาติวางจำหน่ายในชื่อ Honda Civic Natural Gas ที่ล่าสุดเพิ่งคว้ารางวัล Green Car of the year 2011 ในงาน LA Auto show 2011 ไปหมาดๆ

นาย รอน โคแกน บรรณาธิการและเจ้านิตยสาร Green Car journal เปิด เผยว่า Honda Civic Natural Gas เป็นรถที่เหมาะมากกับการเดินทางบนทางหลวงของอเมริกา และมันเป็นความพยายามที่นมนานของ Honda ในการพิชิตเรื่องของสิ่งแวดล้อมและความประหยัดทางด้านค่าใช้จ่ายในการเดิน ทางในรถของบริษัท

"ไม่เพียงแค่มันประหยัดเท่านั้น แต่ Honda Civic Natural Gas นั้นยังมีห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบายให้อัตราการซดน้ำมันที่น่าประทับใจ ทั้งยังดูดีในแบบของตัวมันเอง ที่สำคัญในเรื่องของมลภาวะปลายท่อไอเสียนั้นยังดีที่สุดและยากที่ใครจะ สามารถพิชิตคันนี้ได้"

ทั้งนี้มีการระบุว่าจากการทดสอบเพื่อค้นหา Green Car of the year ในอเมริกา ประจำปีนี้ สาเหตุที่ Honda Civic มีชัยเหนือคู่แข่ง 5 อันดับแรงที่มีทั้ง Mitsubishi i , Ford Focus Electric) หรือกระทั่งรถไฮบริด Toyota Prius V ไม่เว้นเครื่องยนต์ดีเซล Volkswagen Passat TDI มาจากตัวเลขระยะทางที่สามารถไปได้ไกลถึง 280 ไมล์ หรือ 448 กิโลเมตรต่อแก๊ส 1 ถัง ในขณะที่รถไฟฟ้านั้นอาจจะยังมีข้อจำกัดในเรื่องของระยะทาง และดีเซลกับไฮบริดนั้นยังต้องใช้นำมันในการเดินทาง ทว่าแก๊สธรรมชาติในสหรัฐอเมริกานั้นกลับมีราคาถูกกว่าน้ำมันถึง 30 %


15 สถานที่ท่องเที่ยว หนาวนี้เที่ยวไหนดี...อยากรู้คลิก

แม่ฮ่องสอน


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คู่หูเดินทาง, คุณ 3seasons, คุณ ลุงแบกเป้, คุณ P r i m t a a, คุณ Phitchaphat, คุณ ป๋อหลาง, คุณ tatatube, คุณ Memories pink, คุณ chaoswalker, คุณ oaddybeing

เมื่อ สายลมเย็น ๆ โชยมากระทบผิวกาย เสมือนส่งสัญญาณเป็นนัย ๆ ว่ากลิ่นอายของฤดูหนาวกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ภาพความงดงามของทะเลหมอกขาวโพลน สีเขียวชะอุ่มของขุนเขาสลับซับซ้อน ท้องฟ้าสีครามตัดกับเมฆขาวไม่ไกลเกินเอื้อม คงผุดขึ้นภายมาในใจของใครหลาย ๆ คน

แหม ๆ เสน่ห์ของธรรมชาติมันช่างเย้ายวนให้เราเดินทางไปสัมผัสซะเหลือเกิน อิอิ แต่เอ...แล้วจะไปเที่ยวหน้าหนาวที่ไหนดีล่ะ ขึ้นเหนือไปสัมผัสอากาศเย็นยะเยือกบนยอดเขายอดดอย ล่องใต้ไปเล่นน้ำทะเลให้ฉ่ำปอด แวะไปทัวร์อีสานหาของอร่อย ๆ กิน หรือไปผจญภัยแถวภาคตะวันตกดี โอ้ย! ไม่ต้องคิดเยอะขนาดนั้นจ้า เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมหยิบเอา 15 สถานที่เที่ยวหน้าหนาว มาแนะนำกัน เริ่มกันที่...


ภูกระดึง

ภูกระดึง

ภูกระดึง

ภูกระดึง

เรียกได้ว่าเป็น ภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ที่เหล่านักเดินทางคิดถึงเสมอ เพราะความสวยงามของทิวทัศน์ บวกกับสภาพธรรมชาติที่สมบูรณ์ ทั้งทุ่งหญ้า ป่าสนเขา ป่าดิบ น้ำตกและหน้าผาชมทิวทัศน์ ผสมผสานกับความยากลำบากในขึ้นไปพิชิต ทำให้ใคร ๆ ต่างก็อยากลิ้มลองสัมผัสกับภูกระดึงสักครั้งในชีวิต

ส่วนจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนภูกระดึง ได้แก่ ผานกแอ่น เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามมากแห่งหนึ่ง สามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างซึ่งเป็นท้องทุ่งและเทือกเขา ริมทางเดินใกล้ผานกแอ่นมีดอกกุหลาบป่าขึ้นเป็นดงใหญ่ ซึ่งบานสะพรั่งในเดือนมีนาคม-เมษายน, ผาหล่มสัก เป็นลานหินกว้าง และมีสนต้นใหญ่อยู่ใกล้กับชะง่อนหินที่ยื่นออกไปจากหน้าผา เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกได้ชัดเจนที่สุด จึงทำให้นักท่องเที่ยว ช่างภาพนิยมไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ผาแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของภูกระดึง

นอกจากนี้ ยังมี ผาหมากดูก น้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกโผนพบ น้ำตกเพ็ญพบ น้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำตกธารสวรรค์ น้ำตกถ้ำสอเหนือ น้ำตกถ้ำสอใต้ สระอโนดาต เป็นต้น

ทั้งนี้ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีด่านเก็บค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่คนละ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท และบริการลูกหาบสัมภาระ กิโลกรัมละ 15 บาท นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเต็นท์และบ้านพักได้ที่ที่ทำการอุทยานฯ โทรศัพท์ 0 4287 1333, 0 4287 1458 ระหว่างเวลา 07.00-18.00 น. หรือติดต่อกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2562 0760 หรือ www.dnp.go.th
หมายเหตุ : อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จะปิดระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายนทุกปี เพื่อให้สภาพธรรมชาติฟื้นตัวและปรับปรุงสถานที่พักสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ นักท่องเที่ยว อีกทั้งยังจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว 5,000 คน ต่อวัน และกางเต็นท์บนอุทยานฯ 200 หลัง ต่อวัน

The Scenery Resort & Farm

The Scenery Resort & Farm

สวนผึ้ง รีสอร์ท

น้ำตกเก้าโจน

สวนผึ้ง

สวนผึ้ง เป็นอำเภอหนึ่งของ จังหวัดราชบุรี ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ ภูเขา และน้ำตก พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่ราบสูง ภูมิประเทศของสวนผึ้งนั้นขนาบด้วยเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นพรมแดนทางตะวันตกกั้นระหว่างประเทศไทยกับพม่า การเดินทางสะดวก ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงกว่า ๆ จากกรุงเทพฯ ก็ถึงแล้ว

เสน่ห์ที่ทำให้ใคร ๆ ก็อยากไปเยือน สวนผึ้ง ราชบุรี นั่นก็คือ แกะ สีขาวขนปุย และ รีสอร์ต สวย ๆ ที่ประดับประดาตกแต่งไปด้วยไอเดียแจ่ม ๆ หลากแบบหลายสไตล์ ให้นักท่องเที่ยวเลือกสรรได้ตามความชอบใจ และนอกจากไปพักผ่อนกายพักผ่อนใจที่รีสอร์ตสวย ๆ แล้ว สวนผึ้ง ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โป่งยุบ ปรากฎการณ์แผ่นดินยุบตัวลง และถูกน้ำกัดเซาะดินทำให้เกิดเป็นหน้าผาสูง ชันเป็นหลุมเป็นบ่อ ลักษณะคล้ายกับแพะเมืองผีที่จังหวัดแพร่

ธารน้ำร้อนบ่อคลึง เป็นธารน้ำร้อนที่ไหลออกจากซอกหินเชิงเขาตะนาวศรี มีความร้อนประมาณ 50-57 องศาเซลเซียส ไหลลงสู่สระใหญ่ เเวดล้อมด้วยธรรมชาติ ทิวทัศน์สวยงาม มีบริการให้น้กท่องเที่ยวเข้าพักผ่อนและอาบน้ำร้อน, น้ำตกเก้าโจน หรือ น้ำตกเก้าชั้น เป็นน้ำตกขนาดใหญ่สูง 9 ชั้น ตั้งอยู่ในหุบเขาที่สมบูรณ์ แวดล้อมรอบด้วยธรรมชาติ

เขากระโจม เป็นพื้นที่ที่สูงที่สุดในจังหวัดราชบุรี ประมาณ 1,045 เมตร จากระดับน้ำทะเล การเดินทางสู่ยอดเขาต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น สองข้างทางยังเป็นป่าเขาสภาพสมบูรณ์ พบกล้วยไม้ป่าหลากหลายอยู่ทั่วไป ทัศนียภาพโดยรวมคล้ายทางภาคเหนือ บนจุดสูงสุดเป็นเส้นแบ่งเขตแดนไทย-พม่า มีลานกว้างสำหรับกางเต็นท์พักแรม สามารถชมทัศนียภาพได้รอบบริเวณ ระหว่างทางมีน้ำตกผาแดง จุดพักชมวิว และทางเดินศึกษาธรรมชาติที่สวยงาม และ น้ำตกบ้านบ่อหวี เป็นน้ำตกขนาด 7 ชั้น มีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก น้ำใสสะอาด เหนือขึ้นไปบนน้ำตกจะเป็นชายแดนไทย-พม่า มีฐานทหารรักษาการอยู่ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

ดอยอินทนนท์

ดอยอินทนนท์

ดอยอินทนนท์

ดอยอินทนนท์

ฮอตฮิตไม่มีตกเทรนด์สำหรับ ดอยอินทนนท์ หรือ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เพราะไม่ว่าจะรักการเที่ยวแบบชิล ๆ หรือลุย ๆ สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งนี้ ก็พร้อมต้อนรับด้วยความงดงามของธรรมชาติอย่างแท้จริง รวมถึงมีอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมเกือบทั้งวัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้มีผู้มาเยือนที่นี่อย่างไม่ขาดสาย

ส่วนสถานที่น่าสนใจ ณ ดอยอินทนนท์ ได้แก่ น้ำตกแม่ยะ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงามมากแห่งหนึ่ง เพราะน้ำซึ่งไหลลงมาจากหน้าผาที่สูงชัน 280 เมตร ลงมากระทบโขดหินเป็นชั้น ๆ เหมือนม่าน แล้วลงไปรวมกันที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง น้ำใสเย็นเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ, น้ำตกแม่กลาง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียว สูงประมาณ 100 เมตร ต้นน้ำอยู่บนดอยอินทนนท์ มีน้ำไหลตลอดปี มีความสวยงามตามธรรมชาติ, น้ำตกวชิรธาร เดิมชื่อ “ตาดฆ้องโยง” น้ำจะดิ่งจากผาด้านบนตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ในช่วงที่มีน้ำมากละอองน้ำจะสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณรู้สึกได้ถึงความเย็นและ ชุ่มชื้น

ถ้ำบริจินดา ภายในถ้ำลึกหลายกิโลเมตร เพดานถ้ำมีหินงอกหินย้อย หรือชาวเหนือเรียกว่า “นมผา” สวยงามมาก มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในถ้ำด้วย นอกจากนั้น ยังมีธารหิน เมื่อมีแสงสว่างมากระทบจะเกิดประกายระยิบระยับดังกากเพชรงามยิ่งนัก, น้ำตกสิริภูมิ ไหลมาจากหน้าผาสูงชัน เป็นทางยาวสวยงามมาก สามารถมองเห็นได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เป็นสายน้ำตกแฝดไหลลงมาคู่กัน

โครงการหลวงดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ในบริเวณดอยอินทนนท์ เป็นสถานีวิจัยดอกไม้เมืองหนาวเป็นหลัก นอกจากนั้นยังมีโครงการวิจัยสตรอว์เบอรรี โครงการศึกษาและรวบรวมพันธุ์เฟินชนิดต่าง ๆ โครงการวิจัยกาแฟ โครงการวิจัยฝรั่งคั้นน้ำ ไม้ผล เช่น สาลี่ พลับ กีวี ทิบทิมเมล็ดนิ่ม ฯลฯ ไม้ดอก เช่น แกลดิโอลัส กุหลาบ เยอบีรา ฯลฯ ผัก เช่น พริกหวาน มะเขือเทศ เซเลอรี ฯลฯ อีกทั้งยังมีพืชผักสมุนไพร และไม้ผลขนาดเล็ก ซึ่งจัดจำหน่ายภายใต้ตรา "ดอยคำ" นอกจากนี้ ยังมีประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าสนใจ ได้แก่ การทำนาข้าวขั้นบันไดของเผ่ากะเหรี่ยง ประเพณีกินวอของชาวเผ่าม้งบ้านขุนกลาง

พระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อ พ.ศ. 2530 และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ สร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อ พ.ศ. 2535 รอบบริเวณสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของดอยอินทนนท์ได้อย่างสวยงาม, ยอดดอยอินทนนท์ จุดสิ้นสุดของทางหลวงหมายเลข 1009 เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย (2,565 เมตร) มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี เป็นที่ตั้งสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศไทยและเป็นที่ประดิษฐานสถูปเจ้าอิน ทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้าย

น้ำตกห้วยทรายเหลือง น้ำตกขนาดกลาง มีน้ำไหลแรงตลอดปี และไหลจากหน้าผาลงมาเป็นชั้น ๆ เข้าทางเดียวกับน้ำตกแม่ปาน, น้ำตกแม่ปาน นับว่าเป็นน้ำตกที่ยาวที่สุดของเชียงใหม่ก็ว่าได้ น้ำจะตกลงมาจากหน้าผาซึ่งสูงกว่า 100 เมตร เป็นทางยาว ถ้ามองดูแต่ไกลจะเห็นสายน้ำยาวสีขาวตัดกับสีเขียวของต้นไม้ทำให้ดูเด่น น้ำที่ตกลงมายังเบื้องล่างกระทบโขดหินแตกเป็นฟองกระจายไปทั่วบริเวณทำให้มี ความชุ่มชื้น เบื้องล่างมีแอ่งน้ำรองรับอยู่ สามารถพักผ่อนลงอาบเล่นได้

เส้นทางศึกษาธรรมชาติบนดอยอินทนนท์ กิ่วแม่ปาน ระยะทางเดิน 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 3 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแท้จริง แต่การใช้เส้นทางนี้ต้องลงทะเบียนขอรับใบอนุญาตให้ใช้เส้นทาง โดยติดต่อที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์อุทยานฯ และควรจัดกลุ่มละไม่เกิน 15 คน, อ่างกาหลวง เส้นทางนี้มีระยะทาง 1,800 เมตร พื้นที่นี้เป็นหนองน้ำซับในหุบเขา จุดเด่นที่น่าสนใจ คือ ป่าดิบเขาระดับสูง ลักษณะของพรรณไม้เขตอบอุ่นผสมกับเขตร้อนที่พบเฉพาะในระดับสูง

ทั้งนี้ ก่อนการเข้าไปท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวควรมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ 0 5326 8550 ตลอด 24 ชั่วโมง และ โทรศัพท์ 0 5326 8577 ระหว่าง 08.00-17.00 น. หรือ www.doiinthanon.comhttp://www.doiinthanon.com/

ดอยอ่างขาง

ดอยอ่างขาง

ดอยอ่างขาง

ดอยอ่างขาง

เพราะอากาศบน ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ หนาวเย็นตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม อากาศเย็นจนน้ำค้างกลายเป็นน้ำค้างแข็ง จึงไม่แปลกหากนักเดินทางจะแวะเวียนไปท่องเที่ยว อีกทั้งบนดอยยังมีสถานที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่ พืชน้ำมัน สามารถชมแปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว ได้แก่ ท้อ บ๊วย พลัม สตรอเบอร์รี่ สาลี่ ราสเบอรี่ พลับ กีวี ลูกไหน เป็นต้น พืชผักเมืองหนาว เช่น แครอท ผักสลัดต่าง ๆ ฯลฯ แปลงไม้ดอก เช่น คาร์เนชั่น กุหลาบ แอสเตอร์ เบญจมาศ ฯลฯ จำหน่ายผลิตผลตามฤดูกาลที่ปลูกในโครงการฯ และมีที่พักบริการ เปิด 06.00-18.00 น. กิจกรรมท่องเที่ยวบนดอยอ่างขาง มีหลายอย่าง เช่น เดินเท้าศึกษาธรรมชาติ ขี่ฬ่อชมธรรมชาติ เป็นต้น สอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 0 5345 0107-9

สวนบอนไซ อยู่ในบริเวณสถานีฯ เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้เขตอบอุ่นและเขตหนาวทั้งในและต่างประเทศ ปลูก ดัด แต่ง โดยใช้เทคนิคบอนไซ สวยงามน่าชม และในบริเวณเดียวกันยังมีสวนสมุนไพร ฤดูท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม, หมู่บ้านคุ้ม ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฯ เป็นชุมชนเล็ก ๆ ประกอบด้วยผู้อยู่อาศัยหลายเชื้อชาติอยู่รวมกัน อาทิ ชาวไทยใหญ่ ชาวพม่าและชาวจีนฮ่อ ซึ่งได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนี้และเปิดร้านค้าบริการแก่นักท่องเที่ยว, จุดชมวิวกิ่วลม อยู่ทางด้านซ้ายมือก่อนถึงทางแยกซึ่งจะไปหมู่บ้านปะหล่องนอแลทางหนึ่ง และบ้านมูเซอขอบด้งทางหนึ่ง สามารถชมทะเลหมอกและวิวพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตก มองเห็นทิวเขารอบด้านและหากฟ้าเปิดจะมองเห็นสถานีเกษตรหลวงอ่างขางด้วย

หมู่บ้านนอแล ตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า คนที่นี่เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่องเชื้อสายพม่า แต่เดิมคนกลุ่มนี้อยู่ในพม่าและพึ่งอพยพมา มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง นับถือศาสนาพุทธ ทุกวันพระผู้คนที่นี่หยุดอยู่บ้านถือศีล จากหมู่บ้านนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์สวยงามของธรรมชาติบริเวณพรมแดน ไทย-พม่า, หมู่บ้านขอบด้ง เป็นที่ที่ชาวเขาเผ่ามูเซอดำและเผ่ามูเซอแดงอาศัยอยู่ร่วมกัน คนที่นี่นับถือผี มีวัฒนธรรมและความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการส่งเสริมจากโครงการหลวงในด้านการเกษตรและด้าน หัตถกรรมพื้นบ้าน บริเวณหน้าหมู่บ้านจะมีการจำลองบ้านและวิถีชีวิตของชาวมูเซอ, หมู่บ้านหลวง ชาวหมู่บ้านหลวงเป็นชาวจีนยูนานที่อพยพมาจากประเทศจีนในสมัยสงครามโลกครั้ง ที่ 2 และประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมเป็นหลัก อาทิ ปลูกผักผลไม้ เช่น พลัม ลูกท้อ และสาลี่

พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1 (ฝาง) หมู่ 12 บ้านยาง แสดงนิทรรศการจำลองโรงงานหลวงแห่งแรก เพื่อสื่อให้เห็นถึงการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาประเทศแบบบูรณาการของพระบาท สมเด็จพระจ้าอยู่หัวฯ เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 08.30-16.30 น. โทรศัพท์ 0 5329 3630 หรือ www.firstroyalfactory.org บริเวณรอบ ๆ เป็นหมู่บ้านที่ราบเชิงเขาลุ่มแม่น้ำงอน มีบ้านดินที่สื่อถึงวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิม แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น น้ำตกบ้านยาง แปลงสมุนไพร โรงไฟฟ้าพลังน้ำ วัดเจ้าแม่กวนอิมพระราชทาน ตลาดสด ทั้งนี้ การเที่ยวชมโครงการหลวงในพื้นที่ต่าง ๆ ศึกษารายละเอียดได้ที่ www.thairoyalprojecttour.com

ดอยเสมอดาว

ดอยเสมอดาว

ดอยเสมอดาว

ดอยเสมอดาว

ดอยเสมอดาว

ดอยเสมอดาว อยู่ในอาณาบริเวณของ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน เป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นและตก ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งขวาของแม่น้ำน่านตอนใต้ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้นักเดินทางแวะเวียนไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

โดยเฉพาะบริเวณ จุดชมวิวดอยเสมอดาว และ ผาหัวสิงห์ ที่เป็นจุดที่ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าและตกยามเย็น ซึ่งท่านสามารถมองเห็นได้รอบทิศทาง เห็นวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำน่านที่ทอดยาวในหุบเขา และเห็นยอดผาชู้ที่ตั้ง ตระหง่านอยู่ข้างหน้า และสามารถมองเห็นตัวเมืองนา น้อย ไร่ นา ของชาวบ้าน รวมถึงมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้ท่านได้เดินเที่ยวชมกัน บรรยากาศสวยงาม

ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตู้ ปณ.14 อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน 55150 โทรศัพท์ 081-224-0800

ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ อำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย กำลังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของอำเภอแม่ริมไปซะแล้ว ด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม มองเห็นวิวทิวเขาซับซับซ้อน แถมยามค่ำคืนฟากฟ้าแวดล้อมไปด้วยดวงดารา ส่องแสงประกายระยิบระยับ

อีกทั้งยังเป็นสถานที่พักแห่งใหม่ของโครงการหลวง เพิ่งเปิดตัวไม่เมื่อปลายปี พ.ศ. 2552 ในรูปแบบ "แคมปิ้ง รีสอร์ท" ที่กลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมชูความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบาย เช่น ในเต้นท์มีบริเวณส่วนตัว มีห้องน้ำส่วนตัว น้ำร้อน ไฟฟ้า และเครื่องใช้ครบครัน ประหนึ่งอยู่ในห้องพักโรงแรม แต่พิเศษกว่าตรงที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เพราะเพียงแค่คุณเปิดหน้าต่าง สายลมเย็น ๆ วิวขุนเขา สายหมอก ก็โผล่รอต้อนรับ แถมยามค่ำคืนดาวน้อยใหญ่จะค่อย ๆ ส่องประกายแวววับให้มองเพลิน ๆ

นอกจากนี้ หลังดื่มด่ำกับความงดงามของทัศนียภาพกันพักใหญ่ ท้องไส้ก็เริ่มร้องหาอาหารอร่อย ๆ อะ ๆ ไม่ต้องมองไปไหนไกล ที่ ม่อนแจ่ม มีร้านอาหารที่นำผลิตผลท้องถิ่นที่ปลูกเอง มาปรุงให้รับประทานกันด้วย ผัก ๆ สด ๆ หวานกรอบ และถ้ากินอิ่มแล้วอยากยืดแข้งขืดขา ก็สามารถไปเดินชมแปลงสตรอเบอร์รีผลสีแดงสด หรือไปเดินเล่นรอบเขาที่มีวิวสวย ๆ ก็ได้

ดอยปุย

ดอยปุย

ดอยปุย

ดอยปุย เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ สภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่จะหนาวเย็นและชุ่มชื้น เนื่องจากได้รับไอน้ำจากเมฆหมอกที่ปกคลุมอยู่เกือบตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในพื้นที่อยู่ระหว่าง 10-12 องศาเซลเซียส ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว ได้แก่ ยอดดอยปุย สูง 1,658 เมตร จากระดับน้ำทะเล บนยอดดอยปกคลุมด้วยป่าสนเขาผืนใหญ่ และเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง ใกล้กับยอดดอยปุยมีสถานที่สำหรับกางเต็นท์ ซึ่งสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 250 คน

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน มาประทับแรมที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงงานและเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ มีลักษณะเป็นแผนผัง แบบเรือนไทยภาคกลางที่เรียกว่า "เรือนหมู่" มีรูปแบบสถาปัตยกรรม เป็นไทยประเพณีประยุกต์ ก่ออิฐถือปูน ยกพื้นสูงหลังคาทรงไทย และเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชม 2 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงเช้า (08.30 - 11.30 น.) และช่วงบ่าย (13.00 - 15.30 น.) ปิดพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เวลา 16.30 น. อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชม สำหรับชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท

หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง (แม้ว) ดอยปุย บริเวณหมู่บ้านจำหน่ายของที่ระลึกจำนวนมากซึ่งมีทั้งที่ผลิตภายในหมู่บ้าน และนำมาจากที่อื่นวางขายให้แก่นักท่องเที่ยว มีพิพิธภัณฑ์ม้ง สวนดอกไม้ซึ่งมีบริการถ่ายรูปแต่งชุดชาวเขา บริเวณรอบ ๆ หมู่บ้านมีทิวทัศน์ที่สวยงาม สามารถมองเห็นดอยอินทนนท์ได้ นักท่องเที่ยวสามารถไปเยี่ยมชมได้สะดวกเพราะอยู่ใกล้ตัวเมือง, สันกู่ ตั้งอยู่บริเวณเส้นทางไปลานกางเต็นท์ดอยปุย ห่างจากพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ประมาณ 4 กิโลเมตร เส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยว และลาดชัน ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง สันนิษฐานว่าโบราณสถานสันกู่มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 19-22

สถานีวิจัยดอยปุย หรือเรียกว่า สวนสองแสน ตั้งอยู่ที่ถนนศรีวิชัย ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง เป็นแปลงทดลอง 74 ไร่ 1 งาน 97.5 ตารางวา สวนนี้นับเป็นสวนประวัติศาสตร์ของการเกษตรบนที่สูง คือเป็นสวนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 200,000 บาท เพื่อทรงสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาบนที่สูง เพื่อการจัดหาพื้นที่เพิ่มเติมให้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินการศึกษาวิจัยขอองมูลนิธิโครงการหลวง ในการดำเนินการวิจัยทดลองและขยายพันธุ์พืชเขตหนาว

ทั้งนี้ สอบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ 0 5329 5041 ตลอด 24 ชั่วโมง และ 0 5321 0244 ระหว่าง 08.00-17.00 น.


ดอยแม่สลอง

ดอยแม่สลอง

ดอยแม่สลอง

ดอยแม่สลอง

เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านสันติคิรี เดิมชื่อบ้านแม่สลองนอก เป็นชุมชนผู้อพยพจากกองพล 93 จากสหภาพพม่าเข้ามาในเขตไทย จำนวนสองกองพันคือ กองพันที่ 3 เข้ามาอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และกองพันที่ 5 อยู่ที่บ้านแม่สลองนอก ตั้งแต่ พ.ศ. 2504 ในเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ดอกนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งเป็นซากุระพันธุ์ที่เล็กที่สุด สีชมพูอมขาวจะบานสะพรั่งตลอดแนวทางขึ้นดอยแม่สลอง เป็นพันธุ์ไม้ที่หาชมได้ยากในเมืองไทย เพราะเจริญเติบโตอยู่แต่เฉพาะในภูมิอากาศหนาวจัดเท่านั้น

จุดน่าสนใจบนดอยแม่สลอง ได้แก่ ชมไร่ชาและศึกษาวิธีการผลิตชา ขี่ม้าชมทิวทัศน์รอบหมู่บ้านเจียงจาใส และอนุสรณ์สถานอดีตทหารจีนคณะชาติภาคเหนือ ประเทศไทย ศึกษาเรื่องราว ประวัติของชาวดอยแม่สลอง มีไกด์นำชม และเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. ค่าเข้าชม 30 บาท โทรศัพท์ 0 5376 5170, 0 5376 5180 ศูนย์ประสานงานนำเที่ยวชุมชุน Homestay และกางเต็นท์ โทรศัพท์ 0 5371 0024, 08 5038 6362 อบต. แม่สลองนอก โทรศัพท์ 0 5376 5129

การเดินทาง ใช้เส้นทางเชียงราย-แม่จัน 28 กิโลเมตร เลยจากอำเภอแม่จันไป 1 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไป 23 กิโลเมตร ผ่านหมู่บ้านผาเดื่อ ซึ่งเป็นจุดแวะชมและซื้อหัตถกรรมชาวเขา จากนั้นเดินทางจากบ้านอีก้อสามแยก (ทางขวาไปหมู่บ้านเทิดไทย) ตรงไปดอยแม่สลอง ระยะทาง 10 กิโลเมตร รวมระยะทางจากเชียงราย 64 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย และจากดอยแม่สลองมีถนนเชื่อมต่อไปถึงบ้านท่าตอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทาง 45 กิโลเมตร ในกรณีไม่ได้ขับรถมาเองให้ขึ้นรถประจำทางจากตัวเมืองเชียงรายไปต่อรถสองแถว ที่ปากทางขึ้นดอยแม่สลอง

ภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า

ภูชี้ฟ้า หรือ วนอุทยานภูชี้ฟ้า ตั้งอยู่ที่ตำบลทับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น อยู่ห่างจากดอยผาตั้ง 25 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า อยู่สูงจากระดับทะเลประมาณ 1,628 เมตร โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว บนยอดภูชี้ฟ้าเป็นทุ่งหญ้ากว้าง ภูชี้ฟ้าอยู่ห่างจากผาตั้ง 26 กิโลเมตร

การเดินทาง ใช้เส้นทางเชียงราย-เทิง ระยะทาง 64 กิโลเมตร และจากเทิง-บ้านปี้ ระยะทาง 6 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1155 ผ่านบ้านปางค่า บ้านเชงเม้ง เป็นทางลาดยาง ถึงภูชี้ฟ้าระยะทาง 42 กิโลเมตร หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 1021 สายเทิง-เชียงคำ-บ้านฮวก ก่อนถึงเชียงคำ 6 กิโลเมตร มีทางแยกไปอุทยานแห่งชาติน้ำตกภูซาง อีก 19 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อไปยังภูชี้ฟ้าอีก 30 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถนำรถไปจอดไว้ที่ลานจอดรถวนอุทยานภูชี้ฟ้าแล้วเดินเท้าไป จุดชมวิวประมาณ 700 เมตร

ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วนอุทยานภูชี้ฟ้า โทรศัพท์ 08 1883 4510 และ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โทรศัพท์ 0 5371 0195-6

แม่ฮ่องสอน

ปาย

ปาย

ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมืองเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขาสูงตระหง่าน เป็นรอยต่อชายแดนไทย - พม่า ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด ที่แห่งนี้มักปกคลุมด้วยสายหมอก ละอองน้ำจาง ๆ ยามเช้า และด้วยวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน ทำให้เมือง ปายยังคงความเป็นธรรมชาติ ไว้สูง ความเจริญทางวัตถุยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงที่นี่ได้มากนัก เอกลักษณ์เหล่านี้ดึงดูดนักเดินทางให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์ของ เมืองปายได้นักต่อนัก

ในอดีต เมืองปายมักรู้จักเฉพาะกันเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งต่อมา ก็เป็นที่นิยมท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทย และเมืองปายถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในเมืองปาย มักจะไม่พลาดเที่ยวชม ถนนคนเดินปาย ซึ่งจัดขึ้นในถนน ชัยสงคราม บริเวณท่ารถปาย ทั้งถนนจะปิดการจราจร ให้นักท่องเที่ยวเดินเลือกซื้อสินค้า ทั้งจากสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นของชาวเขา ตลอดจนสินค้าอื่น ๆ ทั่วไป โดยเฉพาะของฝาก ของที่ระลึก เสื้อผ้า รูปภาพ โปสการ์ด ตลอดจนร้านอาหาร ที่พัก แหล่งบันเทิงต่าง ๆ จะมีอยู่เรียงรายในถนนเส้นนี้ และกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวยอดนิยม คือการเขียนโปสการ์ด ส่งไปจากปาย เมืองปายจึงมีร้านโปสการ์ดและร้านกาแฟ มีอยู่ทั่วไปในถนนคนเดิน

เขาค้อ

เขาค้อ

เขาค้อ เป็นชื่อเรียกรวมทิวเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาเพชรบูรณ์ ในเขตอำเภอเขาค้อ เหตุที่เรียกกันว่า "เขาค้อ" เพราะป่าบริเวณนี้เดิมมีต้นค้อซึ่งเป็นไม้ตระกูลปาล์มขึ้นอยู่มาก ภูมิอากาศบนเขาค้อเย็นสบายตลอดปีแม้ในฤดูร้อน และค่อนข้างเย็นจัดในฤดูหนาว รวมทั้งมีทัศนียภาพสวยงาม จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์ ประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนมากมาย ยอดเขาค้อมีความสูงประมาณ 1,174 เมตร เหนือระดับทะเล เขาย่าสูง 1,290 เมตรและเขาใหญ่ สูง 865 เมตร นอกจากนั้นยังมีเขาตะเคียนโง๊ะ เขาหินตั้งบาตร เขาห้วยทรายและเขาอุ้มแพ

จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบริเวณเขาค้อมีหลายแห่ง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสู้รบกับคอมมิวนิสต์ ได้แก่ อนุสาวรีย์จีนฮ่อ พิพิธภัณฑ์อาวุธ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ นอกจากนี้ ยังมีพระบรมธาตุเจดีย์ พระตำหนักเขาค้อ น้ำตก ส่วนที่พักบนเขาค้อ มีให้เลือกหลายแห่ง ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณตำบลทุ่งสมอและแคมป์สน ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเขาค้อประมาณ 30 กิโลเมตร ที่พักที่อยู่ใกล้ที่สุดได้แก่ บ้านพักทหารม้า กิโลเมตรที่ 28 ทางหลวงหมายเลข 2196 กองพลทหารม้าที่ 28 และเรือนพักผู้ติดตามอยู่ใกล้กับพระตำหนักเขาค้อและเขาย่า นอกจากนี้ ยังมีรีสอร์ทต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ตามเส้นทางขึ้นเขาค้ออีกหลายแห่ง

ภูทับเบิก

ภูทับเบิก

ภูทับเบิก

ภูทับเบิก

ภูทับเบิก อยู่ห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 90 กิโลเมตร มีความสูงจากระดับทะเลประมาณ 1,768 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา มีอากาศบริสุทธิ์ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล ตอนเช้ามีกลุ่มเมฆ และทะเลหมอกตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์

ปัจจุบันภูทับเบิกเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับเบิก หมู่ 14 และหมู่ 16 โดยอยู่ในความดูแลของศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ ในราวเดือนธันวาคม-มกราคม จะมีดอกซากุระหรือนางพญาเสือโครงสีชมพูบานสะพรั่งไปทั้งภูเขา นอกจากนี้ ในยามค่ำคืนยังมองเห็นแสงไฟระยิบระยับจากบ้านเรือนในอำเภอหล่มสักที่อยู่ เบื้องล่าง เปรียบได้กับ "ดาวบนดิน" จากสภาพดังกล่าว ทำให้ภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวที่นิยมสัมผัสบรรยากาศหนาวเย็น วิถีชีวิตชาวเขา และแหล่งธรรมชาติบริสุทธิ์ ภายใต้คำกล่าวที่ว่า "นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน"

นอกจากนี้ ยังไม่ควรพลาดไปชมแปลงปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในโลกและหมู่บ้านชาวเขา เพราะในช่วงปลายฝนต้นหนาว ภูทับเบิก จะสวยงามมาก เนื่องจากจะมีแปลงปลูกกะหล่ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งชาวไทยภูเขาเผ่าม้งปลูก รวามถึงสถานีวิจัยเพชรบูรณ์ แปลงทดลองทับเบิก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นสถานีสาธิตปลูกพืชเกษตรเมืองหนาว เช่น สตรอเบอร์รี่ สาลี่ พลัม ท้อ และจำหน่ายผลผลิตสด ๆ ที่แปลง ตามฤดูกาล และจุดชมวิวดูดาวบนดินและลานกางเต็นท์ เป็นจุดที่สามารถดูดาวบนดินได้ครบทั้ง 4 กลุ่ม คือ จุดยอดภูทับเบิกมีระดับความสูงประมาณ 1,768 เมตร จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์และดูดาวบนฟ้า และจุดดูดาวบนดินทั้ง 4 กลุ่ม ได้อย่างสวยงามตลอดค่ำคืน และมีห้องน้ำไว้บริการนักท่องเที่ยว

ภูเรือ

ภูเรือ

ภูเรือ

ภูเรือ

ภูเรือ หรือ อุทยานแห่งชาติภูเรือ ตั้งอยู่ในเขตตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เป็นภูเขาสูงใหญ่ บนยอดเขาเป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีต้นสนขึ้นสลับซับซ้อน มีลักษณะแปลกคือ มีส่วนหนึ่งเป็นผาชะโงกยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาใหญ่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขา อากาศเย็นตลอดปี และเป็นอุทยานที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะหนาวเย็นมาก จนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้าจะแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ภาษาพื้นเมือง เรียกว่า "แม่คะนิ้ง" มีเนื้อที่ประมาณ 75,525 ไร่ ช่วงเดือนที่เหมาะที่จะมาเที่ยวคือเดือนตุลาคม-มีนาคม

สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ได้แก่ จุดชมทิวทัศน์เดโช เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ในวันที่อากาศดีนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นภูต่าง ๆ ของเมืองเลยได้, ผาโหล่นน้อย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมาก จากจุดนี้จะมองเห็นภูหลวง ภูผาสาด ภูครั่ง และทะเลภูเขาสลับซับซ้อน, ผาซับทอง หรือ ผากุหลาบ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นหน้าผาสูงชัน และแหล่งน้ำซับที่มีพืชน้ำไลเคนสีเหลืองคล้ายสีทองขึ้นเต็มไปทั่ว

น้ำตกห้วยไผ่ ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน มีความสูงประมาณ 30 เมตร น้ำตกแห่งนี้นำไปใช้ทำน้ำประปาในอำเภอภูเรือด้วย, ยอดภูเรือ เป็นจุดที่สูงที่สุดในอุทยานฯ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,365 เมตร บริเวณโดยรอบเป็นลานหินที่มีทุ่งหญ้าขึ้นแซมสลับกับป่าสน มีทั้งสนสองใบที่ขึ้นตามธรรมชาติและสนสามใบ ที่เป็นสนปลูก จากจุดนี้ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นแม่น้ำเหืองและ แม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาวได้

ทั้งนี้ อุทยานฯ มีบริการบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว ติดต่อขอรายละเอียดและสำรองที่พักล่วงหน้าได้ที่ ที่ทำการอุทยานฯ โทรศัพท์ 0 4280 1716, 0 4280 7625 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทรศัพท์ 0 2562 0760 หรือ www.dnp.go.th

ส่วนการเดินทาง จากตัวเมืองเลยใช้ทางหลวงหมายเลข 203 เส้นทางเลย-ภูเรือ ระยะทางประมาณ 54 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 49-50 ตรงที่ว่าการอำเภอภูเรือ เข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร รถยนต์สามารถขึ้นได้ และมีทางเดินเท้า 700 เมตร ก็จะถึงยอดภูเรือ

เชียงคาน

เชียงคาน

เชียงคาน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขงสงบเงียบ ในย่านชุมชนยังคงมีห้องแถวไม้ บ้านไม้เก่าแก่ที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ เป็นเสน่ห์ที่สุดคลาสสิกของเชียงคาน บางแห่งตกแต่งทำเป็นที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้าสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนแบบสบาย ๆ ใกล้ชิดกับชุมชน

ซึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ คือตักบาตรตอนเช้า ชมวัด และล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งโขง สินค้าที่ขึ้นชื่อของเชียงคานคือผ้านวม มะพร้าวแก้ว ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนไม่ควรพลาดที่จะซื้อเป็นของฝาก ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานเลย โทรศัพท์ 0-4281-2812, 0-4281-1405


เขาใหญ่

เขาใหญ่

เขาใหญ่

เขาใหญ่

เขาใหญ่ หรือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีอาณาเขตครอบคลุม 4 จังหวัด คือ จังหวัดสระบุรี นครราชสีมา ปราจีนบุรี และนครนายก ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย อุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานานาชนิด อีกทั้งยังได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2548

มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวและประกอบกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตั้งอยู่ กิโลเมตรที่ 24 ถนนธนะรัชต์ เส้นทางขึ้นเขาใหญ่ด้านอำเภอปากช่อง สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2505 ประชาชนมักแวะไปกราบไหว้ขอโชคลาภและขอพรอยู่เสมอ, น้ำตกกองแก้ว เป็นน้ำตกเตี้ย ๆ ในฤดูฝนดูสวยงามมาก เหมาะแก่การเล่นน้ำ, น้ำตกผากล้วยไม้ เป็นน้ำตกขนาดกลางในห้วยลำตะคอง บริเวณน้ำตกมีกล้วยไม้หวายแดงขึ้นอยู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของน้ำตกแห่งนี้

น้ำตกเหวสุวัต เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป มีจุดชมน้ำตกในระยะไกลที่สามารถมองผ่านแมกไม้เห็นภาพของน้ำตกทั้งหมดในมุม สูงได้สวยงาม หรือหากต้องการสัมผัสกับสายน้ำตกและแอ่งน้ำด้านล่าง ก็มีทางเดินลัดเลาะลงไปได้ แต่ในช่วงฤดูฝนน้ำจะมาก ไหลแรง และเย็นจัดควรระมัดระวังอันตราย, น้ำตกเหวนรก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสูงที่สุดของอุทยานฯ น้ำตกมีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านหน้าผาชั้นนี้จะพุ่งลงสู่หน้าผาชั้นที่ 2 และ 3 ที่อยู่ถัดลงไปใกล้ ๆ กันในลักษณะชันดิ่ง 90 องศา รวมความสูงไม่ต่ำกว่า 150 เมตร ในฤดูฝนสายน้ำที่ไหลทะลักไปสู่หุบเหวเบื้องล่างจะแรงมากจนน่ากลัว

หอดูสัตว์ เป็นสถานที่จัดทำขึ้นสำหรับการดูสัตว์ป่า ผู้ที่สนใจสามารถเข้าใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น. นอกจากนี้ ในบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.4 (คลองปลากั้ง) ยังได้จัดให้มีหอดูสัตว์ชมกระทิง โดยอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ประมาณ 2 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในทุ่งหญ้าติดชายป่า เชิงสันเขากำแพง ในเวลาเย็นจะมีฝูงกระทิงออกหากินบริเวณใกล้ ๆ

ทั้งนี้ อุทยานฯ มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว วันละ 2,000 คน ดังนั้น ผู้ประสงค์จะเข้าไปเที่ยวในอุทยานฯ กรุณาสอบถามหรือติดต่อล่วงหน้าที่ โทรศัพท์ 0 3736 5033, 08 1877 3127, 08 6092 6531 (ตลอด 24 ชั่วโมง) และเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและไม่เป็นการรบกวนการดำรงชีวิตสัตว์ป่า ห้ามนำสัตว์เลี้ยงขึ้นไปบนอุทยาน และห้ามรถยนต์ขนาดมากกว่า 40 ที่นั่ง รถสองชั้นหรือมีความสูง 3.50 เมตร ขึ้น – ลงเส้นทางระหว่างด่านศาลเจ้าพ่อ อำเภอปากช่อง ถึงที่ทำการอุทยานฯ สำหรับการขึ้น –ลงเส้นทางระหว่างด่านเนินหอม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ถึงที่ทำการอุทยาน ห้ามขึ้น – ลง ระหว่างเวลา 16.00 – 06.00 น.

และนี่เป็นเพียงที่เที่ยวหน้าหนาวเพียงไม่กี่แห่งที่เราหยิบมาบอกกัน แต่จริง ๆ แล้วสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยที่สวยงามยังมีเพียบ ใครอยากออกไปสัมผัสสายลมหนาวก็ต้องออกไปเที่ยวเมืองไทยกันนะจ๊ะ





ขอขอบคุณข้อมูลจาก

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม