10 อันดับ “เทศกาล – ประเพณี”อันตรายจากทั่วโลก

New Years Dive – Siberia, Russia
ประเพณีดำน้ำปีใหม่ในไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย ประเพณีนี้เริ่มขึ้นในปี 1982 โดยนักดำน้ำรัสเซียมักปฏิบัติกันในการดำน้ำทะเลสาบไบคาล ที่ไซบีเรียซึ่งมีความลึกถึง 5,390 ฟุต โดยพวกเขาจะตัดหลุมน้ำแข็งที่คลุมด้านบนออกและก็ดำน้ำลงไป เพื่อนำต้น ปีใหม่มาปลูก และนักดำน้ำจะเต้นรำรอบๆ ดูเหมือนไม่เป็นอันตรายแต่ความจริงแล้วทะเลสาบนี้เป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดใน โลกที่อยู่ ภายใต้น้ำแข็ง และเราคงไม่ต้องสารยายความเย็นของมัน และนักดำน้ำต้องว่ายน้ำ โดยต้อง แบกอุปกรณ์ที่หนักร่วม 100 กก. ลงใต้น้ำ มันช่างเป็นนรกเยือกแข็งชัดๆ

Polar Bear Plunge
“หมีขั้วโลกกระโดด” เป็นงานที่จัดขึ้นในช่วงฤดู หนาว โดยผู้เข้าร่วมจะต้องลงกระโดดลง ในน้ำที่มีอุณหภูมิติดลบ ความจริงงาน นี้จัดขึ้นทั่วโลก แต่จัดยิ่งใหญ่สุดอยู่ที่สวนสาธารณะ Sand Point รัฐแมรี่ แลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกาประจำทุกปี เพื่อนำเงินสมทุบองค์กรการ กุศล โดยผู้ ร่วมสมัครจะต้องเขียนสัญญา “หากตายจะไม่ฟ้อง” เนื่อง จากการลงในน้ำที่เย็น จัดอาจทำให้คนนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส เช่นเป็น ตะคริว หรือภาวะอัมพาต หรือตายได้ แต่ กระนั้นก็มีคนบางคนกล้าทำแบบนี้

ถ้าคุณคิดว่าโบสถ์น่าเบื่อละก็ ขอบอกว่าคุณคิดผิด อย่างน้อยก็ไม่ใช้คนใน เกาะชิออส ในประเทศกรีซแน่นอน เกาะเล็กๆ แห่งนี้มีประเพณีที่สุดแสนเร้า ใจ โดยทุกปีเมื่อถึงเทศกาล อีสเตอร์ของชาวคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ จะเตรียม การป้องกันบ้านเรือนของพวกเขาด้วยการ นำแผ่นโลหะมาปิดบังหลังคาและตัว บ้าน เพื่อป้องกันพลุไฟนับร้อยๆ ลูกที่อาจจะตกใส่บ้าน ของพวกเขา เพราะเมื่อ ถึงเวลาใกล้เที่ยงคืนของวันเสาร์ ก่อนถึงวันอีสเตอร์ของชาวออร์โธดอกซ์ ชาว บ้าน ที่โบสถ์ เซนต์มาร์กอส และโบสถ์ พานาเกีย เอริเธียนี่ จะระดมยิงพลุที่ เตรียมไว้นับหมื่นลูก ใส่กันและกัน โดยระยะห่างระหว่างโบสถ์ประมาณหนึ่ง กิโลเมตร เป้าหมายของพวกเขาคือ หอระฆังของโบสถ์ฝ่ายตรงข้าม แต่พลุที่พุ่งไป นั้นก็กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ แม้ว่าภาพที่เห็นจะดูน่าตื่นตาตื่นใจจาก แสง พลุในยามค่ำคืน แต่ก็มีอันตรายมาก บ่อยครั้งที่พลุตกในพุ่มไม้หรือบ้าน เรือน จนทำให้เกิด ไฟลุกลาม ด้วยเหตุนี้ หน่วยดับเพลิงต้องเตรียมพร้อมตลอด คืน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ ฉุกเฉิน ประเพณีนี้มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ยุคที่ กรีซอยู่ในอาณาจักรออตโตมันเมื่อ ศตวรรษที่ 19 ตำนาน หนึ่งเล่าขานกัน ว่า กลาสีเรือได้ยิงปืนใหญ่เพื่อเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ ทำให้ ทหาร ออตโตมันสั่งยึดปืนใหญ่ทั้งหมด เพราะเกรงว่าชาวบ้านจะใช้ปืนใหญ่มาใช้ ก่อการกบฏ ชาว บ้านจึงต้องหันไปใช้พลุยิงเฉลิมฉลองแทน ในอดีตเทศกาลนี้ทำให้ เกิดไฟไหม้ได้สร้างความ เสียหายต่อบ้านเรือนและมีแม้กระทั้งคนเสียชีวิต แต่ ประเพณียังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าโบสถ์ ทั้งสองแห่งจะถูกถล่มด้วยพลุจำนวน มาก แต่ภายในโบสถ์ก็ยังคงประกอบพิธีมิสซากันตาม ปกติ ส่วนตำรวจก็ต้องปิด เส้นทางถนนระหว่างโบสถ์ทั้งสองไว้ เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน และนักท่อง เที่ยวที่เดินทางมาชมเทศกาลนี้ ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้ ยังไม่มีผู้ใด ได้รับ บาดเจ็บจากสงครามพลุบนเกาะไคออส เพราะทางการวางมาตรการรักษาความ ปลอดภัย ค่อนข้างรัดกุม รวมทั้งมีการเปิดสัญญาณไซเรนในพื้นที่ ก่อนที่การ ยิงพลุจะเริ่มขึ้น เพื่อเตือน ให้ทุกคนหลบอยู่แต่ในที่ปลอดภัย (แนะนำให้ดู คลิปเพราะอย่างกับสงครามโลกอย่างงั้นแหละ)

;เทศกาลโยนทารก” เป็นเทศกาลของชาวอินเดียในเมืองโชลาปูร์ ประเทศ อินเดีย โดยชาวฮินดูและชาวมุสลิมจัดพิธีกรรมโยนเด็กๆ อายุประมาณ 2 ขวบ รวบ มือและเท้า เขย่า ตัวในอากาศก่อนโยนลง จากที่สูงจากชั้นบนของหลังคาสุเหร่า บาบา อูเมอร์ ดูร์กา ซึ่งมีความ สูงกว่า 15 เมตร ลงมายังผ้าที่มีเหล่า ผู้ใหญ่ชายหนุ่ม 14 คน ขึงรับอยู่ด้านล่าง ซึ่งเป็นประเพณี ที่ปฏิบัติกันมา นานเกือบ 700 ปี ด้วยความเชื่อว่าจะทำให้เด็กสุขภาพดี และนำโชคดีมาสู่ ครอบ ครัว ทั้งยังเป็นการแก้เคล็ดเนื่องเด็กอินเดียมีอัตราเสียชีวิตสูง โดยเด็ก แต่ละคนกรีดร้องเสียงหลงอย่างเสียขวัญ ด้านผู้จัดงานครั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ มีเด็กคนใด ได้รับบาดเจ็บแต่นักสิทธิมนุษยชนเห็นว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นล้ม เหลวอย่างสิ้นเชิงที่จะป้องกัน การกระทำนี้ที่เสี่ยง ต่อสุขภาพของ เด็ก ปล่อยให้ชาวบ้านทำเรื่องที่ไม่เป็นเหตุเป็นผล

Hill Cheese-Rolling - Gloucester, England
เทศกาลกลิ้งชีส (ดูแล้วเหมือนเทศกาลกลิ้งคนมากกว่า) เป็นเทศกาลที่จัดบนเนิน เขาคูเปอร์ ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับเมืองเชลเท่นแฮม และกลูเชสเตอร์ ในประเทศ อังกฤษ ในวันจันทร์สุดท้ายของ เดือนพฤษภาคม ตอนเที่ยง โดยเทศกาลนี้มี ประวัติเก่าแก่ถึง 200 ปี โดยพวกเขาจะกลิ้งชีส ก้อนกลมโตที่เรียก ว่า Double Gloucester Cheese ลงมาจากบนเนินเขา โดยคนที่วิ่งตามลง มาเก็บ ได้ก่อนจะได้รับชีสนั้นกลับบ้านไปเป็นรางวัล ฟังดูเหมือนจะง่าย แต่ความจริง มันไม่ง่าย เลย เพราะว่าชีสที่กลิ้งลงเขานั้นเร็วมากประมาณ 70 กิโลเมตรต่อ ชั่วโมง ทำให้ไม่มีทางเลย ที่คนจะวิ่งลงเขาจะเก็บชีสนี้ได้ทัน ดังนั้นวิธี ที่เอาชนะได้ก็คือ วิ่งตามชีสจนถึงตีนเขา และเก็บมันเท่านั้นถึงจะเป็นผู้ ชนะ อีกทั้ง การวิ่งลงเนินเขานั้นมันก็ไม่ง่ายเลย ผู้เข้าร่วมแข่งขันจะ กลิ้งลงมาจากเนินเขาอย่างทุลัก ทุเล บางคนถึงกับตีลังกาหลายสิบตลบก็มีกว่า จะมาถึงตีนเขา แม้มีคนกลิ้งลงเขาจะบาดเจ็บ แต่กระนั้นก็ไม่มีรายงานผู้เสีย ชีวิต อย่างมากก็ข้อเท้าเคล็ด และกระดูกหักนิดหน่อย ปัจจุบันเทศกาลนี้โด่ง ดังมากจนนักท่องเที่ยวหลายประเทศต่างเข้าร่วมหลายร้อย คนมา ท้าทาย

Onbashira - Japan
เทศกาลเสาเกียรติยศหรือเทศกาลแห่งความกล้าหาญ เป็นเทศกาลในนากาโนะ ประเทศ ญี่ปุ่น ที่เกิดขึ้นเพียงหนึ่งครั้งในรอบหกปี (ในปีขาลและปีวอกตามปฏิทิน ราศีของจีน) ที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมและครั้งที่สองในเดือนเมษายน โดย ส่วนที่เป็นอันตรายของ เทศกาลคือชาวบ้านจะเข้าไปในป่าแล้วตัดต้นไม้ใหญ่มา จากภูเขาแล้วใช้เชือกมัด กับต้นไม้ จากนั้นพวกเขาก็ลากเชือกพร้อมต้นไม้ลง จากภูเขา เพื่อสร้างอนุสรณ์รอบๆ ทั้ง 4 มุมของ ศาล เจ้า Suwa Taisha Shrine โดยเทศกาลนี้มีเหล่าคนหนุ่มซึ่งมีความกล้าหาญ จาก 6 หมู่บ้านในแถบเมืองซุวะ ร่วม 210,000 คน เข้าร่วมงานเทศกาลศักดิ์ สิทธ์แห่งนี้ ส่วนที่มาของเทศกาลนี้ไม่มีใครทราบ แต่จากหลักฐานจากภาพวาด เขียนไดเมียวจินซุวาโกะในสมัยมุโรมาชิ พบว่าจักรพรรดิในสมัย เฮ อัน (ปี 781-806) ได้มีรับสั่งให้สร้างศาลเจ้าในปีเสือและวอก จึงว่ากันว่า เป็นต้นกำเนิด ของเทศกาลซึ่งหลายคนบอกว่านี้เป็นเทศกาลแห่งความกล้าหาญ แต่ ก็มีรายงานผู้ได้รับ บาดเจ็บและเสียชีวิตในขณะเข้าร่วมเทศกาลมากมายหลายราย

Christmas Trees
หลายคนทั่วโลกที่นับถือคริสต์มักจัดเทศกาลคริสต์มาสในเดือนธันวาคมด้วย การ ซื้อต้นไม้ สดหรือต้นไม้เทียมเพื่อจัดตกแต่งงานคริสต์มาสในบ้านของพวก เขา จนกลายเป็นสัญลักษณ์ ที่ขาดไม่ได้ในวันสำคัญนี้ไปเสียแล้ว อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2003-2006 มีกรณีถึง 240 ราย ที่ไฟไหม้บ้านซึ่งเกิดขึ้นทุกปีโดยต้น เพลิงมาจากต้นคริสต์มาส โดยจากสถิตของสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติพบ ว่า โดยเฉลี่ยมีผู้เคราะห์ร้าย 16 ราย เสียชีวิตเพราะไฟไหม้ และ 25 รายได้ รับบาดเจ็บในแต่ละปี แม้ว่าโอกาสที่จะเกิดไฟลุก ต้นคริสต์มาสจะยาก แต่เมื่อ เกิดขึ้นก็ก่อให้เกิดหายนะอย่างใหญ่หลวงที่ยากจะป้องกันได้

Female circumcision
การขริบอวัยวะเพศหญิง หมายถึง การตัดส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด หรือทำ อันตราย ต่ออวัยวะเพศภายนอกของสตรีไม่ว่าจะเป็นการกระทำตามขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม หรือด้วยเหตุผลอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เพื่อการรักษาพยาบาล โดย ประเทศที่มีประเพณีนี้ก็มีอียิปต์ ซีดาน มาลิ และเอธิโอเปีย โดยมีความเชื่อ ที่ว่าผู้หญิง ที่ไม่ได้ขริบอวัยวะเพศอาจมีอารมณ์ทางเพศเมื่อออกไปข้าง นอก จนอาจไปขืนใจผู้ชายได้ จึงต้องตัดต้นตอจุด ที่ถือว่าไวต่อความรู้สึกทาง เพศนั้นทิ้งเสีย ขั้นตอนเหล่านี้ กระทำโดย การเฉือนอวัยวะเพศด้านนอกบาง ส่วน หรือทั้งหมด และเย็บรวมไว้ด้วยกัน โดยเหลือช่องเล็กๆ ไว้สำหรับให้ เลือดประจำเดือน และปัสสาวะไหลออกมาได้เท่านั้น วิธีการเหล่านี้ทำให้นำไป สู่ความตายจากความเจ็บปวดสุดแสนสาหัส หรือเลือดตกในมากไป เนื่องจากไม่มีการ ใช้ยาชา นอกจากนี้ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ผ่านการขริบอวัยวะเพศมักจะมีปัญหา ด้าน สุขภาพหลายประการ รวมถึงการการตกเลือดอย่างรุนแรงถึงขั้นตายได้ โดยจากการ คาด การขององค์การอนามัยโลกพบว่าผู้หญิงที่ผ่านพิธีนี้ 1/3 จะตายเนื่องจาก ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

Running of the Bulls - Pamplona, Spain
เทศกาลซานเฟอร์มิน เป็นเทศกาลที่เริ่มจัดขึ้นในปี 1910 ที่เมืองปามโป ลน่า ประเทศสเปน เป็นที่รู้จักในชื่อเทศกาลวิ่งวัวกระทิง จัดขึ้นเป็นประจำ ตั้งแต่วันที่ 7-14 กรกฎาคมของทุกปี ใน 8 วันของเทศกาล 9 วัน จะมีผู้คน จำนวนมากทั้งใน และต่างประเทศเดินทางมาเข้าร่วม แออัด ในถนนของเมืองถูก สร้างสิ่งกีดขวางไว้ คนที่ร่วมแข่งขันแต่งชุดพื้นเมืองสีขาว ผูกผ้า คลุมเอว และผ้าพันคอสีแดง เพื่อรอสัญญาณเตรียมวิ่งหนีการไล่ขวิดของวัวกระทิงที่ถูก ปล่อย ออกมาหกตัว ให้วิ่งอุตลุดไปตามถนนแคบๆ การแข่งขันกินเวลา เพียง 2-3 นาที แต่ในแต่ละปีมีผู้บาดเจ็บเป็นร้อย และมีผู้เสียชีวิต เกิน โหลทุกวัน จะมีการปล่อยวัวกระทิงไปจนถึงวันสุดท้ายของเทศกาล และระยะ ทางการวิ่งจะอยู่ ที่ประมาณ 846 เมตร โดยมีเวลาวิ่งเฉลี่ยตั้งแต่จุดเริ่มไป จนถึงเส้นชัยประมาณสามนาที วัวจะ วิ่งจากคอกไปจนถึงสนามสู้วัวกระทิงที่พวก มันจะต้องสู้กับนักสู้วัวกระทิงใน ตอนบ่ายวันเดียว กัน และปัจจุบันมีกลุ่ม คนที่ต่อต้านเทศกาลนี้มากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมองว่าเป็นการทารุณ กรรม สัตว์

College Hazing
ประเทศไทยมักพูดบ่อยๆ ว่าประเพณีรับน้องโหดๆ นั้นประเทศเรามีเจ้าเดียวในโลก ที่ทำแบบ นี้และโหดที่สุด ก็ขอบอกว่าผิดครับ ประเพณีรับน้องโหดนี้มีอยู่ ทั่วโลก เราเรียกประเพณีเหล่านี้ ว่า College Hazing มีความหมายว่าพิธีกรรม หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่ล่วงละเมิดหรือทำให้ผู้เข้า ร่วม อัปยศอด สู่ เช่น เปลือยกาย โดยพิธีกรรมเหล่านี้พบในรูปแบบแตกต่างกันในสังคม กลุ่ม เช่น คลับ, ทีมกีฬา, หน่วยทหาร, สถานที่ทำงาน, สถานศึกษา พบมากใน อเมริกาและแคนาดา เชื่อว่าประเพณีการรับน้องมี รากเหง้ามาจากทวีปยุโรปใน สมัยกลางประมาณ 700 ปีก่อน โดยเชื่อว่าน้องใหม่ที่เข้ามาเรียน ใน มหาวิทยาลัยยังขาดการศึกษาไม่เป็นอารยะชนต้องผ่านการขัดเกลาด้วยความ ลำบาก ก่อน ที่จะได้รับชีวิตใหม่ที่ดีในมหาวิทยาลัย เพื่อให้รู้จักประพฤติ ตัวให้เหมาะสมก็จะถูกบังคับให้ใส่ ชุดแปลกๆ ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกเล่นตลกที่ หยาบคายหรือรีดไถเงินหรืออาหารมื้อเย็น สองร้อยปีต่อมาระบบนี้ก็ได้รับการ ยอมรับอย่างเป็นทางการตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วยุโรป แต่ว่าเป็นระบบที่ อันตราย มีการบันทึกในเรื่องคนเจ็บ และคนตายจนผู้ปกครองนักศึกษา หวาดกลัว ประเพณีนี้มาก ปัจจุบันพิธีกรรมเหล่านี้ผิดกฎหมาย เนื่องจากทำให้ผู้เข้า ร่วม กิจกรรมเกิดอันตรายต่อร่างกายหรือจิตใจ ส่วนภาพข้างบนคือภาพพิธีรับ น้องใหม่ที่บังดุง ประเทศอินโดนีเซีย


เครดิต http://www.c2phuket.com/detail.php?post_id=42656

Peugeot 508 RXH รถไฮบริดดีเซล-ไฟฟ้า

Peugeot เผยโฉม 508 RXH สเตชั่นวากอนระบบไฮบริดดีเซล-ไฟฟ้า ขับเคลื่อนแบบ All-Wheel Drive ที่ ชูเทคโนโลยี HYbrid4 ของบริษัทฯเป็นจุดขาย 508 RXH เป็นเวอร์ชั่น All-Road ของรุ่น 508 SW ที่ถูกขยายมิติให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับการขับในทุกสภาพถนนไม่ว่าจะทางเรียบ หรือขรุขระ 508 RXH มีรูปลักษณ์โดดเด่นด้วยการใช้แถบไฟ LED แนวตั้งในแต่ละด้านของกันชนหน้าส่วนล่างซึ่งเลียนแบบมาจากกรงเล็บสิงโต

Peugeot 508 RXH รถไฮบริดดีเซล-ไฟฟ้า รูปที่ 1

ขุมพลังของ 508 RXH เป็นเครื่องยนต์ดีเซล HDi FAP HYbrid4 ความจุ 2.0 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัวที่ถูกติดตั้งอยู่บริเวณเพลาหลัง ให้กำลังสูงสุดรวม 197 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อน All-Wheel Drive ซึ่งเทคโนโลยีนี้ถูกใช้ครั้งแรกในรุ่น 3008 HYbrid4 (รถไฮบริดแบบดีเซล-ไฟฟ้ารุ่นแรกของโลก) และจะถูกนำไปใช้กับรถรุ่นใหม่ๆของ Peugeot ในอนาคตด้วย และถือว่า Peugeot เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่นำเทคโนโลยีไฮบริดดีไซล-ไฟฟ้ามาใช้กับ อุตสาหกรรมรถยนต์ โดยบริษัทฯวางตำแหน่งทางการตลาดให้ 508 RXH เป็นรถประหยัดน้ำมันที่ดูหรูหราแต่ก็เป็นทางเลือกที่ถูกกว่าคู่แข่งสำคัญใน ตลาดอย่างรถจากค่าย Volkswagen

Peugeot 508 RXH รถไฮบริดดีเซล-ไฟฟ้า รูปที่ 2

Peugeot 508 RXH มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 4.2 ลิตร/100 กิโลเมตร ส่วนอัตราการปล่อย CO2 อยู่ที่ 109 กรัม/กิโลเมตร ซึ่งรถสามารถขับเคลื่อนได้โดยไม่มีการปล่อยมลพิษออกมาเลย(ไฟฟ้า)ได้ในระยะ ทางระดับหนึ่ง

Peugeot 508 RXH รถไฮบริดดีเซล-ไฟฟ้า รูปที่ 3

Peugeot เตรียมเปิดตัว 508 RXH อย่างเป็นทางการที่งาน Frankfurt Motor Show ในเดือนกันยายน ศกนี้ ก่อนที่จะเริ่มจำหน่ายในฤดูใบไม้ผลิของปี 2012

ขอบคุณเนื้อหาจากToyota Yaris 2012 เปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลก รูปที่ 4

All New Honda CR-V 2012 เวอร์ชั่นนี้ใกล้เคียงตัวจริงที่สุดแล้ว

ค่ายผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ Honda ได้ทำการเปิดเผยรูปภาพของรถยนต์ SUV รุ่นขายดี CR-V 2012 ออกมายั่วใจลูกค้ากันแล้ว โดยเจ้า Honda CR-V 2012 คันนี้ก็ถือเป็น Generation ที่ 4 แล้วของ SUV สุดยอดขายดีของ Honda โดยในข่าวนั้น แจ้งว่ารูปนี้เป็นรูปของ Concept Car ที่ใกล้เคียง Production Car มากที่สุดแล้ว ก็อาจจะเปิดเผยรูปภาพออกมาให้ว่าที่ลูกค้าได้วิจารณ์ เพื่อที่จะได้นำไปดัดแปลงเพิ่มเติมในระยะสุดท้ายกระมังครับ

โดยกำหนดการอย่างเป็นทางการในการจำหน่ายรถยนต์ Honda CR-V ในสหรัฐอเมริกา นั่นก็คือช่วงปลายปีนี้ และในยุโรปช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2012 และจะมีการเปิดแสดงให้เห็นตัวเป็น ๆ ครั้งแรกในโลกในเดือนกันยายนนี้ที่แคลิฟอเนีย สหรัฐอเมริกาในงานมอเตอร์โชว์ที่ไม่ค่อยจะคุ้นหูกันนัก คืองาน Orange County International Auto Show 2011 ครับ (ทำไมไม่มีกำหนดการเกี่ยวกับเอเชียเลยนะ)

เครื่องยนต์คาดว่าจะเป็น Vtec 2.4 ลิตรเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้อาจจะมาพร้อมกันกับเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ซึ่งในประเทศไทยเองนั้น ก็มีแนวโน้มสูงมากที่ทาง Honda จะนำเจ้า All New Honda CR-V 2012 มาเปิดตัวให้เห็นกันในงาน Motor Expo 2011 ปลายปีนี้ครับ

เปิดตัว… Suzuki SX4 X-EC Special edition

กลับมาอีกครั้งกับข่าวสารแวดวงยานยนต์เกี่ยวกับรถอเนกประสงค์ ซึ่งคราวนี้เราจะมาพูดถึงรถยนต์จากค่าย Suzuki กันบ้างครับ
ซึ่งล่าสุดทาง Thaicarlover.com ได้ข่าวมาว่า

Suzuki ได้เปิดตัวรถยนต์ Suzuki SX4 X-EC Special edition ลุยตลาดอเนกประสงค์ที่เน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมือง และการพักผ่อนยามวันหยุด

Suzuki SX4 X-EC Special edition-Front Side View

Suzuki SX4 X-EC Special edition-Front Side View

สำหรับบ้านเราแล้ว Suzuki SX-4 เป็นความหวังใหม่ ซึ่งค่ายยานยนต์รายนี้มีโครงการผลิตรถอีโค คาร์ลงตลาดในช่วงประมาณปีหน้า แต่ยังไม่มีรายละเอียดออกมาอย่างเป็นทางการ ทว่ากับรถอเนกประสงค์คันเล็กนี้ ก็มีการเผยโฉมรุ่นพิเศษออกมาตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น

Suzuki SX4 X-EC Special edition-Rear Angle View

Suzuki SX4 X-EC Special edition-Rear Angle View

ความคล่องตัวที่เหนือชั้นจากความเป็นรถอเนกประสงค์ ทำให้รถรุ่นนี้น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยราคา ซูซูกิ เอสเอ็กซ์4 เอ็กซ์-อีซีี สเปเชี่ยล อิิดิชั่น จะอยู่ที่ 13,430 ปอนด์ หรือ 660,000 กว่าบาทครับ (ราคาในประเทศอังกฤษ) ซึ่งความแตกต่างของ Suzuki SX-4 X-EC Special Edition จะอยู่ที่สีโทน Metallic กับล้อแม็กลายใหม่พิเศษเฉพาะ และภายในห้องโดยสารที่มาพร้อมอุปกรณ์ล้ำหน้าที่ตอบสนองด้วยระบบนำทาง และเครื่องเสียงที่สามารถเชื่อมต่อกับ Bluetooth และ USB พร้อมเบาะนั่งสรรสร้างจากใช้วัสดุใหม่ไม่เหมือนใคร

Suzuki SX4 X-EC Special edition Cockpit Dashboard  View

Suzuki SX4 X-EC Special edition Cockpit Dashboard View

นอกจากนี้ ความอเนกประสงค์ที่เต็มเปี่ยมแต่ก็ไม่ทิ้งคราบสมรรถนะพันธุ์แกร่งที่ให้คุณบุกตะลุยได้กับเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร ให้พลัง 120 แรงม้า ตอบสนองผ่านระบบเกียร์มือ 5 จังหวะ ที่ยังมาพร้อมระบบวาล์ว และอินเทคแปรผัน ทำให้สมรรถนะไม่เป็นสองรองใคร ด้วยอัตราเร่ง 0-100 ใน 10.2 วินาที ส่วนเรื่องความประหยัดก็สบายใจได้มากขึ้นเพราะทำได้ดีสุดในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ด้วยอัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 19 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียว

อย่างไรก็ได้ Suzuki SX-4 รุ่นพิเศษคันนี้จะเป็นรถรุ่นที่วางจำหน่ายเฉพาะตลาดในประเทศอังกฤษเพื่อตอบสนองความหรูหรา และทันสมัยมากขึ้นเท่านั้น ส่วนในบ้านเราใครที่สนใจก็คงต้องอดใจไปก่อน

สำหรับแฟนๆ Suzuki ในบ้านเราคงต้องรอลุ้นว่า Suzuki SX4 X-EC Special edition จะมาอวดโฉมที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โปร 2554 (Motor Expo 2011) ในปลายปีนี้หรือไม่ ซึ่งอันนี้แฟนๆ ซูซูกิ คงต้องติดตามกันต่อไปครับ

อย่าพลาดติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถใหม่ รวมถึงความเคลื่อนไหวในวงการรถยนต์ทั้งไทย และต่างประเทศได้ใหม่กับ Thaicarlover.com ครับ

Toyota RAV4 EV รอลุ้นอีกนิด เปิดตัวแน่!!!

กลับมาอีกครั้งกับข่าวสารแวดวงยานยนต์เกี่ยวกับรถอเนกประสงค์ ซึ่งคราวนี้เราจะมาพูดถึงรถยนต์จากค่ายยอดนิยมอย่าง Toyota กันบ้างครับ
ซึ่งล่าสุดทาง Thaicarlover.com ได้ข่าวมาว่า

ในต่างประเทศ… ใครที่เตรียมเก็บเงินซื้อรถอเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้า Toyota RAV4 EV ซึ่งเป็นผลผลิตร่วมของ Toyota กับ Tesla Motors และซิตี้คาร์อย่าง Scion iQ EV คงต้องรอลุ้นกันอีกนิดหน่อย เพราะ โตโยต้า อาจจะต้องรอสรุปเรื่องพอร์ทชาร์จไฟเสียก่อน แต่แผนการขึ้นสายการผลิตของ โตโยต้า อาร์เอวี4 อีวี ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าเป็นปี 2012 ส่วน iQ อาจจะขายเป็นล๊อต สำหรับธุรกิจรถเช่าแบบ Car Sharing (เหมือนที่ Prius PHEV ทดลองวิ่งกับ Zipcar)

Toyota RAV4 EV

Toyota RAV4 EV

เมื่อไม่กี่วันมานี้ Geri Yoza ผู้จัดการฝ่ายวางแผนและการตลาดผลิตภัณฑ์พิเศษของ โตโยต้า กล่าวว่า โตโยต้า ไม่มีแผนการติดตั้งพอร์ทควิกชาร์จมาตรฐาน CHAdeMO ในรถรุ่นใดๆ ของ โตโยต้า จนกว่า SAE หรือ Society of Automotive Engineers จะสรุปอนาคตของพอร์ทมาตรฐาน J1772 ให้ลงตัวเสียก่อน

Logo Toyota EV

Logo Toyota EV

ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Craig Childers ผู้เชี่ยวชาญจาก CARB หรือ California Air Resources Board หน่วยงานผู้ดูแลรับผิดชอบเรื่องมลพิษในแคลิฟอร์เนียเผยว่า การหารือเรื่องที่จะใช้พอร์ท CHAdeMO ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เพื่อให้รถไฟฟ้าทุกคัน ทุกยี่ห้อ สามารถใช้โหมดควิกชาร์จได้เหมือนกัน… ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะถูกบริษัทผู้ผลิตล๊อบบี้ให้ใช้พอร์ทเดียว เพื่อ ‘ความสวยงามในการออกแบบ’

Scion IQ EV

Scion IQ EV

นั่นนำไปไปสู่ข้อสันนิษฐานที่ว่า รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอาจจะเหลือเพียงแค่พอร์ทเดียว คือพอร์ท J1772 มาตรฐาน SAE และควรจะเป็นพอร์ทมัลติฟังก์ชั่น คือชาร์จได้ทั้งไฟบ้านปกติ และชาร์จไฟ Level 3 ในโหมดควิกชาร์จตามสถานีบริการได้ด้วย นั่นหมายถึง CHAdeMO อาจจะต้องระดมสมองอีกครั้ง เพื่อทำการ Retrofit พอร์ทของตนให้รองรับสถานีควิกชาร์จในอเมริกาด้วย

อย่าพลาดติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถใหม่ รวมถึงความเคลื่อนไหวในวงการรถยนต์ทั้งไทย และต่างประเทศได้ใหม่กับ Thaicarlover.com ครับ

ก่อกำเนิดเกิด Ford Mustang

40 ปี ก่อนหน้านี้ ฟอร์ด มัสแตง ได้ถือกำเนิดขึ้นในโลกยานยนต์ ถือเป็นรถสปอร์ต ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักขับขี่ด้วยราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ด้วยเหตุนี้ Mustang คันเเรกจึงได้เปิดตัวสู่สาธารณชนในปี 1964 ในงาน New York World Fair ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและสมรรถนะที่ดีเยี่ยมทำให้เป็นที่ถูกใจของนักขับ ชาวอเมริกันเป็นจำนวนมากและนับตั้งเเต่นั้นมา Mustang ก็เข้ามามีบทบาทในโลกยานยนต์มากขึ้นได้ฉายาว่าเป็นสุดยอดรถ Muscle Car ตั้งเเต่อดีตจนถึงเจเนอเรชั่นล่าสุด Mustang 2005 โดยหนังสือรถยนต์ ชื่อดังระดับโลกอย่าง Car&Driver ที่เลือก Mustang เป็น 1 ใน 10 รถยอดเยี่ยม (10 BEST) ปี 2005 โดยจัดให้เป็น "Best Muscle Car"

ฟอร์ดได้พัฒนา Mustang 2005 ขึ้นมาใหม่หมด ลบโครงสร้างเดิมเเล้วเปลี่ยนมาใช้การออกแบบใหม่ทั้งหมดมีเป้าหมายให้เป็น Mustang ที่ทำความเร็วได้สูงขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้นและแน่นอนว่าจะต้องดูดีที่สุดเมื่อเทียบกับรุ่นที่ผ่านมา ด้วยรูปทรงที่ดูกำยำ ด้วยการ ออกแบบเหมือนกับมีมัดกล้ามรอบคันจากตัวถังรถหรือซุ้มล้อที่โป่งออก ปราดเปรียวด้วยรูปทรงรถที่มีเส้นสายเฉพาะตัว ด้านหน้ายาวและหลังคาลาดลง ด้านท้ายที่เป็นเอกลักษณ์มาตลอดกว่า 40 ปี ซึ่งทำให้ดูทรงพลังและพร้อมจะทะยานไปข้างหน้าแม้ในขณะที่หยุดนิ่ง เพิ่มความดุดันด้วยไฟท้ายแบบ 3 ดวง ความยาวฐานล้อที่ถูกยืดออกมาอีก 6 นิ้ว นอกจาก จะทำให้รูปลักษณ์ภายนอกดูปราดเปรียวทรงพลังมากขึ้นแล้ว ยังเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร นั่งสบายมากขึ้น มีพื้นที่วางขา พื้นที่ว่างช่วงไหล่ และเหนือศีรษะ มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Mustang 2005 ยังเป็นรุ่นแรกของวงการรถยนต์ ที่ผู้ขับขี่สามารถ เลือกโทนสีของไฟหน้าปัดได้เอง เพียงกดปุ่มและเลือกสีไฟที่ต้องการจาก 125 สีที่มีให้เลือกตามอารมณ์ บุคลิกหรือกิจกรรมที่ทำและพวงมาลัย 3 ก้านจับกระชับมือ

Mustang 2005 เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักนิยมสปอร์ต คาร์ เเต่มีเครื่องยนต์ 2 ขนาดให้กับมัสแตง คือ วี 6 4.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 210 แรงม้า และ วี 8 4.6 ลิตร ที่ให้ กำลังสูงสุด 300 แรงม้า ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 40 แรงม้าเมื่อเทียบกับรุ่น 2004 และเพิ่มขึ้นถึง 50% จากรุ่นปี 1964 มี 2 ตัวถังให้เลือกคือ คูเป้และเปิดประทุน เกียร์มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเป็นครั้งแรกที่ฟอร์ดได้พัฒนาเกียร์ออโตเมติก 5 สปีด ใน Mustang ที่ทำให้ขับได้อย่างสนุกสนานกับความทรงพลังของเครื่องยนต์ใหม่ที่เรียกพลัง ได้ทันใจ พร้อมทั้งให้ความประหยัดสูงสุดเมื่อขับขี่ ทางไกล

ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ แมคเฟอร์สัน สตรัทรุ่นใหม่ พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบคานแข็งที่เพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัว เกาะถนนเป็นเยี่ยมแม้ในขณะ เข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ดิสก์เบรก 4 ล้อ เบรกเอบีเอส ยางขนาด 235/55 ขอบ 17 นิ้ว เพิ่มความมั่นใจให้กับทุกการขับขี่

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้ติดตั้งระบบความปลอดภัยส่วนบุคคล หรือ Personal Safety System? ที่รวมสุดยอดเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยเพื่อให้ความอุ่นใจมั่นใจโดยเฉพาะ การปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารในกรณีการชนด้านหน้า ด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้าที่สามารถพองตัว ได้ถึง 2 แบบ คือในกรณีที่ชนอย่างรุนแรงและไม่รุนแรงมากนักที่ชนอย่างรุนแรงและไม่รุนแรง มากนัก

Ford Mustang at SEMA 2004 - Front Angle, 2005, 800x600, 1 of 14

http://www.ford.co.th

Aston Martin Lagonda – มาแน่แล้ว SUV สายพันธุ์อิตาเลี่ยน

ก็เหมือนกับค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ที่เคยผลิตรถยนต์ประเภทเดียวมาตลอด ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมสายการผลิต ให้ครอบคลุมมากขึ้นในหลาย ๆ กลุ่มลูกค้า อย่างเช่นค่าย Porsche จากเยอรมันที่ทำทั้ง SUV และ Saloon เพิ่มขึ้นมาจากเดิมที่จะผลิตออกมาเฉพาะรถสปอร์ต หรือแม้แต่ค่ายรถยนต์ระดับ Super Car อย่าง Lamborghini เองก็ยังเริ่มนำรถยนต์แบบ Saloon เข้าสู่สายการผลิตด้วยเลย

ครั้งนี้ก็เป็นคราวของค่ายรถยนต์จากเกาะอังกฤษนาม Aston Martin กันบ้าง ที่ได้เริ่มการเปลี่ยนแปลงจากการเป็นแบรนด์หรูที่ผลิตแต่รถยนต์ระดับ Super Car เท่านั้น มาเริ่มผลิตรถยนต์ระดับ Sub-Compact มาขายเมื่อไม่นานมานี้ และล่าสุดหลังจากที่มีข่าวออกมานานแล้ว และได้ทำการเปิดตัวให้ชมกันไปหลายปีแล้วตั้งแต่งานมอเตอร์โชว์ในเจนีวาปี 2009 กับ Aston Martin Lagonda รถยนต์แบบ SUV ระดับหรู ที่หวังชนกันกับ Porsche Cayenne หรือ Mercedes Benz M คลาสโดยตรง

โดยเจ้า SUV จาก Aston Martin นามว่า Lagonda นั้นจะใช้ชิ้นส่วนหลัก และแพลตฟอร์มเดียวกันดับ Mercedes-Benz M Class ตัวล่าสุดที่ใช้รหัสตัวถังว่า W166 และทาง Mercedes-Benz เองก็มีแผนจะผลิตรถยนต์รุ่น GL-Class ออกมาซึ่งจะมีความยาวมากกว่า M-Class โดยทาง Aston Martin ก็มีแผนจะขยายขนาดของเจ้า Lagonda ด้วยแพลตฟอร์มของ GL-Class ต่อไปอีกด้วย

ถ้าเป็นการใช้เครื่องยนต์ร่วมกันกับทาง Mercedes-Benz M-Class ด้วยล่ะก็ Aston Martin Lagonda นั้นก็คงจะได้รับมรดกเครื่องยนต์จาก AMG ขนาด 5.5 ลิตร V8 แบบเทอร์โบคู่ โดยแรงบิดนั้นสำคัญกับรถ SUV มาก ซึ่งน่าจะทำออกมาได้ประมาณ 515 แรงบิดเลยทีเดียว

ดู Notebook รุ่นนี้แล้วน้ำลายไหล

เปิดตัว… Mazda BT-50 กับชุดแต่งออฟโรดใหม่

กลับมาอีกครั้งแล้ว สำหรับข่าวสารวงการรถยนต์ คราวนี้เอาใจคนชอบรถกระบะนำข่าวเด็ดๆ จากค่าย Mazda มาฝากพี่ๆ น้องๆ กันครับ
ซึ่งล่าสุดทาง Thaicarlover.com ได้ข่าวมาว่า

Mazda Australia ได้เปิดตัวรถยนต์ Mazda BT-50 ที่มาพร้อมชุดแต่งออฟโรดจากโรงงาน มาให้ขาลุยโดยเฉพาะ พร้อมเผยภาพของกันชนหน้าทรงฮิต รูปทรงคล้ายสไตล์ ARB แต่ดีไซน์เข้ารูปกับทรงของ มาสด้า บีที 50 ใหม่ มาพร้อมบันไดข้างสำหรับรุ่น 4 ประตู

Mazda BT-50-Accessories

Mazda BT-50-Accessories

Bull Bar หรือกันชนหน้าทรง ARB นี้ ได้รับความนิยมทั่วโลก ซึ่งบ้านเราก็ฮิตไม่น้อย มีทั้งแบบนำเข้า และไทยทำเหมือน แต่ชุดกันชนหน้าของ BT-50 ใหม่ มร. ริว ยานางิซาวะ หัวหน้าทีมออกแบบได้ดีไซน์ออกมาอย่างกลมกลืนกับแนวเส้นของกระจังหน้า และไฟหน้า ด้วยการเอียงองศาอย่างเข้ารูป พร้อมปั๊มตรา Mazda มาให้เรียบร้อย โดยมี 2 สีให้เลือก คือ อะลูมิเนียม และดำด้าน

Mazda BT-50-Accessories-02

Mazda BT-50-Accessories-02

ส่วนความพิเศษจะอยู่ที่ กันชนชุดนี้จะทำงานร่วมกับถุงลมนิรภัย เมื่อได้รับแรงกระแทกในระดับที่เกิดอันตรายมากพอ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจาก ADR – Australian Design Rules มาเรียบร้อย

ชุดแต่งกันชนหน้าแบบใหม่

ชุดแต่งกันชนหน้าแบบใหม่

และที่ขาดไม่ได้สำหรับคอออฟโรด ก็คือสปอตไลท์ ซึ่ง Mazda เลือกใช้บริการของบริษัทในพิ้นที่อย่าง LightForce ซึ่งได้รับความนิยมไม่แพ้ PIAA พร้อมขึ้นเสา ว. ย่าน UHF มาให้

นอกจากนี้ยังมีชุดกันชนหน้าขนาดเล็ก หรือ Nudge Bar (กันชนที่เป็นทรงตัว U คว่ำ), Side Steps (บันไดข้าง) ซึ่งจะเปิดตัวตามมาอีกภายในปีนี้ เรียกว่า Mazda ออสซี่เตรียมกินรวบอาฟเตอร์มาเก็ตแบบเนียนๆ เลยทีเดียว และในอนาคตของแต่งจากโรงงาน เมื่อกลายเป็นของมือสอง มักจะมีราคา และกลายเป็นของหายากเสมอ (ยกตัวอย่าง Roof Rack ของ Suzuki Jimny จากโรงงาน ทุกวันนี้หายากมาก)

สำหรับแฟนๆ Mazda ในบ้านเราคงต้องรอลุ้นว่า Mazda BT-50 กับชุดแต่งออฟโรด จะมาอวดโฉมที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โปร 2554 (Motor Expo 2011) ในปลายปีนี้หรือไม่ ซึ่งอันนี้แฟนๆ มาสด้า คงต้องติดตามกันต่อไปครับ

อย่าพลาดติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถใหม่ รวมถึงความเคลื่อนไหวในวงการรถยนต์ทั้งไทย และต่างประเทศได้ใหม่กับ Thaicarlover.com ครับ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม