เปิดโลกยนตรกรรม : คู่มือซื้อรถคันแรก 'ทอน 1 แสน' เลือกซื้ออย่างไรดี โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี เปิดรถในเงื่อนไข |
| หาซื้อบีคาร์ได้อัตราการคืนภาษีสูง รถที่ไม่ได้คืนภาษี
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ
|
รถยนต์ ดารา ดูดวง ฟังเพลง หาเพื่อน แชท ข่าว ผู้หญิง วาไรตี้...
เปิดโลกยนตรกรรม : คู่มือซื้อรถคันแรก 'ทอน 1 แสน' เลือกซื้ออย่างไรดี โดย...ยุทธพงษ์ ภาษี เปิดรถในเงื่อนไข |
| หาซื้อบีคาร์ได้อัตราการคืนภาษีสูง รถที่ไม่ได้คืนภาษี
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ
|
รัฐบาลเตรียมจัดงานเปิดตัวโครงการ "รถคันแรก" 4-8 ต.ค. นี้ ลีสวิ่งจ่อดาวน์เพิ่มจากขั้นต่ำอีก 5 % ยันได้เงินคืนโปะลดเงินต้นได้
แม้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้นโยบายรถคันแรกจะมีความชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ และล่าสุดรัฐบาลเตรียมงเปิดโครงการ "รถคันแรก" อย่างเป็นทางการ ที่อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี ในวันที่ 4-8 ตุลาคม 2554 โดย นายชลิต ศิลป์ศรีกุล รองประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าวได้มีการขอความร่วมมือจากภาคเอกชน ทั้งค่ายรถยนต์และสถาบันการเงิน ในการโหมแคมเปญในโครงการรถคันแรก และคาดว่าน่าจะได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชน
ด้านกลุ่มสถาบันการเงินก็ออกมาแสดงความชัดเจนมาขึ้น โดย นาย อิสระ วงศ์รุ่ง บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ในฐานะประธานกรรมการสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย กล่าวว่า สถาบันการเงินกำลังพิจารณาเพิ่มเงื่อนไขเป้นกรณีพิเศษ สำหรับลูกค้าดครงการรถคันแรก โดยกำลังพิจารณาเพิ่มเงินดาวน์จากขั้นต่ำอีก 5% เพื่อทำการจำกัดสิทธิ์ให้อยู่ในกลุ่มลุกค้าที่ต้องการซื้อรถจริงๆ และป้องกันการใช้สิทธิ์ซื้อแทนกัน
"สำหรับในกรณีที่ลูกค้าบางรายอยากจะนำเงินที่ได้จากการคืนภาษีมาโปะสินเชื่อเช่าซื้อนั้นสามารถทำได้ โดยใช้เงินไปลดเงินต้นและคำนวนค่าเช่าซื้อใหม่จากเงืนต้นที่คงเหลือตามระยะเวลาที่ต้องการ
ในที่สุดก็เปิดผ้าคลุมออกมาเสียทีสำหรับว่าที่ซุปเปอร์คาร์คันใหม่จาก Porsche ที่หลังจากตามติดกันมานานแสนนานค่ายนี้ก็เปิดโฉมหน้าที่แท้จริงของ Porsche 911 Carrera ที่เต็มตากับความงามของรถรุ่นยอดนิยมจากค่าย Porsche
การมาของ Porsche 911 Carrera นั้น ได้รับความสนใจอย่างมากทั่วโลก มีการแอบถ่าย คลิป วีดีโอ ข้อมูลดิบ และอื่นๆอีกมากที่ทำให้หลายคนจับตาโดยเฉพาะ เมื่อ Porsche ยุคใหม่นี้ก้าวไปอีกขั้น ที่ทำให้รถสปอร์ตยอดนิยมคันนี้เป็นการบ้านงานหนัก และวันนี้ก็เป็นการเปิดเผยข้อมูลครั้งแรกก่อนที่จะไปอวดโฉมกันในงานที่ frankfurt auto show
2012 Porsche 911 Carrera
2012 Porsche 911 Carrera ใหม่กลับมาพร้อมด้วยการนำเอาองค์ความรู้ที่มีตลอดหลาย 10 ปี ที่ผ่านมาจับมาคลุกเคล้าที่เริ่มกันตั้งแต่โครงสร้างที่ทำมาจาก Aluminum น้ำหนักเบาหนักเพียง 45 กิโลกรัม ก่อนจัดการเพิ่มระยะฐานล้ออีก 100 มิลลิเมตรจากรถรุ่นก่อนหน้า เพิ่มความกว้างระหว่างล้อทางด้านหน้า แล้วออกแบบคงความเป็นหน้ากบตามแบบ Porsche แต่ให้ความลื่นไหลภายใต้หลักอากาศพลศาสตร์ ที่มีค่าสัมประสิทธิ์เพียง 0.29 Cd เท่านั้น
ในห้องโดยสาร Porsche 911 Carrera ใหม่มาพร้อมการออกแบบที่ถอดจากรถรุ่นใหม่ๆของค่ายที่อาจจะคุ้นเคยใน Porsche Panamera หรือ Carrera GT ผสานเอาความคลาสสิคมาคลุกเคล้าความนำสมัยด้วยจอ multifunction ความละเอียดสูง แต่ที่หลายคนสนใจนั้นก็คงไม่พ้นเรื่องของเครื่องยนต์ตัวแรงที่จะให้เร้าใจในการขับขี่
ขุมพลังในเจ้ากบรุ่นใหม่นี้มาพร้อม 2 ทางเลือกตามแต่ละรุ่น โดยใน Porsche 911 Carrera สวมวิญญาณสปอร์ตจากเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบ ขนาด 3.4 ลิตร เบ่งพลัง 350 แรงม้าจากโรงงาน ให้อัตราเร่ง 0- 100 ใน 4.4 วินาที เรื่องประหยัดก็สบายหายห่วงที่ 8.2 ลิตร /100 กิโลเมตร
2012 Porsche Carrera S
ด้านCarrera S นั้น ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดกับเครื่องยนต์ 3.8 ลิตร 6 สูบเช่นกัน แต่ครั้งนี้ไต่เพดานถึง 400 แรงม้า หรือมากกว่ารุ่นก่อนหน้า 15 แรงม้า เร่ง 0-100 ได้ใน 3.9 วินาทีเท่านั้น มาพร้อมอัตราประหยัดมากกว่าเล็กน้อยที่ 8.7 ลิตร / 100 กิโลเมตร
จุดเด่นที่ถือว่าเป็นหนึ่งเดียวที่จะได้สัมผัสนั้นคงไม่พ้นความมันส์กับระบบเกียร์ธรรมดา หนึ่งเดียวที่มากถึง 7 สปีด แต่ยังมาพร้อมระบบควบคุมการทรงตัวให้การขับขี่กระฉับกระเฉงด้วย Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) เฉพาะในรุ่น Carrera S ที่ช่วยให้เข้าโค้งได้กระฉับกระเฉงสั่งได้ดั่งใจมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ 2012 Porche 911 Carrera และ Porsche Carrera S จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานFrankfurt auto show ที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า ส่วนการวางจำหน่ายในโชว์รูมนั้นจะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2012 โดยสตาร์ทราคาขายที่ 82,100 ดอลล่าร์ และ Carreara S เปิดราคาที่96,400 ดอลล่าร์
| ข่าวในประเทศ - ยักษ์ใหญ่โตโยต้าประกาศยอดขายรถยนต์ทุกยี่ห้อ 8 เดือน 583,958 คัน เพิ่มขึ้น 19.6% เหตุค่ายรถญี่ปุ่นได้เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อเร่งส่งมอบรถค้างจองให้เร็วขึ้น นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์เดือนสิงหาคม 2554 มีปริมาณการขายทั้งสิ้น 79,043 คัน เพิ่มขึ้น 20.3% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 35,545 คัน เพิ่มขึ้น 26.4% รถเพื่อการพาณิชย์ 43,498 คัน เพิ่มขึ้น 15.7% รวมทั้ง รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ จำนวน 37,309 คัน เพิ่มขึ้น 14.8% | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ทางด้านตลาดรถยนต์สะสม 8 เดือนแรก มีปริมาณการขาย 583,958 คัน เพิ่มขึ้น 19.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 24.3% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น16.1% เป็นผลมาจากความนิยมอย่างต่อเนื่องของรถยนต์รุ่นใหม่ๆ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อยู่ในเกณฑ์ดีสะท้อนจากราคาสินค้าเกษตรที่ยังคงขยายตัว อัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำ และการขยายตัวของสินเชื่อทั้งภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน คาดว่าตลาดรถยนต์ในเดือนกันยายนยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากการเพิ่มกำลังการผลิตของค่ายรถญี่ปุ่น ความนิยมต่อเนื่องในรถยนต์รุ่นใหม่ และมาตรการลดภาษีรถยนต์คันแรกที่มีผลบังคับใช้ทันที แต่ทั้งนี้ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศอาจส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ได้ ยอดจำหน่ายรถยนต์รวม
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ยอดจำหน่ายรถยนต์นั่ง
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ยอดจำหน่ายรถกระบะ 1 ตัน
|
กลับมาอีกครั้งแล้ว สำหรับข่าวสารวงการรถยนต์ นำข่าวรถยนต์จากค่าย Tata มาฝาก พี่ๆ น้องๆ กันบ้างครับ
ซึ่งล่าสุดทาง Thaicarlover.com ได้ข่าวมาว่า
ค่ายรถแดนภารตะ “ทาทา” ดิ้นหนีตายอุตลุด ไม่เพียง 4 ค่ายยักษ์ใหญ่จ่อคิวเปิดตัวปิกอัพโฉมใหม่ถล่มตลาด ยังเจอสถานการณ์ความไม่แน่นอนของปริมาณก๊าซซีเอ็นจี และนโยบายปรับราคาเพิ่มของรัฐบาลใหม่ ทำให้ยอดขายปิกอัพ “ทาทา ซีนอน ไจแอนต์ ซีเอ็นจี” (Tata Xenon Giant CNG) ชะลอตัวแรง จนต้องปรับกลยุทธ์หนีตาย เตรียมหันมาเน้นเครื่องดีเซลคอมมอนเรลมากขึ้น
นอกจากนี้ Tata ยังเตรียมเปิดตัวปิกอัพรุ่นใหม่ “ทาทา ซีนอน แม็กซ์ แค็บ” (Tata Xenon Max Cab) เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ด้วยการจับรุ่นมีแค็บมาใส่กระบะพื้นเรียบ เพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มเถ้าแก่มากขึ้น เพราะสามารถบรรทุกของได้มากกว่า แต่เคาะราคาเท่ากับรุ่นมีแค็บธรรมดา
ขณะที่เก๋งเล็กยังยืนยันเดินหน้านำเข้าซิตี้คาร์ “ทาทา นาโน” มาทำตลาด ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปร 2011 ปลายปีนี้ เคาะราคาแบบเต็มกลืน 2.75 แสนบาท โดยปรับสเปกและอุปกรณ์มาตรฐานให้เหมาะสมกับลูกค้าชาวไทย เล็งเจาะกลุ่มสิงห์นักบิดสองล้อที่ต้องการขยับขึ้นมาใช้เก๋งคันแรก ฉีกหนีอีโค คาร์ที่กำลังเข้าสู่โหมดแข่งเดือดเร็วๆ นี้
ใกล้จะเข้าโค้งสุดท้ายของปี 2554 สัญญาณปี่กลองในเวทีตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะกลุ่มปิกอัพบ่งบอกว่ากำลังจะเปิดฉากฟาดฟันกันแล้ว เห็นได้จากการเปิดโรงงานเครื่องยนต์ดีเซลมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท ของเจนเนอรัล มอเตอร์ส หรือจีเอ็มในประเทศไทย เพื่อติดตั้งในปิกอัพ “เชฟโรเลต โคโลราโด” โฉมใหม่ ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในช่วงปลายเดือนกันยายน หรือต้นตุลาคมนี้
เช่นเดียวกับ “อีซูซุ ดีแมคซ์” โฉมใหม่ ที่มีข่าวลือสะพัดจะมาเขย่าตลาดช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะที่ “ฟอร์ด เรนเจอร์” ใหม่ จะเปิดสายการผลิตอย่างเป็นทางการ วันที่ 28 กันยายนที่จะถึงนี้ และหลังจากนั้นคงจะมีการแนะนำสู่ตลาดในอีกไม่นาน และแน่นอน “มาสด้า บีที-50” ใหม่ ที่ผลิตจากโรงงานเดียวกัน จะมีการผลิตในเวลาไล่ๆ กัน แม้จะเปิดตัวขายเป็นทางการต้นปีหน้าก็ตาม
อย่าพลาดติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถใหม่ รวมถึงความเคลื่อนไหวในวงการรถยนต์ทั้งไทย และต่างประเทศได้ใหม่กับ Thaicarlover.com ครับ
เป็นประเด็นร้อนท่ามกลางกระแสข่าวในช่วงนี้ สำหรับนโยบาย "รถคันแรก" ที่ให้สิทธิ์ผู้ที่มทีอายุตั้งแต่ 21 ปี ได้มีสิทธิเป็นเจ้าของรถยนต์ตามต้องการทั้งในกลุ่มซิตี้คาร์และกระบะ โดยมีเงื่อนไขราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท และเริ่มแล้ววันนี้ทั่วประเทศ
กระแสที่ได้รับการตอบรับดีจากประชาชนผ่านการวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา แต่นี่ถือเป็นนาทีทองสำหรับค่ายรถยนต์หลายเจ้าที่ต่างออกมาหน้าชื่นตาบานกันทั่วหน้า ตั้งแต่รายใหญ่จนถึงรายย่อย ที่ส่งซิกเคลื่อนไหวตั้งแต่วันแรกที่เคาะนโยบาย
ค่ายแรกที่ออกตัวแรงตั้งแต่วันแรกที่นโยบายเป็นรูปธรรมมากขึ้นนั้นดูทีท่าจะไม่พ้นค่ายรถยนต์ Mazda ที่ออกมาตอบรับกระแสรถยนต์คันแรก โดยนางสาว สุรีย์ทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลล์(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า รถยนต์ มาสด้า 2 เสียภาษีสรรพสามิตรในอัตรา 25% และสามารถได้ภาษีคืนสูงสุด 100,000 บาท ทั้งรุ่น 4 และ 5 ประตู ซึ่งยังให้ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อมดอกเบี้ยต่ำสุด 2.4 % ต่อปี และในโอกาสนี้ก็มอบฟรีค่าบำรุงรักษานาน 2 ปี ส่วนมาสด้า BT50 ก็เข้าข่ายเช่นกัน และพร้อมกันนี้ ทางบริษัทมอบโปรโมชั่นพิเศษเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าที่นำรถเก่ามาแลกรถใหม่ให้สูงสุด 15,000 บาท และยังมาพร้อมดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งด้วย
"โครงการนี้ทำให้ตลาดรถยนต์กลุ่ม 1.5 ลิตรหอมหวนมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร หรืออีโค่คาร์เองคงต้องชั่งใจเพิ่ม เนื่องจากกลุ่มบีคาร์นั้นจะได้รับอัตราคืนเงินตามโครงการนี้สูงกว่า ในขณะที่กลุ่มกระบะนั้นราคาอาจจะสูงแต่เมื่อคำนวนเงินที่จะได้คืนอาจจะได้แค่ 3-4 หมื่นเท่านั้น"
เครือ General Motor ที่มีแม่ทัพใหญ่ นาย มาร์ติน แอฟเฟิล ออกมาตอบรับนโยบายนี้เช่นกัน โดย บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดและบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) ออกแถลงการณ์ว่า โครงการนี้จะช่วยให้ผู้ซื้อที่กำลังตัดสินใจสามารถซื้อรถได้ง่ายขึ้น ซึ่งในส่วนของบริษัทนั้นมี chevrolet Aveo และ Chevrolet Colorado รวมถึงรุ่นใหม่ที่กำลังจะออกวางจำหน่ายในเร็วๆนี้เข้าข่ายตามโครงการ
"ด้วยกรอบเวลาและเงื่อนไขของนโยบาย กลุ่ม GM มองว่าอาจจะไม่ช่วยบรรลุตามวัตถุประสงค์ เนื่องจากความซับซ้อนในการดำเนินการ และเสนอให้กิดนโยบายนำรถเก่ามาแลกซื้อรถคัน ใหม่ ซึ่งเคยประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายๆ ประเทศ โดยผู้บริโภคจะได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากภาครัฐ เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้บริโภคเป็นเจ้าของรถคุณภาพดีได้ง่ายขึ้น นโยบายนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน อีกทั้งยังเป็นการควบคุมมลภาวะอันเกิดจากการที่รถเก่าปล่อยก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์อีกด้วย"
ด้าน นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล(ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยเกี่ยวนโยบาย "รถคันแรก" ว่า น่ายินดีที่ที่รัฐบาลตัดสินใจดำเนินนโยบายตั้งแต่วันที่ 16 กันยายนนี้ ซึ่งจะทำให้ตลาดไม่วุ่นวายเนื่องจากอาจทำให้คนชะลอการซื้อขาย และยังเป็นการกระตุ้นตลาดให้เกิดการซื้อด้วย
ทั้งนี้ตามแนวทางโครงการ "รถคันแรก" ที่จะมีการคืนภาษีสรรพสามิตรให้กับผู้ซื้อที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวนั้น จากการตรวจสอบการเก็บภาษีในรถยนต์ประเภทต่างๆที่ออกมาเป็นแนวนโยบาย พบว่า ปัจจุบันรถยนต์ที่มีเก็บเงินภาษีสรรพสามิตรมากที่สุด เป็นรถนั่งขนาดเล็กไม่เกิน 1500 ซีซี ที่มีราคาตั้งแต่ 5-7 แสนบาท เรียกเก็บที่ 25% แต่จะได้รับเงินคืนสุงสุดไม่เกิน 1 แสนบาท รองลงมาเป็นกลุ่มรถอีโค่คาร์ที่มีราคาตั้งแต่ 3.8 -5.42 แสนบาท เรียกเก็บที่ 17 % โดยจากการคำนวนราคาสุงสุดในตลาดพบว่า มีโอกาสได้รับเงินสูงสุดที่ 90,000 บาท
สำหรับกลุ่มกระบะนั้น กลับพบว่ามีการเสียภาษีสรรพสามิตรต่ำกว่าที่ 3 % และรุ่น 4 ประตูมีการเรียกเก็บที่ 12% ซึ่งเมื่อคำนวนเงินที่จะได้รับคืนนั้นจะอยุ่ที่ประมาณ 20,000 - 60,000 บาทเท่านั้น
นาย ชลิต ศิลป์ศรีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ในฐานะรองประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เปิดเผยหลังหารือร่วมกับนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เกี่ยวกับนโยบายรถคันแรก โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า หากมีการผิดนัดชำระ 3 เดือนติดต่อกัน บริษัททางการเงินจะมีหนังสือทวงถามหนี้ไปให้กับผู้เช่าซื้อ หากยังไม่มีการชำระหนี้ บริษัทไฟแนนซ์ก็สามารถยึดรถได้ทันที
Ford Fiesta 1.4 ลิตร สามารถเข้าโครงการรถคันแรกได้
หลังจากนั้นบริษัทไฟแนนซ์จะต้องยื่นเอกสารหลักฐานการผิดนัดชำระมายังกรมสรรพสามิตเพื่อทำการผ่อนปรนให้สามารถโอนรถยนต์ได้ต่อไป โดยในกรณีที่รถคันดังกล่าวถือครองเกิน 1 ปี แต่ไม่ครบ 5 ปี ในส่วนเงินที่ได้ตามโครงการนี้ทางกรมสรรพากรต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง แต่หากรถคันดังกล่าวขายทอดตลาดและมีเงินเหลทอก้จะตกเป็นของสรรพากรเช่นกัน
ในส่วนเงื่อนไขการเช่าซื้อ นายชลิต เปิดเผยว่า ปกติแล้วการเช่าซื้อมีการกำหนดเงินดาวน์ 20-25% จากราคารถยนต์คันดังกล่าว แต่จะมีการเพิ่มเงินส่วนนี้หรือไม่ ให้เป็นการตัดสินใจของแต่ละสภาบันการเงินต่อไป
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติการลดภาษีรถคันแรก 100,000 บาท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2554 เป็นต้นไป โดยเงื่อนไขจะคืนภาษีหลังจากซื้อ 1 ปี ซึ่งสามารถขอคืนได้จากฐานคำนวนภาษี ซึ่งแต่ละยี่ห้อจะได้รับเงินคืนไม่เท่ากัน
ล่าสุดกรมสรรพามิตร เปิดให้ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการคืนภาษีโครงการรถยนต์คันแรกแล้ว ประกอบไปด้วย
- แบบฟอร์ม คำขอคืนเงินและเงื่อนไขสาหรับรถยนต์คันแรก คลิก!
- แบบฟอร์ม หนังสือยินยอมสละสิทธิ์การโอนรถยนต์คันแรกภายใน 5 ปี คลิก!
- ตัวอย่าง แบบฟอร์ม หนังสือแจ้งผลการได้รับสิทธิจากกรมสรรพสามิต คลิก!
ตรวจสอบ รุ่น และ ราคารถที่เข้าร่วมโครงการรถยนต์คันแรก คลิกที่นี่
6 ซิตี้คาร์คุ้มค่า เมื่อคุณจะมีรถ "คันแรก"
ทั้งนี้หลักเกณฑ์การคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรก คือ
1.เป็นรถยนต์คันแรกของผู้ซื้อที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2554 จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2555
2.เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อคัน
3.เป็นรถยนต์นั่ง ขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร/รถกระบะ (Pick up)/รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (Double Cab)
4.เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ (รถยนต์จดประกอบ)
5.คืนเงินเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อคัน
6.ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
7.ผู้ซื้อต้องครอบครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
8.การคืนเงินจะคืนเมื่อครอบครองรถยนต์ 1 ปี ไปแล้ว (เริ่มจ่ายคืนให้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2555 เป็นต้นไป)
แนวทางการดำเนินงาน
1.ผู้ซื้อรถยนต์ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ต้องยื่นคำขอคืนเงินกับกรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ พร้อมเอกสารหลักฐาน ดังนี้
-หนังสือยินยอมสละสิทธิ์การโอนภายใน 5 ปี
-สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ซื้อ
-สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ในกรณีเช่าซื้อ)
2.กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่มีหนังสือถึงกรมการขนส่งทาง บกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัด เพื่อขอตรวจสอบการครอบครองรถยนต์คันแรก และแจ้งการสละสิทธิ์การโอนภายใน 5 ปีของผู้ซื้อ
3.กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจสอบและบันทึก "ห้ามโอนภายใน 5 ปี" ลงในคอมพิวเตอร์และในสมุดคู่มือการจดทะเบียน
4.กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัดส่งหนังสือรับรองการครอบครอง รถยนต์คันแรก และสำเนาคู่มือการจดทะเบียนที่บันทึก "ห้ามโอนภายใน 5 ปี" ให้กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่
5.กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ และสั่งจ่ายเช็คให้แก่ผู้ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป
ตรวจสอบ รุ่น และ ราคารถที่เข้าร่วมโครงการรถยนต์คันแรก คลิกที่นี่
เคาะกันเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้วสำหรับนโยบายโครงการรถยนต์คันแรกของภาครัฐบาล ที่แม้วันนี้โครงการจะยังไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจนในเรื่องอัตราที่คาดว่าจะได้รับคืน แต่ถ้าคุณกำลังคิดจะซื้อรถยนต์คันแรกในกลุ่มกระบะต่อไปนี้ เป็น 6 กระบะที่ควรจับตามองและรีบจับจองเป็นเจ้าของ
อันดับที่ 1 Nissan Navara
นาทีนี้ถ้าถามถึงรถกระบะที่ดีในตลาดทั้งสมรรถนะการบรรทุก การขับขี่ และราคาที่คุ้มค่า Nissan Navara ยังคงเป็นอันดับ 1 ที่เราอยากจะมากล่าวถึงกัน เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร สามารถทำอัตราประหยัดได้ดี มีให้เลือกแทบทุกรุ่น แต่ถ้าไม่ตะลุยอะไรมากบอกตามตรงว่าขับเคลื่อน 2 ล้อ ก็เพียงพอแล้ว ที่จะเอาไว้ใช้งาน ราคาตอนนี้เริ่มต้นที่ 5 แสนกลางๆ กับฟังชั่นที่เพิ่มเข้ามาใหม่หลายอย่าง ถือว่าต้องจับตามองเลยทีเดียว
อันดับที่ 2 Toyota Vigo
หลายคนคงสงสัยว่าทำไมเราแนะนำเป็นอันดับ 2 ค่ายนี้นั้นมีข้อดีที่ศูนย์บริการที่ครอบคลุม โดยเฉพาะต่างจังหวัดนั้นเยอะมาก ส่วนสมรรถนะก็พอโอเคแต่ถ้าคุณขับรถเร็ว-เร็วมากอาจจะต้องปรับแต่งหน่อยแต่ก็โอเคพอสมควร
อันดับที่ 3 New! Ford Ranger
คันนี้ต้องอดใจรอสักนี้แต่รับรองว่า งานนี้ดีแน่กับ Ford ranger ใหม่ ที่มาพร้อมความบึกบึน หลากความสามารถ รูปร่างอเมริกันแท้ แต่คงต้องอดใจรอกันสักประมาณเดือนหน้า ที่คร่าวพอมีข้อมูว่า คนไทยจะได้สัมผัสเครื่อง 2.2 พร้อมเกียร์ 6 สปีด
อันดับที่ 4 New! Chevrolet Colorado
อาจจะต้องรอเหมือนกันสำหรับคันนี้ แต่ก็น่าสนใจมาด้วยเรือนร่างใหม่หมดจด พร้อมเครื่องยนต์ Chevrolet แท้ๆ ในตระกูล Duramax ที่จะมาพร้อม 2.5 และ 2.8 ลิตร ส่วนพละกำลังยังไม่สามารถบอกได้อย่างเป้นทางการ แต่กระบใหม่รุ่นนี้คงต้องรอดูราคา ซึ่งน่าจะยังไม่เกิน 1 ล้านบาทแน่นอน
อันดับที่ 5 Isuzu Dmax
ยังติดอันดับอยุ่ แต่เราอยากแนะนำให้รอรุ่นใหม่มากกว่า ทว่า Isuzu Dmax นั้นมีข่าวคราวน้อยมาก แต่รถรุ่นปัจจุบันก็สามารถตอบสนองโจทย์ได้ดีพอสมควร ราคาก็โอเค ศูนย์บริการก็เยอะเอาการ เราเลยขอเชียร์ แต่ถ้าไม่รีบอดใจรอรุ่นใหม่ดีกว่า
ทั้ง 5 รุ่นนี้คือรถที่เราอยากจะแนะนำให้คบหาเอาไว้ เมื่อคุณกำลังอยากซื้อรถคันแรก แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากจะบอกว่า คือคิดให้ดีก่อนซื้อ และทั้ง 5 รุ่นที่เราแนะนำนั้นเป็นแค่แนวทางสำคัญคือต้องศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจ