Honda Brio V MT ความสนุกลงตัว ที่สัมผัสได้

หลังจากทีมงาน eCAReasy ได้มีโอกาสร่วมทริปทดสอบในแบบ Group test ฮอนด้า บริโอ้มาแล้ว ซึ่งในครั้งนั้นได้ไปทดสอบกันถึงจังหวัดเชียงราย และถือเป็นครั้งแรกเลยที่เหล่าสื่อมวลชนสายรถยนต์ได้สัมผัสกับฮอนด้า บริโอ้ ทั้งในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดา หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และครั้งนี้เราก็ได้รับโอกาสอีกครั้ง ที่จะได้นำฮอนด้า บริโอ้ รุ่น V MT มาทำการทดสอบในรูปแบบการใช้งานในชีวิตประจำวัน จะเป็นอย่างไร ลงตัวแค่ไหน ตามกันต่อเลยครับ

สำหรับฮอนด้า บริโอ้ รุ่น V MT ที่นำมาทดสอบนี้ ถือเป็นรุ่นกลาง ต่เป็นออพชั่น TOP สุดในรุ่นเกียร์ธรรมดา โดยรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกันกับตัว TOP สุดในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ด้านหน้าออกแบบให้สั้น เน้นความสปอร์ต ล้ำสมัย ส่วนด้านหลังออกแบบท้ายตัด พร้อมกระจกหลังบานใหญ่ จากที่มองดูรูปโฉมภายนอกเรียกได้ว่าออกแนวน่ารัก สปอร์ตเล็กๆอยู่เหมือนกัน

Honda Brio V MT

สำหรับภายใน เมื่อเปิดประตูเข้าสู่ห้องโดยสาร อยากจะบอกว่ามันไม่ได้แคบอย่างที่คิด เท่าที่สังเกตุหลายๆจุด น่าจะมาจากการออกแบบที่เน้นความกว้างขวาง อาทิ แนวของแผงข้างประตูจะโค้งเพื่อเพิ่มพื้นที่ด้านข้างของห้องโดสารให้ดูโปร่งขึ้น อีกส่วนที่ทำให้การนั่งโดยสารสะดวกสบาย และกว้างขวางขึ้น คือ การออกแบบเบาะนั่งคู่หน้าให้ด้านหลังเบาะมีความโค้ง ทำให้เพิ่มพื้นที่เวลานั่งโดยสารไม่ให้อึดอัด เรียกว่าทางทีมงานลองนั่งโดยสารกันแบบผู้ใหญ่ 5 คนแบบสบายๆ แต่ก็มีข้อติที่หลายคนบอกมาคือ พื้นที่เก็บของสัมภาระด้านหลังจะแคบไปสักนิด ก็อย่างที่รู้กันอยู่นะครับว่า ฮอนด้า บริโอ้ เป็นรถขนาดเล็กอีโคคาร์ การใช้งานส่วนใหญ่น่าจะเหมาะกับใช้งานในเมืองแบบสบายๆ ขนของบ้างเล็กน้อย ก็ถือว่าน่าจะเพียงพอแล้ว

มาต่อกันที่ขุมพลังของฮอนด้า บริโอ้ คันนี้กันบ้างใช้เครื่องยนต์ i-VTEC 4 สูบ ความจุ 1,200 ซีซี 90 แรงม้า สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิง E20 และประหยัดเชื้อเพลิงได้ถึง 20 กิโลเมตรต่อลิตร (ตามสเปกโรงงาน) ส่งกำลังแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด พร้อมอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยมาตราฐานครบ อาทิ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า พร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ ระบบเบรก ABS พร้อม EBD ระบบล็อกป้องกันเด็ก ระบบกุญแจ Immoblizer และไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED

Honda Brio V MT

การทดสอบในช่วงแรกนี้ ทีมงาน eCAReasy ได้ทดสอบโดยใช้เส้นทางในเมืองที่การจราจรที่ติดขัด สลับหยุดนิ่ง ฮอนด้า บริโอ้ รุ่น V MT สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างน่าพอใจ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเลนเพื่อแซง และแทรก ทำได้อย่างคล่องตัว และด้วยความที่เป็นรถที่ได้รับความสนใจของผู้ใช้รถอยู่แล้ว เวลาวิ่งไปทางไหน จะเปลี่ยนเลน หรือแทรกใครก็จะรับการเว้นที่ให้เจ้าฮอนด้า บริโอ้เสมอ ส่วนถามว่าการใช้เกียร์ธรรมดากับการจราจรที่ติดขัดในกรุงเทพฯมีปัญกาบ้างเปล่า ทีมงาน eCAReasy ขอบอกว่า ฮอนด้า บริโอ้ ตัวนี้ถือเป็นรถเกียร์ธรรมดาที่ขับขี่ง่ายคล่องตัว น้ำหนักการเหยียบคลัตช์ก็ไม่แข็ง แถมให้อัตราเร่งที่ทันใจดีในแบบเกียร์ธรรมดา แต่จะให้สบายแบบเกียร์อัตโนมัติคงไม่ใช่ โดยอัตราความสิ้นเปลืองที่วัดได้อยู่ประมาณ 15-16 กม./ลิตร ก็ถือว่าน่าพอใจกับการใช้งานในเมือง และอีกอย่างที่ลืมพูดถึงไป ในยามที่อยู่ในสภาพการจราจรที่ติดขัด คงไม่มีอะไรสบายไปกว่า ที่เรามีเพลงเพราะๆจากเครื่องเสียงคุณภาพดี จากช่อง USB และระบบปรับอากาศที่เย็นสบายที่มีให้ในฮอนด้า บริโอ้

Honda Brio V MT

ผ่านจากการทดสอบแบบการจราจรในเมืองแล้ว ถึงเวลาที่ทีมงาน eCAReasy จะพาฮอนด้า บริโอ้ไปลองวิ่งใช้งานกันแบบเดินทางไกลบ้าง ซึ่งในรถเล็กเหล่านี้จะชอบถูกพูดว่า "ออกต่างจังหวัด วิ่งทางไกล ไม่ได้หรอก" ทีมงาน eCAReasy เลยจัดให้ซะเลย... โดยใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ - บางแสน ชลบุรี ซึ่งก็น่าจะเพียงพอกับการที่จะได้สัมผัสสมถรรนะของฮอนด้า บริโอ้ ต้องขอบอกก่อนว่าการเดินทางทดสอบในครั้งนี้มีผู้ร่วมทดสอบอีก 4 คน ตลอดเส้นทางการเดินทางเราก็พยายามจะลองอัตราการสิ้นเปลืองโดยใช้ความเร็วในการเดินทางอยู่ระหว่าง 100-110 กม./ชม. จะเห็นว่าความเร็วที่เราใช้ไม่ใช่รูปแบบที่ใช้ทดสอบความประหยัดอย่างที่อื่นเขาทำกัน แต่อย่างที่บอกไปแล้วครับว่า ทีมงาน eCAReasy ต้องการทดสอบการใช้งานแบบเดินทางไกลที่ใช้ในชีวิตจริง เลยเลือกเอาความเร็วดังกล่าวมาทดสอบ ซึ่งฮอนด้า บริโอ้ รุ่น V MT ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังได้อัตราการสิ้นเปลืองเฉลี่ยประมาณ 19.6 กม./ลิตร อาจจะดูน้อยกว่าสเปกที่เคลมมาแต่อย่างที่บอกครับ นี่เป็นความเร็วใช้งานจริง นั่งโดยสารกัน 4 คน ได้อัตราการสิ้นเปลืองขนาดนี้ถือว่าน่าพอใจแล้วครับ แต่ถ้าใช้ความเร็วลดลงอีกรับรองได้ว่าเกิน 20 กม./ลิตร แน่นอน และในส่วนเรื่องอัตราเร่งของเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรที่มากับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ก็สามารถเรียกใช้พละกำลังได้อย่างเต็มที ไม่ว่าจะเป็นช่วงเร่งแซง ก็เปลี่ยนเกียร์เรียกกำลังได้ทันที แต่ความเร็วท็อปสปีดอาจจะไม่มากเนื่องจากถูกล็อกความเร็วไว้ที่ประมาณ 145 กม./ชม.มาจากโรงงาน

Honda Brio V MT

อีกจุดที่ฮอนด้า บริโอ้ ทำได้น่าพอใจก็คือเรื่องของสมถรรนะของช่วงล่างที่เซตมาอย่างเกินตัวในรถขนาดอีโคคาร์ โดยฮอนด้า บริโอ้ให้ความคล่องตัว เกาะถนน ทั้งในทางโค้ง และทางตรง การบังคับควบคุมน้ำหนักพวงมาลัยกำลังดี พวงมาลัยจับกระชับมือวงเลี้ยวแคบสามารถกลับรถในซอยได้สบาย ส่วนที่หลายๆคนบ่นว่า ฮอนด้า บริโอ้ ไม่มีไล่ฝ้าหลังกับที่ปัดน้ำฝนหลัง ทางทีมงาน eCAReasy ก็มีโอกาสไว้ขับขี่ขณะฝนตกแรงๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร การมองเห็นก็ยังเป็นปรกติ แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ในเมื่อคู่แข่งในตลาดเขามีออฟชั่นนี้มาให้ รุ่นต่อไปของฮอนด้า บริโอ้ก็อย่าลืมจัดมาให้ครบๆแล้วกันครับ

สรุปที่ทีมงาน eCAReasy ได้ทดสอบฮอนด้า บริโอ้ รุ่น V MT ในรูปแบบต่างๆ ยังขอย้ำคำเดิมว่า "ขับสนุกจนลืมไปเลยว่ากำลังทดลองขับรถ ecocar เครื่อง 1200 ซีซี." ด้วยสมถรรนะช่วงล่าง การยึดเกาะถนน พละกำลังของเครื่องยนต์ 4 สูบที่มาพร้อมความประหยัดเชื้อเพลิง ถ้ามองมองข้ามออฟชั่นบางตัวที่ไม่มีไปได้...ฮอนด้า บริโอ้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนอยู่เหมือนกันนะครับ...

ขอขอบคุณ :

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย จำกัด เอื้อเฟื้อรถยนต์ทดสอบ

ร้าน SweetSummer บางแสน ชลบุรี เอื้อเฟื้อสถานที่

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.ecareasy.com

Lamborghini คันนี้สวยมาก

















Palio ดินแดนยุโรป ใกล้แค่เอื้อม

“Palio” ดินแดนยุโรป ใกล้แค่เอื้อม

Palio09

สถานที่สุดฮิตอินเทรนด์ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแค่ เขาใหญ่ เอง…ใกล้แค่เอื้อมใช่ไหมละ ^^
สถานที่สุดอินที่ว่านั่นก็คือ “ปาลิโอ้” ผู้ สร้างเนรมิตให้ที่นี่กลายดินแดนยุโรปบนพื้นแนดินไทยรู้สึกว่านูน่าเคยมาช่วง แรก ที่เพิ่งสร้างเสร็จก็ยังไม่ค่อยมาคนเยอะเท่าไหร่ แต่ตอนนี้สิที่นี่บูมมากเลยคนเยอะร้านค้าแยะขอชื่นชมคนคิดคนสร้างซ่ะจริง

ปัจจุบัน “ปาลิโอ้” มี พื้นที่และมุมให้มากขึ้นเพื่อนักถ่ายรูปตัวยงและสร้างเพิ่มร้านค้าเพื่อนัก ช็อปและยังมีโรงแรมเพื่อสะดวก แก่ผู้เดินทางไกล เจ๋งจริง ขอบอกที่นี้ไม่ไปไม่ได้แล้ว สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.palio-khaoyai.com

*** ได้ข่าวว่าตอนนี้เค้าเก็บค่าเข้าชมสถานที่ เพื่อนำไปเป็นค่าบำรุงรักษาแล้วนะเจ้าคะ 10 หรือ 20 บาท นี่แหละ พี่เจ้าหญิงก็ไม่แน่ใจ ไงก็ลองติดตามรายละเอียดกันดูนะคะ

Palio06

Palio07

Palio-12Palio-11Palio10

Palio09Palio08Palio07

Palio06Palio05Palio04

Palio03Palio02Palio01


ดูภาพเพิ่มเติมขนาดใหญ่ได้ที่ http://teen.mthai.com/eat_and_travel/609.html

Nissan Lafesta Highway Star : โคลนนิ่ง Mazda 5

ตอนแรกนึกว่านิสสันขยับตัวลงทุนสร้างสีสันให้กับตลาดมินิแวนไซส์คอมแพกต์ เพื่อเสริมทัพด้วยทางเลือกที่แตกต่างจากเซเรนา ซึ่งตรงนี้ก็จริงที่นิสสันมีทางเลือกใหม่ แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดลงทุนครั้งใหญ่ แต่เลือกที่จะขอยืมผลผลิตจากมาสด้าอย่างรุ่นพรีมาซี่ในญี่ปุ่น หรือมาสด้า 5 ในตลาดโลกมาแต่งหน้าทาปากใหม่ และขายในบ้านตัวเองด้วยชื่อลาเฟสตา ไฮเวย์ สตาร์

ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือแปลก เพราะผู้ผลิตรถยนต์ในญี่ปุ่นที่เป็นพันธมิตรกันต่างก็ใช้วิธีนี้ในการสร้างยอดขายในบ้านตัวเองกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว และมีปฏิบัติกันมานานแล้ว จนถือเป็นเรื่องปกติ เพราะบางครั้งการยึดมั่นในแบรนด์ของลูกค้ามีมาก แต่ผู้ผลิตไม่สามารถตอบสนองด้วยทางเลือกที่ครบถ้วน การลงทุนผลิตพัฒนาขึ้นมาใหม่อาจจะไม่คุ้มเท่ากับการหยิบยืมของที่มีอยู่แล้วในตลาดมาแต่งหน้าใหม่ เพื่อสร้างความแตกต่าง...แม้จะน้อยนิดก็ตาม

ตรงนี้ถือว่าเป็นการเข้ามาช่วยเสริมตลาดให้กับลาเฟสตา ไฮเวย์ ซึ่งแต่เดิมมีแต่รุ่นจอย (Joy) เท่านั้นที่ทำตลาด โดยในรุ่นสตาร์เป็นการนำพรีมาซี่ของมาสด้ามาขายตามแนวทาง OEM- Original Equipment Manufacturer ขณะที่รุ่นจอย เป็นทางนิสสันพัฒนาขึ้นมาเอง และไม่ได้เกี่ยวข้องกันในเชิงวิศวกรรม

ตำแหน่งทางการตลาดของไฮเวย์ สตาร์ก็แยกชัดเจนจากจอย เพราะเป็นกลุ่มที่เน้นลูกค้าที่กำลังมองหาความอเนกประสงค์ที่ให้อารมณ์ในการขับเหมือนกับรถยนต์นั่งเหมือนกับฮอนด้า สตรีท และโตโยต้า วิช

เมื่อเปรียบเทียบกับผลผลิตจากมาสด้าแล้ว จะพบกับความแตกต่างในด้านรูปลักษณ์ด้านหน้าอย่างชัดเจน ซึ่งในลาเฟสตา ไฮเวย์ สตาร์จะมาพร้อมกับกระจังหน้าทรงเหลี่ยมพร้อมกับแถบโครเมียมคาดยาว เช่นเดียวกับกันชนหน้าก็ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อไม่ให้เหลือเค้าโครงเดิมของมาสด้าที่ดูคล้ายกับหน้าคนกำลังยิ้ม

ส่วนไฟหน้าก็ยังเป็นทรงเดิม เช่นเดียวกับด้านท้ายที่เปลี่ยนรายละเอียแค่นิดหน่อย เช่น เลนส์ของไฟสัญญาณถอยหลังที่เปลี่ยนมาเป็นแบบใสแทน ส่วนในห้องโดยสารก็เช่นเดียวกัน ยกมาทั้งชุด เปลี่ยนแค่โลโก้บนฝาครอบถุงลมนิรภัยบนพวงมาลัยเท่านั้นเอง และยังให้ความสะดวกด้วยระบบไฟฟ้าควบคุมการเปิด-ปิดของประตูบานท้าย

ขับเคลื่อนเร้าใจด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ 2000 ซีซี พร้อมระบบ Di จ่ายน้ำมันเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง พร้อมกับมีการติดตั้งระบบ Idling Stop เพื่อดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเวลารถจอดติดอยู่กับที่ เพื่อช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และลดการคายไอเสียเวลาจอดอยู่ท่ามกลางการจราจรที่แออัด

ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า เครื่องยนต์บล็อกนี้ผลิตกำลังออกมาได้ 150 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 19.0 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ แต่ถ้าเป็นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลังจะลดลงมาอยู่ที่ 139 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที เช่นเดียวกับแรงบิดที่หล่นลงมาอยู่ที่ 17.8 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบ/นาที เช่นเดียวกับเกียร์ก็ลดไป 1 จังหวะเป็นแบบอัตโนมัติ 4 จังหวะ ส่วนความประหยัดน้ำมันอยู่ในระดับ 16 กิโลเมตร/ลิตรสำหรับมาตรฐานการทดสอบในโหมด 10-15 โดยเป็นตัวเลขของรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า

ทำตลาดแล้วในญี่ปุ่น และนิสสันก็หวังว่าจะสามารถกวาดลูกค้าได้เดือนละ 1,000 คัน ส่วนราคาขายในญี่ปุ่น ก็ตั้งเอาไว้ที่ 1,991,850-2,483,150 เยน หรือประมาณ 759,000-943,000 บาท

เปลี่ยน iPhone4 ให้เป็นกล้อง DSLR

 
 

 
หลายๆคนมีกล้อง DSLR ไว้ในครอบครองอยู่แล้วแต่เลนส์ที่ราคาหลายหมื่นบาท แต่ใช้ได้เฉพาะแค่กล้องของเรา มันช่างไม่คุ้มเอาซะเลย!!ลองดูบทความวันนี้เพื่อนๆ Iurban อาจจะถึงกับไม่ต้องพกตัวกล้องแต่พกแค่เลนส์และ iphone4 เท่านั้น  เราเลยมีของเล่นที่ไม่ธรรมดาของ iphone 4 มาให้ดูกันครับ


เพื่อนๆคนไหนสนใจข้อมูลเพิ่มเติม
เปลี่ยน iPhone4 ให้เป็นกล้อง DSLR ดูได้ที่ www.iUrban.in.th นะครับ

รูปสวย ๆ ของ บัมเบิ้ลบี จาก Transformers

ตลาดรถเล็กคึกคัก บริโอส่งมอบแล้ว ก่อนกำหนด

หลังจากตอนที่แล้วทาง Thaicarlover.com ได้เสนอข่าวการคาดการณ์ส่งมอบรถยนต์ Honda Brio ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ล่าสุด…

“ฮอนด้า บริโอ” เริ่มทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยประเดิมโกยยอดขายไปได้กว่า 700 คัน ส่งผลให้ตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กในประเทศเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง

Honda Brio

Honda Brio

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด (Honda Automobile Thailand Co. Ltd) แจ้งยอดจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าในเดือนมิถุนายน 2554 มีจำนวน 5,037 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 7.2% ของตลาดรถยนต์โดยรวมทั้งหมด 70,259 คัน และมียอดจำหน่ายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายน 46,370 คัน ลดลง 10.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 51,782 คัน

Honda City

Honda City

ด้านยอดจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าในเดือนมิถุนายน 2554 แบ่งเป็นรุ่นต่างๆ ดังนี้ ฮอนด้า บริโอ้ มียอดจำหน่าย 794 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 18.4% ในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ฮอนด้า ซิตี้ (Honda City) มียอดจำหน่าย 1,663 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 10.9% และฮอนด้า แจ๊ซ (Honda Jazz) มียอดจำหน่าย1,140 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 7.5% ในกลุ่มรถยนต์นั่งประเภทซับคอมแพคท์

Honda Jazz

Honda Jazz

ส่วนฮอนด้า ซีวิค (Honda Civic) มียอดจำหน่าย 870 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 9.5% ในกลุ่มรถยนต์นั่งประเภทคอมแพคท์ ฮอนด้า แอคคอร์ด (Honda Accord) มียอดจำหน่าย 222 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 9.1% ในกลุ่มรถยนต์นั่งประเภทแฟมิลี่ ฮอนด้า ฟรีด (Honda Freed) มียอดจำหน่าย 87 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 8.2% ในกลุ่มรถยนต์นั่งเอนกประสงค์ MPV

Honda CIvic

Honda CIvic

ส่วนฮอนด้า ซีอาร์-วี (Honda CR-V) มียอดจำหน่าย 261 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 7.2% ในกลุ่มรถยนต์นั่งประเภท SUV/PPV

อย่าพลาดติดตามอัลบั้มรูปรถยนต์เด่น พริตตี้น่ารักๆ รวมถึงความเคลื่อนไหวในวงการรถยนต์ทั้งไทย และต่างประเทศได้ใหม่กับ Thaicarlover.com ครับ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม